Year: 2024

  • “สส.ดร๊าฟดวงฤทธิ์” ยื่นร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับรวมไทยสร้างชาติ รื้อ ลด ปลด สร้างการศึกษาที่ตอบโจทย์ต่อประธานสภา

    “สส.ดร๊าฟดวงฤทธิ์” ยื่นร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับรวมไทยสร้างชาติ รื้อ ลด ปลด สร้างการศึกษาที่ตอบโจทย์ต่อประธานสภา

     

    วันที่ 30 ตุลาคม 2567 ณ.ที่ห้องแถลงข่าวสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร รองประธานและโฆษกกรรมาธิการการศึกษา สส. ถนอมพงค์ หลีกภัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับรวมไทยสร้างชาติ รื้อ ลด ปลด สร้าง ให้กับ นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

    ร่างพรบ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับรวมไทยสร้างชาติ ฉบับนี้ มุ่งพัฒนาส่งเสริม ยกระดับคุณภาพการศึกษา และที่สำคัญคือ การสร้างการศึกษาที่ตอบโจทย์ ทั้งในระดับพื้นที่ ผู้ประกอบการและผู้เรียน

    สำหรับเนื้อหาหลักที่สำคัญสำหรับที่เพิ่มเข้าไปนี้คือ
    รื้อ ปรับปรุงกฎหมาย
    – หลักการพัฒนาการศึกษาเพื่อสนับสนุนตอบสนองความต้องการในพื้นที่ ในเขตจังหวัด และความต้องการจากภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะความรู้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่เขตจังหวัดและความต้องการจากภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน
    – หลักการพัฒนาการศึกษาร่วมกับผู้ประกอบการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ และส่งเสริม สนับสนุนมาตรการด้านสิทธิประโยชน์ภาครัฐ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการหรือผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาอาชีพ มีส่วนร่วมในการเป็นผู้สอน เพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการถ่ายทอดความรู้จากผู้มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญ
    ลด -ลดภาระครูในการรับการประเมินผลการปฎิบัตงาน โดยให้ประเมินจากผลการปฎิบัติงานและการสอนตามปกติ โดยไม่ต้องทำเป็นงานวิจัยหรือจัดทำเป็นรายงาน และการประเมินผลการปฎิบัติงานจะต้องไม่เป็นภาระของผู้รับการประเมินเกินสมควร
    ปลด – ปลดล็อคความอึดอัด ในการพัฒนาศักยภาพในความเป็นเลิศนอกเหนือจากผลการเรียนของผู้เรียน เช่น มาตรา 36
    ในกรณีที่ผู้เรียนมีความเป็นเลิศในด้านอื่นนอกเหนือจากการเรียนและประสบความสำเร็จในระดับจังหวัด ระดับประเทศ ระดับนานาชาติ หรือสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับสถานศึกษาให้สามารถนำผลความสำเร็จของผู้เรียนมาร่วมพิจารณาในการวัดและประเมินผลการเรียนได้
    สร้าง -สร้างระบบการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ทิศทางของประเทศ สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ในระดับจังหวัดและภาคธุรกิจ
    การจัดการศึกษาของชาติให้ยึดหลัก ม.7 (8) หลักการพัฒนาการศึกษาเพื่อสนับสนุนตอบสนองความต้องการในพื้นที่ในเขตจังหวัดและความต้องการจากภาคธุรกิจการค้าการลงทุน

    การจัดการศึกษาแห่งชาติ ม.7(9) สร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการหรือผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาอาชีพ มีส่วนร่วมในการเป็นผู้สอน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
    ซึ่งเนื้อหาที่เพิ่มเติมได้ครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมาตลอดคือ เรื่องการศึกษาที่ตอบโจทย์ พื้นที่ ผู้ประกอบการและผู้เรียน “สส.ดร๊าฟดวงฤทธิ์” เชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อผ่านสภาจะเป็นประโยชน์ต่อ ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น ต่อสังคม และประเทศชาติต่อไป.

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • QS Asia University Rankings จัดอันดับ มหาวิทยาลัยเกริก ติดหนึ่งใน 150 มหาวิทยาลัยชั้นนำเอเชีย ครองอันดับ 5 ประเทศไทย

    QS Asia University Rankings จัดอันดับ มหาวิทยาลัยเกริก ติดหนึ่งใน 150 มหาวิทยาลัยชั้นนำเอเชีย ครองอันดับ 5 ประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2024 ตามเวลาประเทศไทย Quacquarelli Symonds (QS) ได้จัดการประชุมสุดยอดระดับอุดมศึกษาเอเชียแปซิฟิกที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน งานนี้เป็นการประชุมสุดยอดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้นโดย QS ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และในการประชุมสุดยอดปีนี้ QS ได้เปิดเผยการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียล่าสุดประจำปี 2025 มหาวิทยาลัยเกริกได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำ 150 แห่งในเอเชียจากมหาวิทยาลัย 8,000 แห่งเป็นเวลาสามปีติดต่อกัน โดยอยู่ในอันดับที่ 141 และเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศไทย

    การมีส่วนร่วมในปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีสถาบันเข้าร่วมทั้งหมด 984 สถาบันจาก 25 ประเทศและภูมิภาค เพิ่มขึ้น 127 แห่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยประจำปี 2025 ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัย 5 แห่งที่ติดอันดับ 150 อันดับแรกใน QS Asia University Rankings เรียงตามลำดับได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกริก

    QS เป็นองค์กรวิจัยระดับอุดมศึกษาระดับโลกและเป็นหนึ่งในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่เชื่อถือได้มากที่สุดในโลก ดัชนีการจัดอันดับ QS Asia พิจารณาอย่างครอบคลุมมากกว่า 10 รายการ รวมถึงวิชาการและการสอน และสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ครอบคลุมของการสอนและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่อยู่ใน 150 อันดับแรกของประเทศไทยล้วนเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีประวัติยาวนานและเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งหมดที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยของกระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรมของประเทศไทย ในบรรดาสถาบันเอกชนในประเทศไทย มีเพียงมหาวิทยาลัยเกริกที่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับแรกของการจัดอันดับ QS Asia Ranking ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 150 มหาวิทยาลัยชั้นนำจาก 8,000 แห่งในเอเชียเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน โดยอยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศไทย

    ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเกริก ยังเป็นมหาวิทยาลัยระดับ 5 ดาวที่ได้รับการรับรองโดย QS มีเพียงสองมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเท่านั้น ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกริก และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ที่ได้รับคะแนน 5 ดาว

     

  • สวนสุนันทา เดินหน้าพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางการศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์ (Outcome-based Education : OBE)

    สวนสุนันทา เดินหน้าพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางการศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์ (Outcome-based Education : OBE)

    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดประชุมมอบนโยบายการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางการศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์ (Outcome-based Education : OBE) เพื่อรองรับการตรวจประกันคุณภาพตามเกณฑ์คุณภาพ AUN-QA Version 4.0 พร้อมกันทุกหลักสูตร ให้เป็นไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกันทั้งมหาวิทยาลัย และหลักสูตรระดับปริญญาตรีต้องเป็นหลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดี เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐภัทร แก้วรัตนภัทร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา มณีวัฒนา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กรกมล ชูช่วย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน เป็นวิทยากร ซึ่งมีคณาจารย์และบุคลากรเข้าร่วม ณ ห้องประชุมสุนันทานุสรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กรุงเทพมหานคร

  • เปิดให้ทุนเยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์ มีความตั้งใจเรียนต่อระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา

    เปิดให้ทุนเยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์ มีความตั้งใจเรียนต่อระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา

    มูลนิธิพูนพลัง เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนต่อ ในโครงการ ทุนการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2568 สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่จะศึกษาในระดับ ปวช. ปวส. ปริญญาตรี ในปีการศึกษา 2568

    ลักษณะโครงการ
    โครงการทุนการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และได้พยายามช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และสังคมมาแล้วในระดับหนึ่ง ให้ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามความสนใจและความถนัด โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา รวมไม่เกินปีละ 30,000 บาทในระดับ ปวช. และไม่เกิน 40,000 บาทในระดับปวส. และปริญญาตรี

    จุดเด่นของโครงการ
    -ทุนให้เปล่าไม่ผูกมัด

    -ช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลนแต่มีความพยายาม

    -คัดเลือกอย่างละเอียด เยี่ยมถึงบ้านเพื่อให้มั่นใจว่ามีคุณสมบัติตามเกณฑ์

    – ดูแลใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการรับทุน

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    สถานภาพการศึกษา
    -ผู้ที่จะสมัครทุน กำลังเรียน ม.3 หรือ ม.6 หรือ ปวช.3 และจะเข้าเรียน ปวช. หรือ ปวส. หรือ ปริญญาตรี

    -ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวช. (ช.1,2) หรือ ปวส. (ส.1) หรือ ปริญญาตรี (ปี 1,2,3) ก็สมัครได้ แต่มีโอกาสได้ทุนน้อยกว่าผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนช่วงชั้น

    -ผู้ที่กำลังทำงานเต็มเวลา แต่กำลังจะศึกษาต่อในระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปริญญาตรีก็สมัครได้

    -นักเรียนทุนต่อเนื่องมูลนิธิพูนพลังที่ได้รับทุนปีละ 3,000-5,000 บาท สามารถสมัครทุนนี้ได้ หากผ่านการคัดเลือกจะได้รับทุนนี้แทน

    สถานภาพทางเศรษฐกิจ
    -รายได้ของครอบครัว ไม่เกิน 120,000 บาทต่อปี

    วิธีการสมัคร
    ลงทะเบียนทางเว็บผ่าน googleform และเลือกส่งเอกสารส่งทางเว็บผ่าน googleform หรือส่งแบบกระดาษมาทางไปรษณีย์หรือบริษัทขนส่ง

    ขั้นตอนการสมัคร
    1. ผู้สมัครขอรับทุนการศึกษาทุกคน ต้องลงทะเบียนผ่าน Google ฟอร์มในลิงค์นี้ https://bit.ly/3zUMb0W ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2567
    2. ส่งเอกสารที่ใช้ในการสมัคร (ไม่จําเป็นต้องผ่านสถานศึกษา มูลนิธิไม่รับผิดชอบหากเอกสารส่งมาไม่ทันเวลาที่กําหนด) โดยเลือก
    2.1. ส่งทางอินเทอร์เน็ต ให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดตามลําดับ เป็นไฟล PDF ขนาดไม่เกิน 10 MB จํานวน 1 ไฟล์เท่านั้น ส่งผ่าน Google ฟอร์ม ที่ลงทะเบียนมูลนิธิรับข้อมูลและเอกสารที่ระบบบันทึกว่าส่งเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เวลา 23:59 น. เท่านั้น
    2.2. ส่งทางไปรษณีย์(หรือบริษัทขนส่งอื่นๆ) มาที่มูลนิธิพูนพลัง (ทุนการศึกษาอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา) (โทร. 081-7722358)
    47/217 หมู่บ้านสิวลีติวานนท์ ถ.สุขาประชาสรรค์3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2567 (กรณีส่งทางไปรษณีย์ต้องมีรอยประทับบนหน้าซองว่าส่งระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน และมูลนิธิรอรับเอกสารถึง 7 ธันวาคม เท่านั้น) ใบสมัครที่ส่งมาในช่วงอื่นจะไม่ได้รับการพิจารณา

    ที่มา https://www.poonpalang.org/

  • ชวนร่วมงานสืบสานประเพณีลอยกระทง หวนถิ่น กลิ่นจัน สืบสรรค์ วันลอยกระทง “ทับแก้ว”

    ชวนร่วมงานสืบสานประเพณีลอยกระทง หวนถิ่น กลิ่นจัน สืบสรรค์ วันลอยกระทง “ทับแก้ว”

    ✨🌕 ร่วมสืบสานประเพณีและสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งคืนลอยกระทง 🌕✨
    เชิญชวนทุกท่านร่วมงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567
    จัดโดย คณะศึกษาศาสตร์ ร่วมกับ กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร
    🌸 หวนถิ่น กลิ่นจัน สืบสรรค์ วันลอยกระทง “ทับแก้ว” 🌸
    📅 วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567
    📍 ณ ลานสระแก้ว มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
    🕔 ตั้งแต่เวลา 16.30 น. – 21.30 น.
    🍀ร่วมลอยกระทงด้วยวัสดุจากธรรมชาติ อนุรักษ์ต่อสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำ🍀
    ✨ พร้อมกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ ✨
    🎤 ชม การแสดงความสามารถพิเศษในการประกวด “ขวัญใจทับแก้ว”
    🍲 ชิม ร้านอาหารเด็ดจากตลาดอินดี้ศิลปากร
    🎭 ชิล กับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร
    มาร่วมกันบูชาลอยพระพุทธบาทจำลอง ลอยกระทง ขอขมาต่อพระแม่คงคา และแบ่งปันคืนอันงดงามท่ามกลางแสงจันทร์ในค่ำคืนแห่งความสุขนี้
    แล้วพบกันที่ทับแก้ว 🌕🌊
    ✨ติดตามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ www.educ.su.ac.th/loykrathong2024/
  • มทร.ธัญบุรี ชวนอบรมหลักสูตร “สถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า” ยกระดับทักษะอาชีพ สู่มาตรฐาน

    มทร.ธัญบุรี ชวนอบรมหลักสูตร “สถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า” ยกระดับทักษะอาชีพ สู่มาตรฐาน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ศูนย์พัฒนาทักษะอุตสาหกรรม ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ขอเชิญชวนผู้สนใจด้านวิศวกรรมศาสตร์ เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “สถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า: การติดตั้ง/ทดสอบ/OCPP” เพื่อเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นในยุคยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโต การอบรมนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 พฤศจิกายน 2567 (09.00 น.-16.00 น.) ณ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ค่าลงทะเบียน 3,000 บาทต่อคนต่อหลักสูตร รองรับผู้เข้าร่วม 15 – 20 ท่าน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติงานจริงกับสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมได้คะแนน CPD จากสภาวิศวกร

    ทั้งนี้ ในการอบรมจะได้เรียนรู้กับ ผศ.ดร.ชานนท์ ชูพงษ์ และนายชวัลวิทย์ พูลศรี ซึ่งเป็นวิทยากรในโครงการ พร้อมนำท่านเข้าสู่กระบวนการทำงานและมาตรฐานการติดตั้งเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการทดสอบการทำงาน มาตรฐาน Open Charge Point Protocol (OCPP) และการปฏิบัติการในระบบจัดเก็บเงิน เพื่อเตรียมพร้อมในการเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 083-9416941, 02-549-3086

  • MANGO ร่วมกับ ม.กรุงเทพ ลงนาม MOU พัฒนาโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP

    MANGO ร่วมกับ ม.กรุงเทพ ลงนาม MOU พัฒนาโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP

    แมงโก้ คอนซัลแตนท์ ร่วมกับ ม.กรุงเทพ ทำ MOU พัฒนาโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP

     

    บริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกัน พัฒนาโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP เพื่อผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจและของประเทศ

    1 พฤศจิกายน 2567 ณ เวลา 10.30 น. ณ ห้อง Imagine Lounge A3-201 ชั้น 2 อาคาร A3 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมี คุณอัญชลี วงศ์พินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณกันตพงษ์ ฮวดอุปัด กรรมการบริหาร พร้อมคณะ ตกลงทำบันทึกความร่วมมือกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิศาล พัฒน์ชู คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และหัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูล

     MANGO ร่วมกับ ม.กรุงเทพ ทำ MOU พัฒนาโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP

    โดยโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP  มีจุดมุ่งหมายต้องการให้เกิดการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจกับสถาบันอุดมศึกษา (Value Co-Creation) เพื่อผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจและของประเทศ ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพัฒนากลไกการจัดการศึกษาของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว

    คุณอัญชลี วงศ์พินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดในเรื่องการพัฒนา AI in ERP ซึ่งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นสถาบันที่ผลิตนักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถทางด้าน AI จับมือร่วมกับ บริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้เรียนสามารถนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ใช้งานโดยตรง เรียนรู้จากการทำงานจริง ๆ เป็นการพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือผู้ใช้งาน

     

    MANGO ร่วมกับ ม.กรุงเทพ ทำ MOU พัฒนาโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP

     

    ภาพรวมของโครงการริเริ่มความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP ประกอบไปด้วย 2 ส่วน

    ส่วนที่ 1 คือ การทำโครงการสหกิจศึกษารูปแบบใหม่ โดยใช้กระบวนการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ AI in ERP (AI in ERP Startup Incubation Project)
    ส่วนที่ 2 คือ การร่วมกันทำโครงการศึกษาและพัฒนาหลักสูตร Higher Education Sandbox ด้าน AI in ERP

     

    MANGO ร่วมกับ ม.กรุงเทพ ทำ MOU พัฒนาโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการผลิตกำลังคน ด้าน AI in ERP

     

    คุณอัญชลี วงศ์พินทุ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านธุรกิจและการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้น การนำศักยภาพด้าน AI ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มารวมกับระบบ ERP ของบริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด จะนำไปสู่การพัฒนาที่ก้าวหน้า เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดจากฝีมือคนไทย

     

    หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเสร็จสิ้น ทางคณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ยังได้พาผู้บริหาร บริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด เยี่ยมชมบรรยากาศรอบรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

    #https://test.learninfinity.net/

  • รัฐบาลออสเตรียเปิดให้ทุนคนไทยไปเรียนต่อ ทำวิจัย พร้อมทุนให้นักศึกษา นักดนตรี ฝึกอบรมดนตรี

    รัฐบาลออสเตรียเปิดให้ทุนคนไทยไปเรียนต่อ ทำวิจัย พร้อมทุนให้นักศึกษา นักดนตรี ฝึกอบรมดนตรี

    #รัฐบาลประเทศออสเตรีย ประกาศมอบทุน Ernst Mach-Grant – ASEA-UNINET 2025/26 ภายใต้เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในทวีปยุโรปกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEA-UNINET) แก่นักศึกษา บุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา และบุคคลทั่วไปของประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
    โครงการนี้มอบทุนเพื่อไปศึกษา/ฝึกอบรม/ทำวิจัย ณ สถาบันอุดมศึกษาออสเตรียที่เป็นสมาชิกเครือข่าย ASEA-UNINET ในสาขาต่างๆ ได้แก่ Natural Sciences, Technical Sciences, Human Medicine, Health Sciences, Agricultural Sciences, Social Sciences และ Humanities โดยมี 3 ประเภททุนดังนี้
    (1) #ทุนศึกษาระดับปริญญาเอก (Full PhD Grant) ระยะเวลา 36 เดือน สำหรับบุคคลทั่วไป
    (2) #ทุนวิจัยหลังปริญญาเอก (Postdoc Grant) ระยะเวลา 4-9 เดือน สำหรับคณาจารย์และนักวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิกเครือข่าย ASEA-UNINET และ candidate member รายชื่อสมาชิกเครือข่าย ASEA-UNINET สามารถสืบค้นได้ที่เว็บไซต์ https://asea-uninet.org/
    ทั้งนี้ ทุนในลำดับที่ 1 และ 2 มีกำหนดปิดรับสมัครในวันที่ 1 มีนาคม 2568
    (3) #ทุนฝึกอบรมดนตรี (Music Practice Grant) ระยะเวลา 9 เดือน สำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาและนักดนตรี (musician) ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาดนตรีคลาสสิก (Western) ด้านการบรรเลงเครื่องดนตรี การขับร้อง การประพันธ์เพลง และการอำนวยเพลง
    สามารถยื่นใบสมัครและผลงาน (recording/portfolio) เพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกในเบื้องต้นได้ทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.scholarships.at ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2567
    รายละเอียดเพิ่มเติม  https://mhesi.e-office.cloud/d/9f43fb1c และ  https://grants.at/en/