Blog

  • ตามเชียร์หุ่นยนต์ไทย การแข่งขันหุ่นยนต์  World Robot Olympiad 2025 (WRO 2025)

    ตามเชียร์หุ่นยนต์ไทย การแข่งขันหุ่นยนต์  World Robot Olympiad 2025 (WRO 2025)

     

    เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ประเทศสิงคโปร์ บริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD ร่วมกับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD นำทีมเยาวชนไทย กว่า 80 คน เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์  World Robot Olympiad 2025 (WRO 2025) ภายใต้แนวคิด “The Future of Robots” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน ที่ Sands Expo and Convention Centre, Marina Bay Sands โดยมีเยาวชนจาก 90 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้

    บรรยากาศการวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ RoboMission, Future Innovators, RoboSports และ Future Engineers ตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม แบ่งเป็น ทีม RoboMission 9 ทีม, Future Innovators 3 ทีม, RoboSports 2 ทีม และ Future Engineers 2 ทีม ทั้งหมดผ่านการคัดเลือกจากระดับภูมิภาค สนามพิเศษ และรอบชิงชนะเลิศประเทศไทย ก่อนจะได้รับสิทธิเป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน WRO 2025 ในส่วนของการแข่งขันในวันที่ 26 พฤศจิกายนจะเป็นการเตรียมความพร้อมและฝึกซ้อมตลอดทั้งวันก่อนที่จะจัดพิธีเปิดการแข่งขัน WRO 2025 อย่างเป็นทางการขึ้นในช่วงเวลา 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

    สำหรับรายชื่อทีมไทยประกอบด้วย ประเภท RoboMission 9 ทีม

    ระดับ Elementary ได้แก่ ทีม TAMDAI MakeHappen จาก TAMDAI Learning Center, ทีม Slow But Sure และทีม Chi Chiang Chiang จาก Smart Robot Club

    ระดับ Junior ได้แก่ ทีม Gor Gai 123 จาก Smart Robot Club, ทีม SPB จาก iBot Academy Rayong และทีม Brain Step จาก Robot By Brain Step

    ระดับ Senior ได้แก่ ทีม SKDWr Faberolasma จากโรงเรียนสุคนธีรวิทย์, ทีม Last Motor จาก Smart Robot Club และทีม KMIDS OREO 3000 จาก KMIDS

    ประเภท RoboSports 2 ทีม ได้แก่ ทีม KMIDS NO.1 is here จาก Panya Robot ทีม Panya Robot จาก PANYA ROBOT

    ประเภท Future Engineers 2 ทีม ได้แก่ ทีม The team name is KMIDS GFM จาก KMIDS และ ทีม YB-SUNFLOWER จากโรงเรียนโยธินบูรณะ

    ประเภท Future Innovators 3 ทีม ได้แก่ ระดับ Elementary ได้แก่ ทีม CUD_ClickRobot จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับ Junior ได้แก่ ทีม KMIDS Haptic Glove Team จาก KMIDS และระดับ Senior ได้แก่ ทีม RCVC จากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย

    World Robot Olympiad (WRO) เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติในมากกว่า 100 ประเทศ ทั่วโลก เด็กและเยาวชนเข้าร่วมทีมในการแข่งขันระดับประเทศของ WRO พวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศนานาชาติซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอื่นทุกปี International Final 2025 ปีนี้อยู่ที่สิงคโปร์ และมีทีมมากกว่า 500 ทีมจาก 91 ประเทศจะเข้าร่วม

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • นิสิตปริญญาเอก CU TIP พัฒนา “หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟ” คว้าเหรียญเงินนวัตกรรมนานาชาติเจนีวา ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    นิสิตปริญญาเอก CU TIP พัฒนา “หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟ” คว้าเหรียญเงินนวัตกรรมนานาชาติเจนีวา ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ปิ่นรัฐ ปิ่นเวหา นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CU TIP) บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปลี่ยนความชอบส่วนตัวในการดื่มกาแฟให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจจากการวิจัยพัฒนา “หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟ” ซึ่งคว้ารางวัลเหรียญเงินจากเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์พร้อมรางวัลพิเศษจากมหาวิทยาลัยในซาอุดิอาระเบีย

    ปิ่นรัฐ เผยถึงที่มาของนวัตกรรม “หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟ” ว่าเกิดจากการที่ตนเป็นนักดื่มกาแฟตัวยง สังเกตได้ว่าเมื่อเราดื่มกาแฟทุกวัน กากกาแฟจำนวนมากจะถูกทิ้งโดยไม่มีการจัดการที่ยั่งยืน แม้จะมีการนำไปใช้เป็นปุ๋ยหรือวัสดุขัดผิว แต่การใช้งานเหล่านี้ไม่ได้เพิ่มมูลค่าให้กับกากกาแฟอย่างแท้จริง นวัตกรรมนี้จึงเกิดขึ้นซึ่งเป็นการผสมระหว่างกากกาแฟกับยางธรรมชาติของไทย ได้เป็นวัสดุยางคอมโพสิตซึ่งมีสมบัติใกล้เคียงกับหนังแท้
    ปิ่นรัฐ-ปิ่นเวหา-นิสิตหลักสูตร-CU-TIP.jpg
    ปิ่นรัฐ ปิ่นเวหา นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CU TIP) บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ
     
    ปิ่นรัฐ อธิบายว่า การเลือกใช้ยางธรรมชาติเพราะเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย จึงต้องการพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น และเมื่อนำมาผสมกับกากกาแฟ จะได้วัสดุที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงหนังแท้ แต่ราคาถูกกว่าหนังสัตว์ถึงครึ่งหนึ่ง สำหรับกระบวนการผลิตหนังสังเคราะห์จากกากกาแฟดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อน เพียงแค่นำกากกาแฟที่เก็บได้มาผสมร่วมกับยางคอมโพสิตตามสูตร การบวนการทั้งหมดใช้เวลาสั้น และได้แผ่นหนังสังเคราะห์ที่พร้อมใช้งาน ปัจจุบันสามารถผลิตหนังสังเคราะห์ได้ในขนาด 1 x 1 ตารางเมตร และสามารถปรับขนาดหนาบาง ผิวหน้า ลายหนังตามความต้องการได้
     
    ปิ่นรัฐ เผยถึงความโดดเด่นของนวัตกรรมนี้คือเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยหนังสัตว์นั้นแม้จะเป็นผลพลอยได้จากการบริโภคเนื้อสัตว์ แต่ต้องใช้สารเคมีจำนวนมากในการฟอกหนัง และเมื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทั้งหมด ตั้งแต่การเลี้ยงสัตว์ การใช้พื้นที่ปลูกพืชเป็นอาหารสัตว์ การใช้ยาปฏิชีวนะ จนถึงกระบวนการฟอกหนัง หนังสัตว์จึงมีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่สูงมาก ส่วนหนังสังเคราะห์ทั่วไปในท้องตลาด เช่น PU (โพลียูรีเทน) หรือ PVC (โพลีไวนิลคลอไรด์) เป็นโพลิเมอร์ที่ต้องกลั่นจากน้ำมัน เป็น Fossil-based เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งแล้วจะเกิดการเสื่อมสภาพและเป็นวัตถุที่ย่อยสลายได้ยาก โดยใช้เวลาในการย่อยสลายนานเป็นร้อยปี และจะเกิดไมโครพลาสติกที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟนั้น จากการคำนวณผลคาร์บอนฟุตพริ้นท์พบว่ามีค่าน้อยกว่าวัสดุเดิมอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเมื่อถูกฝังกลบ ขณะนี้หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟอยู่ระหว่างการทดสอบคุณสมบัติของไบโอดีเกรดเดเบิล (Biodegradable) ซึ่งเป็นความสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติด้วยจุลินทรีย์และสลายตัวกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และชีวมวล โดยไม่ทิ้งสารพิษหรือไมโครพลาสติกที่เป็นอันตรายในสภาพแวดล้อม
     
    หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟมีลักษณะนิ่มเหมือนหนังแท้ ส่วนเรื่องกลิ่นนั้นขึ้นอยู่กับการรับรู้ของแต่ละคน บางคนดมได้กลิ่นกาแฟ บางคนก็อาจได้กลิ่นยาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวิจัยเพื่อปรับปรุงหนังสังเคราะห์ให้มีกลิ่นกาแฟที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น สำหรับอายุการใช้งานนั้น ตัวอย่างต้นแบบที่ผลิตตั้งแต่เริ่มการวิจัยจนถึงปัจจุบัน ผ่านระยะเวลามาแล้วกว่า ปี หนังสังเคราะห์จากกากกาแฟก็ยังคงรูปเดิมและใช้งานได้ดี จึงแสดงให้เห็นถึงความทนทานที่เทียบเท่าหนังทั่วไป” ปิ่นรัฐ อธิบายถึงคุณภาพและอายุการใช้งาน
     
    หนังสังเคราะห์-จากกากกาแฟ-1536x1024.jpg
     
    ปัจจุบันหนังสังเคราะห์จากกากกาแฟถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น กระเป๋า เข็มขัด พวงกุญแจ และสินค้าพรีเมียมตามโรงแรมและร้านกาแฟ ราคาแผ่นหนังขนาด ตารางเมตรถูกกว่าหนังสัตว์ประมาณครึ่งหนึ่ง โดยหนังสัตว์ราคาประมาณ 2,000 บาทต่อตารางเมตร ที่น่าสนใจคือมีผู้ประกอบการโรงแรมติดต่อเข้ามาเพื่อให้นำกากกาแฟจากโรงแรมไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เพื่อนำไปจำหน่ายเป็นของที่ระลึกในโรงแรม เช่น จานรองแก้ว ซึ่งเป็นการสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์แบบ ปัจจุบันการผลิตยังอยู่ในรูปแบบ OEM (จ้างผลิต) โดยจะใช้โรงงานในชุมชนที่มีอุปกรณ์ทำยางอยู่แล้วผลิตวัสดุหนังจากกากกาแฟ
     
    A3F22E59-EBC9-4001-A11F-E0E7A1A93485-1152x1536.jpg 8CC27E93-695B-40A3-B224-6C016D5FE212-1536x1152.jpg
    การได้รับรางวัลเหรียญเงินจากงานประดิษฐ์และนวัตกรรมที่กรุงเจนีวาถือเป็นการยืนยันคุณภาพของนวัตกรรมหนังสังเคราะห์จากกากกาแฟนี้ในเวทีโลก ซึ่งได้รับความสนใจจากคณะกรรมการที่บูธแสดงผลงาน นอกเหนือจากรางวัลเหรียญเงินเแล้ว ยังได้รับรางวัลพิเศษจากมหาวิทยาลัยในซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากนวัตกรรมนี้มีจุดเด่นที่ชัดเจนในเรื่องการคำนวณคาร์บอนฟุตปริ้นท์ซึ่งเกิดน้อยกว่าวัสดุเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
     
    สำหรับแผนการพัฒนาในอนาคต จะมีการขยายธุรกิจในรูปแบบความร่วมมือกับชุมชน โดยเก็บขยะกากกาแฟจากชุมชนมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ให้ชุมชนนำไปขายหรือใช้งาน รวมถึงการขาย Know-how ให้กับชุมชนอื่น ๆ เพื่อให้สามารถ รีไซเคิลกากกาแฟในระบบของตนเองได้ ซึ่งจากกระบวนการผลิตหนังสังเคราะห์ที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง และชุมชนมีการทำยางอยู่แล้วก็สามารถดำเนินการได้ทันที” ปิ่นรัฐ กล่าวถึงศักยภาพความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจ
     
    นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้ในหลักสูตร CU TIP ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นการพัฒนางานวิจัยไปสู่การสร้างธุรกิจจริง โดยเนื้อหาหลักสูตรจะมีทั้งวิชาเกี่ยวกับธุรกิจ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความรู้เรื่องสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ เพื่อให้นิสิตสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง
     
    นวัตกรรมหนังสังเคราะห์จากกากกาแฟไม่เพียงแต่แก้ปัญหาขยะและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์เท่านั้น แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้ง เพิ่มมูลค่าให้ยางธรรมชาติไทย และเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาวัสดุใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เราสามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า และสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนไปพร้อม ๆ กับการดูแลโลกของเราได้จริง จากแก้วกาแฟที่เราดื่มทุกวัน แต่วันนี้กากที่เหลือจากการชงไม่ใช่แค่ขยะอีกต่อไป แต่เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์คุณภาพที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยและโลก” ปิ่นรัฐ กล่าวทิ้งท้าย

     

    อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/news/265903/

  • อนาคตต้องเลือกได้ ที่ “สวนสุนันทา” เปิดรับ 4,389 คนทั่วประเทศ!

    อนาคตต้องเลือกได้ ที่ “สวนสุนันทา” เปิดรับ 4,389 คนทั่วประเทศ!

    สวนสุนันทาประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปี 2569 รอบ Portfolio เปิดรับรวม 4,389 ที่นั่ง ครอบคลุม 19 คณะ–วิทยาลัย ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 มกราคม 2569 โดยผู้สนใจสามารถยื่นแฟ้มสะสมผลงานและหลักฐานการสมัครผ่านระบบออนไลน์ พร้อมมีที่นั่งคณะวิทยาการจัดการสูงสุดถึง 592 ที่นั่ง รองลงมาคณะวิทยาศาสตร์ฯ 544 ที่นั่ง และคณะการเมืองฯ 488 ที่นั่ง


    มหาวิทยาลัยเผยกำหนดการสำคัญ เช่น ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ 14 ม.ค. 2569 สอบสัมภาษณ์ 22 ม.ค. และประกาศผล 30 ม.ค. ก่อนยืนยันสิทธิ์ใน TCAS ระหว่าง 6–7 ก.พ. 2569


    เปิดโอกาสนักเรียนทั่วประเทศเข้าศึกษาในสาขาหลากหลาย ทั้งโลจิสติกส์ นิเทศศาสตร์ บริหารธุรกิจ วิศวะ ครุศาสตร์ ศิลปกรรม นิติศาสตร์ ไปจนถึงสาธารณสุข

    โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดการสมัครและอัปโหลดเอกสารได้ผ่านเว็บไซต์ https://admission.ssru.ac.th/

    
    ตารางสรุปจำนวนรับสมัคร
    
    
    คณะ / วิทยาลัย จำนวนรับ (คน) เบอร์ติดต่อ
    คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 544 02-160-1143
    คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 292 02-160-1438
    คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 436 02-160-1282
    คณะศิลปกรรมศาสตร์ 336 02-160-1394
    คณะวิทยาการจัดการ 592 02-160-1495
    คณะนิติศาสตร์ 200 02-160-1185
    วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ 152 02-160-1184
    วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ 96 02-160-1561
    วิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ 277 065-5760099
    วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ (สมุทรสงคราม) 192 034-773-904
    วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง (นครปฐม) 488 02-160-1571
    วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (นครปฐม) 448 034-964917
    วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ (นครปฐม) 216 065-2427588
    ศูนย์การศึกษาอุดรธานี 48 042-129556
    ศูนย์การศึกษาระนอง 72 077-989920
    รวมทั้งหมด: 4,389 คน
  • ฝันอยากเป็นนักออกแบบ–ศิลปิน–นักแสดง? ที่นี่พร้อมสร้างคุณให้เป็นของจริง!

    ฝันอยากเป็นนักออกแบบ–ศิลปิน–นักแสดง? ที่นี่พร้อมสร้างคุณให้เป็นของจริง!

    มาสร้างอนาคตที่อยากเป็น จากที่นี่กับเรา 😎
    คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) ปีการศึกษา 2569
    《 ครั้งที่ 1 PORTFOLIO 》
    👉🏻เปิดรับสมัคร 1 พฤศจิกายน 2568 – 7 มกราคม 2569
    👉🏻สมัครที่ https://admission.ssru.ac.th/
    👉🏻ระเบียบการรับสมัคร https://cts.ssru.ac.th/File/IS/Announce/Files/fkdr1lks.pdf
    .
    เปิดรับสมัคร 7 สาขา 🤓
    6601 จิตรกรรม
    6606 การออกแบบนิเทศศิลป์
    6611 ดนตรี (ไทย/ตะวันตก)
    6619 การออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัล
    6620 นาฏศิลป์ไทย
    6621 การออกแบบแฟชั่นและสไตล์ลิ่ง
    6622 ศิลปะการแสดงและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์
    ▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾
    งานประชาสัมพันธ์
    คณะศิลปกรรมศาสตร์
    website : https://far.ssru.ac.th
    x : https://twitter.com/pr_far
    instagram : far_ssru_fanpage
    tiktok : @farssru
    Tel. 0-2160-1388 ext.100
    www.ssru.ac.th
    #ssru #tcas69 #รับสมัคร #เด็ก69 #dek69

  • 9 นักวิจัยสวนสุนันทาคว้ารางวัลนวัตกรรมระดับโลกจากเวที IDIE 2025

    9 นักวิจัยสวนสุนันทาคว้ารางวัลนวัตกรรมระดับโลกจากเวที IDIE 2025

    วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่คณาจารย์ผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย จากการคว้ารางวัลระดับนานาชาติบนเวที 2025 Japan Design, Idea and Invention Expo (IDIE 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 กรกฎาคม 2568 ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผลงานการประดิษฐ์และนวัตกรรมหลากหลายสาขาที่ได้รับรางวัล ทั้งระดับเหรียญทอง เหรียญเงิน และรางวัลพิเศษจาก NRCT

    รายนามผู้ได้รับรางวัลมีดังนี้

    รางวัล NRCT Special Award & เหรียญทอง (Gold Medal)

    ผลงาน: Salmo Typhi Test
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วนิดา วอนสวัสดิ์
    คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal)

    ผลงาน: Clothes woven from golden banana fibers
    รองศาสตราจารย์ ดร.รจนา จันทราสา
    คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

    ผลงาน: Woven bag made from Vetiver grass
    ดร.ภานุ พัฒนปณิธิพงศ์
    คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

    ผลงาน: Aloe vera biofilm
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คร.วัฒนา พันธุ์พืช
    คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    ผลงาน: Mineral honey facial spray
    อาจารย์จิรวัฒน์ สุคสวาท
    วิทยาลัยสหเวชศาสตร์

    ผลงาน: Khao Yai Pomelo Air Spray Innovation
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงศ์มาดา ดามาพงษ์
    วิทยาลัยสหเวชศาสตร์

    รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal)

    ผลงาน: Namprung Scented Lotion – A Thal Traditional Fragrance Recipe
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรดา ดามาพงษ์
    วิทยาลัยสหเวชศาสตร์

    ผลงาน: Composite materials extend the shelf life of ripe fruits for transportation and distribution
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คร.วัฒน์ พลอยศรี
    คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

    ผลงาน: Composite materials extend the shelf life of ripe fruits for transportation and distribution
    อาจารย์ ดร.ไกรพ เจริญโสภา
    คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์ทุกท่านที่ประสบความสำเร็จบนเวทีระดับนานาชาติ และเป็นพลังสำคัญในการยกระดับชื่อเสียงและคุณภาพผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่สากล

  • โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ศาสตราจารย์’ ในสาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ศาสตราจารย์’ ในสาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    ขอแสดงความยินดีแด่…
    “ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ สังวาระนที”
    ผู้ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง
    #ศาสตราจารย์ สาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564


    🎯 ฝ่ายประชาสัมพันธ์และโสตทัศนูปกรณ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี

    #ssru #student #university #มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา #สวนสุนันทา #SuansunandhaRajabhatUniversity #เด็ก68 #สมัครเรียน #ปริญญาตรี #tcas68 #tcas69 #ลูกพระนาง

  • กรมชลประทาน มอบรางวัลประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน”

    กรมชลประทาน มอบรางวัลประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน”

    กรมชลประทาน จัดงานประกาศผลการประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อเปิดเวทีให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และช่างภาพทั่วประเทศได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ความงดงาม และคุณค่าของน้ำ ผ่านมุมมองเชิงสร้างสรรค์ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์จากผู้ที่ได้รับรางวัล

             นายพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและหรือออกแบบ) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ ภายใต้หัวข้อ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน” (Water for Life, Flow for Future) การประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกวดภาพถ่าย ในหัวข้อ “ชีวิตคู่สายน้ำ” (Life with Water) และ “โครงการน้ำสร้างอนาคต” (Water Works, Water Wisdom) และ การประกวดวีดีโอคอนเทนต์ ในหัวข้อ “นวัตกรรมน้ำขับเคลื่อนอนาคต” (Smart Water Move) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

    การประกวดได้รับการตอบรับจาก ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และช่างภาพทั่วประเทศ มีผู้ส่งผลงานทั้งหมด 430 คน เป็นผลงานประเภทภาพถ่าย 780 ภาพ แบ่งเป็น หัวข้อ “ชีวิตคู่สายน้ำ” (Life with Water) จำนวน 566 ภาพ และ “โครงการน้ำสร้างอนาคต” (Water Works, Water Wisdom) จำนวน 214 ภาพ ผลงานประเภทวิดีโอคอนเทนต์ หัวข้อ “นวัตกรรมน้ำขับเคลื่อนอนาคต” (Smart Water Move) จำนวน 77 ผลงาน แบ่งเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา 63 ผลงาน และกลุ่มประชาชนทั่วไป จำนวน 14 ผลงาน

    ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการร่วมตัดสินและคัดเลือกผลงานภาพถ่ายที่ได้รับรางวัล ได้แก่ คุณวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ ปี 2552 สาขาทัศนศิลป์ ด้านภาพถ่าย             ผศ.ดร.วราวรรณ สุวรรณผาติ อาจารย์สาขาวิชาศิลปะภาพถ่าย มหาวิทยาลัยรังสิต คุณเกรียงไกร ไวยกิจ ช่างภาพอิสระ คุณพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและหรือออกแบบ)           คุณอดิเทพ แก่นจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการข้อร้องเรียนและหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ร่วมกันตัดสินเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

    ส่วนการประกวดวิดีโอคอนเทนต์ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการร่วมตัดสินและคัดเลือกวิดีโอคอนเทนต์ ได้แก่ คุณวรพล พุฒจ้อย ที่ปรึกษาโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยด้านรายการ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ บริษัท อสมท. จำกัด คุณชนินทร์พงษ์ วิศปาแพ้ว ผู้จัดการ Hot Chilli Film Studio และ คุณเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา มีผลการตัดสิน ดังนี้

     

    การประกวด ภาพถ่าย

    หัวข้อ “ชีวิตคู่สายน้ำ” (Life with Water)

    รางวัลชนะเลิศ                        นายสุทัศน์  ฟองมูล

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1       นายพลฤทธิ์ ฐิติวริทธินันท์

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2       นายเฉลิมชัย อ่อนละออ

     

    หัวข้อ “โครงการน้ำสร้างอนาคต” (Water Works, Water Wisdom)

    รางวัลชนะเลิศ                        นายจามิกร ศรีคำ

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1       นายชิษณุพงศ์ กาทิพย์

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2       นายพลฤทธิ์ ฐิติวริทธินันท์

     

    การประกวด วิดีโอคอนเทนต์

    ประเภท นักเรียน นักศึกษา

    รางวัลชนะเลิศ                        เด็กหญิงกชกร พรหมเกตุ

    นางสาวศศิวิมล แก้วยิ้ม

    นายยุทธพงษ์ จุติผล

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1       นายเดโชดิษฐ์ อธิชโย

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2       นางสาวภควดี สมัครการ

    นายรักกอบกิจ บุญเส็ง

     

              ประเภท ประชาชนทั่วไป

    รางวัลชนะเลิศ                        นายพีรพัฒน์ วิสัยโสภณกุล

    นายต้นตะวัน ขุนเจริญ

    นายพงษ์พัฒน์ สำรองกิจ

    นายธวินท์นวัชร์ มงคลธนตระกูล

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1       นางสาวชญานิศ แก้วประเสริฐ

    นางสาวรัดเกล้า กลันทกสุวัณณ

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2       นายนรินทร์ จารุกิจวณิชย์

     

    โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน นักศึกษา ช่างภาพและประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคลังภาพถ่าย และวิดีโอคอนเทนต์ที่สามารถนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ หรือสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลของหน่วยงานรัฐ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของน้ำในมิติที่หลากหลาย ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ผสานระหว่างการประชาสัมพันธ์ภารกิจของภาครัฐ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะในรูปแบบภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสังคม และนำไปสู่การร่วมกันดูแล “สายน้ำ” ของไทย อย่างรู้คุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาตรการเร่งด่วน มอบทุนการศึกษา 20,000 บาท ช่วยนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

    มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาตรการเร่งด่วน มอบทุนการศึกษา 20,000 บาท ช่วยนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

     

    มหาวิทยาลัยรังสิต ประกาศมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ในอำเภอและจังหวัดที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ซึ่งได้รับความเดือดร้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวมหาวิทยาลัยมอบทุนการศึกษา จำนวน 20,000 บาท สำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษา 2/2568 สะท้อนเจตนารมณ์สร้าง “สังคมธรรมาธิปไตย” พร้อมยืนเคียงข้างสังคมในทุกวิกฤต

               รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ที่เกิดขึ้นล่าสุด ท่านอธิการบดี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้มีดำริให้มหาวิทยาลัยเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภัยพิบัติภาคใต้ โดยมอบทุนการศึกษา จำนวน 20,000 บาท ในรูปแบบเครดิตสำหรับการลงทะเบียนเรียนภาคการศึกษา 2/2568 โดยมหาวิทยาลัยรังสิตตระหนักดีว่านักศึกษาและครอบครัวจำนวนมากกำลังเผชิญความยากลำบาก จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อให้ลูกหลานของเรายังมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนต่อได้โดยไม่สะดุด มาตรการนี้สะท้อนเจตนารมณ์สำคัญของมหาวิทยาลัยในการสร้าง “สังคมธรรมาธิปไตย” ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤต พร้อมยืนเคียงข้างสังคมด้วยความรับผิดชอบและจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นหลักการที่มหาวิทยาลัยยึดมั่นมาโดยตลอด  

              “มาตรการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาเพื่อบรรเทาผลกระทบ มหาวิทยาลัยกำหนดให้มอบ ทุนการศึกษา จำนวน 20,000 บาท สำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษา 2/2568 หากนักศึกษาลงทะเบียนเรียนโดยมียอดค่าใช้จ่ายไม่ถึง 20,000 บาท มหาวิทยาลัยจะช่วยเหลือค่าใช่จ่ายเต็มจำนวนที่ลงทะเบียนจริง”  

                นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตยังได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมโดยเปิดรับบริจาคเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อนำเงินส่งต่อให้แก่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านบัญชีมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อการกุศล ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 875-700530-4 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สะท้อนว่ามหาวิทยาลัยรังสิตยืนหยัดทำหน้าที่สถาบันการศึกษาที่รับใช้สังคมอย่างแท้จริง พร้อมร่วมฟื้นฟู เยียวยา และยืนเคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก พร้อมร่วมก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย