Author: ผู้ดูแลระบบ

  • สกสค.จับมือ PT ส่งต่อความสุขเพื่อนครู มอบบัตรสวัสดิการ Max Card x OTEP   

    สกสค.จับมือ PT ส่งต่อความสุขเพื่อนครู มอบบัตรสวัสดิการ Max Card x OTEP   

     

    สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ร่วมกับ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด มอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และสินค้ากาแฟพันธุ์ไทย ผ่าน Max Card x OTEP บัตรสวัสดิการเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ

    เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ณ อาคาร co-working space (Coffee world) สถานีบริการน้ำมัน PT Max Park Salaya พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการลงนาม MOU ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดย ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กับนายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด ที่จะร่วมกันมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในและนอกประจำการทั่วประเทศ ผ่านบัตรสวัสดิการเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือ Max Card x OTEP

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. โดย ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กับนายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด ครั้งนี้จะทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งในและนอกประจำการพร้อมครอบครัวทั่วประเทศได้รับบริการสวัสดิการลดภาระค่าครองชีพผ่าน Max Card x OTEP บัตรสวัสดิการเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์เกิดความสุขแก่ครอบครัวของครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามแนวทาง “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” ของกระทรวงศึกษาธิการ”

    ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เปิดเผยว่า “จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของครอบครัวครูและ บุคลากรทางการศึกษา ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการทางสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จึงได้เจรจากับ บริษัท แมกซ์โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด ในการร่วมมือกันจัดสวัสดิการที่เป็นสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดค่าครองชีพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา จนนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กันครั้งนี้ ดร.พีระพันธ์ กล่าวต่ออีกว่า “ณ วันนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะได้รับสวัสดิการโดยไม่มีเงื่อนไข 150 บาท/ท่าน ตอนนี้มีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับสิทธิสวัสดิการนี้ประมาณ 940,000 คน คิดเป็นเงินประมาณ 400 กว่าล้านบาท สกสค. ขอเชิญชวนคุณครูมารับสิทธิในเดือนแรกนี้ ซึ่งมีวงเงินกว่า 100 ล้าน โดยปกติการได้ส่วนลดจะต้องสะสมแต้ม หรือซื้อบัตรในราคา 599 บาท เนื่องจาก PTG เห็นว่าการจัดสวัสดิการครั้งนี้ เป็นการลดภาระเพื่อคุณครูจะได้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป สามารถดาวน์โหลดได้ทุกที่ ทุกเวลา และรับสิทธิได้ทันที ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย”

    “สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และบริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด จะร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจตามกรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้เกิดประโยชน์ เกิดความสุขแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาพร้อมทั้งครอบครัวทั่วประเทศ ด้วยการ “ลดภาระ ดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มี ความสุข” ต่อไป” เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าว

    นายพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สกสค. ที่เปิดโอกาสให้แมกซ์การ์ด ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการศึกษาของประเทศ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่ม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ที่ต้องการเชื่อมให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” ในทุกด้านของช่วงชีวิต ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เราคัดสรรมาให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาในครั้งนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน ที่จะมีส่วนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านค่าครองชีพได้ไม่มากก็น้อย”

    สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจ สามารถลงทะเบียนสมัครสมาชิก Max Card x OTEP บัตรสวัสดิการเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ และรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me ร้านค้าในเครือ PTG ที่ร่วมรายการ CALL CENTER 1614 กด 1 เว็บไซต์ สกสค. www.otep.go.th Line OA สกสค. @otep และเพจ สกสค. ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

     

     

     

  • มกธ.จับมือ “สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย” ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    มกธ.จับมือ “สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย” ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ได้วางนโยบายในการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือกับกับทุกภาคส่วนของสังคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งพัฒนาความเข้มแข็งด้านองค์ความรู้ ความก้าวหน้าทางวิชาการ และส่งเสริมความก้าวหน้าของศาสตร์และเทคโนโลยีตามบริบทการพัฒนาสังคมในมิติต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

                   ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ยังได้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาวิชาการที่หลากหลายร่วมกับเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้นักศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถเพิ่มความเข้มแข็งด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมประสบการณ์ และทักษะวิชาการวิชาชีพ โดยเฉพาะการเสริมสร้างเครือข่ายทางวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งถือเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยที่สำคัญด้วย

    จากนโยบายดังกล่าว จึงได้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีกับสมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยด้านวิชาการ โดยมี ผศ.ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และนายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย พร้อมด้วย นายนรเทพ บุญเก็บ เลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวด้วย

    ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจะมุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้นำให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

     

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ม.รังสิต จัด Open House 2024 ชวนวาร์ปรู้จักหลักสูตร ทุนการศึกษา กิจกรรมสนุกๆ ทุกแคมปัส14-15 พ.ย.นี้

    ม.รังสิต จัด Open House 2024 ชวนวาร์ปรู้จักหลักสูตร ทุนการศึกษา กิจกรรมสนุกๆ ทุกแคมปัส14-15 พ.ย.นี้

     

    มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดบ้านต้อนรับน้อง ๆ มัธยศึกษาตอนปลาย สายวิทย์ ศิลป์ ภาษา รวมถึงอาชีวศึกษาร่วมกิจกรรมงาน Open House 2024 : Open Warp Open World พบกับกิจกรรมพาทัวร์แบบจัดเต็มทุกวิทยาลัย/คณะ/สาขา พูดคุยปรึกษาการเรียน ไลฟสไตล์ รวมถึงร่วมสนุกกับกิจกรรมที่จะสร้างประสบการณ์ชีวิต ค้นหาตัวตน ค้นหาทุนการศึกษา และมาออกแบบการเรียนแบบที่ชอบเพื่ออาชีพในอนาคตกัน งานนี้น้อง ๆ สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกคณะโดยไม่มีค่าใช้จ่าย กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สมัครเรียน ป.ตรี รับทุน Early Bird 15,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2568 อีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2791-5500-10 หรือลงทะเบียนได้ที่ https://www.rsu.ac.th/

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จัดอบรมหลักสูตรการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตามพรบ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 รุ่นที่ 1

    คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จัดอบรมหลักสูตรการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตามพรบ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 รุ่นที่ 1

     

    คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จัดการอบรมหลักสูตร การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 8 – 12 ตุลาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้กับผู้เข้าร่วมอบรมจากภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยวันนี้ได้รับเกียรติจาก ท่านณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ที่ปรึกษากรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานเปิดการอบรม โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ พล.ต.ต.ดร.ทีป ราญสระน้อย คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ให้การต้อนรับ

    วันแรกของการอบรม วันที่ 8 ตุลาคม 2567 ได้มีการทำแบบทดสอบวัดความรู้ก่อนการเข้าอบรม จากนั้นจะมีการแบ่งกลุ่มวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อเข้าสู่การบรรยายหัวข้อต่างๆ ดังนี้ “ภาพรวมสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562″ “ระเบียบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน” และ “การขึ้นทะเบียนผู้ไกล่เกลี่ยและการขึ้นทะเบียนศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน” โดย ผศ.อุดม งามเมืองสกุล

    จากนั้นในช่วงท้ายการอบรมจะเป็นการทบทวนเพื่อประเมินความเข้าใจและผลการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมการอบรม การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งจากผู้บริหาร คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ผู้นำชุมชนต่างๆ และผู้สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วม 60 คน ซึ่ง จัดขึ้นที่ อาคารสถาบันภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับประสบการณ์ตรง และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มทร.กรุงเทพ จัดพิธีพุทธาเทวาภิเษก วัตถุมงคล “พระพุทธสิหิงค์ พระวิษณุกรรม” วาระครบรอบ 72 ปี เทคนิคกรุงเทพ  พร้อมเปิดจองนำรายได้มอบการกุศล

    มทร.กรุงเทพ จัดพิธีพุทธาเทวาภิเษก วัตถุมงคล “พระพุทธสิหิงค์ พระวิษณุกรรม” วาระครบรอบ 72 ปี เทคนิคกรุงเทพ พร้อมเปิดจองนำรายได้มอบการกุศล


    มทร.กรุงเทพ จัดพิธีพุทธาเทวาภิเษก วัตถุมงคล “พระพุทธสิหิงค์ พระวิษณุกรรม” วาระครบรอบ ๗๒ ปี วิทยาลัยเทคนิคแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมเปิดจองวัตถุมงคลพระพุทธสิหิงค์ พระวิษณุกรรม นำรายได้มอบให้มหาวิทยาลัยเพื่อจัดสรรเป็นทุนการศึกษา รวมทั้งบริจาคเพื่อสังคมในการสร้างสาธารณกุศลและประโยชน์ต่างๆ


    เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มอบหมายให้ ผศ.ชัยศักดิ์ คล้ายแดง รองอธิการบดี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีพุทธาเทวาภิเษก วัตถุมงคล “พระพุทธสิหิงค์ พระวิษณุกรรม” วาระครบรอบ ๗๒ ปี วิทยาลัยเทคนิคแห่งแรกของประเทศไทย ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โดยมีพระเดชพระคุณฯ พระพรมวชิราธิบดี อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราช วรมหาวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ และประธานจุดเทียนชัย


    ในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ มีพระเกจิอาจารย์ และครูบาอาจารย์ ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต ดังนี้
    พระราชพัฒนากร (หลวงพ่อสมชาย ฉันทสโร)
    พระราชภาวนาวชิราจารย์ (พระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข),
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
    พระครูรัตนสิกขการ (พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม)
    พระครูปลัดสุวัฒนอนุตตรคุณ (หลวงพ่อช้าง เตชปญโญ ดร.)
    พระครูปลัดสราวุธ ปัญฺญาวุโธ (พระครูปืน)
    พระครูสุเมธธรรมวัฒน์ (ครูบากฤษดา สุเมโธ)
    พระครูอรุณธรรมาภินันท์ (หลวงพ่อชุมพร สนฺตสีโล)
    พระครูธีรธรรมวงศ์ (หลวงพี่เลี้ยง ธีรวโร)
    พระครูธรรมธรอดิเรก (พระอดิเรก อนุตตโร)
    คุณพ่อบุญธรรม น่วมมานา (เจ้าสำนักบ้านมีดี)
    อาจารย์วันชัย เชยนิ่ม (ศิษย์ อ.เทพย์ สาริกบุตร)

    เจตนารมณ์ในการจัดสร้าง
    1.เพื่อเป็นขวัญกําลังใจ เป็นมงคลชีวิต เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ครูบูชา เทวบูชา ราคาบูชา และเป็นวาระในการสร้างบุญกุศลร่วมกัน ของผู้ที่ศรัทธา ในพุทธคุณ และองค์บรมครูแห่งการช่าง 2,495 บาท และศิลปวิทยาการทั้งปวง บรมครูแห่งการสร้าง การปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ขจัดอุปสรรคทั้งหลาย นําสู่ความสําเร็จและความเจริญในทุกประการ
    2.รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นทุนการศึกษา สําหรับนักศึกษาเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์, กิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษา
    3.มอบสำหรับการร่วมบุญบริจาคเพื่อสังคมในการสร้างสาธารณกุศล และประโยชน์ต่างๆ อาทิเช่น เกี่ยวกับโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ การทำนุบำรุงทางศาสนา ฯลฯ เป็นต้น

    มทร.กรุงเทพ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน รวมทั้งศิษ์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ร่วมบูชาวัตถุมงคลพระพุทธสิหิงค์ พระวิษณุกรรม ในวาระครบรอบ 72 ปี เทคนิคกรุงเทพ ครั้งนี้

    รายการ วัตถุมงคลพระพุทธสิหิงค์ พระวิษณุกรรม
    1. เหรียญเนื้อเงินรมดําซาติน สร้าง 300 องค์ ราคาบูชา 2,495 บาท
    2. เหรียญเนื้อนวโลหะพระพุทธสิหิงค์ชุบทอง สร้าง 570 องค์ ราคาบูชา 1,499 บาท
    3. เหรียญเนื้อบรอนซ์รมดําซาติน 570 องค์ ราคาบูชา 1,199 บาท
    4. เหรียญเนื้อทองแดงรมดําซาติน สร้าง 570 องค์ ราคาบูชา 699 บาท
    5. เหรียญเนื้อดินเผา สีเหลือง 650 องค์ ราคาบูชา 159 บาท
    6. เหรียญเนื้อดินเผา สีแดง สร้าง 650 องค์ ราคาบูชา 159 บาท
    7. เหรียญเนื้อดินเผา สีขาว สร้าง 650 องค์ ราคาบูชา 159 บาท
    8. เหรียญเนื้อดินเผา สีดํา สร้าง 650 องค์ ราคาบูชา 159 บาท
    9. เหรียญเนื้อดินเผา สีน้ำเงิน สร้าง 650 องค์ ราคาบูชา 159 บาท

    สั่งจองได้ช่องทางออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ค : จดหมายเหตุเทคนิคกรุงเทพฯ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    ดร.ชูเกียรติ อนันตเวทยานนท์ 089 694 0954
    คุณวันชัย ลี้สธนกุล 081 832 1934
    อ.ศราวุฒิ ศรีศักดิ์ 097 093 6555

    #72ปีเทคนิคกรุงเทพฯ #เทคนิคกรุงเทพฯ #จดหมายเหตุเทคนิคกรุงเทพฯ #ศิษย์เก่าเทคนิคกรุงเทพฯ #พระวิษณุกรรม #พระพุทธสิหิงค์ #RMUTK #บารมีครู #14กรกฎาคม

  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)  ให้การรับรอง 9 หลักสูตรฐานสมรรถนะ คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ระดับปริญญาตรี ตอกย้ำคุณภาพบัณฑิตสู่ระดับสากล

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ให้การรับรอง 9 หลักสูตรฐานสมรรถนะ คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ระดับปริญญาตรี ตอกย้ำคุณภาพบัณฑิตสู่ระดับสากล

    คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้รับการรับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะครบทั้ง 9 หลักสูตรระดับปริญญาตรีจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI นับเป็นความสำเร็จที่แสดงถึงความเป็นผู้นำด้านการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นสมรรถนะวิชาชีพ

    หลักสูตรที่ได้รับการรับรองมีดังนี้ :

    1. การตลาด 2. การจัดการ 3. การบัญชี 4. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ 5. การเงิน 6. เศรษฐศาสตร์ 7. การบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ 8. การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน 9. หลักสูตรนานาชาติ

    นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรเหล่านี้ จะได้รับคุณวุฒิวิชาชีพจาก TPQI โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันในตลาดแรงงาน และเป็นการยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดในระดับสากล ความสำเร็จในการได้รับการรับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะครบทั้ง 9 หลักสูตรครั้งนี้ เป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง โดยการออกแบบหลักสูตรที่เน้นสมรรถนะวิชาชีพนั้น ทำให้นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามีความพร้อมในการทำงาน และสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

    นอกจากประโยชน์ต่อตัวนักศึกษาแล้ว ความสำเร็จนี้ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ ช่วยเสริมความเข้มแข็งในการรับสมัครงาน และสร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม

    กระบวนการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรใช้เวลานานกว่า 6 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจากอาจารย์ บุคลากร และการสนับสนุนจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ที่ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งนำไปสู่การรับรองหลักสูตรที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การเรียนรู้ที่มีมาตรฐาน

    การรับรองนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการศึกษาอย่างมีคุณภาพ การสร้างงานที่มีคุณค่า และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการผลิตบัณฑิตที่มีทักษะและความสามารถตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง

  • Halal Route Application กิน เที่ยวทั่วไทย ปลอดภัยสไตล์ฮาลาล

    Halal Route Application กิน เที่ยวทั่วไทย ปลอดภัยสไตล์ฮาลาล

    ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ พัฒนา Halal Route แอปพลิเคชันชี้พิกัดแหล่งร้านอาหาร ที่พัก มัสยิด ทิศละหมาด และสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่สอดคล้องตามหลักการท่องเที่ยววิถีอิสลาม หวังช่วยนักท่องเที่ยวมุสลิมเดินทางในประเทศไทยอย่างสบายใจ และยังเป็นการหนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโต พร้อมรับกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิมที่มีจำนวนมากขึ้น

    การท่องเที่ยวฮาลาล หรือการท่องเที่ยววิถีอิสลาม เป็นทิศทางการท่องเที่ยวที่น่าจับตา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าปี 2567 จะมีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมราว 168 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวก่อนการเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ถึง 5% นักท่องเที่ยวมุสลิมจำนวนมหาศาลเหล่านี้ไปเที่ยวที่ไหนกัน?

    ผลจากการจัดอันดับจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกโดย Mastercard-Crescent Rating Global Muslim Travel Index หรือ GMTI 2024 เผยว่าประเทศไทยเป็นอันดับที่ 32 ที่นักท่องเที่ยวมุสลิมนิยมไป

    ประเทศไทยมีเสน่ห์หลายอย่าง นอกจากธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรมอันงดงามแล้ว ความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่ผู้คนหลายเชื้อชาติและศาสนาอยู่ร่วมกันได้ ก็เป็นจุดขายสำคัญเพราะสังคมมีลักษณะเปิดและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกชาติและศาสนา อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่นักท่องเที่ยวมุสลิมพบเวลาท่องเที่ยวในประเทศไทย คือ การหาร้านอาหารฮาลาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล การหาโรงแรมที่พัก หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีพื้นที่บริการ (เช่น การละหมาด) ถูกต้องตามหลักวิถีอิสลาม

    ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละประมาณ 30 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนักท่องเที่ยว 100 คน จะเป็นชาวมุสลิมอยู่ 20 คน ถือเป็นจำนวนที่เยอะและมีแนวโน้มจะเติบโตมากขึ้นทุกปี อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจึงควรให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ แต่ปัจจุบันการจัดการท่องเที่ยวที่รองรับวิถีการท่องเที่ยวฮาลาลยังไม่เพียงพอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเงื่อนไขในการปรับเปลี่ยนการให้บริการให้ได้มาตรฐานฮาลาลมีความยุ่งยากและมีรายละเอียด การจัดการบริการนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจึงไม่ค่อยแพร่หลายนัก” รองศาสตราจารย์ ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงปัญหาที่นำไปสู่การพัฒนาแอปพลิเคชัน “Halal Route”

    image.png

    1.รองศาสตราจารย์ ดร.วินัย ดะห์ลัน 2.ดร.อาณัฐ เด่นยิ่งโยชน์ 3.คุณอิรฟัน แวหะมะ

    4.คุณซูไนนี มาหะมะ 5.คุณซูไหวน๊ะ สะอิ (เรียงจากซ้ายไปขวา)

    คำว่า วิถีฮาลาลไม่ได้มีแค่เรื่องอาหาร แต่มันครอบคลุมการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้านของชาวมุสลิม แอปพลิเคชันนี้จะเชื่อมโยงการเดินทางท่องเที่ยวทั่วไทยให้พี่น้องมุสลิมจากทั่วโลกเดินทางพร้อมปฏิบัติศาสนกิจได้ตามหลักศาสนาอิสลาม”

    หลังจากที่แอปพลิเคชัน Halal Route เปิดตัวให้ผู้สนใจดาวน์โหลดได้ฟรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ.2020) ก็มีการอัปเดตและอัปเกรดอย่างต่อเนื่อง และได้รับการรีวิวที่ดีจากผู้ใช้งาน รศ.ดร.วินัยมั่นใจว่าแอปพลิเคชัน “Halal Route” จะช่วยผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมได้มากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็ช่วยพี่น้องเพื่อนชาวมุสลิมให้เดินทางท่องเที่ยว กิน พักผ่อนทั่วประเทศไทยได้อย่างสบายใจสอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม

    image.png

    Halal Route Application

    เรื่องต้องใส่ใจในการจัดการท่องเที่ยวฮาลาล (Halal Tourism)

    การท่องเที่ยวฮาลาล หรือ การท่องเที่ยววิถีอิสลาม (Halal Tourism) คือการจัดการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามและค่านิยมของชาวมุสลิม ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินทาง ท่องเที่ยว กิน พักอาศัย เช่น การไม่บริโภคเนื้อสุกร-สัตว์มีพิษ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ละหมาดวันละ เวลา เป็นต้น ซึ่งการจัดบริการ บรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามจะส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมายังประเทศไทย

    รศ.ดร.วินัย แนะ เรื่องที่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวพึงรู้และให้ความสำคัญในการจัดการท่องเที่ยวฮาลาล ได้แก่

    1.      อาหาร – ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวของกลุ่มมุสลิม เพราะชาวมุสลิมจะถูกห้ามไม่ให้บริโภคเนื้อสุกร สุนัข สัตว์มีพิษ สัตว์ที่กินเนื้อเป็นอาหาร สัตว์ที่ตายเอง เหล่านี้ถือว่าเป็นหะรอม หรือผิดหลักศาสนา แต่จะสามารถบริโภคเฉพาะอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลเท่านั้น

    2.      สิ่งอำนวนความสะดวกในการละมหาด – ชาวมุสลิมที่เคร่งครัดจะละหมาดเพื่อแสดงความเคารพต่อพระเจ้าวันละ เวลา คือ ช่วงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น  เที่ยง บ่าย หลังพระอาทิตย์ตก และตอนกลางคืน ดังนั้น สถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวฮาลาล จึงควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการละหมาด เช่น การมีห้องละหมาดแยกชาย-หญิง และการมีสถานที่สำหรับชำระล้างร่างกายก่อนละหมาด เป็นต้น

    3.      การให้บริการในช่วงเดือนรอมฎอน – เป็นเดือนที่ชาวมุสลิมถือศีลอด คือระงับการกิน การดื่ม การสูบ การเสพสุขทางเพศ และพฤติกรรมที่เป็นบาปอื่น ๆ ในช่วงเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก เพื่อแสดงความภักดีต่อองค์อัลเลาะห์ ดังนั้นสำหรับชาวมุสลิมที่จำเป็นต้องออกเดินทางไปต่างแดนในช่วงนี้ จึงมักมองหาโรงแรมและการบริการที่เอื้อต่อการถือศีลอดดังกล่าว เช่น โรงแรมที่สามารถเตรียมอาหารฮาลาลบริการ หรือที่เรียกว่า ซะโฮร์ ให้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เป็นต้น

    4.      สุขอนามัยในห้องน้ำ – “น้ำ” เป็นสิ่งแสดงถึงความบริสุทธิ์ สะอาด และตามหลักศาสนาอิสลาม ความสะอาดทางกายภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญของชาวมุสลิม ชาวมุสลิมจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสุขอนามัยในห้องน้ำ และน้ำที่สะอาด

    5.      กิจกรรมที่ไม่ใช่ฮาลาล – เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ชาวมุสลิมมักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ไม่ใช่ฮาลาล เช่น สถานที่ที่บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานบันเทิง และบ่อนการพนันคาสิโน เป็นต้น

    6.      พื้นที่สันทนาการที่เป็นสัดเป็นส่วนแยกชายและหญิง – การจัดบริการท่องเที่ยววิถีอิสลามแก่ชาวมุสลิมนั้น ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวควรคำนึงถึงพื้นที่ส่วนตัวที่แบ่งแยกชายหญิงชัดเจน เช่น ห้องออกกำลังกาย สปาก็ควรแยกพื้นที่ชายและหญิงออกจากัน หรือหากจำเป็นก็ใช้สถานที่เดียวกันแต่ให้จัดสรรเวลาแยกกัน

    Halal Route App กิน เที่ยว นอนสบายสไตล์ฮาลาล

    คุณอิรฟัน แวหะมะ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ในทีมพัฒนา Halal Route App กล่าวว่า“Halal Route เป็นแอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลสำหรับการค้นหาร้านอาหารฮาลาล มัสยิด สถานที่ละหมาด เวลา-ทิศละหมาด สถานที่ท่องเที่ยว หมู่บ้านหรือชุมชนมุสลิม โรงแรมที่พัก ฯลฯ”

    แอปนี้เชื่อมโยงกับ Google Map ช่วยนำทางนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ แถมรองรับ ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และอารบิก เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมสามารถใช้ชีวิต และท่องเที่ยวสไลต์ฮาลาลในประเทศไทยได้สะดวกสบาย และอุ่นใจยิ่งขึ้น” คุณอิรฟันกล่าวพร้อมเผย ฟีเจอร์เด็ดในแอปพลิเคชัน ดังนี้

    image.png

    หน้าเมนูของแอปพลิเคชัน Halal Route

    เมนูในแอปพลิเคชัน Halal Route

    1.      เมนู ฮาลาลรูท – เป็นแผนที่นำทางที่แสดงตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้ และสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ เช่น มัสยิด ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น โดยระบบจะเชื่อมโยงกับ Google Map และสามารถแสดงเส้นทางเพื่อนำทางผู้ใช้แอปไปสู่จุดหมายปลายทาง

    2.      เมนู ร้านอาหาร – เป็นเมนูที่รวบรวมร้านอาหารฮาลาล พร้อมแบ่งประเภทร้านอาหาร เช่น อาหารไทย อาหารอีสาน ก๋วยเตี๋ยว และสตรีทฟู้ด เป็นต้น เมื่อผู้ใช้งานกดเลือกร้านอาหารฮาลาลที่ต้องการ ระบบจะแสดงรายละเอียดของร้านอาหาร เช่น ประเภทอาหาร เมนูขึ้นชื่อ จำนวนที่นั่ง ที่อยู่ เบอร์โทรร้าน เป็นต้น พร้อมเชื่อมต่อแผนที่ใน Google Map เพื่อนำทางไปยังร้านอาหารแห่งนั้น ๆ

    3.      เมนู โรงแรมที่พัก – เป็นเมนูที่รวบรวมข้อมูลของโรงแรมที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมในประเทศไทยไทย โดยจะมีรายละเอียดของชื่อ-ที่อยู่โรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวก (ห้องละหมาด อาหารฮาลาล) พร้อมเชื่อมโยงแผนที่ของ Google Map เพื่อนำทางผู้ใช้งานไปยังโรงแรมได้

    4.      เมนูมัสยิด – เป็นแผนที่ที่สามารถแสดงตำแหน่งของมัสยิดที่อยู่ใกล้ตำแหน่งของผู้ใช้งาน อีกทั้งยังสามารถปักหมุดเลือกพื้นที่ที่จะไปเพื่อค้นหามัสยิดในพื้นที่นั้นได้ด้วย ซึ่งแอปพลิเคชันจะแสดงแผนที่นำทางไปยังมัสยิดนั้นผ่านระบบของ Google Map

    5.      เมนูทิศละหมาด – เป็นเข็มทิศ สำหรับค้นหาทิศละหมาด นอกจากนี้หากต้องการคำนวณพิกัดพื้นที่ เวลาละหมาด ผู้ใช้งานสามารถปักหมุดสถานที่และค้นหาทิศละหมาดได้

    6.      เมนูเวลาละหมาด – เป็นเมนูที่เชื่อมโยงทั้งสถานที่-วัน-เวลาละหมาด เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถดูได้ทั้งแบบเฉพาะเจาะจงวัน และแบบรายเดือนได้

    7.      เมนู ปฏิทินอิสลาม – เป็นการแสดงปฏิทิน ฮิจเราะห์ศักราช ที่แสดงถึงวันสำคัญ ของศาสนาอิสลาม

    8.      เมนู HAL-Q – เป็นเมนูที่รวบรวมข้อมูลร้านอาหารที่มีศักยภาพในการพัฒนาในด้านคุณภาพของสถานประกอบการ ต่อยอดในด้านระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้าสู่ระบบฐานข้อมูล จะพัฒนาไปถึงระบบ HALAL Blockchain ในอนาคต

    ทางทีมวิจัยได้เพิ่มช่องทางสื่อสารอีกหลายแพลตฟอร์มเพื่อแนะนำร้านอาหารฮาลาล รีวิวเมนูอาหารฮาลาลอร่อย ๆ โรงแรมมีคุณภาพ มัสยิดในเส้นทางท่องเที่ยวในแต่ละภาค บอกเล่ากิจกรรมที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ศาสนาอิสลามด้วย” 

    กดติดตาม เพิ่มเพื่อนได้ที่

    image.png

    TikTok: halalroute

    Halal Route App การันตีมาตรฐานฮาลาล

    ดร.อาณัฐ เด่นยิ่งโยชน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ย้ำจุดเด่นของแอปพลิเคชัน Halal Route ว่าอยู่ที่ข้อมูลที่เชื่อถือได้และครอบคลุมการท่องเที่ยวไทยวิถีฮาลาลมากที่สุดในปัจจุบัน

    ร้านอาหารและสถานที่ที่ปรากฎในแอปพลิเคชันล้วนมีการเยี่ยมชมสถานที่จริง และถูกตรวจสอบตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานหรือองค์กรที่เชื่อถือได้ เช่น การรับรองจากองค์กรศาสนาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอาหารฮาลาล รวมถึงระบบบริหารจัดการเพื่อรับประกันและรับผิดชอบต่อสภาพฮาลาล (ระบบ HAL-Q) เป็นต้น” ดร.อาณัฐกล่าวให้ความมั่นใจ

    คุณอิรฟันหนึ่งในทีมพัฒนา Halal Route App เล่าเสริมถึงการทำงานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้แอปพลิเคชันว่า “ผมและทีมงานไปตรวจคุณภาพร้านและชิมอาหารของแต่ละร้านด้วยตัวเอง บางครั้งก็พาเพื่อนและนักวิจัยต่างชาติที่มาศึกษาดูงานที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลไปทานข้าวร่วมกัน ร้านอาหารฮาลาลอร่อย ๆ ในกรุงเทพและประเทศไทยมีหลายร้านมาก”

    นอกจากการตรวจสอบคุณภาพของร้านอาหารและบริการโดยทีมงานของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลแล้ว ดร.อาณัฐกล่าวว่า ผู้ใช้แอปพลิเคชันเองก็มีส่วนช่วยในการตรวจสอบคุณภาพด้วยเช่นกัน

    ในแอปมีฟังก์ชันให้ผู้ใช้งานสามารถเขียนรีวิว แสดงความคิดเห็นการใช้บริการร้านอาหารและสถานที่ต่าง ๆ ถือเป็นการตรวจสอบคุณภาพร้านค้า เป็นประโยชน์ยิ่งสำหรับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ในการตัดสินใจเลือกบริการร้าน และเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น”

    ดร.อาณัฐเผยว่าปัจจุบัน แอปพลิเคชัน Halal Route มีผู้ประกอบการร้านอาหารอยู่ในฐานข้อมูลจำนวนกว่า 1,100 ราย และยังคงมีการอัปเดตข้อมูลสถานที่และบริการใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทั้งนี้ ข้อมูลร้านอาหารและบริการต่าง ๆ ในแอปพลิเคชันครอบคลุมเส้นทางหลัก เส้นทางในกว่า 40 จังหวัด จากเหนือจรดใต้ของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไป

    Halal Route พร้อมนำทางเที่ยวทั่วไทยใน เส้นทางหลัก

    • Route 1 เส้นทางภาคใต้ (อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา – กรุงเทพมหานคร) ผ่าน 12 จังหวัด (ไม่รวมภาคใต้อันดามัน) ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
    • Route 2 เส้นทางภาคเหนือ (กรุงเทพมหานคร – อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) ผ่าน 16 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงราย กำแพงเพชร ตาก พะเยา เชียงราย
    • Route 3 ภาคอีสาน จังหวัด ได้แก่ สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย
    • Route 4 ภาคตะวันออก จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
    • Route 5 ภาคใต้อันดามัน จังหวัด ได้แก่ ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต ระนอง
    • Route 6 ภาคใต้ จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
    image.png

    การนำทางในแอปพลิเคชัน Halal Route

    อัปเดตและอัปเกรด Halal Route หนุนท่องเที่ยวไทยวิถีฮาลาล

    แอปพลิเคชัน Halal Route เปิดใช้งานมากกว่า ปีแล้ว มียอดการดาวน์โหลดแอปฯ กว่าหนึ่งหมื่นราย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและโอกาสตลาดการท่องเที่ยวฮาลาล ซึ่งในอนาคต รศ.ดร.วินัยเผยว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ มีแผนเพิ่มขีดความสามารถให้แอปพลิเคชัน Halal Route สามารถกดสั่งอาหารได้และกดตัดบัตรชำระเงินได้

    ทีมนักวิจัยจะช่วยกันทบทวนข้อมูลร้านอาหารที่มีอยู่เดิม เพื่อปรับปรุงข้อมูลสถานที่ รูปภาพ เมนูอาหาร รวมถึงสำรวจร้านใหม่ ๆ มัสยิด สถานที่ละหมาด นอกจากนี้ ในปีนี้ เราจะเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นสำหรับชาวมุสลิม ได้แก่ สถานบริการด้านสุขภาพที่เป็นมิตรต่อผู้ป่วยชาวมุสลิม กิจกรรมพิเศษที่ถูกจัดขึ้นทั่วไทยที่มีความเหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจากทั่วโลก เช่น งานวิ่งมาราธอน กิจกรรมทางประเพณีของไทยในวาระต่าง ๆ เป็นต้น”

    สำหรับทีมผู้พัฒนา Halal Route แอปพลิเคชันนี้ไม่ใช่เครื่องมือนำทาง สั่งอาหาร หรืออำนวยความสะดวกสบายให้นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเท่านั้น แต่จะมีส่วนสำคัญในการหนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยวิถีฮาลาลให้เติบโตแบบก้าวกระโดด”

    และที่สำคัญ แอปพลิเคชัน Halal Route จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงชุมชนชาวมุสลิมจากทั่วโลกที่มีโอกาสมาเยือนไทย ได้มาพูดคุย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจในมุมต่าง ๆ ของประเทศไทยด้วย“ รศ.ดร.วินัยกล่าวทิ้งท้าย

    สมัครแอปพลิเคชัน Halal Route

    แอปพลิเคชัน Halal Route พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ว ทั้งระบบ IOS และ Android

    สำหรับบุคคลทั่วไป เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Halal Route แล้วลงทะเบียนเข้าสู่ระบบโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ หรืออีเมล เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วก็พร้อมใช้งานได้เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ค้นหาร้านอาหารไปถึงสถานที่ละหมาด นอกจากนี้ ผู้ใช้งานสามารถกดเลือกภาษาที่ต้องการได้ที่เมนู “บัญชีของฉัน” (My account) ซึ่งระบบมี ภาษาให้เลือก ได้แก่ ไทย อังกฤษ อารบิก

    สำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว หากสนใจจะฝากร้านบนแอปพลิเคชัน Halal Route สามารถติดต่อทางเพจเฟซบุ๊ก Halal Route โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลและติดต่อเข้าตรวจสอบพื้นที่สถานประกอบการ รวมถึงวัตถุดิบต่าง ๆ ก่อนจะนำข้อมูลขึ้นระบบของแอปพลิเคชัน ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้ว ร้านอาหารแห่งนั้นจะได้รับป้ายสัญลักษณ์ Halal Route เป็นสัญลักษณ์การผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาล

    #https://test.learninfinity.net/

  • “สวนสุนันทา” ส่งต่อความห่วงใย สนับสนุนน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดเชียงราย

    “สวนสุนันทา” ส่งต่อความห่วงใย สนับสนุนน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดเชียงราย

    วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดี มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐภัทร แก้วรัตนภัทร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รองศาสตราจารย์ ดร.รจนา จันทราสา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และคณะผู้บริหารสถาบันวิจัยและพัฒนา มอบน้ำดื่มภายใต้แบรนด์ “แก้วเจ้าจอม” จำนวน 72,000 ขวด (6,000 แพ็ค) เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมี ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับมอบ ณ กระทรวงมหาดไทย

    ซึ่งการบริจาคน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติไม่เพียงแต่ช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน แต่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในเป้าหมายที่ 6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล ที่มุ่งเน้นให้ทุกคนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลที่เพียงพอ และการรักษาสุขอนามัยของผู้คนอีกด้วย