Author: ผู้ดูแลระบบ

  • ราชมงคลกรุงเทพรวมพลัง “หนึ่งธง หนึ่งใจ” ส่งกำลังใจสู่ทหารกล้า

    ราชมงคลกรุงเทพรวมพลัง “หนึ่งธง หนึ่งใจ” ส่งกำลังใจสู่ทหารกล้า

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เตรียมจัดกิจกรรมใหญ่ “รวมใจราชมงคลกรุงเทพ หนึ่งธง หนึ่งใจ ส่งสู่ทหารไทยผู้กล้า” เพื่อแสดงพลังแห่งความภักดีต่อชาติ และส่งต่อกำลังใจถึงทหารและบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยจัดขึ้นในวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณหน้าเสาธง อาคารสำนักงานอธิการบดี และสนามฟุตบอล UTK Stadium

    กิจกรรมประกอบด้วย พิธีเคารพธงชาติไทยพร้อมร้องเพลงชาติ เวลา 08.00 น. ณ หน้าเสาธง และการแปรแถวรูปขบวนธงชาติไทย เวลา 09.00 น. ณ สนามกีฬากลาง โดยเปิดรับลงทะเบียนนักศึกษาตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ผ่านลิงก์ https://forms.gle/BaVqD1SV1gcVPoQAA

    ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้แสดงออกถึงความรักชาติผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เช่น การเขียนข้อความลงบน Post-it เพื่อส่งกำลังใจถึงทหารแนวหน้า และขบวนพาเหรด “หนึ่งธง หนึ่งใจ ส่งสู่ทหารไทยผู้กล้า” ที่สื่อถึงความสามัคคีและหัวใจของคนไทยภายใต้ผืนธงไตรรงค์

    สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วม กิจกรรมจะนับเป็นชั่วโมงจิตอาสา โดยกิจกรรมที่ 1 (เคารพธงชาติ) จะได้รับ 3 ชั่วโมง และกิจกรรมที่ 2 (แปรแถวธงชาติ) จะได้รับ 10 ชั่วโมง โดยทั้งสองกิจกรรมให้แต่งกายด้วยชุดนักศึกษา

    กิจกรรมนี้จัดโดยกองพัฒนานักศึกษา ร่วมกับงานประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกรักชาติ และปลูกฝังแนวคิดการไม่ลืมคุณค่าของแผ่นดินไทยให้แก่เยาวชนในรั้วมหาวิทยาลัย

    “เพราะธงไตรรงค์ ไม่ใช่แค่ผืนผ้า — แต่คือหัวใจของคนไทยทุกคน”
    ราชมงคลกรุงเทพขอเชิญทุกคนมาร่วมเป็นพลังแห่งความภักดีและส่งใจถึงทหารกล้าผู้เสียสละ

  • สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. ส่งมอบนวัตกรรมโดรนกู้ภัย เสริมภารกิจช่วยเหลือประชาชน จ.น่าน

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. ส่งมอบนวัตกรรมโดรนกู้ภัย เสริมภารกิจช่วยเหลือประชาชน จ.น่าน

                   สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่งมอบ “นวัตกรรมโดรนกู้ภัยและระบบปฏิบัติการ” แก่ศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเสริมขีดความสามารถในการบริหารจัดการและเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
                   นวัตกรรมโดรนกู้ภัยนี้ถูกออกแบบให้สามารถบินสำรวจพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ช่วยค้นหาผู้ประสบภัย และสนับสนุนการวางแผนการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาภายใต้ความเชี่ยวชาญของสมาคมที่มีบทบาทสำคัญด้านเทคโนโลยีการบินไร้คนขับในประเทศไทย โดยมี นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้ส่งมอบนวัตกรรมดังกล่าวให้แก่ นายอิทธิฤทธิ์ ยะแสง ประธานศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
                   วช. ยังได้ร่วมสนับสนุนการจัดถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที
                   สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้านการบินไร้คนขับเพื่อประโยชน์ของสังคม และพร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือในทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • “ม.กรุงเทพธนบุรี” ศ.ดร.บังอร มอบเงิน 100,000 บาท ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน ไทย–กัมพูชา”

    “ม.กรุงเทพธนบุรี” ศ.ดร.บังอร มอบเงิน 100,000 บาท ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน ไทย–กัมพูชา”

    วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ รัฐสภา คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ร่วมแสดงน้ำใจและความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    ในการนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมทีมงาน ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาอย่างอบอุ่น

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีขอส่งกำลังใจและแรงใจไปยังพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบพร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทต่อการช่วยเหลือสังคม ไม่เพียงด้านการศึกษา แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ แม้ในยามเกิดวิกฤตต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนอีกด้วย

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • ม.รังสิต จัดงานรังสิตวิชาการ ‘68  ชวนเด็กม.ปลาย อาจารย์ ผู้บริหารการศึกษา ส่งผลงานชิงรางวัลกว่า 3 แสนบาท พร้อมทุนการศึกษา

    ม.รังสิต จัดงานรังสิตวิชาการ ‘68 ชวนเด็กม.ปลาย อาจารย์ ผู้บริหารการศึกษา ส่งผลงานชิงรางวัลกว่า 3 แสนบาท พร้อมทุนการศึกษา

     

    มหาวิทยาลัยรังสิต ขอเชิญนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานวิชาการเพื่อเข้าร่วมนำเสนอในงาน รังสิตวิชาการ ’68 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2568 โดยเปิดรับผลงานวิชาการดังนี้ ประเภทที่ 1 การแข่งขันวิชาการ (Academic Competition) ประเภทที่ 2 ผลงานวิชาการมุมมองการศึกษาและนวัตกรรม ( RSU Academic Conference) ประเภทที่ 3 ผลงานสร้างสรรค์ (RSU Showcase) เพื่อชิงรางวัลมูลค่ารวม 300,000 บาท และทุนการศึกษา

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2791-6000 ต่อ 6623, 6626 เว็บไซต์ https://vichakan.rsu.ac.th

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แนะสถานศึกษาเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม ด้วยแนวทางส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยรอบด้าน

    อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แนะสถานศึกษาเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม ด้วยแนวทางส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยรอบด้าน

     

    กรุงเทพฯ – ในขณะที่สถานศึกษาต่างเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับนักเรียนและนักศึกษากลับเข้าสู่รั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในภาคเรียนใหม่ที่กำลังจะมาถึง อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านสุขภาพและความปลอดภัย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในรั้วสถานศึกษา

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการการศึกษาต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน ตั้งแต่ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ไปจนถึงปัญหาด้านความปลอดภัยที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีการประเมินว่าในแต่ละปี เด็กและเยาวชนมากกว่า 246 ล้านคนทั่วโลกตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในสถานศึกษา1 ขณะเดียวกัน มีรายงานเหตุโจมตีโรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา มากถึง 6,000 ครั้งในช่วงปี 2565-2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับช่วงสองปีก่อนหน้า2 นอกจากนี้ ข้อมูลจากระบบให้ความช่วยเหลือของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ยังเผยให้เห็นว่ามีการขอข้อมูลและการสนับสนุนภายในวงการการศึกษา เพิ่มขึ้นถึง 9% ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ พบว่ามีการขอข้อมูลคำเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นต่อเนื่องที่แวดวงการศึกษาต้องดำเนินกลยุทธ์การเฝ้าระวังและปรับตัว3

    นพ. โรดริโก โรดริเกซ-เฟอร์นันเดซ (Dr. Rodrigo Rodriguez-Fernandez) ที่ปรึกษาด้านสุขภาพระดับโลก แผนกสุขภาวะและสุขภาพจิตของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แสดงความเห็นว่า

    “เนื่องจากสถานการณ์ด้านสาธารณสุขโลกในปัจจุบันมีความซับซ้อนนานัปการ สถานศึกษาจึงจำเป็นต้องประยุกต์ใช้แนวทางที่หลากหลายและครอบคลุม เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และความปลอดภัยในรั้วสถานศึกษา ไม่ใช่เพียงแค่รับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องวางกลยุทธ์เชิงรุกในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรอีกด้วย การทำความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จะช่วยให้สถานศึกษาสามารถพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยที่มีความเข้มแข็ง ยืดหยุ่น และปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

    นพ.โรดริโก กล่าวเสริมว่า “เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว สถานศึกษาจำเป็นต้องลงทุนในโครงการให้ความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่นักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร เพื่อให้สามารถตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการดังกล่าวควรครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพเป็นประจำ การให้บริการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต ไปจนถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมการสร้างสุขภาวะ ผ่านกิจกรรมการออกกำลังกายและการสร้างเสริมพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ”

    นอกจากการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยภายในสถานศึกษาแล้ว วงการการศึกษายังควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายนอกสถานศึกษาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทัศนศึกษาหรือโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยเร็ว ๆ นี้จะมีการประกาศใช้มาตรฐาน ISO 31031 เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงอย่างครอบคลุม ทั้งการเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยคำนึงถึงความเปราะบางของผู้เยาว์เป็นหลัก มาตรฐาน ISO 31031 จะช่วยกำหนดแนวทางในการจัดทำแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมนอกสถานที่ การนำมาตรฐานดังกล่าวมาใช้จะช่วยให้สถานศึกษาสามารถยกระดับความปลอดภัยของนักเรียนและนักศึกษาได้อย่างรอบด้าน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มั่นคงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

    เฮนนิง สไนแมน (Henning Snyman) ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แสดงความเห็นว่า

    “สถานศึกษาควรดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยภายในสถานศึกษาที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสการเคลื่อนไหวและการชุมนุมในสถานศึกษาทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สถานศึกษาต้องเตรียมพร้อมรองรับทั้งกิจกรรมในสถานที่และกิจกรรมนอกสถานที่ในภาคเรียนใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ดังนั้น การติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการปรับตัวให้เท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน สถานศึกษาต้องให้ความสำคัญกับการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยและการจัดฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการจากภายนอกอย่างรัดกุม ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการคุ้มครองความปลอดภัยของนักเรียนและนักศึกษาในทุกมิติ

    สถานศึกษาจำเป็นต้องดำเนินกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยอย่างครอบคลุม เพื่อปกป้องนักเรียนและนักศึกษาในทุกบริบท ตั้งแต่การใช้ชีวิตภายในรั้วสถานศึกษา ไปจนถึงการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยกลยุทธ์ดังกล่าวควรครอบคลุมถึงมาตรการความปลอดภัยทางกายภาพที่เข้มแข็ง และความสามารถในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการเตรียมพร้อม ด้วยการจัดฝึกอบรมให้แก่นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถระบุและรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม แนวทางเชิงรุกด้านความปลอดภัยเช่นนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มั่นคง ปลอดภัย และมีความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์”

    ในขณะที่สถานศึกษากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับภาคเรียนใหม่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ขอเสนอคำแนะนำด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ควรพิจารณา ดังนี้

    1. มาตรการความปลอดภัยและการประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุม: ดำเนินการประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอและละเอียดถี่ถ้วน เพื่อระบุอันตรายและช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นภายในสถานศึกษา สร้างความมั่นใจว่าทุกพื้นที่ในสถานศึกษามีความปลอดภัยสำหรับนักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรทุกคน

    2. แนวทางการดูแลสุขภาพและสร้างเสริมสุขอนามัย: ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ เพื่อนำแนวทางการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุมมาปรับใช้ภายในสถานศึกษา พร้อมกับสร้างเสริมสุขอนามัยผ่านการให้ความรู้เรื่องการล้างมืออย่างถูกวิธี มารยาทในการไอและจาม และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพส่วนบุคคล

    3. การฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือเหตุฉุกเฉิน: จัดให้มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคลากร เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนการรับมือเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น การฝึกซ้อมดับเพลิง การดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความพร้อมให้กับทุกฝ่ายในการรับมือกับทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ ควรจัดทำแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่มีความชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขหรือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ

    4. การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต: จัดให้มีบริการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่เหมาะสม ทั้งการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ การจัดหาเครื่องมือและข้อมูลที่จำเป็นต่อการรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอม และควรมีการสื่อสารกับนักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีบริการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่สามารถเข้ารับบริการได้

    5. การพัฒนาแผนความปลอดภัยที่ครอบคลุม: สถานศึกษาควรจัดทำแผนความปลอดภัยอย่างละเอียด โดยระบุแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างครอบคลุม เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยแผนความปลอดภัยดังกล่าวควรได้รับการปรับปรุงอยู่เสมอ และต้องมีการสื่อสารกับนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทุกคนให้รับทราบอย่างทั่วถึงและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้

    6. การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปราศจากการแบ่งแยก: ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาการกลั่นแกล้งและความรุนแรงภายในสถานศึกษาอย่างจริงจัง ผ่านโครงการให้ความรู้และการกำหนดนโยบายต่อต้านการกลั่นแกล้งที่เข้มงวด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาที่ปลอดภัยมากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมการไม่แบ่งแยกและการเคารพซึ่งกันและกันในหมู่นักเรียน นักศึกษา และบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนวัฒนธรรมเชิงบวกภายในสถานศึกษา

    หากสถานศึกษาต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ในการสนับสนุนการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ กรุณาคลิกที่นี่ และหากประสงค์จะประเมินระดับความพร้อม รวมถึงระบุช่องโหว่ของการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ กรุณาคลิกที่นี่ https://assessmyrisks.com/COVID19-return-to-campus

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • มทร.ธัญบุรี เปิดรับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัย 32 อัตรา ทั้งสายสนับสนุนและสายวิชาการ!

    มทร.ธัญบุรี เปิดรับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัย 32 อัตรา ทั้งสายสนับสนุนและสายวิชาการ!

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 รวม 32 อัตรา แบ่งเป็นสายสนับสนุน 7 อัตรา และสายวิชาการ (ตำแหน่งอาจารย์) 25 อัตรา โดยผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 8 – 14 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น
    มทร.ธัญบุรี ประกาศรับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัยเพื่อเสริมอัตรากำลังในหลากหลายสาขา โดยในส่วนของ พนักงานมหาวิทยาลัย สายสนับสนุน เปิดรับจำนวน 7 อัตรา สำหรับผู้ที่มีคุณวุฒิปริญญาตรี โดยจะได้รับอัตราเงินเดือน 19,500 บาท ตำแหน่งที่เปิดรับประกอบด้วย นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ สังกัดคณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ 3 อัตรา, นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ สังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์ 1 อัตรา, เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปปฏิบัติการ สังกัดสถานีวิทยุกระจายเสียง 1 อัตรา, เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปปฏิบัติการ สังกัดกองประชาสัมพันธ์ 1 อัตรา และเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปปฏิบัติการ สังกัดกองยุทธศาสตร์ต่างประเทศ 1 อัตรา

    สำหรับ พนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ ในตำแหน่งอาจารย์ เปิดรับจำนวน 25 อัตรา สำหรับผู้ที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก โดยจะได้รับอัตราเงินเดือน 31,500 บาท คณะที่เปิดรับอาจารย์ได้แก่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม, คณะเทคโนโลยีการเกษตร, คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, คณะบริหารธุรกิจ, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะศิลปกรรมศาสตร์ และคณะการแพทย์บูรณาการ

    ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://rmutt.thaijobjob.com/ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2568 โดยในวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ระบบรับสมัครจะปิดเวลา 16.30 น. และระบบชำระเงินจะปิดเวลา 21.00 น. ขอเชิญผู้ที่สนใจและมีคุณสมบัติตรงตามประกาศเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ มทร.ธัญบุรี

    อย่าพลาดโอกาสเข้าร่วมงานกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี! เตรียมเอกสารให้พร้อมแล้วสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละตำแหน่ง สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์รับสมัคร.

  • จัดให้สายญี่ปุ่น ! ทุนเรียนภาษาญี่ปุ่น75% ทุนเว้นค่าเรียน50% พร้อมโครงการเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะสั้น 1 เดือน

    จัดให้สายญี่ปุ่น ! ทุนเรียนภาษาญี่ปุ่น75% ทุนเว้นค่าเรียน50% พร้อมโครงการเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะสั้น 1 เดือน

    ทุนเรียนภาษาญี่ปุ่น75%
    🎏ทุนเรียนภาษาญี่ปุ่น75% ระยะเวลา1 ปี 6 เดือน-2ปี รอบเมษายน 2569🎏
    📣โรงเรียนวิชาชีพวัฒนธรรมนานาชาติและการบริบาลฮิกาชิคาวะ ภาควิชาภาษาญี่ปุ่น
    📌ให้ทุนละเว้นค่าเรียน75% รวมแล้วกว่า 950,000 เยน
    📌แบ่งชำระค่าเทอมได้
    📌ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเรียนนักศึกษา เปิดรับบุคคลทั่วไป ไม่จำกัดอายุ
    📌ได้ทุนค่าหอพัก หอพักมีข้าวเช้า-เย็นให้ (จันทร์ – เสาร์)
    📌สามารถขอทำงานพิเศษได้
    📌คนในเมืองและโรงเรียนคุ้นชินและยินดีต้อนรับชาวต่างชาติ
    📌มีกิจกรรมร่วมกับนักเรียนญี่ปุ่นในโรงเรียน (ไม่บังคับเข้าร่วม) เช่น กีฬาสี ชมรม เป็นต้น
    📌เดินทางประมาณปลายเดือนมีนาคม-ต้นเมษายน 2569 (ในกรณีเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ตามปกติ)
    .
    🔷ปิดส่งเอกสาร 10 ตุลาคม 2569 (สำหรับผู้อยู่ในโควต้าแล้วเท่านั้น)🔷
    👉ดาวน์โหลดรายละเอียดเอกสารได้ที่: https://drive.google.com/…/1kgFgQ…/view…
    👉โปรแกรมคำนวณเงินในบัญชี:
    ⚠️ถ้าอ่านรายละเอียดแล้วมีข้อสงสัยขอให้สอบถามทางเมลหรืออินบ็อกก่อน
    📌เมื่ออ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้วและต้องการสมัครขอให้กรอกแบบฟอร์มนี้และรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ภายใน 1-3 วันทำการ
    📢ขอให้เริ่มเตรียมเอกสารการสมัครหลังจากสำนักงานติดต่อกลับไปแล้ว สำนักงานขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้ที่ทำตามขั้นตอนที่ได้แจ้งไว้
    .
    ⚠️เมื่อสำนักงานตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น หากครบถ้วนตามกำหนด จะแจ้งให้ชำระเงิน 5,350 บาท(รวมVat)เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์(เข้าโควต้า)⚠️
    ———————————————————–
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
    📧 higashikawa.th@gmail.com
    ☎️ 092-257-5658 หรือ 080-047-5658
    .
    💥ผู้ที่กรอกลงทะเบียนในGoogle formคือผู้ที่ตั้งใจจะสมัครทุนเท่านั้น ถ้ามีผู้ที่สมัครเล่นๆ ทางสำนักงานขอจำกัดสิทธิ์ในการสมัครทุนรอบต่อๆไปหรือเข้ารับสิทธิพิเศษจากทางเมืองฮิกาชิคาวะในอนาคต💥
    ————————————————————
    💬บริการแปลเอกสารแบบ 1 stop service
    เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม
    >สำหรับเอกสารที่ใช้ประกอบการสมัครทุนเท่านั้น
    แปลเอกสาร ไทย-อังกฤษ-ญี่ปุ่น อังกฤษ-ญี่ปุ่น
    เริ่มต้น 300 บาท*
    **ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม7%**
    สามารถติดต่อมาเพื่อสอบถามราคาก่อนได้
    ……………………………………
    ทุนละเว้นค่าเรียน50%
    📣โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโดยเทศบาลเมืองฮิกาชิคาวะ เปิดรับสมัครทุนรอบเมษายน 2569 (ระยะเวลา 1 ปี)📣
    📌ให้ทุนละเว้นค่าเรียน50%
    📌ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเรียนนักศึกษา เปิดรับบุคคลทั่วไป ไม่จำกัดอายุ
    📌ได้ทุนค่าหอพัก หอพักมีข้าวเช้า-เย็นให้ (จันทร์ – เสาร์)
    📌แบ่งชำระค่าเรียนได้
    📌สามารถขอทำงานพิเศษได้ (หลังได้รับอนุญาตจากรร.)
    📌คนในเมืองและโรงเรียนคุ้นชินและยินดีต้อนรับชาวต่างชาติ
    📌เดินทางประมาณปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน 2569 (ในกรณีเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ตามปกติ)
    🔷ปิดส่งเอกสาร 10 ตุลาคม 2568 (สำหรับผู้อยู่ในโควต้าแล้วเท่านั้น)🔷
    👉สามารถอ่านหรือดาวน์โหลดรายละเอียดเอกสารได้ที่:
    ⚠️ถ้าอ่านรายละเอียดแล้วมีข้อสงสัยขอให้สอบถามทางเมลหรืออินบ็อกก่อน
    📌เมื่ออ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้วและต้องการสมัครขอให้กรอกแบบฟอร์มนี้และรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ภายใน 1-3 วันทำการ
    📢ขอให้เริ่มเตรียมเอกสารการสมัครหลังจากสำนักงานติดต่อกลับไปแล้ว สำนักงานขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้ที่ทำตามขั้นตอนที่ได้แจ้งไว้
    .
    ⚠️เมื่อสำนักงานตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น หากครบถ้วนตามกำหนด จะแจ้งให้ชำระเงิน 5,350 บาท(รวมVat)เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์⚠️
    .
    📧 higashikawa.th@gmail.com
    ☎️ 092-257-5658 หรือ 080-047-5658
    .
    💥ผู้ที่กรอกลงทะเบียนในGoogle formคือผู้ที่ตั้งใจจะสมัครทุนเท่านั้น ถ้ามีผู้ที่สมัครเล่นๆ ทางสำนักงานขอจำกัดสิทธิ์ในการสมัครทุนรอบต่อๆไปหรือเข้ารับสิทธิพิเศษจากทางเมืองฮิกาชิคาวะในอนาคต
    …………………………………
    🍁🍁โครงการเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะสั้น 1 เดือน รอบเดือนตุลาคม 2568🍁🍁
    📣เรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น จังหวัดฮอกไกโด ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมสัมผัสอากาศเย็นให้สบายกายสบายใจกันเถอะ!!
    📍ไม่ต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมาก่อนก็ไปได้ 💪
    📍มีสอบวัดระดับก่อนเรียน✍️
    📍เรียนจบได้ใบประกาศนียบัตรด้วยนะ🥳
    📍ไม่จำกัดอายุ
    —————————————————————-
    📣ระยะเวลา:วันที่ 13 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568
    📍สามารถดูรายละเอียดโครงการได้ที่
    📍ลงทะเบียนได้ในฟอร์มนี้เลย
    **โครงการนี้เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลเมืองฮิกาชิคาวะ ประเทศญี่ปุ่น**
    —————————————————
    ✨วิธีสมัคร✨
    1.ดูรายละเอียดและตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อย(ถ้ามีข้อสงสัยขอให้สอบถามทางอินบ็อกเฟสบุ๊คหรือทางโทรศัพท์ก่อน)
    2.กรอกข้อมูลในลิงค์เพื่อสมัคร
    3.สำนักงานติดต่อและส่งใบแจ้งชำระค่าใช้จ่ายให้ผู้สมัคร
    4.ผู้สมัครชำระค่าใช้จ่ายและส่งหลักฐานมาให้สำนักงาน
    5.สำนักงานส่งเมลยืนยันการสมัครและส่งแบบฟอร์มต่างๆ ที่จำเป็นในการสมัคร
  • ปราจีนบุรีเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด – มทร.ธัญบุรี เปิดพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัย 2,000 คน

    ปราจีนบุรีเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด – มทร.ธัญบุรี เปิดพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัย 2,000 คน

    สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้จังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรี เตรียมพร้อมรับมือทุกด้าน จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 8 แห่ง รองรับผู้อพยพได้ถึง 16,000 คน ขณะที่ มทร.ธัญบุรี วิทยาเขตปราจีนบุรี เปิดพื้นที่เป็นศูนย์รับผู้อพยพรองรับได้ 2,000 คน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคช่วยเหลือทั้งผู้ลี้ภัยและผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ

    จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายแดนของจังหวัดสระแก้วและอาจมีการอพยพของประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้ามายังจังหวัดใกล้เคียง จังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรี ได้ประกาศเตรียมความพร้อมเพื่อรับมืออย่างเร่งด่วน

    โดยได้มีการจัดเตรียมสถานที่พักพิงชั่วคราวจำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง ภายในเขตจังหวัดปราจีนบุรี รองรับผู้อพยพได้สูงสุดถึง 16,000 คน เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

    หนึ่งในหน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) วิทยาเขตปราจีนบุรี ซึ่งได้เปิดพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยจัดตั้งเป็น ศูนย์รับผู้อพยพ (สำรอง 1) สามารถรองรับประชาชนที่ต้องอพยพจากพื้นที่ชายแดนได้สูงสุดถึง 2,000 คน

    ขณะเดียวกัน มทร.ธัญบุรี ยังได้ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และชุดเครื่องนอน (การบริจาคจะรับเฉพาะสิ่งของจำเป็นเท่านั้น ไม่รับบริจาคในรูปแบบเงินสดหรือเงินโอนทุกกรณี) เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ลี้ภัยจากสถานการณ์ชายแดนและผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังคงเผชิญกับสภาวะวิกฤต ประชาชนที่ประสงค์จะร่วมบริจาคสิ่งของสามารถนำมามอบได้ที่ ศูนย์รักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (บริเวณข้างสนามกีฬากลาง) โทรศัพท์ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม: 02-549-3195

    นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรี ยังให้ความสำคัญในการสำรองโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดน โดยได้เชิญชวนนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อสนับสนุนการรักษาทั้งทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

    ทั้งนี้ ทางจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ทั้งด้านที่พักพิง ความปลอดภัย และสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต.