Author: ผู้ดูแลระบบ

  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมขับเคลื่อนสังคมผ่านศิลปะกับนิทรรศการ ‘เลือน–จำ’ เสียงสะท้อนจากสองโลก

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมขับเคลื่อนสังคมผ่านศิลปะกับนิทรรศการ ‘เลือน–จำ’ เสียงสะท้อนจากสองโลก

    คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และศูนย์วิจัยนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง ร่วมกับ MMAD ศูนย์สรรพสินค้า ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย จัดนิทรรศการ “เลือน–จำ” หนึ่งคนอยากจำ หนึ่งคนอยากเลือน นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่หยิบยกประเด็นเรื่องเสรีภาพ ความทรงจำ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มาเล่าผ่านชีวิตของผู้ต้องขังและผู้คนภายนอกระบบเรือนจำ ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำ การตีตรา และระบบควบคุมในสังคม ผ่านผลงานการออกแบบในพื้นที่โดยนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 สิงหาคม 2568 ณ โซน มัน มัน ศูนย์สรรพสินค้า ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์  

    ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมทั้งมีการเสวนา “อยากเลือน กลับจํา อย่าจํา กับเรือน” ประสบการณ์ ความทรงจํา และการฟื้นฟู โดยมีคุณชลธิชา ชื่นอุระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด, คุณวลัยลักษณ์ ชุ่มชื่น ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม, คุณนริศ วุฒิสกนธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ (Special Project Manager) บริษัท ซีคอนดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และคุณอินทิรา หงษ์ร่อน หัวหน้าทีมออกแบบนิทรรศการ “เลือน-จำ” มีผู้ดําเนินการเสวนาโดย ผศ.ดร.ฤทธิรงค์ จุฑาพฤฒิกร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    นิทรรศการครั้งนี้ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการนำเสนอผลงานของนักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ได้ร่วมออกแบบและพัฒนางานจัดแสดง โดยใช้องค์ความรู้ด้านการออกแบบเพื่อสร้างบทสนทนาใหม่ๆ ระหว่างศิลปะกับประเด็นทางสังคม ซึ่งสะท้อนถึงการขับเคลื่อน SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ลงมือปฏิบัติจริง เชื่อมโยงกับโลกความเป็นจริง และเสริมสร้างความเข้าใจในปัญหาสังคมเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้งในขณะเดียวกัน ตัวนิทรรศการยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดเผยและตั้งคำถามต่อความเหลื่อมล้ำในระบบยุติธรรม กระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักถึงการดำรงอยู่ของผู้คนที่ถูกผลักออกจากความเท่าเทียมและสิทธิขั้นพื้นฐาน สอดคล้องกับเป้าหมาย SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำภายในและระหว่างประเทศ และยังส่งเสริมแนวคิดเรื่องการเคารพศักดิ์ศรี ความยุติธรรม และการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของ SDG 16: สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง

    นิทรรศการ “เลือน–จำ” จึงเป็นตัวอย่างของการบูรณาการระหว่างศิลปะ การศึกษา และภาคสังคม ที่ไม่เพียงสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และความหวังต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมในสังคม.

  • “มทร.กรุงเทพ” ย้ำรับน้องต้องสร้างสรรค์ ฝ่าฝืนโทษถึงไล่ออก

    “มทร.กรุงเทพ” ย้ำรับน้องต้องสร้างสรรค์ ฝ่าฝืนโทษถึงไล่ออก

    รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ เปิดเผยว่า ขณะนี้ มทร.กรุงเทพได้เปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2568 แล้ว โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการเปิดภาคเรียน คือ ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-11 ก.ค.2568 ทางมหาวิทยาลัยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมรับน้อง เพื่อสานสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้องได้ แต่กิจกรรมดังกล่าวต้องเป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัย เรื่อง มาตรการในการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2568 อย่างเคร่งครัด โดยการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา และมีปณิธานเพื่อถ่ายทอดความสัมพันธ์ของนักศึกษารุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ทำให้เกิดความสามัคคี มีระเบียบวินัย ความภาคภูมิใจในสถาบัน และ เกื้อกูลกันฉันท์พี่น้อง อีกทั้งกิจกรรมรับน้องเน้นสร้างสรรค์ และเสริมสร้างการพัฒนานักศึกษา เป็นไปด้วยด้วยความสมัครใจ ไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั้งร่างกายหรือจิตใจของน้องใหม่ ไม่มีการดื่มสุรา และของมึนเมาทุกชนิดในขณะจัดกิจกรรม ส่วนเวลาของการจัดกิจกรรมรับน้องในแต่ละวันต้องไม่เกิน 21.00 น. และห้ามรับน้องนอกสถานที่เด็ดขาด หากมีนักศึกษาฝ่าฝืนมาตรการ มีการทะเลาะวิวาท และทำให้เกิดความรุนแรงจะมีโทษไล่ออกจากการเป็นนักศึกษาทันที
    รศ.ดร.พิชัย กล่าวว่า ตนเน้นย้ำมาตลอดว่าต้องการเห็นมหาวิทยาลัยของเราเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข ต้องทำให้รุ่นพี่รุ่นน้องอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และให้โจทย์ว่าต้องไม่มีการทะเลาะวิวาท หรือ กดขี่ข่มเหง บังคับฝืนใจรุ่นน้อง ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ต้องรับน้องอย่างสร้างสรรค์รวมทั้งนักศึกษาทุกคนต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามกฏระเบียบ มีการปลูกฝังเรื่องบุคลิกภาพที่ดีของนักศึกษามทร.กรุงเทพ จากเดิมที่เราอาจจะเห็นเด็กช่างบางคนใส่กางเกงยีนส์ ใส่เสื้อช็อปไม่ถูกต้อง ดูแล้วไม่เหมาะสม ขอให้ใส่ชุดนักศึกษาให้ถูกต้อง และห้ามเด็ดขาด “นักเรียน นักเลง“
    ด้าน ผศ.ชัยศักดิ์ คล้ายแดง รองอธิการบดี มทร.กรุงเทพ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรับน้องต้องมีอาจารย์คอยดูแล ที่สำคัญจะมีกลุ่มขับเคลื่อนงานกิจกรรมรับน้องและร้องเพลงเชียร์ โดยความร่วมมือจากอธิการบดี ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณบดี รองคณบดี ที่จะมาช่วยกันดูแลกิจกรรมดังกล่าวด้วย ซึ่งมีการเฝ้าระวังจากภายในมหาวิทยาลัย โดยจะมีทีมม้าเร็ว ประกอบด้วยอาจารย์ เจ้าหน้าที่ จากทุกคณะ ที่คอยสอดส่องดูแลการจัดกิจกรรม ขณะเดียวกันมีมาตรการเฝ้าระวังจากภายนอกมหาวิทยาลัย โดยการประสานตำรวจสายสืบ สน.ทุ่งมหาเมฆ มาช่วยสอดส่องดูแลด้วย ส่วนกิจกรรมรับน้องที่เด่นๆในปีนี้ เช่น ทางมหาวิทยาลัยจะมีกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคมโครงการปลูกต้นไม้ในช่วงวันเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 กิจกรรมพารุ่นน้องไปปล่อยเต่า ปลูกปะการัง และเก็บขยะที่บริเวณชายหาดแถวอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้มีจัดฟรีคอนเสิร์ต ที่จะมีวง Big Ass The Whitest Crow และ Fool Step ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มาจัดแสดงในวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ที่ มทร.กรุงเทพ เพื่อเป็นการต้อนรับและรับขวัญน้องใหม่เข้าสู่บ้านหลังใหม่ บ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความรักและความรู้สึกดี ๆ ของรุ่นพี่ รุ่นน้องด้วย
    “อย่างไรก็ตามผมฝากน้องใหม่หรือเฟรซชี่ทุกคนที่เข้ามาเรียนใน มทร.กรุงเทพ ขอให้ตั้งใจเรียน นอกจากเรียนวิชาการแล้ว อยากให้เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยด้วย เพราะเราอยากได้เพชรราชมงคลของมทร.กรุงเทพ ที่สำเร็จการศึกษาออกไปแล้วเป็นคนดีของสังคม เป็นบัณฑิตนักปฏิบัติ เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ 4 ด้าน คือ ดี เด่น เน้น และ สร้าง ที่ว่าดีคือดีทางด้านคุณธรรม จริยธรรม เด่นทางด้านเทคโนโลยีนวัตกรรม เน้นการสื่อสาร การทำงานเป็นทีมและ การสร้างสิ่งใหม่ ๆ และสุดท้ายสร้างสุขภาวะจิต คือการฝึกสร้างจิตอาสาในการเป็นผู้ให้“ ผศ.ชัยศักดิ์ กล่าว
  • ผบช.สตม. ลงพื้นที่ตรวจจุดผ่านแดนศรีสะเกษ-สุรินทร์ หนุนภารกิจด้านความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา

    ผบช.สตม. ลงพื้นที่ตรวจจุดผ่านแดนศรีสะเกษ-สุรินทร์ หนุนภารกิจด้านความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา

     

    เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่เจ้าหน้าที่ ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และจุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

    ในการนี้ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เข้าร่วมประชุมและรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน จาก พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 พร้อมทั้งมอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตรวจคนเข้าเมือง จ.ศรีสะเกษ และตรวจคนเข้าเมือง จ.สุรินทร์ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่ภายใต้การดูแลของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 มีช่องทางธรรมชาติและช่องทางการค้าติดชายแดนกัมพูชาอยู่หลายแห่ง

    นอกจากนี้ยังได้มีการประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติให้กับภารกิจของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อีกด้วย

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ จัดสัมมนา “AI เพื่อสังคม 2025” เปิดพื้นที่เสนอแนวทางการใช้ AI ในสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ จัดสัมมนา “AI เพื่อสังคม 2025” เปิดพื้นที่เสนอแนวทางการใช้ AI ในสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

     

    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานวิจัยในจุฬาฯ จัดสัมมนาวิชาการ “AI เพื่อสังคม 2025: ปัญญาประดิษฐ์เปลี่ยนอนาคตไทย” เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ณ Social Innovation Hub อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ เพื่อจุดประกายความคิดและวางแนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีจริยธรรม ครอบคลุม และยั่งยืนในสังคมไทย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของมหาวิทยาลัยไทยในยุค AI เปลี่ยนโลก” โดยเน้นย้ำว่า “การศึกษาต้องไม่เพียงให้ความรู้เท่าทันเทคโนโลยี แต่ต้องสร้างสำนึกและโครงสร้างสังคมใหม่ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในอนาคต AI อย่างเท่าเทียม”

    ในยุคที่ Generative AI แทรกซึมเข้าสู่ทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่ระบบแรงงานไปจนถึงการศึกษา งานสัมมนาครั้งนี้เน้นให้เห็นถึง “โอกาส” ที่เทคโนโลยีจะเพิ่มขีดความสามารถของสังคมไทย ในขณะเดียวกัน “ความเสี่ยง” ที่จะทวีความเหลื่อมล้ำและทำให้ผู้คนบางกลุ่มถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

    การสัมมนาครั้งนี้กล่าวรายงานโดย รศ.ดร.อุ่นเรือน เล็กน้อย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ การนำเสนอผลการศึกษา “AI in Thai Society” โดยนักวิจัยจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ซึ่งเผยให้เห็นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยยังขาดความรู้เท่าทัน AI กลุ่มแรงงานระดับล่างมีโอกาสถูกแทนที่โดยเทคโนโลยี รวมทั้งการใช้ AI ในระบบการศึกษาอาจกระทบจริยธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน

    ผู้เข้าร่วมงานสัมมนายังได้สัมผัสนิทรรศการ AI แบบอินเทอร์แอคทีฟ เพื่อเรียนรู้ว่า “เราเป็น AI ประเภทใด” ผ่านแบบทดสอบสนุก ๆ ที่กระตุ้นให้แต่ละคนหันกลับมาทบทวนบทบาทของตนในโลกที่เทคโนโลยีกำลังนิยามตัวตนของเรา

    นอกจากนี้ยังมีการเสวนา “Thailand Reimagined: When AI Designs the Future” โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาคแรงงาน ภาคสิ่งแวดล้อม และภาคเอกชน ร่วมเสนอทางออกในการออกแบบนโยบายที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การคุ้มครองสิทธิพลเมืองในยุคดิจิทัล และการป้องกันอคติที่ AI อาจผลิตซ้ำ

    ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้มอบ 7 รางวัลสำหรับผลงาน Generative AI โดดเด่น ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้นวัตกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน นักวิจัย และผู้ประกอบการไทย

    งานสัมมนานี้ไม่เพียงเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับ AI เท่านั้น แต่ยังปลุกกระแสสังคมให้ตั้งคำถามว่า “เราจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไร ให้เป็นธรรม ครอบคลุม และมีจริยธรรม” รวมถึง “เราจะสร้างคนให้มีปัญญาเพื่อสร้าง ควบคุม และใช้เทคโนโลยีอย่าง AI อย่างเท่าทัน” ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันจุฬาฯ สู่การเป็นมหาวิทยาลัยนำทางความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในยุค AI

     

     

    อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.chula.ac.th/news/244872/

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ส่งเสริมความร่วมมืออย่างยั่งยืนผ่านเทศกาลอาหารไทยที่ภูฏาน

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ส่งเสริมความร่วมมืออย่างยั่งยืนผ่านเทศกาลอาหารไทยที่ภูฏาน

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ส่งเสริมความร่วมมืออย่างยั่งยืนผ่านเทศกาลอาหารไทยที่ภูฏาน

     “รสชาติแบบไทย ความอบอุ่นแห่งภูฏาน” 

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมจัดงาน “เทศกาลอาหารไทย 2025: รสชาติแบบไทย ความอบอุ่นแห่งภูฏาน” ณ กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน สะท้อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามพันธกิจของ อาจารย์ภูรัตน์  โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ได้ปักธงด้านความยั่งยืนให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมในเวทีวิชาการงานมหกรรมคุณภาพมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2567 ที่ผ่านมา

     โดยเทศกาลอาหารไทยนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ Royal Institute for Tourism and Hospitality (RITH) ภายใต้การนำของอาจารย์เจิมสุดา มานะกุล คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว ที่นำทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ 2 คน คือ อาจารย์สุถี เสริฐศรี อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการการโรงแรม และอาจารย์ Andhika Pradana อาจารย์ประจำสาขา Culinary Arts and Design, Bangkok University International พร้อมตัวแทนนักศึกษา 4 คน เดินทางไปถ่ายทอดองค์ความรู้การทำอาหารไทยในรูปแบบที่ยั่งยืน

    ก่อนวันเปิดเทศกาลอาหารไทย มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ร่วมกับ RITH จัดโครงการฝึกอบรมการทำอาหารไทยระยะเวลา 5 วัน เพื่อสร้างประสบการณ์การทำอาหารจริงและส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม เป็นตัวอย่างของการส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ซึ่งผู้เข้าร่วมจากโรงแรมและร้านอาหารในท้องถิ่น ตลอดจนคณาจารย์และนักศึกษาจาก RITH ได้รับการถ่ายทอดความรู้เทคนิคการทำอาหารไทยควบคู่กับการเรียนรู้การผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นของภูฏานอย่างสร้างสรรค์ โดยผู้เข้ารับการอบรมทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตร Certificate of Completion: Thai Cuisine Training Program ที่รับรองจาก RITH และ Bangkok University อีกด้วย

    อาจารย์เจิมสุดา กล่าวว่า “โครงการฝึกอบรมในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนทางการทำอาหาร แต่คือการเดินทางร่วมกันของการเรียนรู้ การชื่นชมวัฒนธรรม และมิตรภาพ หวังว่าความรู้และประสบการณ์ที่แบ่งปันในเทศกาลนี้จะสร้างแรงบันดาลใจและเสริมพลังให้กับทุกคน” การถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างทักษะด้านการประกอบอาหารแต่ยังสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ SDG 4 ที่ต้องการให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

    เทศกาลอาหารไทย 2025 ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาทักษะของบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการของภูฏาน โดยได้รับเกียรติจาก ท่านรัฐมนตรี ยีซัง เด ตาปา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและพัฒนาทักษะของภูฏาน เป็นประธานในงาน แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนจากระดับนโยบายที่จะทำให้ความร่วมมือนี้มีความยั่งยืนและขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้าร่วมจากโรงแรมและร้านอาหารท้องถิ่นได้รับความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างงานที่มีคุณภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สอดรับกับเป้าหมาย SDG 8 ที่มุ่งส่งเสริมการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน 

    หัวใจสำคัญของเทศกาลคือการนำเสนอเมนูอาหารไทยที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของภูฏาน โดยนำเสนอเมนูที่แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่าง ช่อม่วง ยำวุ้นเส้นโบราณ ต้มข่าไก่ ไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว รวมถึงประยุกต์ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของภูฏาน เช่น ต้มยำ Crawfish ผัดกระเพรา Sikum เมนูอาหารเหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความหลากหลายทางอาหาร แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของภูฏาน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นจุดขายใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ รวมถึงการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากภายนอก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่น สอดคล้องกับหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืน

    ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างสถาบันการศึกษา ภายใต้บันทึกข้อตกลง (MoU) ระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และกระทรวงศึกษาธิการและการพัฒนาทักษะแห่งราชอาณาจักรภูฏาน (MoESDซึ่งมีเป้าหมายหลากหลายมิติ ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนาทักษะผ่านโครงการฝึกอบรมร่วม การเพิ่มคุณภาพการบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ การสร้างความสัมพันธ์ทางวิชาการระหว่างสถาบัน และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืน

    นอกจากนี้โครงการนี้ยังสะท้อนการใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการสร้าง “สะพานเชื่อมวัฒนธรรม” โดยไม่ทำลายเอกลักษณ์ของท้องถิ่น แต่กลับส่งเสริมการนำวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ร่วมกับเทคนิคการทำอาหารไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยั่งยืน ที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างสองวัฒนธรรม สนับสนุน SDG 17 ที่มุ่งเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

    เทศกาลอาหารไทยที่ภูฏานในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่างานสาธิตการประกอบอาหารไทย แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนผ่านการศึกษาและวัฒนธรรม ผลลัพธ์ที่ได้จะขยายผลไปสู่การพัฒนาหลักสูตรร่วม การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ และการสร้างโครงการวิจัยร่วมในอนาคต โครงการนี้ยังเป็นการยืนยันบทบาทสำคัญของสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการสร้างความร่วมมือที่เน้นการแลกเปลี่ยนความรู้ การส่งเสริมทักษะ และการสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

    ด้วยความสำเร็จของเทศกาลอาหารไทย 2025 นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพและสถาบันการศึกษาในภูฏาน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ Soft Power ในรูปแบบของอาหารและวัฒนธรรม ถือเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ยั่งยืน ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรมที่เสริมสร้างความเข้าใจระหว่างสองประเทศ และยังเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในการใช้การศึกษาและวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาที่ยั่งยืน 

  • มหาวิทยาลัยสยาม จัดพิธีประสาทปริญญาประจำปี 2568 “แสนรอยยิ้ม แสนความประทับใจ สู่ความสำเร็จในวันนี้”

    มหาวิทยาลัยสยาม จัดพิธีประสาทปริญญาประจำปี 2568 “แสนรอยยิ้ม แสนความประทับใจ สู่ความสำเร็จในวันนี้”

    แสนรอยยิ้ม แสนความประทับใจ สู่ความสำเร็จในวันนี้

    มหาวิทยาลัยสยาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 50 ปี ในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับใช้สังคมและประเทศชาติ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ผลิตบัณฑิตออกมาแล้วกว่า 100,000 คน

    ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยสยามจะจัดพิธีประสาทปริญญาประจำปี 2568 ณ True Icon Hall ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อแสดงความยินดีและเป็นเกียรติแก่บัณฑิตทุกท่าน ที่ได้ก้าวสู่ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งในชีวิต

    กำหนดพิธีประสาทปริญญาบัตร ประจำปี 2568 พิธีซ้อมย่อย และภ่ายภาพหมู่

    ในวันเสาร์ที่ 19 และวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2568  เวลา 9.00-17.00 ณ อาคาร 12 ชั้น 4

    วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568

    รอบเช้า  : คณะบริหารธุรกิจ  คณะเภสัชศาสตร์

    รอบบ่าย:คณะนิเทศศาสตร์   International College   คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  คณะนิติศาสตร์

    วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2568 

    รอบเช้า  ; คณะวิศวกรรมศาสตร์  คณะศิลปศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง

    รอบบ่าย: บัณฑิตวิทยาลัย คณะพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์

    กำหนดพิธีประสาทปริญญาบัตร ประจำปี 2568 พิธีซ้อมใหญ่ อาคาร 12 ชั้น 4

    วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568  รอบเช้า 8.00-11.30 น

    กำหนดการพิธีมอบเหรัยญเกียรตินิยม ประจำปี 2568

    วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568  รอบเช้า 10.30-11.30 น

    รอบเช้า เวลา 10.30-11.30 น

    • International College คณะแพทยศาสตร์   คณะพยาบาลศาสตร์    คณะเภสัชศาสตร์  วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง

    รอบบ่าย  เวลา 15.00-16.00 น

    • คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  คณะนิเทศศาสตร์   คณะนิติศาสตร์  คณะบริหารธุรกิจ

  • กีฬาโรงเรียนกีฬา ครั้งที่ 26 อุบลราชธานีเกมส์ และ กีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “พลศึกษาเกมส์” จ.สุโขทัย ประกาศความพร้อม

    กีฬาโรงเรียนกีฬา ครั้งที่ 26 อุบลราชธานีเกมส์ และ กีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “พลศึกษาเกมส์” จ.สุโขทัย ประกาศความพร้อม

     

                               นายกฤษฎา ตันเทิดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 “อุบลราชธานีเกมส์” ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี และการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “พลศึกษาเกมส์” ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย โดยมี นายวิษณุ ไล่ชะพิษ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พร้อมด้วย ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, ดร.บุญสันต์ ศรีขันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี และ ดร.วิเชียร วงค์วัน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตสุโขทัย ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุม SKY ชั้น 18 โรงแรมอเล็กซานเดอร์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมา  ท่ามกลางรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 17 วิทยาเขต, ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬา 13 แห่ง

                             สืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มอบหมายให้โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 “อุบลราชธานีเกมส์” ระหว่างวันที่ 16 – 25 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี และมอบหมายให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “พลศึกษาเกมส์” ระหว่างวันที่ 1 – 10 กันยายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จึงจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาดังกล่าวแก่สื่อมวลชน พร้อมผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นที่รับทราบอย่างกว้างขวางต่อไป

                            ดร.บุญสันต์ ศรีขันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงความในการเป็นเจ้าภาพกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 “อุบลราชธานีเกมส์” ว่า “ตอนนี้เรื่องที่พัก เราพร้อม 100% ทั้งของต่างประเทศและในไทย เพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางจังหวัด ส่วนเรื่องกีฬาทั้ง 16 ชนิด ก็มีความพร้อมได้มีการประชุมด้านเทคนิคไปสองรอบแล้ว ในส่วนพิธีเปิดการแข่งขัน เราใช้สนามกีฬากลาง ของทางโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง เป็นสถานที่เปิดการแข่งขัน ดังนั้นจึงอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านถ้ามีโอกาส อยากให้มาเยือนถิ่นเมืองดอกบัว จ.อุบลราชธานี เพื่อให้กำลังใจกับนักกีฬาจากทั่วประเทศและต่างประเทศครั้งนี้ด้วยครับ”

    ด้าน ผอ.สมจิต บุญคงเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวถึงความพร้อมของทางโรงเรียนว่า “ปีนี้เด็กนักเรียนของเราที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 “อุบลราชธานีเกมส์” ระหว่างวันที่ 16 – 25 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี มีความพร้อม เพราะเป็นเยาวชนที่กำลังเติบโตมาเป็นกำลังหลักของทางโรงเรียน และจะต่อยอดขึ้นไปนักกีฬาระดับทีมชาติต่อไป ในอนาคต มีหลายชนิดกีฬาที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี มีนักกีฬาที่มีความพร้อม แต่ว่าไม่ได้จัดแข่งขันเนื่องจากไม่ครบสามทีม เช่นกีฬายิงปืน  กีฬาเทนนิส  กีฬาซอฟท์บอล กีฬาเบสบอล เป็นต้น แต่สำหรับกีฬาว่ายน้ำ ทางโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีก็หวังเอาไว้ แต่ติดที่สิงคโปร์ ก็เอารุ่นเล็กมาร่วมการแข่งขัน สำหรับกีฬาประเภททีม เราก็มีความหวัง ยกตัวอย่าง กีฬาวอลเลย์บอลชาย เพราะโค้ชเราเก่งและเด็กนักกีฬาชุดนี้ ก็ได้แชมป์กีฬาเยาวชนแห่งชาติปีนี้ ด้าน กรีฑา มวยปล้ำ ยูโด ยกน้ำหนัก ฟุตบอลชาย และทุกชนิดกีฬาทั้งผู้ฝึกสอนและนักกีฬาเขามีความตั้งใจ แม้ว่ามวยไทย เราจะเพิ่งเปิดเป็นปีแรก แต่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอร่วมเป็นกำลังใจด้วยค่ะ”

    การแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 “อุบลราชธานีเกมส์” ระหว่างวันที่ 16-25 กรกฎาคม 2568 เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติ จำนวน 16 ชนิด มีผู้แข่งขันจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย ณ สนามการแข่งขันภายในจังหวัดอุบลราชธานี 15 ชนิดกีฬา และที่ระยอง

    กรีฑา แข่งขันที่ โรงเรียนกีฬา จ.อุบลฯ (19-23 ก.ค.68)
    คาราเต้ แข่งขันที่ โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว (18-19 ก.ค.68)
    เซปักตะกร้อ แข่งขันที่ โรงเรียนกีฬา จ.อุบลฯ (16-25ก.ค.68)
    เทควันโด แข่งขันที่ โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว (20 ก.ค.68)
    ปันจักสีลัต แข่งขันที่ โรงเรียนเมืองอุบลฯ (22-24ก.ค.68)
    ฟุตบอล แข่งขันที่ ม.ราชภัฏอุบลฯ / สนามกีฬากลาง ทุ่งบูรพา / โรงเรียนนารีนุกูล (15-25ก.ค.68)
    ฟุตซอลชาย/หญิง แข่งขันที่ ม.ราชภัฏอุบลฯ / สนามกีฬากลาง ทุ่งบูรพา (16-23ก.ค.68)
    มวยสากลสมัครเล่น แข่งขันที่ วิทยาลัยเทคนิคอุบลฯ (17-25ก.ค.68)
    มวยไทยสมัครเล่น แข่งขันที่ ม.ราชภัฏอุบลฯ (17-25ก.ค.68)
    มวยปล้ำ แข่งขันที่ โรงเรียนเมืองอุบลฯ (18-20ก.ค.68)
    ยกน้ำหนัก แข่งขันที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการฯ(17-21ก.ค.68)
    ยูโด แข่งขันที่โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว (22-24ก.ค.68)
    ยิงธนู แข่งขันที่ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 (21-23ก.ค.68)
    เรือพาย แข่งขันที่ ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี จ.ระยอง (18-20ก.ค.68)
    ว่ายน้ำ แข่งขันที่ ม.ราชภัฏอุบลฯ (บ้านยางน้อย) (17-19ก.ค.98)
    วอลเลย์บอล แข่งขันที่ ม.ราชภัฏอุบลฯ / โรงเรียนวารินชำราบ (16-23ก.ค.68)
    แฮนด์บอล แข่งขันที่ โรงเรียนกีฬา จ.อุบลฯ (18-23ก.ค.68)

     

    โรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 26 “อุบลราชธานีเกมส์”
    ระหว่างวันที่ 16 – 25 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี

    โรงเรียนกีฬาสังกัดมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ

    1 โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น
    2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี
    3 โรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง
    4 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช
    5 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์
    6 โรงเรียนกีฬาจังหวัดยะลา
    7 โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง
    8 โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ
    9 โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี
    10 โรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง
    11 โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี
    12 โครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่
    13 โครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครนายก

    โรงเรียนกีฬาสังกัดกรุงเทพมหานคร

    14 โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร

    โรงเรียนกีฬาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด

    15 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม
    16 โรงเรียนกีฬาจังหวัดหนองคาย
    17 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    18 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
    19 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร
    20 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด
    21 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
    22 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัด นครราชสีมา (โตนดพิทยาคม)
    23 โรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย

    โรงเรียนกีฬาสังกัดเทศบาล

    24 โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม
    25 โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์
    26 โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา
    27 โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
    28 โรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองทุ่งสง
    29 โรงเรียนเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
    30 โรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา ๖
    31 โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม)
    32 โรงเรียนเทศบาล 1 “บุรีราษฎร์ดรุณวิทยา”

    กระทรวงศึกษาธิการ (โครงการห้องเรียนกีฬา)
    33 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ชัยภูมิ
    34 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทร์

    สมุทรสาครฯ
    35 โรงเรียนราชินูทิศ ๒
    36 โรงเรียนสารคามพิทยาคม

    กระทรวงศึกษาธิการ (โครงการห้องเรียนสานฝัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้)
    37 โรงเรียนเบตง “วีระราษฎร์ประสาน”
    38 โรงเรียนทุ่งยางแดงพิทยาคม

    โรงเรียนกีฬา ประเทศสิงคโปร์

    39 Singapore Sports School

    โรงเรียนกีฬา ประเทศบรูไน

    40 Brunei Darussalam Sports School

    โรงเรียนกีฬา ประเทศมาเลเซีย

    41 Kuala Lumpur Sports School
    42 Perak Sports School
    43 Malaysia Pahang Sports School
    44 Malaysia Sabah Sports School
    45 SSN Melaka Sports School
    46 Tunku Mahkota Ismail Sports School
    47 Malaysia Terengganu Sports School
    48 SMK Bukit Nenas Sports School
    49 SMK Seri Pengkalan Sports School
    50 Kerian Sports School Project

    โรงเรียนกีฬา ประเทศอินโดนีเซีย

    51 SKOI Kalimantan Timur Sports School

     

    มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “พลศึกษาเกมส์” ระหว่างวันที่ 1 – 10 กันยายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย

    1 วิทยาเขตชลบุรี
    2 วิทยาเขตเชียงใหม่
    3 วิทยาเขตศรีสะเกษ
    4 วิทยาเขตสุพรรณบุรี
    5 วิทยาเขตลำปาง
    6 วิทยาเขตกรุงเทพ
    7 วิทยาเขตชัยภูมิ
    8 วิทยาเขตสุโขทัย
    9 วิทยาเขตตรัง
    10 วิทยาเขตอ่างทอง
    11 วิทยาเขตชุมพร
    12 วิทยาเขตกระบี่
    13 วิทยาเขตอุดรธานี
    14 วิทยาเขตยะลา
    15 วิทยาเขตเพชรบูรณ์
    16 วิทยาเขตมหาสารคาม
    17 วิทยาเขตสมุทรสาคร

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล แสดงความยินดีและร่วมสนับสนุน ทีมฟุตบอลมกธ. 1 แสนบาท คว้าแชมป์ Chang U-CHAMPION CUP 2025

    ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล แสดงความยินดีและร่วมสนับสนุน ทีมฟุตบอลมกธ. 1 แสนบาท คว้าแชมป์ Chang U-CHAMPION CUP 2025

     

     ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งได้แสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ทัพนักกีฬาฟุตบอลทีมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หลังจากคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอลรายการ “Chang U-CHAMPION CUP 2025” พร้อมกับมอบเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจแก่ทัพนักกีฬา ที่อาคารดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    ทีมฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอล “Chang U-CHAMPION CUP 2025” การแข่งขันฟุตบอลระดับอุดมศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลังจากเอาชนะทีมมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ ไปด้วยสกอร์ 6 ต่อ 5 (ในเวลาเสมอ 2 ต่อ 2) พร้อมทั้งได้รับรางวัล สุดเอ็กซ์คลูซีฟในแคมเปญ Dream Prize ไปเปิดประสบการณ์ระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ

    ทั้งนี้อธิการบดีได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมทีมแชมป์ฟุตบอล โดยให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานักศึกษาให้มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านวิชาการและกิจกรรมเสริมหลักสูตร

    โดยการมอบเงินรางวัลให้กับทีมแชมป์ฟุตบอล Chang U-CHAMPION CUP 2025 เป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ทีมนักกีฬาที่ได้แสดงความสามารถอย่างโดดเด่นในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งภายในงานมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา และทีมแชมป์ฟุตบอล เข้าร่วมงาน และบันทึกความทรงจำอันมีค่าของผลงานนี้ ซึ่งมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมส่งเสริมการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความเป็นเลิศทั้งด้านวิชาการและด้านกีฬาสู่สากล

     

     

    #https://test.learninfinity.net/