Author: ผู้ดูแลระบบ

  • เด็กท่องเที่ยว ม.รังสิต พาไขสูตรลับเที่ยวยังไงให้โลกจำ

    เด็กท่องเที่ยว ม.รังสิต พาไขสูตรลับเที่ยวยังไงให้โลกจำ

     

    สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต เชิญชวนเข้าร่วมโครงการสัมมนา หัวข้อ “How Travel Influencers Make a Living : เปิดสูตรลับ เปลี่ยนการเที่ยวให้เป็นเงินล้าน” สำหรับผู้ที่ฝันอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว ในวันอังคารที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้อง 6-200 อาคารพิฆเนศ Student Center (อาคาร6) มหาวิทยาลัยรังสิต

    ภายในงานพบกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ก้าวจากศูนย์สู่เงินแสนด้วยคอนเทนต์สายเที่ยว คุณอิสระ ฮาตะ และคุณธชา คงคาเขตร จากช่อง RUBSARB ให้เกียรติเป็นวิทยากรในการแชร์เทคนิคการสร้างตัวตนให้คนอยากติดตาม และทำคอนเทนต์ยังไงให้คลิปไวรัล

    สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/2YX5FzVDV3dDHqyr9  เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook : https://www.facebook.com/RSUtourism?locale=th_TH

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • Soft power muay Thai มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา! เป็นอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

    Soft power muay Thai มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา! เป็นอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

     

    มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา! ‘จ้าวเสือใหญ่’ กับการเดินทางจากเด็กเกเรสู่ซุปเปอร์สตาร์ นี่คือประวัติศาสตร์ของวงการมวยไทย “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” เป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงในเวที ONE ลุมพินี มีผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่น่าจับตามอง เขาได้รับความสนใจจากแฟนๆ มวยไทยอย่างมาก ด้วยทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งและสไตล์การชกที่ดุดัน ที่ล่าสุด จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี โชว์ฟอร์มสดชนะน็อคเอาท์ยกที่2 “เดนิส พูริช” ในศึก ONE ลุมพินี เมื่อได้รับเชิญมา พูดคุย ในรายการ DRAFT Story 101 ณ สนามฝึกซ้อมมวย มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    โดย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตวัยเด็กคนหนึ่ง สู่จอมเข่าลอยระดับประเทศ “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” นักมวยผู้ไม่เคยยอมแพ้ ที่เริ่มต้นจากแค่ความสนุกในวัยเด็ก แต่ด้วยใจรักและความมุ่งมั่น ทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นนักมวยอาชีพที่มีรายได้หลักล้านแม้มีชื่อเสียง แต่ก็ไม่เคยทิ้ง”การเรียน” เพราะเชื่อว่าความรู้คือพื้นฐานชีวิตหลังเลิกชก

    “รศ.ดร.ดวงฤทธิ์” ซึ่งเคยเป็นผู้จัดการทีมชาติมวยไทย กล่าวว่า จะมีกีฬากี่ประเภทที่คนทั่วโลกรู้จัก และจะมีกีฬาสักกี่ประเภทที่ทุกคนทั่วโลกให้ความชอบ ให้ความนิยม สนใจและที่สำคัญครับจะมีกีฬาสักกี่ประเภท”ที่มีชื่อประเทศในกีฬานั้นๆ” ก็คือ “มวยไทย” ของเรานี่แหละ
    ได้ถาม จ้าวเสือใหญ่ รู้จักมวยไทยได้อย่างไร ผมรู้จักมวยไทยตั้งแต่เด็กครับ แค่เล่นกับเพื่อน ๆ ตามประสาเด็กทั่วไป เห็นทีมมวยซ้อมกันก็น่าสนใจ เลยชวนเพื่อนไปดู จนวันหนึ่งเทรนเนอร์ที่เห็นผมอยู่ประจำก็ชวนให้ลองเตะกระสอบทรายดู จากวันนั้น…ผมก็ไม่เคยหันหลังให้มวยอีกเลย”
    หลงเสน่ห์มวยไทย

    ได้เริ่มต้นจากความสนุก จนกลายเป็นความรักที่หยั่งรากลึกในกีฬามวยไทย และมีแรงบันดาลใจที่สำคัญมาจากคุณพ่อ ผู้พาเขานั่งดูมวยช่อง 7 ทุกวันอาทิตย์
    จุดเปลี่ยนชีวิตจากแค่ “เล่น” ไปสู่ “มืออาชีพ”
    “ผมเริ่มชกมวยตอนอายุ 7 ขวบ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีรายได้ จนชกไปสักพัก เริ่มได้เงิน ซื้อข้าวเอง ซื้อของเอง ช่วยพ่อแม่ได้ ผมเลยเริ่มจริงจังมากขึ้น กลายเป็นเป้าหมายว่า…ผมอยากเป็นแชมป์”
    ผมฝึกซ้อมอย่างหนัก มีช่วงเวลาที่ต้องลดน้ำหนักภายในไม่กี่ชั่วโมงก่อนชั่งน้ำหนัก บางวันวิ่งจนหมดแรงแต่น้ำหนักก็ยังเกิน แต่ผมไม่เคยยอมแพ้

    “ไม่ยอมแพ้” คือคติประจำใจ
    “นักมวยระดับโลกหลายคนที่ผมเคยเจอ มีคำพูดเดียวกันคือ ไม่ยอมแพ้ ผมเองก็เคยเจอจุดที่ท้อเหมือนกัน ตอนเด็กเคยชั่งน้ำหนักไม่ผ่าน ถอดใจพักไป 4-5 เดือน แต่สุดท้ายก็คือคำว่า ‘ไม่ยอมแพ้’ นี่แหละที่พาผมกลับมา”
    จากนักมวยธรรมดา สู่จอมเข่าลอย จนถึงความฝันบนเวที ONE Championship เคยผ่านรายการดังอย่างมวยช่อง 7, ลุมพินี, ราชดำเนิน และฝันว่าจะได้ขึ้นเวที ONE Championship “ผมอยากชกกับ ‘รถถัง’ มากครับ เขาเป็นระดับต้น ๆ ของประเทศ ถ้ามีโอกาส ผมพร้อมครับ!”

    จ้าวเสือใหญ่ ย้ำว่า มวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา แต่มันคือศิลปะวัฒนธรรม เป็นอาชีพ เป็นรายได้ และเป็น Soft Power ที่สร้างชื่อให้ประเทศไทย
    เรียนไปด้วย ชกมวยไปด้วย
    แม้จะมีรายได้หลักล้าน แต่เขาไม่เคยทิ้งการเรียน “ปัจจุบันเรียนอยู่ระดับปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และต้องขอขอบคุณ ท่าน “ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีที่ให้ทุนสนับสนุนในเรื่อง การศึกษาของผมครับ

    “เมื่อก่อนผมเคยคิดแค่ว่าได้เงินจากการชกมวยก็พอ แต่พอได้คิดว่าชีวิตมันไม่ใช่แค่ตอนนี้ ผมเลยตั้งใจเรียน เพราะการศึกษาจะเปิดโอกาสอีกหลายอย่าง เช่น การสื่อสารกับชาวต่างชาติ การวางแผนชีวิตหลังเลิกชก”
    เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของจ้าวเสือใหญ่
    “อยากเป็นนักมวยอาชีพ ต้องมี 3 อย่างครับ เป้าหมาย, ความมุ่งมั่น และ ‘ไม่ยอมแพ้’”
    ความฝันระยะยาว: เป็นนักแสดง
    แม้ตอนนี้ยังอยู่บนสังเวียน แต่เขาเตรียมวางแผนชีวิตหลังมวยไว้แล้ว หนึ่งในความฝันคือ “อยากแสดงหนัง”
    “กีฬาต่อสู้มีอายุของมันครับ เราไม่สามารถต่อยมวยไปจนเกษียณได้ ผมอยากทำอะไรที่ได้ใช้ประสบการณ์ ความสามารถ และความเป็นตัวตนของผมต่อไป”
    “ไม่ยอมแพ้” คือคีย์เวิร์ดของแชมป์ทุกคน และจ้าวเสือใหญ่ก็เชื่อว่า ถ้าเรามีเป้าหมาย มีใจสู้ สักวันหนึ่ง…เราจะเป็นแชมป์ได้เหมือนกัน และเชื่อว่าวันนี้เขาจะไม่หยุดฝัน แต่อยากพัฒนาตัวเองต่อไปทั้งในฐานะนักกีฬา และอนาคตในวงการบันเทิงเพราะว่ามวยไทยสำหรับเขา…ไม่ใช่แค่กีฬา แต่คือชีวิต ศิลปะ แรงบันดาลใจและ Soft Power ของประเทศไทย

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “พระพรหมวชิรวิมลมุนี วิ.” – “ศ.ดร.บังอร” ร่วมพิธีรับตราตั้งเจ้าคณะแขวงท่าข้าม พร้อมถวายทุนการศึกษาปริญญาเอกแด่ “พระมหาทศพร พฺรหฺมโชโต” เจ้าคณะแขวงท่าข้าม เจ้าอาวาสวัดบัวผัน

    “พระพรหมวชิรวิมลมุนี วิ.” – “ศ.ดร.บังอร” ร่วมพิธีรับตราตั้งเจ้าคณะแขวงท่าข้าม พร้อมถวายทุนการศึกษาปริญญาเอกแด่ “พระมหาทศพร พฺรหฺมโชโต” เจ้าคณะแขวงท่าข้าม เจ้าอาวาสวัดบัวผัน

     

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ พระพรหมวชิรวิมลมุนี วิ. กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร พระพรหมวชิรคุณาธาร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม วรวิหาร พระเทพวชิรวิทยานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง พร้อมด้วย ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ร่วมพิธีรับตราตั้งเจ้าคณะแขวงท่าข้าม ณ วัดบัวผัน แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
    ในการนี้ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี อ่านตราตั้งเจ้าคณะแขวงท่าข้าม พร้อมถวายทุนการศึกษา ปริญญาเอกแด่ พระมหาทศพร พฺรหฺมโชโต เจ้าคณะแขวงท่าข้าม เจ้าอาวาสวัดบัวผัน ในโอกาสดังกล่าวด้วย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาทุกระดับควบคู่กับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป ทั้งนี้ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ พระภิกษุ สามเณร ผู้บริหารส่วนราชการและเอกชน ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนร่วมถวายมุทิตาสักการะในโอกาสมงคลสมัยคล้ายวันเกิด พระมหาทศพร พฺรหฺมโชโต เจ้าคณะแขวงท่าข้าม เจ้าอาวาสวัดบัวผัน ด้วย

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “ศ.ดร.บังอร” นำผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา มกธ. – สถาบันการศึกษาในเครือ พร้อมใจร่วมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทย “BTU สงกรานต์ Family” ด้วยความสุข สนุกสนาน และอบอุ่น

    “ศ.ดร.บังอร” นำผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา มกธ. – สถาบันการศึกษาในเครือ พร้อมใจร่วมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทย “BTU สงกรานต์ Family” ด้วยความสุข สนุกสนาน และอบอุ่น

     

    ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) เป็นประธานในงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ “BTU สงกรานต์ Family” ประจำปี 2568 โดยมี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์ ดร.ณัชชา ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ตัวแทนนักศึกษาไทย นักศึกษาต่างชาติ รวมทั้งศิษย์เก่าจากทุกคณะทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และสถาบันการศึกษาในเครือเข้าร่วมในงานดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทยตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้ดำรงอยู่สืบไป กิจกรรมงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ดังกล่าว ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาพร้อมใจแต่งกายสีสันสดใสในธีม colorful และชุดไทยประยุกต์อย่างสวยงาม เพื่อสะท้อนคุณค่าอัตลักษณ์ความงดงามอย่างไทย อีกทั้งยังมีกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป พร้อมรดน้ำขอพรจากอธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ยังจัดกิจกรรมสังสรรค์นันทนาการ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันของบุคลากรอีกด้วย เช่น กิจกรรมการประกวดแฟชั่นโชว์ กิจกรรมการออกบูธอาหารและเครื่องดื่มของคณะต่าง ๆ เป็นต้น

    การสืบสานประเพณีสงกรานต์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีจัดขึ้นดังกล่าว ยังถือเป็นพันธกิจที่สำคัญของมหาวิทยาลัยประการหนึ่งในด้านการส่งเสริมคุณค่าศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย และยังเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมไทยแก่นักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีอีกด้วย ทั้งนี้ คณะและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันจัดอาหาร ขนมไทย และเครื่องดื่มไว้ให้บริการสำหรับผู้ที่มาร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วยบรรยากาศแห่งความสุข สนุกสนาน และอบอุ่น ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการ การโรงแรมและการท่องเที่ยว ชั้น 2 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มทร.ธัญบุรี สร้างสรรค์ “คลีนบิวตี้” นวัตกรรมชะลอวัย จากอะโวคาโด

    มทร.ธัญบุรี สร้างสรรค์ “คลีนบิวตี้” นวัตกรรมชะลอวัย จากอะโวคาโด

    มทร.ธัญบุรี สร้างสรรค์ “คลีนบิวตี้” นวัตกรรมชะลอวัย จากอะโวคาโด
    ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จุดประกายผู้ประกอบการ

    จากอะโวคาโดเหลือทิ้ง สู่ครีมบำรุงผิวหน้าสุดล้ำ ฝีมือนักวิจัย มทร.ธัญบุรี ผสานนาโนเทคโนโลยี พัฒนา “Anti-Aging Facial Cleansing Hydrogel และ Anti-Aging Nanoemulgel” ต้านริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ตามแนวคิดคลีนบิวตี้ และพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องสำอางใหม่ล่าสุด A-SHINE Clean Beauty: The Anti-Aging Avocado Secret Collection ผลงานของอาจารย์นักวิจัยคณะการแพทย์บูรณาการ ผศ.ณกันต์วลัย วิศิฎศรี และ ผศ.สุรัติวดี ทั่งมั่งมี นำเสนอผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชะลอวัย ภายใต้แนวคิดคลีนบิวตี้ เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ และกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

    ผศ.ณกันต์วลัย วิศิฎศรี ได้อธิบายแรงบันดาลใจสำคัญของการพัฒนา A-SHINE Clean Beauty คือการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเปลือกและเมล็ดอะโวคาโดมาสร้างคุณค่าใหม่ด้วยนาโนเทคโนโลยีพลังงานต่ำ สกัดสารสำคัญที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนัง ช่วยให้ผิวพรรณคงความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

                   ผลิตภัณฑ์ในชุด A-SHINE Clean Beauty ประกอบด้วย Anti-Aging Facial Cleansing Hydrogel และ Anti-Aging Nanoemulgel ซึ่งพัฒนาด้วยวิธีการที่คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ปราศจากสารเคมีอันตราย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและไม่ทดสอบในสัตว์ แต่ใช้การทดสอบกับเซลล์ผิวหนังมนุษย์แทน เพื่อยืนยันความปลอดภัยอย่างแท้จริง ซึ่งมีข้อดีก็คือ ลดการทารุณกรรมสัตว์และส่งเสริมความเมตตา ทั้งยังสนับสนุนวิธีการทดสอบทางเลือกและนวัตกรรมที่ไม่ต้องใช้สัตว์ ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ให้ความสบายใจในการเลือกซื้อแก่ผู้บริโภค

    นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ A-SHINE Clean Beauty ยังเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติแทนน้ำหอมสังเคราะห์ ที่มีกลิ่นอ่อนโยน พร้อมคุณสมบัติบำรุงผิวอย่างล้ำลึก รวมทั้งมีกระบวนการผลิตที่เน้นการใช้พลังงานต่ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทางคลีนบิวตี้ที่แท้จริง ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน

    ความสำเร็จของผลงานดังกล่าว ยังส่งต่อองค์ความรู้และแรงบันดาลใจสู่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เข้าถึงง่าย สามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้ ที่สนับสนุนการสร้างงานที่มีคุณค่าและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

                   ด้าน ผศ.สุรัติวดี ทั่งมั่งมี อธิบายเสริมว่า ผลิตภัณฑ์ A-Shine Cream ได้ยื่นขออนุสิทธิบัตรแล้ว ยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์และความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของ มทร.ธัญบุรี ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และได้นำเสนอในงาน “RMUTT IP & Business Matching พลิกไอเดียสู่ตลาด สร้างโอกาสสู่อนาคต” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

                   “ผู้บริโภคยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับข้อมูลผลิตภัณฑ์ มีการเทียบเคียงเปรียบเทียบคุณสมบัติมากมาย เนื่องจากเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่หลากหลายได้ง่าย ทั้งรีวิวจากผู้ใช้งานจริง บทความวิเคราะห์ และข้อมูลจากแบรนด์โดยตรง ด้วยความเข้าใจในลักษณะของผู้บริโภคยุคใหม่นี้เอง เราจึงมุ่งเน้นรายละเอียดที่รอบด้าน ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราจึงนำเสนอผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่และสร้างความพึงพอใจได้ และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มชุมชนและภาคธุรกิจต่อไป ผู้สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาและติดตามความก้าวหน้าได้ที่เพจคณะการแพทย์บูรณาการ มทร.ธัญบุรี https://www.facebook.com/IMXRMUTT ผศ.สุรัติวดี กล่าวสรุป.

  • นิทรรศการศิลปนิพนธ์ 43 ผลงานสำคัญ บ่มเพาะศิลปินคุณภาพ จากรั้ว มทร.ธัญบุรี สู่ใจกลางกรุงเทพฯ

    นิทรรศการศิลปนิพนธ์ 43 ผลงานสำคัญ บ่มเพาะศิลปินคุณภาพ จากรั้ว มทร.ธัญบุรี สู่ใจกลางกรุงเทพฯ

    ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เปิดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ และผลงานศิลปนิพนธ์ โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ณ หอศิลป์ ASVN ใจกลางกรุงเทพฯรวม 43 ผลงาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นเพื่อบ่มเพาะคนคุณภาพ พร้อมสู่วงการศิลปะร่วมสมัย


    คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดนิทรรศการศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาทัศนศิลป์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 9–22 เมษายน 2568 ณ หอศิลป์ ASVN (พื้นที่โรงถ่ายภาพยนตร์อัศวิน) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พันเอก หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล และภริยา เข้าร่วม ซึ่งจัดแสดงผลงานรวมทั้งหมด 43 ผลงาน ที่สะท้อนตัวตน ความคิด และแรงบันดาลใจของนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเติบโตสู่ความเป็นมืออาชีพ

    พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง ประธานในพิธีเปิด กล่าวตอนหนึ่งว่า “รู้สึกยินดีที่ได้เห็นมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนนักศึกษา รวมถึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน ขอบคุณนักศึกษาทุกคนที่สร้างสรรค์ผลงานเพื่อสุทรียภาพ จรรโลงสังคม การจัดแสดงผลงานทั้ง 43 ผลงานที่สำคัญนี้ จะช่วยเสริมความเป็นมืออาชีพ และยังบ่งบอกถึงศักยภาพของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ได้อย่างชัดเจน”

    ด้าน อาจารย์วรรษกร คงถาวร ประธานหลักสูตรสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า การจัดนิทรรศการในพื้นที่หอศิลป์ ASVN ซึ่งตั้งอยู่ในโรงถ่ายภาพยนตร์อัศวิน ใจกลางกรุงเทพฯ ถือเป็นการเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับบริบทวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด Natural (ธรรมชาติ) Faith (ความเชื่อ) และ Reminiscent (ความทรงจำ) ที่รวมกันเป็นคำว่า ‘NAFAREM’ แนวคิดนี้ไม่เพียงเป็นธีมของนิทรรศการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนอัตลักษณ์ของนักศึกษาแต่ละคน ผ่านเทคนิคและองค์ประกอบศิลป์ที่พัฒนาอย่างลุ่มลึก จากการเรียนรู้และประสบการณ์ตลอดหลักสูตร

    ขณะที่ อาจารย์ยงยุทธ สกุลชาตรี อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี อธิบายเพิ่มเติมว่า ผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 แต่ละชิ้นคือผลลัพธ์ของการค้นคว้า ทดลอง และตกผลึกทางความคิดอย่างต่อเนื่อง เป็นทั้งองค์ความรู้ ความสำเร็จ และประสบการณ์ร่วมสมัยที่ผสานกันอย่างกลมกลืน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการเติบโตสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพในอนาคต และพร้อมสู่โลกการทำงาน


    ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาในครั้งนี้ (1) ผลงาน ‘ภายนอกที่แตกต่าง’ โดย นางสาวชลลดา เจริญจิตร แนวคิด-มนุษย์มีรูปร่างภายนอกที่แตกต่างกันทุกคน ทั้งหน้าตาและรูปร่าง ทรงผม รวมไปถึงกาย แต่งกาย และสีผิว ทุกคนมีความแตกต่างและโดดเด่นเป็นของตัวเอง จึงไม่ควรเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นจนเกิดความไม่มั่นใจภายในจิตใจ (2) ผลงาน ‘จิตวิญญาณแห่งชีวิต’ โดย นายนิธิศ หัตถกรรม แนวคิด- นำเสนอผลงานผ่านรูปทรง โดยแสดงถึงการต่อสู้ในชีวิตประจำวัน ผ่านธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต ที่ต่อสู้เพื่อชีวิตรอด เป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต การกระทำต่าง ๆ ล้วนเป็นอุปนิสัยของสิ่งมีชีวิต ซึ่งนำเสนอ ทัศนธาตุ จุด เส้น พื้นผิว ลด สกัด ตัดทอน เป็นนามธรรม ที่แสดงถึงพลังที่ยิ่งใหญ่อันไม่สิ้นสุดของพลังธรรมชาติ (3) ผลงาน ‘ห้วงเวลาฝันหวาน’ โดย นางสาวกุลจิรา ปัญญา แนวคิด-สื่อเรื่องราวความรัก ถ่ายทอดเล่าเรื่องผ่านตัวละคร 2 คน ผู้ชายชื่อ ซัน (Sun) ส่วนผู้หญิงชื่อ มูน (Moon) นิยามของคำว่าความรักเกิดจากความห่วงใยและความอบอุ่น รวมถึงการสนับสนุน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยใช้ภาพต่อมาประกอบจนเป็นเรื่องราวจิตนาการ เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป และไม่มีใครเกิดมาแล้วสมบูรณ์แบบ ต่างคนก็ต่างมีสิ่งที่ขาดหายกันไป (4) ผลงาน ‘วันแรกของปี’ โดย นางสาวอดีตา จัตุรัส แนวคิด-วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นวันแรกของปีที่ได้ตื่นแต่เช้า และได้ไปดูวิวทิวทัศน์ เป็นจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจ เป็นทิวทัศน์ที่ประทับใจ เพราะช่วงเวลานั้นได้อยู่กับครอบครัว และวิวทิวทัศน์อันสวยงามที่มาพร้อมกับลมหนาว จึงนำบรรยากาศช่วงเวลานั้นมาถ่ายทอดผ่านเส้นใยไหมพรม และ (5) ผลงาน ‘ฉุดรั้ง’ โดย นายศิวกร เจือจันทร์ แนวคิด-อารมณ์ภายใน จิตใจ ความรู้สึก ไม่สามารถจับต้องได้ จึงนำเอารูปร่างของมนุษย์ที่บิดเบี้ยวเกินจริง มาสื่อถึงอารมณ์ภายในจิตใจที่ต้องการ ผ่านรูปแบบงานประติมากรรมกึ่งนามธรรม

    สัมผัสแรงบันดาลใจของศิลปินรุ่นใหม่ ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยในนิทรรศการศิลปนิพนธ์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 9-22 เมษายน 2568 ณ หอศิลป์ ASVN ถนนนาคราช เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ หรือที่เพจ Facebook: สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดรับสมัครแล้ว ทุนดนตรีไทยและนาฏศิลป์ ปีการศึกษา 2568

    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดรับสมัครแล้ว ทุนดนตรีไทยและนาฏศิลป์ ปีการศึกษา 2568

    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดรับสมัครแล้ว ทุนดนตรีไทยและนาฏศิลป์ ปีการศึกษา 2568

    ใครมีฝันอย่ารอช้า รีบมาเลยกับผู้มีความสามารถพิเศษ ด้านดนตรีไทยและนาฏศิลป์
    เปิดทั้ง ปริญญาตรี และ ปริญญาโท ประจำปีการศึกษา 2568 และทุนนี้ Up to 90% เชียวนะ

    รู้แบบนี้อย่ารอช้า รีบมาสมัครเลยตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 เมษายน เท่านั้น

    สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม อาคาร 14 ชั้น 1
    ใน วันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 09.00 – 16.00 น. ( เว้นวันหยุดราชการ )
    โทs. 02-6976941

  • 1,890 ที่นั่ง !! สวนสุนันทา เปิดรับนักศึกษาภาคพิเศษ ระดับปริญญาตรีประจำปีการศึกษา 2568 (รอบที่ 2) ถึง 31 พ.ค.นี้

    1,890 ที่นั่ง !! สวนสุนันทา เปิดรับนักศึกษาภาคพิเศษ ระดับปริญญาตรีประจำปีการศึกษา 2568 (รอบที่ 2) ถึง 31 พ.ค.นี้

    มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา จะดำเนินการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา ภาคพิเศษ ระดับปริญญาตรีประจำปีการศึกษา 2568 (รอบที่ 2) ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน และส่งเสริมวิทยฐานะแก่บุคลากรตามความต้องการของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตามรายละเอียดเกี่ยวกับการคัดเลือก ดังนี้

     

    วิธีการสมัคร 
    – สมัครทางอินเตอร์เน็ตที่ https://admission.ssru.ac.th/ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน –31 พฤษภาคม 2568 ให้เลือกประเภท การรับสมัครนักศึกษา ภาคพิเศษ ระดับปริญญาตรีประจำปีการศึกษา2568 (รอบที่ 2)
    – ศึกษารายละเอียด เรื่อง การรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาภาคพิเศษ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2568 (รอบที่ 2) (โปรดพิมพ์/อ่าน และศึกษาข้อมูลต่างๆ ด้วยตนเองอย่างละเอียดเพื่อประโยชน์ผู้สมัครเอง)
    – เลือกรายละเอียดสาขาวิชาที่ต้องการสมัครก่อนบันทึกข้อมูล (โปรดพิมพ์/อ่าน และศึกษาข้อมูลต่างๆ ด้วยตนเองอย่างละเอียดเพื่อประโยชน์ผู้สมัครเอง)
    – บันทึกข้อมูลการสมัครตามสาขาที่มีสิทธิ์สมัคร และตรวจสอบให้ถูกต้อง (โปรดบันทึกข้อมูลด้วยตนเอง และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของผู้สมัครเอง)
    – พิมพ์ใบสมัคร และชำระเงินค่าธรรมเนียมการสมัครผ่าน Mobile Banking Application ทุกธนาคาร จำนวน 350 บาท ค่าธรรมเนียม 10 – 15 บาท ตามกำหนดการ (ระหว่างวันที่1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568) เท่านั้น หากไม่ชำระเงินค่าสมัครสอบคัดเลือกภายในระยะเวลาที่กำหนดจะไม่มีสิทธิ์เข้าสอบคัดเลือก

    ผู้สมัครสามารถตรวจสอบข้อมูลการชำระเงินได้หลังการชำระเงินค่าสมัคร 1 วันที่เว็บไซต์ https://admission.ssru.ac.th/ หลังจากบันทึกข้อมูลการสมัคร หากชำระเงินน้อยกว่าที่กำหนมหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าสมัครไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น และถือว่าการสมัครเป็นโมฆะและจะต้องชำระเงินใหม่ทั้งหมด กรณีชำระเงินที่มากกว่าที่กำหนด หรือชำระเงินผ่านธนาคารสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยจะไม่คืนส่วนที่เกินให้ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น