Author: ผู้ดูแลระบบ

  • 5 สาระสำคัญ เมื่อวันที่ “มทร.ธัญบุรี” เปลี่ยนผ่าน ”ออกนอกระบบ”

    5 สาระสำคัญ เมื่อวันที่ “มทร.ธัญบุรี” เปลี่ยนผ่าน ”ออกนอกระบบ”

     

    11 มีนาคม 2568 คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. …. และเตรียมเข้าตรากฎหมายในสภาฯ

    ขั้นตอนต่อไป เตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตราเป็นกฎหมาย  ปรับเปลี่ยนสถานภาพจากการเป็น “ส่วนราชการ” ไปสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” อย่างสมบูรณ์

    ร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ กำหนดให้ มทร.ธัญบุรี มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

    ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยยังคงมีสิทธิได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเช่นเดียวกับส่วนราชการ…

    หากเจาะถึงสาระสำคัญที่มทร.ธัญบุรี ต้องเน้นย้ำต่อสังคมและก้าวเดินไปในห้วงระยะเวลาที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านนี้ พอจะสรุปได้ 5 ประเด็น

    1 จะต้องยึดมั่นในวัตถุประสงค์หลัก

    เมื่อสรุปสาระสำคัญ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อผู้เรียน บุคลากร รวมถึงสังคมไทยโดยรวม ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มทร.ธัญบุรี จะต้องยึดมั่นในวัตถุประสงค์หลักในการเป็นสถาบันการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง โดยมุ่งเน้นที่

    1 การจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสังคมศาสตร์

    2 การส่งเสริม ประยุกต์ และพัฒนาวิชาการและวิชาชีพสู่การผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติและนวัตกรรม

    3 การยกระดับการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและการจัดการศึกษาตลอดชีวิต

    4 การส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศและตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ

    5 การให้บริการทางวิชาการและนวัตกรรมแก่สังคม

    6 การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    2 ต้องดำเนินการโดยยึดหลักสำคัญ 7 ประการ

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยจะดำเนินการโดยยึดหลักสำคัญ 7 ประการ ได้แก่

    1 ความเสมอภาคทางการศึกษา

    2 การพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

    3 ความเป็นเลิศทางวิชาการและเสรีภาพทางวิชาการควบคู่กับคุณธรรมและจริยธรรม

    4 การนำองค์ความรู้สู่สังคม

    5 ความมีมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการในระดับสากล

    6 การบริหารงานที่มีธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน

    7ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการ

    3 การบริหารทรัพยากรบุคคล

    ทางเลือกสำคัญของข้าราชการและลูกจ้างเดิม

    ร่างพระราชบัญญัติกำหนดให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารงานบุคคลได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยกำหนดตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัยเป็น 4 ประเภท ได้แก่

    ตำแหน่งประเภทวิชาการ

    ตำแหน่งประเภทบริหาร

    ตำแหน่งประเภททั่วไป วิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ

    และตำแหน่งประเภทอื่นๆ ตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

    สำหรับข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการเดิม ร่างพระราชบัญญัติได้เปิดโอกาสให้เลือกเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยได้ โดยสามารถแสดงเจตนาได้ในช่วงเวลาที่กำหนด และจะได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับอยู่เดิม

    4 จุดเปลี่ยนสำคัญ รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่ต้องนำส่งคลัง

    รายได้ของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้ เงินกองทุนต่างๆ ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน รายได้หรือผลประโยชน์จากการลงทุนหรือจากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย เป็นต้น โดยรายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้แผ่นดินที่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมาย

    มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเอง โดยสามารถกู้ยืมเงิน ให้กู้ยืมเงิน ลงทุนหรือร่วมลงทุน และจัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคลได้ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

    5 การประกันคุณภาพและการประเมิน ตัวชี้วัดว่าจะรุ่งหรือร่วง

    ตามหลักการบ่งชี้ว่า มหาวิทยาลัยจะต้องจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหาร การประเมินหลักสูตรการศึกษา การเรียนการสอน และการวัดผล รวมทั้งการประเมินส่วนงานของมหาวิทยาลัย ถือเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เช่นกัน เพราะหากการประกันคุณภาพไม่เข้มแข็งพอ ย่อมมีผลต่อการเรียนการสอน แล้วจะส่งผลกระทบถึงคุณภาพของบัณฑิต และจะส่งผลต่อเนื่องถึงความเชื่อมั่นทั้งระบบ หากสูญเสียความแข็งแกร่งในจุดนี้ไป คงจะพัฒนาส่วนอื่น ๆ ได้อย่างยากลำบากยิ่ง

    …..

    นอกจากประเด็นที่หยิบยกนำมาเสนอแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ยังต้องให้ความสำคัญและติดตามกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างการบริหารมหาวิทยาลัย ที่จะต้องมีผู้บริหารในส่วนต่าง ๆ ทั้งสภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ สภาคณาจารย์และพนักงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญเช่นเดียวกันในการที่จะนำพามหาวิทยาลัยเปลี่ยนผ่านไปสู่ความรุ่งเรืองแห่งยุคสมัยได้หรือไม่

    ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง ว่าการปรับเปลี่ยนสถานะในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากขึ้น บุคลากรมีสวัสดิการและการพัฒนามากขึ้น มีการพัฒนาด้านการเรียนการสอนและสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาได้ดียิ่งขึ้นดังที่วาดหวังไว้ได้หรือไม่

    ที่สำคัญเราจะสามารถฝากอนาคตลูกหลานให้เป็นบัณฑิตที่พร้อมสู่โลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายได้มากน้อยเพียงใด

    จึงสมควรแก่การติดตาม และให้กำลังใจกับการเปลี่ยนผ่านของสถาบันการศึกษาอันเก่าแก่และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับมายาวนาน

    ได้ก้าวสู่สถาบันที่สร้างบัณฑิตให้เป็นนักปฏิบัติ นักคิด นักสร้างสรรค์นวัตกรรม ตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อย่างสมภาคภูมิ

     

  • โควตาโค้งสุดท้าย! ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา รับสมัครเรียนต่อ รอบ 2 ความสามารถพิเศษ พร้อมโครงการทุนเพชรสุนันทา เรียนสาขาออกแบบแฟชั่น

    โควตาโค้งสุดท้าย! ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา รับสมัครเรียนต่อ รอบ 2 ความสามารถพิเศษ พร้อมโครงการทุนเพชรสุนันทา เรียนสาขาออกแบบแฟชั่น

    เปิดรับสมัครต่อ.. #เด็ก68 รอบนี้เป็นโควตาความสามารถพิเศษ และมีทุนเพชรสุนันทา (สาขาออกแบบแฟชั่น)
    คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) ปีการศึกษา 2568
    《 รอบ 2 Quota 》
    👉🏻เปิดรับสมัครวันที่ 8 มกราคม – 31 มีนาคม 2568
    👉🏻สมัครออนไลน์ที่ https://admission.ssru.ac.th/
    👉🏻ระเบียบการรับสมัคร
    – โควตาวิชาการและความสามารถพิเศษ https://cts.ssru.ac.th/File/IS/Announce/Files/ijfckfov.pdf
    – โควตา ทุนเพชรสุนันทา (แขนงการออกแบบแฟชั่น) https://cts.ssru.ac.th/File/IS/Announce/Files/xspmifcg.pdf
    .
    เปิดรับสมัครครบทุกสาขา 🤓 ตอบโจทย์ความชอบทุกแขนง
    6601 จิตรกรรม
    6606 การออกแบบนิทศศิลป์
    6611 ดนตรี (ไทย/ตะวันตก)
    6613 ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย)
    6616 ศิลปะการแสดง (ศิลปะการละครและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์)
    6617 การออกแบบแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ (การออกแบบแฟชั่น)
    6618 การออกแบบแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ (การออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์)
    6619 การออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัล
    **สนใจหรือมีคำถาม ทักอินบ็อกหาพี่แอดมินได้เลยยย**
    ▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾
    งานประชาสัมพันธ์
    คณะศิลปกรรมศาสตร์
    instagram : far_ssru_fanpage
    tiktok : @farssru
    Tel. 0-2160-1388 ext.100
  • คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “EDU SAVE THE EARTH ครั้งที่ 9”

    คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “EDU SAVE THE EARTH ครั้งที่ 9”

    คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “EDU SAVE THE EARTH ครั้งที่ 9”

    เมื่อวันที่ 8-9 มีนาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณวิสา บุญมาก รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิลปวัฒนธรรม คณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนานักศึกษา นักศึกษาสโมสรนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ จัดโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “EDU SAVE THE EARTH ครั้งที่ 9” ณ อุทยานแห่งชาติสิรินธร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    โดยได้จัดกิจกรรมพาเยี่ยมชมการอนุรักษ์ป่าชายเลน กิจกรรมเก็บขยะบริเวณชายหาดเพื่อลดขยะพลาสติกในธรรมชาติ และกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

  • คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร ร่วมพิธีบวงสรวงการจัดสร้างรูปเหมือนพ่อปู่จะวาง ประดิษฐาน ณ พระราชวังสนามจันทร์

    คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร ร่วมพิธีบวงสรวงการจัดสร้างรูปเหมือนพ่อปู่จะวาง ประดิษฐาน ณ พระราชวังสนามจันทร์

    วันที่ 14 มีนาคม 2568 ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรมหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมในพิธีบวงสรวงเนื่องในการจัดสร้างรูปเหมือนพ่อปู่จะวาง เพื่อประดิษฐาน ณ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โดยมี นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ร่วมในพิธี


    การจัดสร้างรูปเหมือนพ่อปู่จะวางถูกสร้างขึ้นเพื่อทดแทนรูปเหมือนเดิมที่ประดิษฐานอยู่ ณ พระราชวัง สนามจันทร์ ที่ชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา รองศาสตราจารย์กัญญรัตน์ เวชชศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธาตรี เมืองแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร จึงได้ร่วมกันจัดสร้างรูปเหมือนของพ่อปู่จะวางขึ้นใหม่เพื่อประดิษฐานแทนองค์เดิม

  • ม.กรุงเทพ รวมพลัง CMO ปั้นเด็กนิเทศฯ สู่วงการอีเวนต์ระดับมืออาชีพ

    ม.กรุงเทพ รวมพลัง CMO ปั้นเด็กนิเทศฯ สู่วงการอีเวนต์ระดับมืออาชีพ

    คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) กับ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) (CMO) โดยมีผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ และ คุณพิเชษฐ ตุรงคินานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการบมจ.ซีเอ็มโอ เป็นผู้ลงนาม เพื่อร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพนักศึกษา และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE)  รวมไปถึงการจัดทำโครงการพิเศษต่าง ๆ และเป็นการต่อยอดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนกับผู้เชี่ยวชาญในวงการงานอีเวนต์แบบมืออาชีพต่อไป
    พร้อมกันนี้คุณอรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) (TCEB) กล่าวถึงการสนับสนุนส่งเสริมการผลิตกำลังคนไมซ์รุ่นใหม่ผ่านหลักสูตรมาตรฐานไมซ์สากล เร่งปั้นเยาวชนสู่เส้นทางสายอาชีพไมซ์ ณ อาคารนิเทศศาสตร์คอมเพล็กซ์ฯ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • ไอเดียเจิด! ศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีศิลปนิพนธ์ 2025 พาชมงานออกแบบสุดสร้างสรรค์

    ไอเดียเจิด! ศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีศิลปนิพนธ์ 2025 พาชมงานออกแบบสุดสร้างสรรค์

    เปิดพื้นที่กลางเมือง ให้นักศึกษาภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี ปล่อยของงานศิลปะนิพนธ์ “เจิด Just Art Thesis Exhibition 2025” สุดสร้างสรรค์ กว่า 100 ผลงานสำคัญ สะท้อนมุมมองใหม่ของวงการออกแบบ ผสานเทคโนโลยีและศิลปะร่วมสมัยไว้ในงานเดียว

    ผศ.ดร.มาโนช บุญทองเล็ก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี ได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “เจิด Just” เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของตนเองอย่างเต็มที่ ครอบคลุม 4 สาขาวิชาคือ ออกแบบนิเทศศิลป์ ออกแบบภายใน ออกแบบผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก คุณเอื้อมพร ศรีภูวงศ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ โซน CoEvent Studio ชั้น 5 กทม.


    คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ยังกล่าวด้วยว่า นิทรรศการครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริงในการจัดแสดงผลงาน ได้รับคำติชมจากผู้เชี่ยวชาญ และสร้างเครือข่ายกับบุคคลในวงการศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ คณะยังมีแผนพัฒนาให้การจัดนิทรรศการมีความน่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการนำเสนอผลงาน รวมถึงจัดกิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป และการแสดงศิลปะเพื่อเพิ่มมิติให้กับนิทรรศการ

    ด้าน ผศ.ว่าที่ ร.ต.ญ. ปัญจลักษณ์ หรีรักษ์ หัวหน้าภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี กล่าวว่า ภาควิชามุ่งเน้นการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์และสามารถออกแบบผลงานที่ร่วมสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์ ในนิทรรศการครั้งนี้ นักศึกษาได้นำเสนอผลงานที่หลากหลายแสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถในการผสมผสานศิลปะและการออกแบบได้อย่างลงตัว นอกจากการจัดแสดงผลงานแล้ว นิทรรศการนี้ยังเป็นโอกาสให้สาธารณชนได้เห็นถึงความก้าวหน้าทางศิลปะและการออกแบบของคณะศิลปกรรมศาสตร์ รวมถึงเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่สนใจศึกษาต่อขณะนี้ทางคณะกำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://fa.rmutt.ac.th/
    นางสาวศุภรดา สุขอัมพร ประธานนักศึกษาภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาในรายวิชาศิลปนิพนธ์ ซึ่งเป็นวิชาในหลักสูตรศิลปบัณฑิตที่นักศึกษาต้องนำความรู้ที่เรียนมาตลอดหลักสูตรมาบูรณาการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นผลลัพธ์ของการทุ่มเทแรงกายแรงใจตลอดระยะเวลาการศึกษา ที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ และทักษะความสามารถ โดย Thesis Exhibition 2025 มีนักศึกษาเข้าร่วมจัดแสดงผลงานทั้งหมดกว่า 100 คน ซึ่งมีกำหนดจัดแสดงตั้งแต่ 12-16 มี.ค. 2568 ที่ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงผลงาน แต่เป็นแหล่งเรียนรู้และแรงบันดาลใจที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในงานออกแบบสร้างสรรค์


    ด้าน นางสาวพิชญาภา ทันสมัย “โฟล์ค” ตัวแทนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เข้าร่วมจัดแสดงผลงาน “โครงการออกแบบ ART TOY เพื่อส่งเสริมการแต่งตัวและความเท่าเทียมกันทางเพศในรูปแบบ Unisex” ซึ่งตนต้องแสดงให้เห็นถึงการใช้ศิลปะและการออกแบบเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและส่งเสริมประเด็นทางสังคมที่สำคัญ โดยการออกแบบ ART TOY ที่มีการถอดอัตลักษณ์การแต่งกายในยุค 1980 แนวคิดในการออกแบบจะเป็น CHARACTER UNISEX ที่ไม่ระบุเพศ มีความเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นทรงผม เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับ ทุกอย่างล้วนเป็นของแต่งกายที่ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็สามารถใส่ได้.

  • เปิดใจ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี ชี้เทรนด์ AI เน้น “อยากเรียนต้องได้เรียน”

    เปิดใจ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี ชี้เทรนด์ AI เน้น “อยากเรียนต้องได้เรียน”

    “สูตรแห่งชัยชนะ” 
    *เป้าหมายต้องสำคัญและชัดเจน *ใส่ความมั่นใจและกล้าเดินไปสู่จุดหมาย
    *อัพเดตตนเองให้ทันสมัยตลอดเวลา *เสริมจุดแข็งให้แน่นยิ่งขึ้น
    *ใส่ใจในทุกรายละเอียด *ห้ามเดินถอยหลังเด็ดขาด

    กุญแจแห่งความสำเร็จ คือการลงมือทำอย่างจริงจัง ทุ่มเททั้งแรงกายใจ – ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กล่าวเปิดเผย

    ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ท่านอธิการบดี เปิดโอกาสให้ทีมงาน สำนักข่าวการศึกษาไทย ได้สัมภาษณ์แบบ VIP ภายในห้องรับแขกของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดย ท่านศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ยังคงความเป็นบุคคลที่มีอัธยาศัยดีตลอดเวลา

    เทรนด์ปี 2025-2026 ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเป็นยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการศึกษา การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้เรียนตามความสนใจและความต้องการ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต AI ไม่เพียงแต่จะเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างการเรียนรู้ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการเรียนการสอนอีกด้วย นอกจากนี้ การนำ AI มาใช้ในการศึกษาอย่างสร้างสรรค์ยังช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบส่วนบุคคล โดยสามารถปรับเนื้อหาและวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีความสุขในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้นค่ะ

    พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เติบโตขึ้นมาก พวกเราได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการศึกษาและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการมุ่งเน้นในการพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน มหาวิทยาลัยฯ ได้เปิดหลักสูตรใหม่ ๆ ที่หลากหลาย รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้ลงทุนในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิทยาเขต เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนานักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงห้องสมุดให้ทันสมัย การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อความผ่อนคลาย และการพัฒนาศูนย์กีฬาและสุขภาพที่ครบครัน

    ความสำเร็จเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในการเป็นผู้นำด้านการศึกษาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองต่อไป เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและสร้างอนาคตที่ดีให้กับนักศึกษาและสังคมโดยรวม

    ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้กล่าวถึงเทรนด์การศึกษาของปี 2025 นี้ว่า AI (Artificial Intelligence) เป็นเทรนด์ที่ทุกหลักสูตรของเราต้องปรับตัวและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่ประเทศจีน เขาก็จะส่งอาจารย์มาเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อกลับไปพัฒนาหลักสูตรของเขา อย่างคณะศึกษาศาสตร์ บริหารการศึกษา คณะศิลปศาสตร์ คณะดุริยางคศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะนิเทศศาสตร์ เป็นต้น ก็จะมีนักศึกษาต่างชาติ มาเรียนอยู่หลายพันคน เราก็มีทั้งนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติ มาเรียนรวมทั้งแลกเปลี่ยนก็หลายหลักสูตร รวมทั้งในปี 2568 นี้ ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กำลังคัดเลือกนักศึกษาที่มีความพร้อม ที่จะไปเรียนทางด้าน AI ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเขาให้ทุนตลอด 3 ปี

    ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มีการขยายในทุกด้าน อย่างด้านกายภาพ เราซื้อที่เพิ่มขึ้น จะสร้างอาคารเพิ่มขึ้น อย่างคณะพยาบาล เราก็สร้างอาคาร ให้เขาไว้เป็นห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีประชากร ชุมชน ที่มาใช้บริการอยู่นับหมื่นคน โดยในแต่ละวันก็จะมาใช้บริการหลายร้อยคน ตอนนี้ก็เป็นแหล่งปฏิบัติการได้ดีมาก ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เราก็จะใช้มหาวิทยาลัยฯ เป็นศูนย์ปฏิบัติการ นอกจากที่จะไปปฏิบัติงานตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฯ ร่วมกับ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สังกัด กทม. ในเฟสแรกเราก็ไปสร้างอาคารศึกษาให้กับโรงพยาบาลพร้อมที่ดิน ซึ่งต่อไปนักศ฿กษาเราก็จะได้เข้าไปใช้ในการเรียนการสอน ตลอดจนฝึกปฏิบัติการจริงกับสถานการณ์จริงอีกด้วย

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มีหลักที่ว่า ลูกศิษย์ที่เข้ามาเรียน “อยากเรียนต้องได้เรียน” หมายถึง ผู้ที่อยากเรียนแต่ไม่มีทุนทรัพย์ ถ้ามีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ รัฐบาลก็ส่งเสริมตลอดจน โครงการ “แต้มต่อ” ที่เน้น “One Stop Service” มุ่งสร้างโอกาสให้ผู้สำเร็จการศึกษาพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมั่นใจ ก็ได้รับความร่วมมือกับทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือจะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานแล้ว แต่มีความต้องการศึกษาต่อ เราก็จัดหลักสูตรตามที่นักศึกษาที่ทำงานแล้วได้เรียน อย่าง วัน-เวลาเรียน ก็จะอำนวยความสะดวกให้เรียนครบตามองค์ประกอบของหน่วยกิต แล้วก็สามารถผ่อนชำระค่าเทอมได้อีกด้วย

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จะเป็นอุทยานแห่งการเรียนรู้ สำหรับผู้อยากจะเลือกเรียน คณะใด สาขาวิชาใด ที่สามารถกลับไปพัฒนางานของตนเองได้ พัฒนาองค์กรของตนเองได้  ก็เลือกเรียนได้เลย โดยถ้าติดปัญหาเรื่องการเรียนหลักสูตรนั้น ๆ แต่ไม่มีพื้นฐาน มหาวิทยาลัยฯ ก็จะมีการเรียนปรับพื้นฐานให้ก่อนที่จะเข้าเรียนในหลักสูตร

    นับเป็นความสำเร็จ ที่ไม่ได้เกิดแต่เพียงชั่วค่ำคืน แต่เป็นการสร้างรากฐานจากอดีตมาถึงปัจจุบัน และการวางแผนงานอนาคตไว้แบบเป็นขั้นเป็นตอน ดังนั้น มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมแล้วที่จะเป็นแหล่งผลิตบัณฑิตเพื่อออกมารับใช้ประเทศชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

    ขอขอบคุณ ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • วช.จับมือ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางอากาศ พร้อมโชว์งานมหกรรมเทศกาลอาหารอร่อย ระยอง…ฮิ

    วช.จับมือ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางอากาศ พร้อมโชว์งานมหกรรมเทศกาลอาหารอร่อย ระยอง…ฮิ

              ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง ร่วมกันเปิดการอบรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมโดรน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ครั้งที่ 1 ที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง

    ทั้งนี้การอบรมดังกล่าว เป็นการการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าจดจำ เช่น การถ่ายภาพ การสำรวจ การจัดทำแผนที่การตรวจสอบความปลอดภัย ในแพลตฟอร์มที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของระยอง และนำไปสู่การสร้างงานสร้างอาชีพ และเพิ่มมูลค่าให้กับสถานที่ท่องเที่ยว

             ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีโดรน ตามนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ จึงได้จัดอบรมดังกล่าวขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพ จึงเชิญสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญมาช่วยฝึกอบรมและเพิ่มพูนทักษะด้านโดรนแปรอักษรและการใช้งานโดรนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว งานนี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสในการแข่งขันแล้วยังช่วยให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพโดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนอีกด้วย

    ดังนั้น วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม จึงอยากผลักดันให้เกิดการใช้งานโดรนในเชิงสร้างสรรค์ผ่านการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ ซึ่งเนื้อหาที่อบรมครอบคลุมตั้งแต่การเรียนรู้พื้นฐานด้านการควบคุมโดรน การถ่ายภาพมุมสูง เทคนิคการถ่ายภาพและมุมกล้อง ตลอดจนการตัดต่อภาพเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว ทั้งยังส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการ โดยเฉพาะในสถานที่จริงด้วย ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังว่าผู้เข้าอบรมจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดได้จริงในการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และพัฒนาสู่การสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

    ด้านนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า นอกจากการสอนเทคนิคจากอุปกรณ์จริงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้ฝึกปฏิบัติกับผู้เชี่ยวชาญ และก็จะนำเทคโนโลยีโดรนแปรอักษร จำนวน 500 ลำ ที่คิดค้นและพัฒนา โดยนักวิจัยไทย และเยาวชนหนูนาเจ้าเวหา มาบินโชว์ให้เห็นกลางสนามกีฬาจังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่ 12 จนถึงวันที่ 15 ในเวลา 19:00 น. เป็นต้นไปวันละสองรอบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงที่หอการค้าจังหวัดระยอง จัดงานเทศกาลอาหารอร่อยระยอง .. ฮิ ครั้งที่ 11 ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการนำร้านอาหารอร่อยขึ้นชื่อทั่วเมืองระยองมาจัดให้ประชาชนเที่ยวชมชิมช็อปแบบจุใจ และมีอาหารหลายชนิดที่ได้รับการฟื้นฟูก่อนที่จะถูกลืมเลือนหายไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะเมนูของอร่อยประจำถิ่น จะถูกรวบรวมมาไว้ที่งานนี้ทั้งหมดด้วย

     

    งานมหกรรมเทศกาลอาหารอร่อย ระยอง…ฮิ ครั้งที่ 11 จัดขึ้น ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง โดยงานนี้มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง รวมถึงการกระจายรายได้ไปยังชุมชนผู้ผลิตและผู้ประกอบการร้านค้า  งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 – 22.00 น. โดยมีร้านค้าอาหารอร่อยจากจังหวัดระยองจำนวน 132 ร้าน และฟู้ดทรัค 16 ร้าน นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันและโชว์การทำอาหาร กิจกรรมดนตรี การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมแจกรางวัลทุกวัน ไฮไลต์สำคัญของงาน

    วันที่ 13 มีนาคม 2568: การประกวดแข่งขันอาหารคาวเมนู “ยำผักกระชับทอด” พร้อมพิธีเปิดงานและโชว์สุดตระการตา Drone Light Show จำนวน 500 ลำ และการแสดงจากเชฟขวัญ นุกร ชัยแสง,

    วันที่ 14 มีนาคม 2568: การประกวดแข่งขันอาหารหวานเมนู “บัวลอยทุเรียน” และการแสดงหนังใหญ่วัดบ้านดอน,

    วันที่ 15 มีนาคม 2568: การประกวดแข่งขันอาหาร KID CHEF เมนู “ข้าวผัดทะเล” และการแสดงยลยิลถิ่นระยอง,

    วันที่ 16 มีนาคม 2568: การสาธิตการทำอาหารและมินิคอนเสิร์ตจากเอิร์ต ภัทรวีร์

    โดยในแต่ละวันจะมีกิจกรรมแจกของรางวัลและชิงรางวัลมูลค่าวันละ 20,000 บาท และปีนี้มีเซอร์ไพรส์ ครั้งแรกของการแสดงโชว์ Drone Light Show โดย RCSA DRONE THAILAND จัดแสดง 2 รอบ เวลา 19.00 และ 20.00 น. ของทุกวันอีกด้วย

     

    #https://test.learninfinity.net/