Author: ผู้ดูแลระบบ

  • โรงเรียน The Newton Sixth Form School  คว้าแชมป์นักออกแบบอนาคต แข่งขันวิชาการปี 67 ม.รังสิต

    โรงเรียน The Newton Sixth Form School คว้าแชมป์นักออกแบบอนาคต แข่งขันวิชาการปี 67 ม.รังสิต

     

    เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยรังสิตจัดการแข่งขันวิชาการภายใต้ชื่องาน “รังสิตวิชาการ ‘67” รังสิตวิชาการ ’67 ม.รังสิต เปิดพื้นที่โชว์ความสามารถเด็ก Gen Z และผลงานนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอน เวทีนำเสนอแนวคิดนักออกแบบรุ่นใหม่โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาเวทีการแข่งขันวิชาการ (RSU Academic Competition) มีการนำเสนอหมุดหมายชี้นำสังคมแห่งอนาคตที่น่าสนใจ 6 ด้าน ได้แก่ อนาคตด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Future of Health Science) อนาคตด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ (Future of Economy and Business) อนาคตด้านนวัตกรรมทางสังคม (Future of Social Innovation) อนาคตด้านศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Future of Creative Arts and Culture) อนาคตด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (Future of Technology and Environment) และอนาคตด้านความเป็นสากล (Future of Internationalization) ซึ่งมีโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 70 โรงเรียนทั่วประเทศเข้าแข่งขันนำเสนอมุมมอง วิธีคิด แนวทางการ แก้ปัญหาสังคม ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและพัฒนา เป็นประธานและมอบรางวัล ณ ศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต ผลการแข่งขัน มีดังนี้

    รางวัลแกรนด์แชมปเปี้ยน พร้อมทุนการศึกษา 30,000 บาท ได้แก่ ทีม COMBO โรงเรียน The Newton Sixth Form School นำเสนอประเด็นอนาคตด้านความเป็นสากล (Future of Internationalization)

    รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท ได้แก่ ทีม COMBO โรงเรียน The Newton Sixth Form School ทีม DSSCs-Carbon Dot โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ทีม อุ่นใจ เอลเดอร์แคร์ Oonjai Eldercare โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ทีม EYE CONNECT โรงเรียนวิเชียรมาตุ ทีม Skr back dev duck โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล ทีม ปลาเกร็ดว่าอร่อย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

    รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ ทีม Affordable Drone โรงเรียน The Newton Sixth Form School ทีม SHI ME JO DAI โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ทีม Tree Oceans โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ทีม Phuenrak โรงเรียนพิบูลวิทยาลัยทีม Ayutthaya : Last of The Empire โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย ทีม No matrix team โรงเรียนสิรินธร

    รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ ทีม TakeMed โรงเรียน The Newton Sixth Form School ทีม ฉิ่งฉับพาทัวร์ โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ทีม Velociraptor โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยามคม ทีม Gen Z-SAP โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ทีม The Royal Doll Artisan โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ทีม KB คนชอบเผือก โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม

    รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ ทีม Newton Tech โรงเรียนThe Newton Sixth Form School ทีม ตาตี๋ตกต้นตาลตอตาลตำตูดตาตี๋ตายใต้ต้นตาล โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยามคม ทีม หมูหัน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายมัธยม ทีม Gollum โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ทีม K.B. Sology โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม ทีม โชคดี V.2 โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม

    นอกจากนี้ เวทีแสดงความสามารถสร้างสรรค์ (RSU Expo Showcase) ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถภายใต้แนวคิด “Creative Freedom Space” มอบพื้นที่เสรี สู่การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ในรูปแบบการแข่งขันแบบ การกล่าวสุนทรพจน์ (Speech Talent) การแสดงความสามารถทางภาษาและวัฒนธรรม (Language & Culture Talent Show) และ การแสดงความสามารถพิเศษ (Performance Show) โดยผลการแข่งขัน มีดังนี้

    ประเภทการกล่าวสุนทรพจน์ : รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท ได้แก่ นางสาวชมชนก เผือกโฉลง โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ นางสาวเขมลดารินทร์ อันทอง โรงเรียนบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ นายก้องกิดากร ปั้นเจริญ โรงเรียนซับนกแก้ววิทยา จังหวัดสระแก้ว รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ นายเมษัณฑ์ จักษุวิจิตรกร โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และนางสาววาสนา จันทร์สด โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ประเภทการแสดงความสามารถทางภาษาและวัฒนธรรม : รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท (ประเภททีม) ได้แก่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศบดินทรเดชา กรุงเทพมหานคร รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์“ กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนซับนกแก้ววิทยา จังหวัดสระแก้ว

    ประเภทการแสดงความสามารถพิเศษ : รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท (ประเภทเดี่ยว) ได้แก่ นางสาววนิดา สินสุข โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ นางสาวรันชยา ขาวดี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ นางสาวมารีน อูเอโนะ โรงเรียนศรีราชา จังหวัดชลบุรี รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ นางสาวสิรินภา อมาตยกุล โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา และนางสาวจูบีรี อู้ โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม กรุงเทพมหานคร

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ศอ.บต.จับมือซีพี ออลล์ เปิดให้ 400 ทุน เพื่อเด็กชายแดนใต้เรียนต่อระดับ ปวช. ปวส.และปริญญาตรี

    ศอ.บต.จับมือซีพี ออลล์ เปิดให้ 400 ทุน เพื่อเด็กชายแดนใต้เรียนต่อระดับ ปวช. ปวส.และปริญญาตรี

    ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบไปด้วย จังหวัด สงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานีจังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 150 ทุน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 100 ทุน และระดับปริญญาตรี จำนวน 150 ทุน ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง โอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้สายอาชีพ รวมถึงเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพของเยาวชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
    รายละเอียดทุนการศึกษา
    1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน ๓ สาขา คือสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก สาขางานธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และสาขางานธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อ
    คุณสมบัติของผู้สมัคร
    1) ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)
    2) ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า
    3) อายุเป็นไปตามระเบียบของสถานศึกษา
    4) มีความขยัน หมั่นเพียร อดทน ซื่อสัตย์ และมีใจรักด้านการบริการ
    5) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถศึกษาจนจบหลักสูตรการศึกษาได้
    6) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดหรือเกี่ยวข้องกับสารเสพติดทุกชนิด
    7) ต้องมีผู้ค้ำประกันในการทำสัญญาเข้ารับทุนการศึกษา
    8) หากเป็นบุตรหรือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นบุตรของผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้ได้รับผลกระทบจะพิจารณาเป็นอันดับแรก
    2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก
    คุณสมบัติของผู้สมัคร
    1) ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)
    2) ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
    3) อายุเป็นไปตามระเบียบของสถานศึกษา
    4) มีความขยัน หมั่นเพียร อดทน ซื่อสัตย์ และมีใจรักด้านการบริการ
    5) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถศึกษาจนจบหลักสูตรการศึกษาได้
    6) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดหรือเกี่ยวข้องกับสารเสพติดทุกชนิด
    7) ต้องมีผู้ค้ำประกันในการทำสัญญาเข้ารับทุนการศึกษา
    8) หากเป็นบุตรหรือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นบุตรของผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้ได้รับผลกระทบจะพิจารณาเป็นอันดับแรก
    3. หลักสูตรระดับปริญญาตรี จำนวน ๓ สาขาคือสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก และสาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการค้า
    คุณสมบัติของผู้สมัคร
    1) ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)
    2) ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
    3) อายุเป็นไปตามระเบียบของสถานศึกษา
    4) มีความขยัน หมั่นเพียร อดทน ซื่อสัตย์ และมีใจรักด้านการบริการ
    5) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถศึกษาจนจบหลักสูตรการศึกษาได้
    6) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดหรือเกี่ยวข้องกับสารเสพติดทุกชนิด
    7) ต้องมีผู้ค้ำประกันในการทำสัญญาเข้ารับทุนการศึกษา
    8) หากเป็นบุตรหรือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นบุตรของผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้ได้รับผลกระทบจะพิจารณาเป็นอันดับแรก
    4. หลักฐานในการสมัครเข้ารับทุนการศึกษา (ซีพี ออลล์)
    ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความประสงค์จะสมัครเข้ารับทุนการศึกษาจะต้องเตรียมเอกสาร และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานศึกษาที่ดำเนินการรับสมัคร ดังนี้
    1) รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 รูป (แปะ/ติดไว้ในใบสมัครเข้ารับทุนการศึกษา จำนวน 1 รูป)
    2) สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ
    3) สำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัครเข้ารับทุนการศึกษา พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ
    5. สิทธิประโยชน์ของผู้เข้ารับทุนการศึกษา (ซีพี ออลล์)
    บริษัท ซีพี ออลล์จำกัด (มหาชน) จะให้การสนับสนุนเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาในสถานศึกษา ที่อยู่ในเครืออย่างต่อเนื่อง ดังนี้
    1) ทุนการศึกษาจากสถานศึกษาที่ทำความร่วมมือกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (ตามระเบียบการสนับสนุนทุนการศึกษาในสถานศึกษานั้น ๆ)
    2) ระหว่างเรียนมีการฝึกปฏิบัติงานตามหลักสูตร และระหว่างฝึกปฏิบัติงานได้รับเบี้ยเลี้ยง (ตามระเบียบของบริษัท) และค่าที่พัก เดือนละ 1,500 บาท ตลอดหลักสูตร
    3) ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
    4) มีโอกาสเข้ารับการศึกษาต่อระดับปริญญาโท ในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
    5) สามารถปฏิบัติงานเพื่อหารายได้พิเศษในระหว่างศึกษา
    6. สถานศึกษาที่เข้ารับทุนการศึกษา (ซีพี ออลล์)
    ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความประสงค์จะสมัครเข้ารับทุนการศึกษาให้เลือกสถานศึกษา ที่ประสงค์จะเข้าศึกษาต่อพร้อมกรอกรายละเอียดแจ้งสถานศึกษาที่จะเข้าศึกษาอย่างชัดเจน ดังนี้
    6.1 สถานศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 150 ทุน ประกอบด้วย
    1) ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 90 ทุน
    ๒) วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 30 ทุน
    ๓) วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จำนวน 30 ทุน
    6.2 สถานศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 100 ทุน ประกอบด้วย
    1) วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 20 ทุน
    2) วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จำนวน 20 ทุน
    3) วิทยาลัยอาชีวศึกษาผดุงประชายะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จำนวน 20 ทุน
    4) วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จำนวน 20 ทุน
    5) วิทยาลัยการอาชีพเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จำนวน 20 ทุน
    6.3 สถานศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 150 ทุน ประกอบด้วย
    1) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน 90 ทุน
    ๒) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จำนวน 40 ทุน
    ๓) มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 20 ทุน
    7. วิธีการสอนระบบทวิภาคีแบบ Block course
    ระบบการเรียนการสอนจะแบ่งเป็น 2 ภาคเรียนๆ ละ 6 เดือน และแบ่งการเรียนการสอนเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
    กลุ่ม A เปิดการเรียนในภาคทฤษฎี ณ สถานศึกษา ระยะเวลา 3 เดือน กลุ่ม B ฝึกการปฏิบัติงาน ที่ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ระยะเวลา 3 เดือน
    ทั้ง 2 กลุ่ม จะสลับการเรียนและการฝึกปฏิบัติงาน ทุกๆ 3 เดือน ระยะเวลาตามหลักสูตร ดังนี้ – ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก สาขางานธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และสาขางานธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อ ระยะเวลา 3 ปี
    – ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก ระยะเวลา 2 ปี – ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก และสาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการค้า ระยะเวลา 4 ปี
    8. วัน เวลา สถานที่ และประกาศผู้เข้ารับสมัครทุนการศึกษา
    8.1 สถานที่รับสมัครทุนการศึกษาทุกระดับช่วงชั้น
    สามารถยื่นรับสมัครเข้ารับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ณ สถาบันการศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการฯ ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 – 10 มกราคม 2568 ดังนี้
    1) ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    2) ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์สุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    3) วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
    4) วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
    5) วิทยาลัยอาชีวศึกษาผดุงประชายะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
    6) วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
    7) วิทยาลัยการอาชีพเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา
    8) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ศูนย์การเรียนรู้สงขลา (หาดใหญ่)
    9) มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
    1๐) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
    8.2 การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับทุนการศึกษา
    ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับทุนการศึกษา (ซีพี ออลล์) ผ่านทางเว็บไซต์ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ www.sbpac.go.th โดยมีกำหนดการ ดังนี้
    1) ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาฯ เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ ในวันที่ 16 มกราคม 2568
    2) ผู้ที่มีรายชื่อตามประกาศเข้ารับการสอบสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษา ในวันที่ 21-22 มกราคม 2568 ณ สถานศึกษา ตามข้อ 8.1
    3) สถานศึกษาส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในโครงการฯ ให้กับทางสำนักประสาน รัฐกิจ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด ในวันที่ 27 มกราคม 2568
    4) ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสัมภาษณ์เข้ารับทุนการศึกษาฯ เพื่อเตรียมเข้ารับการอบรม ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568
    5) ผู้ผ่านการคัดเลือกทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการค่ายและปฐมนิเทศเยาวชน ที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 (ทุน ซีพี ออลล์) ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมในพื้นที่จังหวัดสงขลา

  • ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ กับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน

    ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ กับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน

    คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก ​ ​เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความ​หลากหลายทางเพศ ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ กับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment) ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

    เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก ​ ​เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความ​หลากหลายทางเพศ ได้เดินทางไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment) โดยมี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร กรรมมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ร่วมเดินทางเพื่อศึกษาดูงานในครั้งนี้ด้วย

    ในโอกาสนี้ Ms.Sandra Konstatzky (หัวหน้าสำนักงาน) ให้การต้อนรับ และเป็นผู้บรรยาย ในหัวข้อ การส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment)

    นอกจากนี้ทางคณะกรรมาธิการยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment) และได้ศึกษาวัฒนธรรมวิถีชีวิตและเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ของกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

    สำหรับภารกิจหลักของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก ​ ​เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความ​หลากหลายทางเพศ มีหน้าที่ ส่งเสริมความเสมอภาคและป้องกันการเลือกปฏิบัติตามเพศ ชาติพันธุ์ ศาสนา อายุ หรือรสนิยมทางเพศรวมถึงให้ความรู้ และให้ความช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฎิบัติ ผ่านช่องทางทางกฎหมาย อีกทั้งยังให้คำปรึกษาข้อมูลเชิงกฎหมายให้กับผู้ถูกละเมิด สามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้ ให้มีที่ยืนในที่ทำงาน ในสังคม

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • อาจารย์-นักศึกษา ม.กรุงเทพ สร้างชื่อฝีมือดีเด่น  คว้า 4 รางวัลระดับชาติจาก สสอท. 

    อาจารย์-นักศึกษา ม.กรุงเทพ สร้างชื่อฝีมือดีเด่น คว้า 4 รางวัลระดับชาติจาก สสอท. 

     อาจารย์-นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ สร้างผลงานดีเด่นด้านวิชาการและด้านกิจกรรม รับรางวัลระดับชาติ 4 รางวัล ดังนี้ ผศ.ดร.ฤทธิรงค์ จุฑาพฤฒิกร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รับรางวัลบุคลากรดีเด่นด้านวิชาการ อาจารย์ดีเด่น กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์, ดร.สมใจ สิริตระการกิจ รองคณบดีหลักสูตรนานาชาติและวิทยาลัยนานาชาติ รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นประเภทวิทยานิพนธ์ดีเด่น ระดับปริญญาเอก กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์, นายนฤเบศน์ รักษ์วิจิตร นักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ หลักสูตรนานาชาติ (BU International) รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นประเภทกิจกรรมดีเด่น ประเภทบุคคล และทีม DITTO PRODUCTION นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สมาชิกทีม: นางสาวอนุสรา ศรีขวัญ, นางสาวนรีกานต์ อยู่จุ้ย, นายวราสิทธิ์ ฤทธิเดช, นายตงตง บุญมี, นายรัชชา บุญเซี่ยง และนายอิทธิ กฤษเจริญ รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นประเภทกิจกรรมดีเด่น ประเภททีม จัดโดยสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สสอท.) ในงานครบรอบการก่อตั้งสมาคมฯครั้งที่ 47 โดยมี ดร.ธนู กุลชล อธิการบดีกิตติคุณมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล ณ สโมสรทหารบก

    .

  • มทร.ธัญบุรี โชว์ผลงาน “วิจัยนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์” สุดล้ำ กวาด 5 รางวัลใหญ่ระดับโลก เวที Innoweek2024 อุซเบกิสถาน

    มทร.ธัญบุรี โชว์ผลงาน “วิจัยนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์” สุดล้ำ กวาด 5 รางวัลใหญ่ระดับโลก เวที Innoweek2024 อุซเบกิสถาน

    มทร.ธัญบุรี สร้างชื่อระดับโลกอีกครั้ง คว้า 5 รางวัลจากเวที “International Week of Innovative Ideas-Innoweek 2024” ที่กรุงทาชเคนต์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน โดยมีผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม กว่า 500 ผลงานทั่วโลกเข้าร่วม

    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการผลักดันการวิจัยและนวัตกรรม โดยสนับสนุนงานวิจัยที่เน้นการแก้ปัญหาจริงในสังคม เริ่มจากการพัฒนาผลงานที่ตอบโจทย์ความต้องการในระดับชุมชนและท้องถิ่น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จากนั้นต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาในระดับประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักวิจัยสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีศักยภาพสูง สามารถนำไปแสดงและแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติได้ โดยส่งคณะนักวิจัยที่ผ่านการคัดเลือกผลงาน จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปเข้าร่วมการครั้งนี้ การที่ผลงานของเราสามารถคว้ารางวัลถึง 5 สาขา ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอดงานวิจัย และสร้างความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจและสังคมในระดับโลก


    สำหรับ 5 รางวัลที่ได้รับประกอบด้วย (1) รางวัล Top Sustainable Economy Product ผลงาน “Traffic barriers from multi-layer film plastic packaging waste containing aluminum using rotational molding process” โดย รศ.ดร.อนินท์ มีมนต์, ผศ.ศุภเอก ประมูลมาก, ผศ.บุญส่ง จงกลณี, ดร.พลภัทร ทิพย์บุญศรี (คณะวิศวกรรมศาสตร์), ดร.วลัญช์รัก พุ่มชลิต (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์), อ.จิรวัฒน์ ใจอู่ (คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม), รศ.ดร.วรรธนพร ชีววุฒิพงศ์ (คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย) และนายวิศรุจน์ จันแป้น (บริษัท แอดวานซ์ แมท จำกัด) (2) รางวัล Best Therapeutic Product for Mobility ผลงาน “Therapeutic fabric strip specifically designed to alleviate shoulder stiffness associated with adhesive capsulitis” โดย น.ส.กุลปริยา ขวัญสุข, น.ส.เบญจวรรณ นามวงศ์, นายปฤณ โสภาสพ และผศ.ดร.ปิยนุช จริงจิตร (คณะวิศวกรรมศาสตร์)
    (3) รางวัล Best Eco-friendly Industrial Innovation ผลงาน “Innovative green biopolymer microcapsules for enzyme recovery in industrial processes” โดย น.ส.กัลปังหา รัตนไทรแก้ว, รศ.ดร.อมร ไชยสัตย์ และรศ.ดร.ปรียาภรณ์ ไชยสัตย์ (คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) (4) รางวัล Best Plant-Based Nutrition Solution ผลงาน “High-protein plant-based surimi product for anti-muscle atrophy” โดย น.ส.ขวัญสิริ นามเคน, น.ส.โสภา อินทร์พรหม, น.ส.พรนัชชา มากหมู่, น.ส.พัณณิตา จันติ้ว, น.ส.จุฑาทิพ มณีเนตร, น.ส.นภัสสร วิรุฬห์พุทธวงศ์ และผศ.ดร.อัฏฐพล อิสสระ (คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) และ (5) รางวัล Outstanding Anti-Aging Skincare Innovation ผลงาน “A-SHINE Anti-Aging Nanoemulgel” โดย ผศ.ณกันต์วลัย วิศิฏศรี และผศ.สุรัติวดี ทั่งมั่งมี (คณะการแพทย์บูรณาการ)

    รศ.ดร.สมหมาย ยังกล่าวอีกด้วยว่า ผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของนักวิจัยไทยในการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ที่มุ่งเน้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คน แสดงถึงความสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักวิจัยไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ความยั่งยืน ผู้สนใจติดตามต่อที่ https://www.facebook.com/irdofrmutt และ https://ird.rmutt.ac.th

  • นศ.ภาพยนตร์รังสิต ทำถึง! คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดสร้างหนังแนว Fantastic Films

    นศ.ภาพยนตร์รังสิต ทำถึง! คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดสร้างหนังแนว Fantastic Films

     

    ทีม Temhouse นักศึกษาสาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท การประกวดสร้างหนังแนว Fantastic Films ภายใต้โครงการ Chiang Mai Fantastic Film Workshop & Competition

     

    มนัสวิน หินคำ นักศึกษาสาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ตัวแทนทีม Temhouse กล่าวว่า โครงการ Chiang Mai Fantastic Film Workshop & Competition จัดขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA-Thailand Creative Culture Agency เชิญชวนนักศึกษาร่วมการอบรมและแข่งขันสร้างสรรค์ภาพยนตร์แนว Fantastic Films เตรียมพร้อมโอกาสร่วมงานกับค่ายหนังดัง โดยมีทีมนักศึกษาร่วมโครงการหลายสถาบันการศึกษา รวมทั้งทีม Temhouse จากมหาวิทยาลัยรังสิตด้วย ซึ่งก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานจนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท กับรางวัลที่ได้รับรู้สึกว่าเกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ เพราะแค่ได้เข้ารอบมาร่วมโครงการของพี่มะเดี่ยวก็ถือว่าได้ทำตามฝันและเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาก ๆ แล้ว และการที่ได้รางวัลติดมือกลับมาเป็นเหมือนผลกำไรของการลงแรงของทุกคนในทีม และพร้อมจะนำประสบการณ์จากงานชิ้นนี้พัฒนางานต่อไป

    “สำหรับแรงบันดาลใจในการทำหนังที่ส่งเข้าประกวดครั้งนี้คืออยากทำหนังที่ขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์และความฝัน โดยเปรียบเรื่องของการที่ตัวเราไม่ชอบที่จะทำอะไรตามหวังหรือฝัน ทั้งที่เราอยากทำแต่ติดตรงที่คำว่า “กลัว” เลยอยากให้หนังเรื่องนี้ทำให้ทั้งตัวเราและตัวละครในหนังก้าวข้ามความกลัวไปพร้อมกัน โดยเรื่องราวในหนังว่าด้วยเรื่องของตัวละครฟิล์มและโจ สองวัยรุ่นที่เรียนภาพยนตร์และมีฝันที่อยากจะทำหนังด้วยกันสักครั้ง จนกระทั่งเกิดเหตุเชื้อไวรัสซอมบี้ระบาด และหนึ่งในสองถูกซอมบี้กัด ทั้งสองต้องรีบทำตามฝันในวัยสุดท้ายก่อนเขาจะไม่มีโอกาสได้ทำมันอีกแล้ว” ตัวแทนทีม Temhouse กล่าว

    มนัสวิน กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนของการแบ่งการทำงานในทีม ค่อนข้างจะเป็นงานที่วุ่นวายอยู่พอตัว เพราะรวมพาร์ทการทำงานทั้งหมด อาทิ เขียนบท, Pre-Pro, ถ่ายทำ และตัดต่อ ซึ่งทั้งหมดใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในการทำงาน โดยพวกเราในทีมทั้ง 9 คนแบ่งงานหน้าที่กันทำตามความถนัด ผลที่ออกมาก็ถือว่าทุกคนเก่งและรับผิดชอบได้ดีมาก ๆ และทุกคนก็สามารถจัดการปัญหาหน้างานได้ดีมาก อย่างไรก็ตามขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทำโปรเจกต์ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ที่ให้ประสบการณ์มากมาย และได้รับความรู้ดี ๆ จากวิทยากรทุกท่าน

    * สมาชิกทีม Temhouse ได้แก่ มนัสวิน หินคำ, ศุภประชัย บุญยะสิทธิ์, ธนกฤต สุนทรัช, ธีรภัทร ฤทธิ์มณี, นพอนันต์ รัตนอภัยพงศ์, พีรดนย์ ทองงาม, พิรุฬห์รัฐ วงศ์รัฐปัญญา, ศิวกร แซ่กี้ และ โสฬศ พันธุ์พาเจริญ นักศึกษาสาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • Brighton College Bangkok  ยุคใหม่แห่งการศึกษา เตรียมเปิดแคมปัสใหม่ย่านวิภาวดี

    Brighton College Bangkok ยุคใหม่แห่งการศึกษา เตรียมเปิดแคมปัสใหม่ย่านวิภาวดี

     

    การเปลี่ยนผ่านของ St. Stephen’s International School สู่ Brighton College Bangkok, Vibhavadi ถือเป็นอีกก้าวสําคัญในภูมิทัศน์การศึกษาไทย ซึ่งรวมปรัชญาการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับของ St. Stephen’s “East meets West” พร้อมด้วยความเป็นเลิศทางวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับสากลของ Brighton College UK เข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมอบการศึกษาคุณภาพสูงสุดสู่วงการศึกษาของประเทศไทย โดย Brighton College Bangkok เตรียมเปิดแคมปัสใหม่สาขาวิภาวดีในย่านถนนวิภาวดีรังสิต ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อสร้างห้องเรียนและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความรักในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

    Brighton College Bangkok, Vibhavadi เป็นโรงเรียนนานาชาติรูปแบบสหศึกษาชั้นนำในประเทศไทย หลักสูตรมาตรฐานเดียวกันกับ Brighton College ที่ประเทศอังกฤษ มีนักเรียนชายและหญิง ช่วงอายุ 2-18 ปี โดย Brighton College Bangkok ไม่เพียงให้ความสำคัญด้านความเป็นเลิศทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างทักษะให้นักเรียนมีความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา ซึ่งเป็นคติสำคัญของ Brighton College

    โดยจุดมุ่งหมายด้านวิชาการนั้นถูกพิสูจน์ให้เห็นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในปี 2023 Brighton College Bangkok ประสบความสำเร็จ ด้วยผลการสอบ A Level 80% อยู่ในระดับ A*-A ซึ่ง 47% เป็น A* ในนักเรียนระดับ Sixth Form คะแนนเหล่านี้นับว่าติดอันดับ 1 ใน 10 ของโรงเรียนเอกชนชั้นนำในประเทศอังกฤษ ล่าสุดในปี 2024 Brighton College Bangkok โดดเด่นด้วยผลการสอบ A-Level 100% ทำให้นักเรียนมีโอกาสได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศต่างให้การยอมรับและนักเรียนได้รับโอกาสในการศึกษาต่อ อาทิ University of Cambridge, Imperial College London, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น นอกจากนี้ มาตรฐานของ Brighton College Bangkok ยังได้รับการยอมรับและเป็นโรงเรียนแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโรงเรียนนานาชาติอังกฤษยอดเยี่ยมจาก International School Awards เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน และในปี 2024 นี้เอง ก็ได้รับรางวัล British International School of the Year ชนะเลิศอันดับ 1

    Brighton College Bangkok ยังมีการบูรณาการกิจกรรมนอกหลักสูตรที่หลากหลายเข้ารวมในหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นกีฬา STEM ศิลปะการแสดง กิจกรรมนอกห้องเรียน การฝึกทักษะการพูดในที่สาธารณะ กิจกรรมบริการชุมชน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณสมบัติหลักทั้ง 3 อย่าง คือ ความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา Brighton College เชื่อว่าคุณสมบัติเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

    รูปแบบการเรียนการสอนที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับของ Brighton College คือการเคารพ “ปักเจกที่แตกต่างของแต่ละบุคคล” โดยเชื่อว่านักเรียนทุกคนล้วนมาจากภูมิหลังที่หลากหลาย มีความถนัดหรือความต้องการที่ไม่เหมือนกัน โรงเรียน

    เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองในรูปแบบของตน ไม่ว่าจะเป็นวิชาการ ศิลปะ ดนตรี การละคร หรือกีฬา ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกความถนัดของตนเอง นอกจากนี้ Brighton College ยังผสมผสานวิชาต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวรรณคดี เข้าด้วยกันแทนการสอนแยกรายวิชา ทำให้นักเรียนเข้าใจว่าสาขาวิชาต่างๆ เชื่อมโยงกันอย่างไรในโลกแห่งความเป็นจริง

     “เราไม่เชื่อว่าทุกคนจะต้องเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามกระตุ้นให้เด็กๆ ได้มีโอกาสลองทุกๆ ด้าน ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรม ความเป็นผู้นำ และความคิดสร้างสรรค์ จนกระทั่งพวกเขาสามารถค้นพบสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือรัก และนำไปพัฒนาต่อยอดให้ดีที่สุด เพื่อให้พวกเขาเป็น Best Version ของตนเอง” คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานคณะกรรมการ Brighton College Bangkok กล่าว

    ครูใหญ่เครือไบรท์ตัน คอลเลจ คุณ Richard Cairns กล่าวว่า “บางครั้งเรามักเห็นว่าวัฒนธรรมไทยและอังกฤษมีความคล้ายคลึงกัน โดยมีราชอาณาจักร ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ชาวอังกฤษที่อยู่ในไทยหรือชาวไทยที่อยู่ในอังกฤษ รู้สึกถึงความเชื่อมโยง มีสิ่งหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน เช่น การใส่เครื่องแบบชุดนักเรียน มารยาท ความเคารพ ความสุภาพ และความเชื่อว่าสามารถรักษาวัฒนธรรมและทันสมัยได้พร้อมกัน นี่คือเรื่องที่ไบรท์ตัน คอลเลจพยายามปลูกฝังให้นักเรียนทั่วโลกเข้าใจผ่านหลักสูตร “เรื่องราวของแผ่นดินของเรา” เพื่อให้นักเรียนเข้าใจวิถีประวัติศาสตร์และมีส่วนสร้างสรรค์โลกปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น โดยกระตุ้นให้นักเรียนคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและประวัติศาสตร์ ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของประเทศตนเอง และนำบทเรียนจากประวัติศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”

    สุดท้าย สิ่งสำคัญที่ Brighton College ต้องการคือการสร้างผู้นำที่ดีของโลกอนาคต เป็นผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารหลายภาษา เข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีความเมตตาต่อผู้อื่น เพราะเราเชื่อว่าผู้นำที่ดีจะต้องมีทั้งความรู้ ความเข้าใจในเรื่องภาษาและวัฒนธรรมต่างๆ ของโลก

    Brighton College Bangkok ทั้งสองวิทยาเขตพร้อมแล้วที่จะมอบการศึกษาคุณภาพสูงแก่นักเรียนในวงกว้าง และยังคงเป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนําในประเทศไทยต่อไป

    โรงเรียนนานาชาติ ไบรท์ตันคอลเลจ กรุงเทพฯ สาขาวิภาวดี

    เปิดสอนสำหรับนักเรียนอายุ 2-18 ปี ดำเนินการสอนตามหลักสูตรของประเทศอังกฤษตั้งแต่ช่วงชั้นเตรียมอนุบาลไปจนถึงการเรียนในระดับ IGCSE และ A Level ตามลำดับ เป็นสถานศึกษาที่มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นสำคัญ ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 32,900 ตร.ม. เราขอเรียนเชิญทุกๆท่าน มาเยี่ยมชมและร่วมเรียนรู้ความพิเศษของโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ร่วมกัน หรือติดต่อเราได้ที่ โทร +662 513 0270 Email : admissions-vibha@brightoncollege.ac.th, Line : @brightonvibhavadi Website : https://www.brightoncollegebangkok.com/vibhavadi

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • กสิกรไทย มอบทุนให้นิสิต นักศึกษา เข้าทำงานพร้อมเรียนต่อปริญญาโทในม.ระดับโลก

    กสิกรไทย มอบทุนให้นิสิต นักศึกษา เข้าทำงานพร้อมเรียนต่อปริญญาโทในม.ระดับโลก

    กสิกรไทย เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ร่วมสร้างความเป็นไปได้สู่การเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน ในโครงการ KBank Young Scholarship ประจำปี 2568 มอบทุนการศึกษาต่อปริญญาโท จำนวน 5 ทุน ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้ทำงานในฝ่ายงานที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของธนาคารเป็นเวลา 3 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2568

    นางสาวหทัยพร เจียมประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ทรัพยากรบุคคลถือเป็นหัวใจสำคัญที่นำพาธนาคารกสิกรไทยให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายอยู่ตลอดเวลา การสนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพื่อให้สามารถปรับตัว และนำทักษะใหม่ ๆ มาปรับใช้ในการทำงานเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าและสังคมให้ดียิ่งขึ้น (Possibility to Make an Impact)

    นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ธนาคารกสิกรไทยจะเป็นสถาบันการเงินที่คนทำงานจะได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้ และเป็นผู้นำ (The Best Place to Work to Learn and to Lead) จึงได้เกิดโครงการ KBank Young Scholarship ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 9 ปี และมีนักเรียนทุนที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 30 คน

    สำหรับโครงการ KBank Young Scholarship ประจำปี 2568 เปิดรับสมัครจำนวน 5 ทุน เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 และใกล้จะจบการศึกษา ที่สนใจทำงานด้านยุทธศาสตร์ของธนาคาร และสนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก

    โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์เป็นระยะเวลา 3 ปี และสร้างโปรไฟล์เพื่อการสมัครเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก โดยผู้ได้รับทุนจะได้รับการจัดสรรลงส่วนงานที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของธนาคารที่เหมาะสมกับความสนใจ ความรู้ความสามารถ และได้แสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ อาทิ

    1.งานด้านการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Business) การดูแลพอร์ต แนะนำกลยุทธ์การวางแผนการเงินและการลงทุนแบบองค์รวม ออกแบบผลิตภัณฑ์การลงทุน ประกัน และบริการต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และ สร้างความยั่งยืนทางการเงินให้กับประเทศ

    2.งานด้านสินเชื่อต่าง ๆ (Credit Business) บริหารพอร์ตสินเชื่อหลากหลายรูปแบบ พร้อมวิเคราะห์ความเสี่ยง พัฒนาโซลูชั่นทางการเงินใหม่ ๆ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้ารายย่อย, ผู้ประกอบการ และบรรษัท ตลอดจนออกแคมเปญสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเหมาะสม และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในยุคใหม่

    3.งานด้าน Data Management and Analytic กำหนดกลยุทธ์ การเก็บและจัดการข้อมูล เพื่อควบคุมข้อมูลให้มีคุณภาพถูกต้อง วิเคราะห์ Big Data เชิงลึก เพื่อหาความสัมพันธ์ของข้อมูล ทำ Business Data Analytics พัฒนาโมเดลตามความต้องการของธุรกิจ สนับสนุนการวางกลยุทธ์ของธนาคาร

    4.งานกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้า บนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน
    สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ นอกจากจะได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนแล้ว ยังจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวศึกษาต่อและระหว่างเดินทางไปศึกษาต่ออีกด้วย โดยจะทีมที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อต่างประเทศพร้อมทีมพัฒนาศักยภาพพนักงาน มาช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาและต่อยอดความรู้และศักยภาพจากการทำงาน เพื่อสร้างโปรไฟล์สำหรับยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

    คุณสมบัติของผู้สมัคร คือนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หรือมีแผนจะสำเร็จการศึกษาวุฒิปริญญาตรี ภายในปี 2568 ไม่จำกัดสาขาวิชา มีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดปีการศึกษาไม่ต่ำกว่า 3.25 ชอบเรียนรู้ กล้าคิด พร้อมลงมือ ปรับตัวเร็ว

    สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2568 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานทุนการศึกษา People Development Department โทร.0-2470-1361