Blog

  • พระจอมเกล้าธนบุรี เปิดให้ทุนโครงการเพชรพระจอมเกล้า เรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอก

    พระจอมเกล้าธนบุรี เปิดให้ทุนโครงการเพชรพระจอมเกล้า เรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอก

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีรับสมัครนักศึกษาโครงการทุนเพชรพระจอมเกล้ามหาบัณฑิตทุนสนับสนุนหลักสูตร ระดับปริญญาโท ภาคการศึกษาที่ 2/2567 เริ่มการศึกษา มกราคม 2568

    สมัครเข้าศึกษา ตั้งแต่ บัดนี้ ถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

    หมายเหตุ
    1. กำหนดการรับสมัคร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ, บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม และบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามที่คณะกำหนด
    2. การส่งหลักฐานการสมัคร แนบเอกสารผ่านระบบรับสมัครแบบออนไลน์
    3. หนังสือให้คํารับรองเกี่ยวกับผู้สมัครเข้าศึกษา (บศ.2) รับรองโดยอาจารย์ผู้เคยสอน 2 ท่าน หรือผู้บังคับบัญชาในสายงานของผู้สมัคร 2 ท่าน หรืออย่างละท่าน โดยผู้ให้คำรับรองดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ เว็บไซต์ https://join.kmutt.ac.th (เมื่อยื่นใบสมัครเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่งลิงก์เอกสารไปยังอีเมลของผู้รับรองฯ โดยอัตโนมัติ)
    4. กรณีผู้สมัคร ชำระค่าสมัครเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถเข้ารับการพิจารณาในรอบที่สมัครหรือภาคการศึกษาที่เปิดรับสมัคร หรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์การรับสมัคร หรือทำการยกเลิกใบสมัคร ** มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าสมัคร และไม่สามารถโยกย้ายสิทธิการสมัครไปรอบต่อไป หรือภาคการศึกษาต่อไปได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
    5. ผู้สมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาเอก คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ จะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ก่อนการสัมภาษณ์ ติดต่อสาขาวิชา https://kmutt.me/Contact-Postgraduate
    6. ผู้สมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาเอกต้องยื่นคะแนนภาษาอังกฤษ ก่อนปิดรับสมัคร เพื่อใช้เป็นเกณฑ์สำหรับการพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าศึกษา ตามประกาศ มจธ. เรื่อง เกณฑ์คะแนนวิชาภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เข้าศึกษาระดับปริญญาเอก (สำหรับคะแนน TETET สามารถสมัครสอบผ่านเว็บไซต์ของคณะศิลปศาสตร์ ได้ที่ https://sola.pr.kmutt.ac.th/tetet/)
    7. โปรดศึกษารายละเอียดการรับสมัครด้านล่างก่อนการสมัคร หากพบปัญหาในการสมัคร หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม โปรดติดต่อ 02 470 8367 หรือ
    อีเมล admission@kmutt.ac.th


    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับสมัครนักศึกษา โครงการทุนเพชรพระจอมเกล้าดุษฎีบัณฑิต ระดับปริญญาเอกภาคการศึกษาที่ 2/2567 (เริ่มการศึกษา มกราคม 2568)
    สมัครเข้าศึกษา รอบที่ 2 วันที่ 10 ตุลาคม – 20 พฤศจิกายน 2567

    หมายเหตุ:
    1. ผู้สมัครต้องไม่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอก หรือผู้สมัครต้องไม่เคยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีมาก่อน
    2. ผู้สมัครส่งเอกสารการสมัครแบบออนไลน์ ผ่านระบบรับสมัคร https://join.kmutt.ac.th
    3. ผู้สมัครต้องติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ในสาขาที่จะเรียนระดับปริญญาเอก และส่งแบบฟอร์มหนังสือรับรองการเข้าศึกษาผ่านระบบรับสมัคร https://join.kmutt.ac.th
    ให้กับอาจารย์ที่ปรึกษา และคณบดี

    4. ผู้สมัครส่งแบบฟอร์มหนังสือให้คํารับรองเกี่ยวกับผู้สมัครเข้าศึกษา (บศ.2) ผ่านระบบรับสมัคร https://join.kmutt.ac.th ให้กับอาจารย์ผู้เคยสอน หรือผู้บังคับบัญชาในสายงานของผู้สมัคร จำนวน 2 ท่าน

    5. ผู้สมัครเข้าศึกษาต้องยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ (TETET หรือ TOEFL iBT หรือ IELTS) เพื่อใช้เป็นเกณฑ์สำหรับ การพิจารณาคุณสมบัติในการรับเข้าศึกษา ตามประกาศ มจธ.ฯ (สำหรับคะแนน TETET สามารถสมัครสอบผ่านเว็บไซต์
    ของคณะศิลปศาสตร์ ได้ที่ https://sola.kmutt.ac.th/tetet)

    6. กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โปรดติดตามผ่านเว็บไซต์ https://join.kmutt.ac.th

  • เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ประกวดสหกิจศึกษาดีเด่น หนุนนักศึกษาสร้างสรรค์นวัตกรรม

    เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ประกวดสหกิจศึกษาดีเด่น หนุนนักศึกษาสร้างสรรค์นวัตกรรม

    คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จัดประกวดแข่งขันโครงงานสหกิจศึกษาดีเด่น สนับสนุนและพัฒนานักศึกษาสหกิจศึกษาในการทำโครงงานสหกิจศึกษาที่เป็นนวัตกรรมและเกิดประโยชน์ให้กับสถานประกอบการ ณ ห้องสงค์ธนาพิทักษ์ มทร.ธัญบุรี รองศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เผยว่า ในการดำเนินโครงการในครั้งนี้ เห็นว่าเป็นการมุ่งพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาและช่วยให้นักศึกษารวบรวมผลงานจากการปฏิบัติการงานในองค์กรผู้ใช้บัณฑิต มาจัดประกวดแข่งขันร่วมกัน ซึ่งจากที่นักศึกษาไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ทำให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงตามสาขาวิชาที่เรียนเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากการเรียนในห้องเรียน ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นเวลาที่มีค่ามาก สิ่งที่นักศึกษาได้เรียนรู้จะช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเอง เกิดทักษะ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น การประกวดแข่งขันโครงงานสหกิจศึกษาวันนี้ นักศึกษาได้นำเสนอผลงานของตนเองที่ทำร่วมกับสถานประกอบการ และอาจารย์นิเทศจะช่วยกัน เติมเต็มความรู้ให้กับนักศึกษา ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีความเข้าใจในเนื้อหาของผลงานมากขึ้น อีกทั้งนักศึกษายังได้แลกเปลี่ยน ชื่นชมผลงานอื่นของเพื่อนๆ อีกด้วย


    ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐชรัฐ แพกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกวดโครงงานสหกิจศึกษาดีเด่น เพื่อสนับสนุนและพัฒนานักศึกษาสหกิจศึกษาในการทำโครงงานสหกิจศึกษาที่เป็นนวัตกรรมและเกิดประโยชน์ให้กับสถานประกอบการ กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ประกอบด้วยนักศึกษา ชั้นปีที่ 4 จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการออกแบบแฟชั่นและนวัตกรรมเครื่องแต่งกาย หลักสูตรอาหารและโภชนาการ และ หลักสูตรศิลปประดิษฐ์ในงานคหกรรมศาสตร์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 238 คน ซึ่งมีการแบ่งการประกวดแข่งขันโครงงานสหกิจศึกษาออกเป็น 5 ประเภท คือ ประเภทโภชนาการ งานโรงพยาบาล จำนวน 10 กลุ่ม ประเภทครัวและการประกอบอาหาร งานโรงแรม จำนวน 43 กลุ่ม ประเภทการบริหารจัดการงานครัวและการบริการ งานภัตตาคารร้านอาหาร จำนวน 33 กลุ่ม ประเภทการออกแบบแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย จำนวน 27 กลุ่ม และ ประเภทศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ จำนวน 29 กลุ่ม


    ผลการตัดสินการประกวดโครงงานสหกิจศึกษาดีเด่น ประเภทโภชนาการ งานโรงพยาบาล รางวัลชนะเลิศ
    ได้แก่ ผลงานผงปรุงรสผักรวม ของ นางสาววีรภัทรา ดอนเตาเหล็ก นางสาววรสุนี คุณพรม และนางสาวมัณฑิตา มาลิเสน สถานประกอบการ Gourmet House Culinary Care อาจารย์นิเทศ ผศ.พรพาชื่น ชูเชิด ประเภทครัวและการประกอบอาหาร งานโรงแรม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ การเพิ่มมูลค่าให้เปลือกกุ้ง ของ นายอลงกรณ์ พันทว นางสาวมณีญาดา โพนหินกลาง และ นางสาวกนกกร ยินดี สถานประกอบการ CentaraGrand at Central Plaza Ladprao อาจารย์นิเทศ ผศ.อรุณวรรณ อรรถธรรม ประเภทการบริหารจัดการงานครัวและการบริการ งานภัตราคารร้านอาหาร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานโยเกิร์ตไฟเบอร์สูงจากเปลือกฝรั่งและการประยุกต์ใช้ ผลงานของนางสาวปัญญาพร บุญจันทร์ และนางสาวปิยาพัชร ลำบัวลอย สถานประกอบการราชกรีฑาสโมสรโปโลคลับอาจารย์นิเทศ รศ.ดร.อรวัลภ์ อุปถัมภานนท์ ประเภทศิลปประดิษฐ์สร้างสรรค์ รางวัลชนะเลิศได้แก่ ผลงาน การพัฒนาพวงหรีดเพื่อสิ่งแวดล้อมจากอาหารปลา ของนางสาวนัฐฐยา บุญประเสริฐ สถานประกอบการ ร้านดอกไม้กับนายหมี อาจารย์นิเทศ ผศ.วิจิตร สนหอม ประเภทการออกแบบแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย รางวัลชนะเลิศ ผลงานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเสื้อผ้าค้างสต็อกผ่านการออกแบบลายเสื้อ ของนางสาวอภิชญา บัวดี สถานประกอบการ Perfect Buying and Merchandising Service อาจารย์นิเทศ ผศ.ดร.ชนากานต์ เรืองณรงค์

    ชลธิชา ศรีอุบล กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี รายงาน

  • เปิดรับนักศึกษาระดับป.ตรี ร่วมโครงการ JENESYS 2024 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ประเทศญี่ปุ่น

    เปิดรับนักศึกษาระดับป.ตรี ร่วมโครงการ JENESYS 2024 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ประเทศญี่ปุ่น

    โครงการแลกแปลี่ยน JENESY 2024 ASEAN-JAPAN Student Conference ซึ่งจะได้เดินทางไปทำกิจกรรม ณ ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 14 – 21 มกราคม 2568 เปิดรับสมัครนิสิตนักศึกษาจากประเทศไทยแล้ววันนี้ หมดเขตวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567!

    JENESYS2024 กิจกรรมขาเข้า (Inbound Program) ASEAN – Japan Students Conference

    คุณสมบัติผู้สมัคร

    1. เป็นผู้ที่กําลังศึกษาในระดับปริญญาตรี และมีสัญชาติไทย
    2.เป็นผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ JENESYS หรือโครงการอื่น ๆ ที่ได้รับทุนสนับสนุน จากรัฐบาลญี่ปุ่น
    3. ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น
    4. มีทักษะภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน ในระดับดีมาก
    5. มีอายุระหว่าง 18 – 35 ปี ณ วันที่เข้าร่วมโครงการฯ
    6. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดระยะเวลาทํากิจกรรม
    7. ผู้สมัครต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

    ความมั่นคงทางทะเลและหลักนิติธรรม

    – พลังงานและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

    – การศึกษาและการอนุรักษ์วัฒนธรรม

    8.ผู้สมัครจะต้องนําโทรศัพท์เคลื่อนที่ และคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต เข้าร่วมโครงการฯ ณ ประเทศญี่ปุ่น

    9. ผู้สมัครจะต้องแบ่งปัน และเผยแพร่ประสบการณ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ประเทศญี่ปุ่น ผ่านบริการเครือข่ายสังคม (Social Network Service)

    สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 4 พฤศจิกายน 2567

    ส่งใบสมัครได้ที่

    Email: Interexchangeapply@gmail.com

    เข้าร่วมโครงการ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14 – 21 มกราคม 2568

    ศึกษารายละเอียดการสมัครได้ที่ www.dcy.go.th หัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 253 9115 กลุ่มการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กรมกิจการเด็กและเยาวชน

  • ทุนฟรี ให้นักศึกษาไทยไปแลกเปลี่ยนระดับปริญญาตรีที่สหรัฐ ปีการศึกษา 2568-2569

    ทุนฟรี ให้นักศึกษาไทยไปแลกเปลี่ยนระดับปริญญาตรีที่สหรัฐ ปีการศึกษา 2568-2569

    ฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดรับสมัครผู้สนใจรับทุนนักศึกษาแลกเปลี่ยนระดับปริญญาตรีในโครงการ Global Undergraduate Exchange Program เป็นเวลา ภาคการศึกษา (ระยะเวลา 4-5 เดือนโดยเริ่มเรียนในภาคฤดูใบไม้ร่วงปี 2568 (สิงหาคมธันวาคม 2568) หรือฤดูใบไม้ผลิปี 2569 (มกราคมพฤษภาคม 2569)

    โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยที่มีผลการเรียนดีและมีความเป็นผู้นำได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาภาวะผู้นำ ตลอดจนมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในสังคม วัฒนธรรมและสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐฯ

    ประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการ Global UGRAD จะได้รับ

    • ได้รับทุนแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนจากสำนักงานกิจการการศึกษาและวัฒนธรรม (Bureau of Educational and Cultural Affairs: ECA) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยมี World Learning (สหรัฐอเมริกาและฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เป็นผู้บริหารทุนการศึกษา
    • เข้าเรียนในหลักสูตรที่เปิดสอนในสถาบันอุดมศึกษา และพักร่วมกับเพื่อนนักศึกษาชาวอเมริกันหรือครอบครัวชาวอเมริกัน
    • ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชนเป็นเวลา 20 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา และร่วมประชุมสัมมนากับผู้รับทุน Global UGRAD จากประเทศอื่น ๆ ในหัวข้อเกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำและทักษะในการทำงาน
    • ในกรณีที่ผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑ์ของโครงการ ทางคณะกรรมการจะพิจารณาให้ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกเข้าอบรมภาษาอังกฤษก่อนรับทุน
    • ได้รับการประสานงานในภาพรวม การปฐมนิเทศ และการดูแลจากฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และมีโอกาสสร้างเครือข่ายกับผู้ได้รับทุนท่านอื่น ๆ ที่จะเดินทางไปในปีเดียวกัน รวมถึงศิษย์เก่าชาวไทยและชาวอเมริกัน
    • ผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Global UGRAD และศึกษาคุณสมบัติและขั้นตอนการสมัครได้ที่ Global UGRAD Website

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับสมัครและต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมจนถึงปัจจุบันตั้งแต่ 2.50 ขึ้นไป
    • กรณีมีข้อจำกัดทางร่างกาย ผู้สมัครต้องสามารถช่วยเหลือตนเองได้
    • ผู้สมัครต้องเป็นนิสิต/นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี โดยจะต้องเหลือระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา (2 ภาคการศึกษาก่อนจบการศึกษาหลังจากเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการและกลับจากสหรัฐฯ แล้ว (ทั้งนี้ ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ Global UGRAD ในภาคเรียนสุดท้ายได้ เนื่องจากต้องกลับมาเรียนและจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศไทย)
    • นิสิต/นักศึกษาในทุกสาขาวิชาสามารถสมัครได้ ทั้งนี้ ในบางสาขาวิชา เช่น นิติศาสตร์ แพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ใช้ในการทดลอง อาจจะมีข้อจำกัดในการลงเรียนวิชาเอกตามสาขาข้างต้น หากได้รับการคัดเลือกให้ร่วมโครงการ อาจต้องลงเรียนในวิชาอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาเอกแทน
    • มีผลการเรียนดี มีภาวะผู้นำ ทำกิจกรรมเพื่อชุมชนหรือกิจกรรมพิเศษนอกหลักสูตรในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
    • ไม่เคยมีประสบการณ์หรือมีประสบการณ์น้อยมากในการเดินทางหรือรับทุนไปต่างประเทศ ทั้งในสหรัฐฯ และประเทศอื่น 
    • ต้องได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมโครงการจากผู้ปกครอง และมหาวิทยาลัยต้นสังกัดที่ผู้สมัครกำลังศึกษาอยู่ในประเทศไทย
    • เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและเอกสารครบถ้วน

    เงื่อนไข

    • ทุน Global UGRAD เป็นทุนที่ไม่มีปริญญา แต่อาจโอนถ่ายหน่วยกิตได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของผู้สมัคร โดยผู้สมัครต้องรับผิดชอบการดำเนินการทั้งหมดเอง
    • ผู้ได้รับทุนจะต้องเดินทางกลับทันทีหลังจากสิ้นสุดโครงการ
    • ผู้ได้รับทุนไม่สามารถเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้าร่วมโครงการได้ ทาง World Learning จะเป็นผู้ดำเนินการเลือกมหาวิทยาลัยให้ตามความเหมาะสม
    • กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นผู้ตัดสินการคัดเลือกผู้สมัคร

    เอกสารสำคัญที่ต้องอัปโหลดขึ้นบนลิงก์ด้านล่าง ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2567 มีดังต่อไปนี้

    • จดหมายแนะนำ/สนับสนุนเป็นภาษาอังกฤษ (Letter of Recommendation) 2 ฉบับ โดยใช้แบบฟอร์มที่ดาวน์โหลดได้จากระบบ
      • ฉบับที่ 1 รับรองโดยอาจารย์ที่ปรึกษาหรืออาจารย์มหาวิทยาลัยในสาขาวิชาเอกที่นักศึกษากำลังเรียน/เคยเรียนด้วย
      • ฉบับที่ 2 รับรองโดยบุคคลอื่นที่นักศึกษาเคยร่วมงานด้วย เช่น หัวหน้างานที่เคยฝึกงาน โค้ช หรือหัวหน้าฝ่ายการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาของมหาวิทยาลัย (เพื่อนหรือบุคคลในครอบครัวไม่สามารถออกจดหมายแนะนำ/สนับสนุนได้)
    • สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ในกรณีที่ไม่มีหนังสือเดินทาง ให้แนบสำเนาบัตรประชาชนแทน และรับรองสำเนาถูกต้อง
    • ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) ภาษาอังกฤษฉบับจริงที่ออกโดยมหาวิทยาลัย มีลายมือชื่อผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและตรามหาวิทยาลัยกำกับ (ผู้สมัครไม่ต้องรับรองสำเนาถูกต้องเนื่องจากเป็นเอกสารฉบับจริง)
    • เรียงความภาษาอังกฤษ 2 ข้อ ตามหัวข้อที่ระบบกำหนด ข้อละ 450-600 คำ
    • สำเนาเอกสารคะแนน TOEFL หรือ IELTS ที่ยังไม่หมดอายุ (ถ้ามีและรับรองสำเนาถูกต้อง 

    ขั้นตอนการสมัคร

    1. เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 ผู้สนใจสมัครชิงทุน Global Undergraduate Exchange Program (Global UGRAD) สามารถดาวน์โหลดระเบียบการและข้อแนะนำการกรอกใบสมัครได้จากเว็บไซต์ Global UGRAD / และกรอกใบสมัครแบบออนไลน์ พร้อมอัปโหลดเอกสารสำคัญข้างต้นเข้าระบบ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของ World Learning ได้ที่ https://worldlearning-program.my.site.com/ugradstudent/s
    2. หากเลยกำหนดแล้ว ระบบจะปิดการรับสมัคร และผู้สมัครจะไม่สามารถเข้าไปดูข้อมูล หรือพิมพ์เอกสารของตนเองได้
    3. สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย สงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาใบสมัครที่ไม่สมบูรณ์ หรือใบสมัครที่นำมายื่นด้วยตนเอง 

    ตารางการดำเนินงาน (วันและเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)

    พฤศจิกายน 2567

    เปิดรับสมัครทุนโครงการ Global UGRAD ปีการศึกษา 2568-2569 ทางออนไลน์

    15 ธันวาคม 2567

    ปิดรับสมัครในระบบ

    เดือนมกราคม 2568

    การสัมภาษณ์จะจัดขึ้นที่แผนกสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โครงการจะแจ้งรายละเอียดการสัมภาษณ์ให้กับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาสัมภาษณ์ทราบล่วงหน้า โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าวจะต้องเดินทางมาสัมภาษณ์ด้วยตนเองเท่านั้น

    เดือนมีนาคม 2568

    ผู้สมัครสามารถตรวจสอบสถานะได้รับคัดเลือก หรือ ไม่ได้รับคัดเลือก

    เดือนเมษายน 2568

    ผู้ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้ายสอบ TOEFL iBT (รายละเอียดจะแจ้งในภายหลัง)

    เดือนกรกฎาคม 2568

    ผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมการปฐมนิเทศก่อนเดินทาง

    สิงหาคม – ธันวาคม 2568

    ผู้นักศึกษาเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมโครงการในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง

    มกราคม – พฤษภาคม 2569

    นักศึกษาเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมโครงการในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ผลิ


    ฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรมจะติดต่อไปยังผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อสอบสัมภาษณ์เท่านั้น

    หากมีข้อสงสัย โปรดติดต่อ BangkokPD@state.gov โดยระบุหัวข้อ “Global UGRAD Inquiry 2025-2026”

  • 360 ที่นั่งเท่านั้น “ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา” รอบ Portfolio เปิดรับ 8 สาขาครบ จบทุกความต้องการ

    360 ที่นั่งเท่านั้น “ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา” รอบ Portfolio เปิดรับ 8 สาขาครบ จบทุกความต้องการ

    ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดรับต่อ..ไม่รอแล้วนะ.. #เด็ก68 ‼️ #portfolio
    รอบ portfolio รอบสุดท้ายของปีนี้‼️ ห้ามพลาด ‼️
    คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) ปีการศึกษา 2568
    《 รอบ 1 PORTFOLIO 》
    👉🏻เปิดรับสมัครวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 7 มกราคม 2568
    👉🏻สมัครออนไลน์ที่ https://admission.ssru.ac.th/
    เปิดรับสมัครครบทุกสาขา 🤓 ตอบโจทย์ความชอบทุกแขนง
    ▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾▾
    ติดต่อสอบถามงานประชาสัมพันธ์
    คณะศิลปกรรมศาสตร์
    instagram : far_ssru_fanpage
    tiktok : @farssru
    Tel. 0-2160-1388 ext.100
  • “ยุทธ”หนุ่มเวียดนามศิษย์เก่าราชภัฏ สานฝันสู่ “ไกด์” ขวัญใจนักท่องเที่ยวไทย

    “ยุทธ”หนุ่มเวียดนามศิษย์เก่าราชภัฏ สานฝันสู่ “ไกด์” ขวัญใจนักท่องเที่ยวไทย

    ประเทศเวียดนาม เป็นหนึ่งในประเทศที่มีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวติดอันดับโลก โดยการท่องเที่ยวของเวียดนามเคยติดอันดับ 6 ใน 10 อันดับของจุดหมายปลายทางที่มีการเติบโตของการท่องเที่ยวสูงที่สุดในโลกมาแล้ว

    สำนักข่าว VIETNAM PICTORIAL รายงานว่าในปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั้งหมดอยู่ที่ 12.6 ล้านคน เกินเป้าหมายเริ่มต้น 57% ขณะที่จำนวนนักเดินทางในประเทศอยู่ที่ 108 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ กิจกรรมการท่องเที่ยวสร้างรายได้ประมาณ 678 ล้านล้านดอง (27.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าแผนรายปี 4.3%

    “จุดแข็ง” อีกสิ่งหนึ่ง ที่ชาวเวียดนามยังคงรักษา และยืนหยัดเอาไว้อย่างมั่นคงคือ ‘ความเป็นตัวเอง’ หรือ ‘ชาตินิยม’ ควบคู่กันไป ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมและเผยแพร่ต่อ ๆ กันไปในสังคมโซเชียลมีเดีย

    ทีมข่าวมีโอกาสนั่งคุยกับ “ยุทธ” Mr. Ngo Van Thanh ไกด์หนุ่มหน้าเปื้อนยิ้มชาวเวียดนาม ที่ปักหลักต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่เมืองดานัง เมืองที่ประกาศใช้นโยบาย “5 ไม่มี – 3 มี” เพื่อพัฒนาเมืองและสังคมให้น่าอยู่ โดยนโยบาย “5 ไม่มี” ประกอบด้วย ไม่มีคนอดอยาก ไม่มีคนไม่รู้หนังสือ ไม่มีขอทาน ไม่มีผู้ใช้ยาเสพติด และ ไม่มีโจรขโมย ส่วนนโยบาย “3 มี” ได้แก่ มีบ้านอยู่  มีงานทำ และมีอายรธรรม

    ยุทธ…เล่าให้ฟังว่าบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดกว๋างบิ่ญ ที่ตั้งอยู่ภาคกลางตอนบนของประเทศเวียดนาม เป็นจังหวัดที่มีแผ่นดินแคบที่สุดของเวียดนาม และเป็นจังหวัดที่เดินทางจากไทยไปใกล้ที่สุด คือระยะทาง 145 กิโลเมตรจากจังหวัดนครพนม ตอนเรียนอุดมศึกษาปีแรกก็เรียนด้านภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยในเวียดนาม พอเรียนได้ 1 ปีเขามีโครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครพนม เลยสมัครไปและติด 1 ใน 10 คน แรกๆต้องไปเรียนภาษาไทยก่อน 1 ปี แล้วเขาให้เลือกมหาวิทยาลัย เลยเลือกศึกษาต่อปริญญาตรีที่มหาวิยาลัยราชภัฏสกลนคร อีก 4 ปี รวมเรียนที่ไทย 5 ปี

    “การที่ได้ไปเรียนที่ประเทศไทย ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากนะครับ เพราะว่าไทยกับเวียดนามมีมิตรภาพที่ดีมากว่า 40 ปีแล้ว ทั้งการท่องเที่ยวและการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวมาบูมมากเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมาจากละครโทรทัศน์เรื่องฮอยอันฉันรักเธอ ทำให้มีนักท่องเที่ยวไทยตามรอยละครเรื่องนี้มาเที่ยวเมืองฮอยอันกันเป็นจำนวนมาก

    แรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวไทยมาเที่ยวเวียดนาม ยังไม่มีไกด์เวียดนามที่พูดไทยได้เลย จึงมีความต้องการนักศึกษาที่พูดได้ทั้ง 2 ภาษามาช่วยเป็นไกด์ ผมเริ่มมาเป็นไกด์ตอนแรกก็ยังงง ๆ อยู่ เพราะยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญ แต่พอทำไปได้สักระยะก็เริ่มดีขึ้น พอเรียนจบปริญญาตรีก็มาทำอาชีพไกด์เต็มตัวแต่ก็ต้องไปเรียนเพิ่มเติมอีก 6 เดือนถึงได้ใบอนุญาตและใน 5 ปีก็ต้องไปต่อใบอนุญาตอีกครั้ง” ไกด์หนุ่มเล่าที่มาของอาชีพให้ฟังอย่างตั้งใจ

    ถามว่าการที่ได้มาเรียนที่ประเทศไทย ถือว่าพลิกชีวิตได้เลยมั้ย “ยุทธ” ยอมรับว่า การที่มีโอกาสได้ไปเรียนที่ประเทศไทย คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมากของชีวิต เพราะหากเปรียบเทียบกับเด็กเวียดนามที่มีโอกาสได้เรียนต่างประเทศ เช่นแถวยุโรป หรือว่าประเทศจีน พอจบการศึกษากลับมา โอกาสในการหางานของเราถือว่ามีเยอะกว่า เพราะเราทำงานได้ 2 ทางคือเป็นไกด์และอีกทางหนึ่งก็คือทำงานในบริษัทที่คนไทยมาลงทุนในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้เรายังสามารถพานักท่องเที่ยวเวียดนาม หรือนักธุรกิจเวียดนามไปท่องเที่ยวหรือไปทำธุรกิจที่ประเทศไทยได้ จากทักษะที่เราสามารถสื่อสารได้ทั้ง 2 ภาษานั่นเอง

    ในระหว่างที่ยุทธทำหน้าที่ไกด์ เราก็สังเกตเห็นทักษะอื่น ๆ นอกเหนือจากการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แนะนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ของเวียดนามอย่างละเอียด โดยมีการขายสินค้าที่ระลึก ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงขนมนมเนยที่ขนขึ้นเครื่องหิ้วกลับมาได้ รวมทั้งการติดต่อร้านค้า ร้านอาหารอย่างคล่องแคล่ว จึงอดถามไม่ได้ว่า อาชีพไกด์ที่เวียดนามมีรายได้มากน้อยแค่ไหน

    “พูดถึงรายได้เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ที่เวียดนามถือว่าเป็นรายได้ที่ดีเลยครับ ถ้าเปรียบเทียบกับเด็กที่จบใหม่ระดับปริญญาตรีเงินเดือนจะอยู่ที่ 6-7,000 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายได้พิเศษเสริมเข้าไปอีกจากอาชีพไกด์ทั้งทิปจากลูกค้าและการขายของให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการกับเรา ถือเป็นอาชีพที่หลาย ๆ คนต้องการเข้ามาทำเลยทีเดียว” ไกด์หนุ่มยืนยันด้วยความภาคภูมิใจในอาชีพ

    เมื่อถามว่า แล้วต่อไปในอนาคตของอาชีพไกด์ที่เวียดนามจะเป็นยังไง “ยุทธ” ตอบไม่ลังเลแบบคนที่วางแผนชีวิตไว้เป็นอย่างดีแล้วว่า…อาชีพไกด์ในเวียดนาม โดยเฉพาะไกด์ที่รับทัวร์ไทยคิดว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวไทยเริ่มน้อยลงทุกปี ก็จะต้องมีการปรับตัวกันตลอด ส่วนตัวทำมา 17 ปีแล้ว อีกไม่นานผมวางแผนไว้ว่าคงต้องเปลี่ยนอาชีพ สาเหตุหนึ่งมาจากเรื่องอายุ เพราะอายุมากจะทำอาชีพนี้ได้ไม่ค่อยสะดวก โดยอาจผันตัวทำธุรกิจส่วนตัวเช่นเปิดร้านกาแฟ รวมทั้งการเป็นพี่เลี้ยงสอนไกด์รุ่นน้อง ๆ ให้สืบทอดอาชีพดี ๆ นี้ต่อไปครับ

    .

    ในระยะเวลาสั้น ๆ ที่ได้ไปเห็นและได้รับฟังจุดแข็งของประเทศเวียดนาม ที่ประชาชนชาวเวียดนามต่างพร้อมใจกันอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงเพื่อเป็นมรดกของประเทศชาติ และนำมาอวดโฉมต่อชาวโลกอย่างภาคภูมิ จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลไปเยี่ยมชมไม่ขาดสาย และมีสถิติเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ ก็รู้สึกชื่นชมที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างร่วมมือร่วมใจเพื่อชาติบ้านเมืองกันเต็มที่ เมื่อย้อนมองกลับมาบ้านเรา หากเราเอาจริงเอาจัง ปลุกจิตสำนึกความเป็นไทยให้ลุกโชน การท่องเที่ยวประเทศไทยก็คงโชติช่วงไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นเดียวกัน

     

  • มทร.ธัญบุรี สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ในเวทีโลก คว้า 6 รางวัล จากงาน “iENA 2024” เยอรมนี

    มทร.ธัญบุรี สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ในเวทีโลก คว้า 6 รางวัล จากงาน “iENA 2024” เยอรมนี

    มทร.ธัญบุรี ทำสำเร็จในการประกวดผลงานวิจัยและนวัตกรรมนานาชาติ International Trade Fair – Ideas, Inventions and New Products : iENA 2024 ที่เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี โดยมีผลงานเข้าร่วมทั้งหมด 3 ผลงานใหญ่ ซึ่งได้รับคัดเลือกจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เข้าร่วม และคว้ารางวัลสำคัญได้มากถึง 6 รางวัล สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลก สะท้อนความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักวิจัยไทย

    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เผยว่า รางวัลที่ได้จากการเข้าร่วมการประกวด iENA 2024 ที่ประเทศเยอรมนี มีด้วยกัน 3 ผลงาน และได้รับรางวัลรวมทั้งหมด 6 รางวัล คือ ผลงานชิ้นที่ 1 Innovative Hand-woven Fabric from Cattail Flower Fiber ได้รางวัล Gold Medal และ Special Awards จากประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยรศ.ดร.สาคร ชลสาคร ผศ.ดร.ศุภนิชา ศรีวรเดชไพศาล และน.ส.พรนภา บุญยะพัน จากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ผลงานชิ้นที่ 2 Storage and dispensing system of medications in hospitals ได้รางวัล Silver Medal และ Special Awards จากประเทศเกาหลี โดยนายอภิชัย แสงประดิษฐ์ นายนพรัตน์ สิงห์ทอง นายอภิสิทธิ์ เหมือนเมือง นายธีระภัทร แก้วปรารถนา นายดาริส แอนดริส ดร.สุรศักดิ์ ทิมพิทักษ์ และผศ.ดร.มนูศักดิ์ จานทอง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ผลงานชิ้นที่ 3 Innovative Underwear to Prevent the Visibility of Male Genitalia for LGBTQ+ ได้รางวัล Bronze Medal และ Special Awards จากประเทศไต้หวัน โดยรศ.ดร. สาคร ชลสาคร ผศ.ดร.ศุภนิชา ศรีวรเดชไพศาล และน.ส.ไพรินทร์ เที่ยงผดุง คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.นารีรัตน์ จริยะปัญญา คณะวิศวกรรมศาสตร์

    รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ยังกล่าวอีกด้วยว่า ผลงานทั้งหมดมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสุขภาพ รวมถึงปัญหาความหลากหลายทางเพศ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจต่อคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันยังมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอีกด้วย ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความต้องการของตลาดและประโยชน์ในระดับสังคม การคว้ารางวัลจากหลายประเทศในเวทีนี้เป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม ทั้งยังส่งเสริมอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับบริบทโลก.

  • มูลนิธิเกื้อฝันเด็กเปิดให้ทุนเรียนฟรี เรียนต่อสายสามัญและสายวิชาชีพ ระดับชั้น ม.ปลาย และ ปวช.

    มูลนิธิเกื้อฝันเด็กเปิดให้ทุนเรียนฟรี เรียนต่อสายสามัญและสายวิชาชีพ ระดับชั้น ม.ปลาย และ ปวช.

    มูลนิธิเกื้อฝันเด็กสนับสนุนทุนเรียนฟรี   สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อสายสามัญและสายวิชาชีพ (ระดับชั้น ม.ปลาย และ ปวช.) ในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน
    โครงการทุนการศึกษา
    ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ปีการศึกษา 2568 มูลนิธิเกื้อฝันเด็ก (Child’s Dream Foundation) โดยมูลนิธิเกื้อฝันเด็ก เป็นองค์กรการกุศล ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2546 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
    คุณสมบัติผู้สมัครขอรับทุนการศึกษา
    1. กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือวุฒิ กศน./สกร. มัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตร การศึกษาของประเทศไทย
    2. นักเรียนผู้ซึ่งขาดแคลนด้านทุนทรัพย์ ฐานะครอบครัวยากจน รายได้น้อย
    3. เป็นนักเรียนที่มีความประพฤติดี ให้ความร่วมมือ มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนหรือสถาบันเป็นอย่างดี
    4. มีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
    5. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม ของมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่ต่ำกว่า 2.75 (รวม 5 ภาคเรียนการศึกษา)
    ขั้นตอนการสมัครขอรับทุนการศึกษา
    1. สามารถขอรับใบสมัครที่คุณครูในแต่ละสถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่หรือเรียนจบมา
    2. สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ลิงก์ https://shorturl.at/FuJEy
    ขั้นตอนส่งใบสมัคร การส่งใบสมัครสามารถทำได้ ดังนี้
    1. รวบรวมใบสมัครและเอกสารแนบ ส่งตามที่อยู่นี้ : ชื่อผู้รับ มูลนิธิเกื้อฝันเด็ก เลขที่ 238/3 ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100 วงเล็บมุมซองขวาบนว่า “โครงการทุนการศึกษาระดับ ม.ปลาย และ ปวช. 2568”
    2. สามารถส่งใบสมัคร และเอกสารประกอบการสมัคร ได้ที่อีเมล besst@childsdream.org
    3. ทั้งนี้จะต้องส่งใบสมัคร ภายในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568
    4. **ใบสมัคร สามารถเลือกส่งวิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น**
    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ทางมูลนิธิฯ จะทำการคัดเลือกนักเรียน ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ถ้าหากนักเรียนทุนได้รับการคัดเลือกแล้ว จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาการมอบทุน และสัญญางบประมาณ อย่างเคร่งครัด นักเรียนทุนจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดจนจบ หลักสูตร โดยมูลนิธิฯ จะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา ดังนี้
    1. ค่าเทอม 2. อุปกรณ์การเรียน 3. ค่าครองชีพ (ค่าหอพัก, ค่าอาหาร) 4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 5. ได้รับการอบรมพัฒนาศักยภาพของนักเรียนเทอมละ 1 ครั้ง
    ข้อแนะนำ
    1. นักเรียนต้องเขียนใบสมัครให้ชัดเจน ครบถ้วน สามารถอ่านได้ง่าย และเป็นความจริงทั้งหมด
    2. เอกสารใบสมัคร และเอกสารประกอบการสมัคร ต้องส่งมาพร้อมกัน หากตรวจสอบใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร ไม่ครบถ้วน จะไม่ได้รับการพิจารณา
    3. ใบสมัครที่ส่งมาเกินวันที่กำหนดรับใบสมัครจะไม่ถูกพิจารณา
    4. นักเรียนสามารถส่งใบสมัครมาก่อนที่จะสมัครหรือสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่มูลนิธิฯ สนับสนุนทั้ง 9 แห่งได้
    ระยะเวลาในการเปิดรับใบสมัคร
    • เปิดรับใบสมัคร วันที่ 30 ตุลาคม 2567 จนถึง วันที่ 15 มกราคม 2568
    • ภายในเดือนกุมภาพันธ์2568 คณะกรรมการลงพื้นที่และหรือสัมภาษณ์แบบออนไลน์กับนักเรียน
    • ภายในเดือนมีนาคม 2568 ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับทุนการศึกษา
    หมายเหตุ: **กําหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์และความเหมาะสม**