Category: เรียนดี กิจกรรมเด่น

  • “สมจิต บุญคงเสน” ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โชว์ผลงานพร้อมแสดงความยินดีต่อผลงานระดับชาติและนานาชาติ

    “สมจิต บุญคงเสน” ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โชว์ผลงานพร้อมแสดงความยินดีต่อผลงานระดับชาติและนานาชาติ

    “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” ฉันใด ผลงานของโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี นำโดย ผอ.สมจิต บุญคงเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ก็สะท้อนความทุ่มเทในการพัฒนานักเรียน–นักกีฬาอย่างไม่หยุดยั้งฉันนั้น โดยเฉพาะการติดตาม สนับสนุน และผลักดันศักยภาพของนักกีฬาในสังกัดให้ก้าวข้ามอุปสรรค จนก้าวขึ้นคว้ารางวัลมากมายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

    ล่าสุด ผู้อำนวยการสมจิต บุญคงเสน เข้าร่วม พิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีแก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย จากการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลก 4 รายการ ได้แก่

    • มหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ ครั้งที่ 12 ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

    • มหกรรมกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ครั้งที่ 32 ณ เมืองไรน์–รูห์ร สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

    • มหกรรมกีฬาเอเชียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ณ เมืองมานามา ราชอาณาจักรบาเรนห์

    • มหกรรมกีฬา World Transplant Games 2025 ณ เมืองเดรสเดน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

    พิธีจัดขึ้น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบเงินรางวัลเชิดชูเกียรติแบบเรียลไทม์รวมทั้งสิ้น 344,085,000 บาท ให้แก่ผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

    ผลงานโดดเด่นของสมาคมและนักกีฬาที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนกีฬา

    1. สมาคมซอฟท์บอลแห่งประเทศไทย

    คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 ในการแข่งขันซอฟท์บอลชาย รุ่น U23 ชิงแชมป์เอเชีย
    ได้รับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติรวม 1,120,000 บาท

    นำทีมโดย

    • นายยศไกร เพียรพาณิชย์พร นายกสมาคม

    • ผอ.สมจิต บุญคงเสน ผู้จัดการทีม

    • นายชัยยศ สิรินธรานนท์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน

    • นายอดิชาติ วงศ์วิชิต ผู้ฝึกสอน

    • นายอัครเดช จิตผ่อง ผู้ฝึกสอน
      พร้อมนักกีฬา ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ศิษย์เก่าโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และ ศิษย์เก่า–ศิษย์ปัจจุบันจากโรงเรียนกีฬาในสังกัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา


    2. กีฬามวยปล้ำ

    โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี แสดงความยินดีต่อ

    • นักกีฬามวยปล้ำโรงเรียนกีฬา จ.สุพรรณบุรี คว้าเหรียญทองแดง เอเชียนยูธเกมส์ 2025

    • นักกีฬามวยปล้ำชายหาด โรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ (เก็บตัวฝึกซ้อมที่ รร.กีฬาสุพรรณบุรี) คว้าเหรียญทองแดง
      พร้อมชื่นชม โค้ชวิไลวรรณ ทองก่ำ และคณะผู้ฝึกสอน


    3. วอลเลย์บอล

    • ขอแสดงความยินดีกับ นายนนทพัทธ์ ครุธามาศ (โฟส) ศิษย์เก่า รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี
      ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
      ร่วมกับสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย


    4. มวยไทยไหว้ครู

    ขอชื่นชม

    • นางสาวรุ่งทิพย์วา กอแก้ว นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี
      คว้าเหรียญทอง “มวยไทย ไหว้ครู” เอเชียนยูธเกมส์ 2025 ณ ประเทศบาห์เรน
      พร้อมชื่นชมโค้ช ครูตุ้ม / ครูดีน / ครูทองใบ และผู้ปกครอง คุณสุรสิทธิ์ กอแก้ว


    5. ฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้ง

    แสดงความยินดีกับ

    • “น้องมีนา” ศิษย์เก่าโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี (ปัจจุบันศึกษาอยู่ ม.กีฬาชลบุรี)
      ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ
      พร้อมขอบคุณ ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ


    นักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทย – กีฬาโรงเรียนอาเซียน ครั้งที่ 14

    ระหว่างวันที่ 20–29 พฤศจิกายน 2568 ณ บรูไนดารุสซาลาม

    🟥 กีฬาเซปักตะกร้อ

    • นายนนทนันท์ สมบัติหลาย (ม.6/1)

    • นายพศวัต สมตน (ม.6/1)

    🟩 กรีฑา

    • นางสาววรินทร ดอนอินทร์ (ม.4) นักกรีฑา

    • นางทัศนีย์ เสริมศิริ ผู้ฝึกสอน

    🟦 วูซู

    • นางสาวปุญญิศา แก้วบัวดี (ม.5)


    การให้โอวาทก่อนเดินทางแข่งขัน

    ผู้อำนวยการสมจิต บุญคงเสน มอบโอวาทแก่

    • น.ส.ปุญญิศา แก้วบัวดี (ม.5) วูซูประเภทมวยช้า

    • น.ส.คุณาณัญ พันโน (ม.5) วูซูประเภทมวยเร็ว จากโรงเรียนธาตุพนม จ.นครพนม (ร่วมฝึกซ้อมที่ รร.กีฬาสุพรรณบุรี)

    ก่อนออกเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนอาเซียน ครั้งที่ 14 ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม


    ผลงานล่าสุดเพิ่มเติม

    🎖 กรีฑาทีมชาติไทย

    แสดงความยินดีกับ

    • น.ส.กชกร เสริมศิริ (ม.5)
      ได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย ร่วมแข่งขัน
      The 17th SAE U18 Athletics Championship 2025
      ระหว่างวันที่ 15–18 พฤศจิกายน 2568 ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย


    🏐 วอลเลย์บอลยุวชน

    โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี คว้า อันดับที่ 4 ในการแข่งขัน
    วอลเลย์บอลยุวชน 16 ปี EST COLA – DOMESTIC POWER ครั้งที่ 13 (ปีที่ 36)
    ชิงถ้วยพระราชทานฯ รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ณ จังหวัดเชียงราย

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • “เก่งครบเครื่อง เรียนดี กีฬาเด่น”  หญิง-กฤติกา พิทยาวิริยะพันธ์ นศ.เภสัชฯ ม.รังสิต

    “เก่งครบเครื่อง เรียนดี กีฬาเด่น” หญิง-กฤติกา พิทยาวิริยะพันธ์ นศ.เภสัชฯ ม.รังสิต

     

    ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทของหญิง-กฤติกา พิทยาวิริยะพันธ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จด้านการเรียน แต่ยังโดดเด่นด้านการเป็นนักกีฬายูโดและยูยิตสูของมหาวิทยาลัย การันตีด้วยเหรียญทองจากเวทีการแข่งขันกีฬายูยิตสูชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยล่าสุด และที่ผ่านการแข่งขันมาแล้วหลายรายการ สิ่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากความตั้งใจและการไม่หยุดพัฒนา

    หญิง-กฤติกา พิทยาวิริยะพันธ์ สำเร็จการศึกษาม.ปลายจากโรงเรียนศรียานุสรณ์ จันทบุรี หลังจากนั้นเลือกเรียนทางด้านการบริบาลทางเภสัชกรรมด้วยเหตุผลที่ว่า ชอบเรียนเคมี แล้วก็ชอบคำนวณ เมื่อได้ศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรเภสัชศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต จึงรู้สึกว่ามีความน่าสนใจ เลยเลือกเรียนทางด้านนี้ ซึ่งหลังจากที่ได้เรียนแล้วก็รู้สึกว่าสนุกและตอบโจทย์หลายๆ อย่าง

    “ส่วนตัวชอบเรียนวิชาซูติกค่ะ เป็นวิชาเกี่ยวกับคำนวณ คือส่วนตัวชอบเรียนคำนวณ ก็เลยรู้สึกว่าโอเคชอบค่ะ”

    หญิงพูดถึงวิธีบาลานซ์เวลาเรียนกับการแข่งกีฬาในแบบของตัวเองไว้ด้วยว่า การแบ่งเวลาค่อนข้างสำคัญมาก อย่างเราต้องมีแพลนตลอดว่าเราเรียนวันไหนหรือว่าซ้อมกี่โมง ตารางต้องชัดเจนตลอดค่ะ แล้วถ้าช่วงไหนมีแข่งก็จะอ่านหนังสือล่วงหน้าไปเลย ซึ่งเราต้องพยายามมากกว่าคนอื่นนิดหนึ่ง

    “ที่ม.รังสิต หญิงรู้สึกว่าเป็นที่ที่สามารถเล่นกีฬาแล้วก็เรียนไปด้วยกัน เพื่อนก็ดีค่ะเวลาไปแข่งเพื่อนจะช่วยบอกการบ้าน ช่วยเก็บงานไว้ให้ จะมีช่วงที่สอบด้วยแข่งด้วยชนกัน หญิงเอาหนังสือไปอ่านสนามแข่งเลย ก็จะรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากแต่ว่ามีเพื่อนและคนรอบตัวค่อนข้างซัพพอร์ตดีค่ะ เลยค่อยๆ จัดการทีละเรื่อง ส่วนอาจารย์ก็ดูแลเอาใจใส่ดีค่ะ มีอาจารย์ที่ปรึกษา เวลาที่ไม่เข้าใจหรือว่ามีปัญหาอะไรก็สามารถสอบถามได้ตลอดค่ะ”

    ทางด้านกีฬา ก่อนเข้าวงการยูยิตสู หญิงเป็นนักกีฬายูโดมาก่อน เล่นยูโดมาตั้งแต่มัธยมแล้วพอเข้ามาเรียนที่นี่มีกีฬายูยิตสูเลยเป็นนักกีฬายูยิตสูด้วย “จริงๆ ก็ได้ซ้อมทั้งสองอย่าง เลยลองเล่นดูค่ะ สำหรับผลงานการแข่งขันที่ผ่านมา อาทิ เหรียญทอง การแข่งขันกีฬายูยิตสูชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประเภท Tachi waza รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม เหรียญทอง การแข่งขันกีฬายูยิตสูชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประเภท Ne-Waza รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม เป็นต้น ล่าสุดได้เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬายูโดชิงแชมป์ประเทศไทย และในเดือนมกราคม 2569 ก็จะไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยที่แม่โจ้ค่ะ”

    สำหรับเป้าหมายในอนาคตของหญิงคือ อยากเป็นเภสัชกร ที่กลับไปอยู่บ้านและดูแลครอบครัว ควบคู่กับการเล่นกีฬายูยิตสูไปด้วย เรื่องราวของหญิงคือแรงบันดาลใจที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความ

    พยายาม ความมีวินัย และการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการเรียนและกีฬา ที่สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยอย่างภาคภูมิ

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • สายใยแห่งรักและความอบอุ่น สร้างแฝด 3 บนเส้นทางเทนนิสไทย

    สายใยแห่งรักและความอบอุ่น สร้างแฝด 3 บนเส้นทางเทนนิสไทย

     

    ถือเป็นโชคหลายชั้นของครอบครัว “นิ่มวชิระสุนทร” จากจุดเริ่มต้นของ สุดยอดคุณพ่อ สุโรจน์ และสุดยอดคุณแม่ กัลยดา ที่ได้ลูกแฝดถึงสามคน คือ น้องจิน-ชัญญา , น้องจอม-กฤษฎิ์ และ น้องแจม-ชญาดา บ่มเพาะด้วยสายใยรักและความอุบอุ่นของครอบครัว ก่อนที่ช่วงโควิดที่ผ่านมา คุณพ่อสุโรจน์ จะเล็งหากิจกรรมที่จะทำให้แฝดทั้งสามได้ลดปฏิกิริยาตื่นตัวลงไปได้บ้าง จึงเลือกสนามเทนนิสใกล้บ้าน เป็นสถานที่ปล่อยพลังของน้องแฝดทั้งสาม
    จากวันนั้น น้องจิน-น้องจอม-น้องแจม ได้เริ่มสัมผัสกับกีฬาเทนนิส ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ กับ โค้ชครูป้อม-มีชัย โพธิผ่องพันธ์  ด้วยความตั้งใจของเด็ก ๆ และการสนับสนุนจากผู้ปกครอง แฝดทั้งสาม ได้มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว  เริ่มเข้าระบบการแข่งขันตั้งแต่รุ่นอายุ 6 ขวบ ในรายการ tennis 10s และในรุ่นเยาวชนของสมาคมลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย

    เด็กทั้ง 3 อยู่ในแถวหน้ารุ่น 8  ปี  และ  10  ปี อยู่ในระดับ Top 5 ของประเทศ   และปัจจุบันอยู่ในรุ่น 12 ครูป้อม ได้สอนแฝดทั้ง 3 เป็นเวลา 5 ปี จึงส่งต่อ ให้อาจารย์ตั้ม-จตุพร ยืนยง  ต่อยอดต่อไป หลังจากนั้นเด็ก ๆ ทั้ง 3 ได้เข้าสู่ระบบการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ด้วยการพัฒนาจากเทคนิคจากอาจารย์ตั้ม และ ทีมงานลูกศิษย์อาจารย์จตุพร  ครูธนันชัย (ครูตั้ม) และหลักที่สำคัญ คือ โค้ชครูหมี   ดร.วิชิต   อิ่มอารมย์  ผู้คร่ำหวอดในวงการเทนนิสมาอย่างยาวนาน   ได้มาฝึกแฝด 3 โดยเน้นที่เทคนิคและจิตวิทยา ในการแข่งขัน  โดยเน้นตัวต่อตัว  จับแยกเด็กมาสอนทีละคน…ทำให้แฝดทั้ง 3 ได้รับการพัฒนาการอย่างรวดเร็วจนสามารถเข้าชิงหลายรายการทั้งสามคน…

    ปัจจุบัน น้องจิน-น้องจอม-น้องแจม เรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งให้การสนับสนุนทางด้านกีฬาอย่างจริงจัง บวกกับความชื่นชอบทางด้านกีฬาของคุณพ่อสุโรจน์ และการส่งเสริมทางด้านวิชาการจากคุณแม่กัลยดา ที่ทำให้แฝดทั้งสาม ซึ่งปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.6 เรียนได้เกรด 4.00

    เส้นทางของแฝดทั้งสาม ยังต้องเดินทางอีกไกล แต่ ณ วันนี้ สายใยแห่งรัก และความอบอุ่น ทั้งจากครอบครัว “นิ่มวชิระสุนทร”และทีมงานโค้ชลูกศิษย์อาจารย์จตุพร ยืนยง จะคอยสร้างอนาคตของนักกีฬาแฝด 3 ที่ต่อไปเราจะมีนักกีฬาเทนนิสแฝดสามประดับวงการเทนนิสของประเทศไทย สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ..และสมาคมลอนเทนนิสต่อไป

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • นศ.วิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน Google Developer Groups on Campus (GDGOC) x AMSA

    นศ.วิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน Google Developer Groups on Campus (GDGOC) x AMSA

     

    นักศึกษาวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน Google Developer Groups on Campus (GDGOC) x AMSA ร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

    นางสาวโชติมา โกทองเจริญ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต จากชมรม AI MED RSU CLUB กล่าวถึงที่มาของการเข้าร่วมแข่งขัน Google Developer Groups on Campus (GDGOC) x AMSA ครั้งนี้ว่า การแข่งขัน GDGOC ในปีนี้มีหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ AI และการประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองสนใจอยู่แล้ว เพราะเรียนอยู่ในสายวิศวกรรมชีวการแพทย์ และอยากเห็นเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาจริงในระบบสุขภาพของไทย จึงอยากลองใช้โอกาสนี้ในการพัฒนานวัตกรรมที่มีประโยชน์จริงต่อกลุ่มผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้นในสังคมไทย

    สำหรับผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 โดยเป็นความร่วมมือกับรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งช่วยให้เราได้ผสมผสานองค์ความรู้จากหลายด้านเข้าด้วยกัน โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดชื่อว่า “Duangjai” ที่เกิดจากการมองเห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านตามลำพัง เราจึงออกแบบนวัตกรรมเป็นเว็บไซต์ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี Motion tracking และ Action recognition เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมแบบ Real-time ระบบสามารถแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การล้ม หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติ

    “รู้สึกภูมิใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาสร้างสิ่งที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้จริง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเปราะบางในสังคม เราเชื่อว่าเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือยิ่งใหญ่ ขอแค่สามารถแก้ปัญหา และช่วยให้คนมีชีวิตที่ปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น ก็ถือเป็นความสำเร็จที่มีคุณค่าแล้วค่ะ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในรูปแบบนี้ รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสร่วมทีมกับรุ่นพี่จากต่างคณะ การได้ทำงานร่วมกับคนที่มีพื้นฐานและมุมมองแตกต่างกันทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้ เรียนรู้การสื่อสารและการทำงานเป็นทีมอย่างจริงจัง นอกจากความรู้ที่ได้รับจากรุ่นพี่ในทีมแล้ว ยังได้เปิดมุมมองจากผลงานของทีมอื่น ๆ ด้วย รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากและช่วยให้เราเติบโตขึ้นในหลายด้านค่ะ การได้รับรางวัลในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ความภูมิใจส่วนตัว แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า “ความตั้งใจและการร่วมมือกันของคนหลายความถนัด” สามารถสร้างสิ่งที่มีคุณค่าได้จริง นอกจากนี้แนวทางการพัฒนาต่อยอดในอนาคตได้มีการวางแผนไว้ว่า จะพัฒนาระบบให้สามารถคาดการณ์ พฤติกรรมเสี่ยง ได้ล่วงหน้า เช่น ตรวจจับว่าผู้สูงอายุอาจล้ม หรือมีลักษณะท่าทางที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เพื่อให้ผู้ดูแล ครอบครัว หรือแพทย์สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จริง ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้สูงอายุได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจะนำระบบไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT เช่น กล้องวงจรปิดที่ใช้งานทั่วไป เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงในครัวเรือนค่ะ

    สุดท้ายฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านสุขภาพ อยากให้เริ่มต้นจากการเปิดใจเรียนรู้ ทั้งในเรื่องการเขียนโปรแกรม การออกแบบระบบ และพื้นฐานด้านชีววิทยาหรือการแพทย์ เพราะงานด้านนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในคนและในระบบเทคโนโลยีควบคู่กันค่ะ สำคัญคือ อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น เพราะการลงมือทำจริงจะทำให้เราเข้าใจและเติบโตได้เร็วมากค่ะ นางสาวโชติมา กล่าว

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • แจ้งเกิดแล้ว! สองนักศึกษา มทร.ธัญบุรี คณะศิลปศาสตร์ ผงาดคว้าตำแหน่ง “สุดยอดพิธีกร” เตรียมเขย่าวงการด้วยพลังคนรุ่นใหม่

    แจ้งเกิดแล้ว! สองนักศึกษา มทร.ธัญบุรี คณะศิลปศาสตร์ ผงาดคว้าตำแหน่ง “สุดยอดพิธีกร” เตรียมเขย่าวงการด้วยพลังคนรุ่นใหม่

     

    วงการพิธีกรไทย กำลังจะได้ต้อนรับคลื่นลูกใหม่ที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และแรงขับเคลื่อน เมื่อสองนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้รับการยอมรับในฐานะ “สุดยอดพิธีกร” ใน โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อค้นหาผู้อันเชิญตรามหาวิทยาลัยและสุดยอดพิธีกร ประจำปีการศึกษา 2568 ซึ่งจัดขึ้นโดย องค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ความสำเร็จของทั้งคู่เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจ สะท้อนถึงการทุ่มเท ความมุ่งมั่น และหัวใจที่เปี่ยมด้วยแพสชัน

    น.ส.ณัฐธิดา คำชวด หรือ “หมวยเล็ก” นักศึกษาสาววัย 19 ปี จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และ นายจิระยุทธ ถมมา หรือ “ไอซ์ซึ” นักศึกษาหนุ่มวัย 19 ปี จากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพนานาชาติ ทั้งคู่ในชั้นปีที่ 2 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การก้าวเดินตามความฝันสามารถนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้

    สำหรับหมวยเล็ก แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ผลักดันเธอเข้าสู่เส้นทางพิธีกรคือ คุณโซดา-ชนะดา วิเลปะนะ สุดยอดพิธีกรฝ่ายหญิงปี 2567 ที่ตอนนี้ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์แล้ว “พี่โซดาเป็นบุคคลที่เราเห็นความพยายามของเขามาโดยตลอด ไม่ว่าจะประกวดมิสควีน หรือการทำงานทุกอย่างที่เขาเต็มที่เสมอ นั่นเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของหมวยเล็ก” เธอยังเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นพิธีกรตั้งแต่สมัยมัธยมปลายที่โรงเรียนธัญบุรี ซึ่งครูอาจารย์เล็งเห็นแววและมอบโอกาสให้เธอได้ทำหน้าที่สำคัญนี้

    ด้านไอซ์ซึ สุดยอดพิธีการฝ่ายชาย เรื่องราวของเขาแตกต่างออกไปเล็กน้อย เขายอมรับว่าไม่ได้มีแรงบันดาลใจโดยตรงที่จะเป็นพิธีกรตั้งแต่แรก แต่มาจาก “ความชื่นชอบในการทำสิ่งใหม่ ๆ และการมองเห็นโอกาส” การเป็นประธานสีสมัยมัธยมปลายที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นก้าวแรกที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับการพูดในที่สาธารณะและเริ่มค้นพบศักยภาพของตัวเอง

    ทั้งสองคนต่างเห็นพ้องต้องกันถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง หมวยเล็กเน้นย้ำถึงการพัฒนา “ทักษะบุคลิกภาพ” ทั้งการเดิน การยืน และการใช้มือ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้พิธีกรดูเป็นมืออาชีพ ขณะที่ไอซ์ซึเผยว่าการอบรมครั้งนี้ช่วยให้เขาเรียนรู้การ “แสดงออก การแนะนำตัวเอง และการจัดการกับความเครียดและความกดดัน” ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่ใช่แค่สำหรับเวที แต่ยังรวมถึงชีวิตประจำวันด้วย

    เมื่อถูกถามถึงคุณสมบัติของ “สุดยอดพิธีกร” ที่ดี หมวยเล็กให้คำนิยามว่าคือการมี “ลายเซ็นและความเป็นธรรมชาติ” ซึ่งทำให้พิธีกรแต่ละคนโดดเด่นและน่าจดจำ ส่วนไอซ์ซึเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ ใจรัก “ถ้าเรามีใจที่อยากจะเป็นสุดยอดพิธีกร อยากจะเก่งด้านการพูด ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าเกิดเรามีพรสวรรค์แต่ถ้าเกิดเราไม่ชอบการพูดเลย เราก็จะไม่อยากพัฒนา” เขากล่าว ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อที่ว่าแพสชันสามารถเอาชนะพรสวรรค์ได้

    ประสบการณ์อันมีค่าจากการอบรมไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการพัฒนาทักษะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิตรภาพและแรงสนับสนุน หมวยเล็กประทับใจช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้กับ ครูท็อฟฟี่ (ดร.นิชนันท์ คงศรี) ซึ่งเปิดโลกความรู้ใหม่ ๆ ให้เธอ ขณะที่ไอซ์ซึซาบซึ้งกับมิตรภาพที่ได้รับจากทั้งเพื่อนร่วมเข้าแข่งขันและคณาจารย์ “ไม่มีใครมีท่าทีเป็นผู้แข่งขันเป็นศัตรูกันเลย ทุกคนแบบไปด้วยกันในเส้นทางเดียวกัน ช่วยเหลือกันและกัน” ไอซ์ซึกล่าวถึงบรรยากาศของการทำงานร่วมกัน

    หลังจากคว้ารางวัลสุดยอดพิธีกร ทั้งสองคนมีเป้าหมายที่ชัดเจน หมวยเล็กตั้งใจที่จะเป็น “หน้าเป็นตาให้กับมหาวิทยาลัย” และปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะงานปฐมนิเทศที่กำลังจะมาถึง ส่วนไอซ์ซึมีเป้าหมายที่จะ พัฒนาตนเองในสายงานพิธีกรอย่างต่อเนื่อง และหวังที่จะเป็น “แบบอย่าง (Role Model)” ให้กับรุ่นน้องได้ดำเนินรอยตามในอนาคต

    ทั้งสองคนยังฝากข้อคิดอันทรงพลังให้กับผู้ที่กำลังไล่ตามความฝัน หมวยเล็กเปรียบเทียบชีวิตเป็น “ขั้นบันได” ที่ถึงแม้จะยังอยู่แค่ตรงกลาง ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สำเร็จ เพราะได้ก้าวออกมาจากจุดเริ่มต้นแล้ว และสักวันหนึ่งจะไปถึงความสำเร็จอย่างแน่นอน ด้านไอซ์ซึ เน้นย้ำถึงการคว้าโอกาส “ถ้ามีอะไรก็ทำไปหมดเลย ได้ไม่ได้ไม่รู้ ตอนนี้ผมก็คิดว่าผมไม่ได้มีความเก่งกาจในด้านการพูดหรือการเป็นพิธีกรมาก แต่ก็เอาความใจกล้าพูด กล้าที่จะทำการใด ๆ มาช่วยผลักดันให้เราไปข้างหน้า” เขาสรุปด้วยรอยยิ้ม

    เรื่องราวของ 2 สุดยอดพิธีกร เป็นบทพิสูจน์ถึงพลังของความมุ่งมั่น แรงบันดาลใจและการคว้าโอกาส ที่สามารถเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นเส้นทางอาชีพที่น่าภาคภูมิใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายชีวิตที่กำลังตามหาความฝันในแบบของตัวเอง ร่วมติดตามผลงานและเส้นทางการเป็นพิธีกรได้จากกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัยและในวงการต่อไปได้เลย!

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • เด็กม.รังสิต เจ๋ง คว้า 3 เหรียญรางวัลแข่งว่ายน้ำ ประเภทเดี่ยว(ผู้พิการทางสายตา)  ในศึก “อัญมณีเกมส์ ครั้งที่ 39”

    เด็กม.รังสิต เจ๋ง คว้า 3 เหรียญรางวัลแข่งว่ายน้ำ ประเภทเดี่ยว(ผู้พิการทางสายตา) ในศึก “อัญมณีเกมส์ ครั้งที่ 39”

    นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ โครงการพิเศษ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับรางวัล 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง ในมหกรรมกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “อัญมณีเกมส์” ที่จังหวัดจันทบุรี

    นายสุกฤษฎิ์ เหมือนปอง (เอิร์ท) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โครงการพิเศษ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตนคว้ารางวัลจากการแข่งขันว่ายน้ำ สำหรับผู้พิการทางสายตา ใน 3 รายการ ได้แก่ เหรียญทอง รายการท่าว่ายกบ(ชายเดี่ยว) 100 เมตร เหรีญทอง รายการท่าว่ายฟรีสไตล์ 50 เมตร(ชายเดี่ยว) และเหรีญทองแดง รายการท่าว่ายฟรีสไตล์(ชายเดี่ยว) 100 เมตร โดยการแข่งขันในครั้งนี้มุ่งสนับสนุนและส่งเสริม ฟื้นฟูสมรรถภาพต่างๆ ของคนพิการ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้พิการ รวมถึงการเผยแพร่เกียรติคุณของประเทศชาติ ก่อให้เกิดการประสานสามัคคี ทั้งในระหว่างผู้พิการด้วยกัน และระหว่างผู้พิการกับบุคคลปกติด้วย

    เอิร์ท กล่าวต่อว่า เขารักในกีฬาว่ายน้ำมาก ขอบคุณที่โค้ชเห็นแววจากการไปลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ ทำให้ได้รับโอกาสเข้ามาเป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติครั้งนี้ เขาเชื่อว่าถ้ามีความตั้งใจและความพยายามก็สามารถทำตามฝันได้ไม่ต่างกับคนอื่น เอิร์ทเป็นผู้พิการทางสายตาที่มีความมานะตั้งใจมากคนหนึ่ง เขาอยากขอบคุณม.รังสิต ที่มองเห็นศักยภาพของผู้พิการ เปิดโอกาสให้ได้รับการศึกษา ปรับหลักสูตรสำหรับผู้พิการทางสายตา ทำให้เขาได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ เป็นหนี่งในเฟรชชี่ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยพลักดันและเป็นที่ปรึกษาในการแบ่งเวลาเรียนและฝึกซ้อม ทำให้เขามีกำลังใจในการที่จะสู้ในทุกการแข่งขัน

    “ในช่วงของการเก็บตัวผมฝึกซ้อมหนักมาก ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นเป็นแชมป์ แต่ก็ตั้งใจซ้อมอย่างเต็มที่ รู้สึกดีใจมาก ๆ ไม่รู้สึกเสียดายเลยที่ทุ่มเทเวลาเพื่อการซ้อมขนาดนี้ ภูมิใจกับผลลัพธ์ที่ได้ มันคุ้มค่ามากครับ”

    เอิร์ททิ้งท้ายไว้ว่า ในโลกที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามใจหวังทั้งหมด เราอาจไม่เพียบพร้อมหรือเก่งไปในทุกด้าน แต่หากได้ลองลงมือทำแม้ว่าสิ่งนั้นจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับตัวเรา อยากให้ทุกคนฮึดสู้กับทุกอุปสรรค “ลองทำครับ เราต้องลองทำ ถึงจะเห็นผลลัพธ์”

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพทางภาษา “English Camp in Wonderland”

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพทางภาษา “English Camp in Wonderland”

    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จัดโครงการค่ายภาษาอังกฤษภายใต้ชื่อ “English Camp in Wonderland” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ณัชชา ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

    ภายในงานประกอบด้วยการแสดง Role Play จากนักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ภายใต้การควบคุมของ รศ.ดร.ทิพรัตน์ รอยสำราญ และกิจกรรมเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษผ่านฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน ได้แก่ Word Building, Wizard House Images, Mind Mapping และ Music House X Squid Game

    การจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษของผู้เข้าร่วมโครงการผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบของค่ายภาษา โดยจะมีการสรุปผลการดำเนินกิจกรรมและมอบรางวัลแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในช่วงพิธีปิด

    ทั้งนี้ มีนักศึกษาให้ความสนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์ปฎิบัติการการโรงแรม ชั้น 2 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • บริดจสโตนสานต่อโครงการ “Bridgestone Road Safety” ปีที่ 4 ส่งมอบพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนนแก่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม

    บริดจสโตนสานต่อโครงการ “Bridgestone Road Safety” ปีที่ 4 ส่งมอบพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนนแก่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม

     

    บริดจสโตนสานต่อโครงการ “Bridgestone Road Safety” ต่อเนื่องสู่ปีที่ 4 เปิดพื้นที่สนับสนุนเยาวชนรุ่นใหม่ เปลี่ยน “ไอเดีย” ความปลอดภัย สู่ “การลงมือทำ” พร้อมส่งมอบพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนนแก่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม

    บริษัท ไทยบริดจสโตน จํากัด ร่วมมือกับมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) พร้อมภาคีเครือข่าย สานต่อโครงการ “Bridgestone Road Safety” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทางแก่เยาวชนซึ่งเป็นพลังสำคัญของประเทศ รวมถึงขยายผลสู่ชุมชนเพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยในปีนี้โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จ.สระบุรี ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนนำร่องและได้รับการสนับสนุนด้วยการปรับปรุงพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนน รวมถึงการจราจรบริเวณโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียงให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ น้องๆ นักเรียนยังได้แสดงความสามารถถ่ายทอดแนวคิดสังคมความปลอดภัยในการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านนิทรรศการสู่การนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งสอดคล้องตามเจตนารมณ์ในการแสดงความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคมผ่านการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนของบริดจสโตนทั่วโลก

    คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน บริดจสโตนตระหนักถึงการส่งเสริมสังคมความปลอดภัยในการเดินทางเสมอมา โดยโครงการ Bridgestone Road Safety ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สำหรับในปีนี้ บริดจสโตนร่วมมือกับ 4 โรงเรียน ได้แก่ 1. โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จ.สระบุรี 2. โรงเรียนบ้านค่าย จ.ระยอง 3. โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี และ 4. โรงเรียนวิสุทธรังษี จ.กาญจนบุรี เพื่อวางรากฐานการจัดการพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนน ตลอดจนเสริมสร้างจิตสำนึก วินัยจราจร และความมีน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียนให้กับอาจารย์และนักเรียน สู่การนำไปปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งรอบบริเวณโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียง โดยโรงเรียนสระบุรีวิทยาคมได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนนำร่องเข้าปรับปรุงและส่งมอบพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนนและการจราจรบริเวณโรงเรียนและชุมชนละแวกใกล้โรงเรียนด้วยเกณฑ์ประเมินระดับดาวด้านความปลอดภัย (Star Ratings for Schools system หรือ SR4S) ของ iRAP นอกจากนี้ น้องๆ นักเรียนยังได้ร่วมนำเสนอแนวคิดสังคม ความปลอดภัยในการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านนิทรรศการสู่การนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป ตลอด 4 ปีนี้ มีโรงเรียนทั้งสิ้น 16 โรงเรียน นักเรียนกว่า 600 คน รวมถึงเยาวชนต้นแบบ (Bridgestone Youth Champions) อีก 32 คน ที่ได้รับการต่อยอดความรู้ความปลอดภัยในการเดินทางและสามารถขยายผล สู่ชุมชนของพวกเขาได้อย่างยั่งยืน”

    คุณวัฒนพงษ์ พงศ์กิจจาเลิศ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สระบุรี กล่าวว่า “จ.สระบุรี เป็นเสมือนด่านผ่านระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมลำดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งส่งผลให้การจราจร รวมถึงคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยวคับคั่ง อีกทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนยังมีความประมาทและขาดวินัยจราจรซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียทางทรัพย์สิน การได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนการเสียชีวิต ผมขอขอบคุณบริดจสโตน รวมถึง AIP และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่จัดโครงการดังกล่าวนี้และเข้าสนับสนุนโรงเรียนสระบุรีวิทยาคมเพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากยิ่งขึ้น นับเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง”

    คุณมิเรียม ซิดิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) เผยถึงความสำคัญและหลักเกณฑ์การปรับปรุงพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับโรงเรียนสระบุรีวิทยาคมภายใต้โครงการ Bridgestone Road Safety ปีที่ 4 ว่า “ในวันนี้ พวกเราทุกคนต่างมีเป้าหมายร่วมกัน นั่นคือ การสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และยั่งยืนยิ่งขึ้น ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณบริดจสโตน ภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งในพื้นที่ จ.สระบุรี รวมถึงอาจารย์และน้องๆ นักเรียนโรงเรียนสระบุรีวิทยาคมที่ร่วมเป็นพลังสู่การปรับเปลี่ยนครั้งใหม่ให้เกิดขึ้น การส่งมอบพื้นที่ความปลอดภัยบนท้องถนนในวันนี้ใช้ผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากเกณฑ์การประเมินระดับดาวด้านความปลอดภัย (Star Ratings for Schools system หรือ SR4S) ของ iRAP ในการวัดประเมินผลด้านความเสี่ยงการใช้รถใช้ถนนของนักเรียนระหว่างไป-กลับโรงเรียน ดังนั้นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เราจึงได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วยการจัดทำป้ายจราจรที่แสดงขีดจำกัดความเร็วลดลงจาก 45 กม./ชม. เป็น 30 กม./ชม. รวมถึงการทำเครื่องหมายเส้นขอบถนนที่ประตูทางเข้า การทาสีขอบถนน และการทาสีเส้นจราจรเดิมใหม่เป็นระยะทาง 400 เมตร จากโรงเรียน การดำเนินการดังกล่าวนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ตามเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ 50% ภายในปี พ.ศ. 2573 นอกจากนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาได้อย่างปลอดภัยและเท่าเทียมแก่เยาวชนซึ่งถือเป็นอนาคตสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป”

    คุณปฏิญญา คำนวนชัย รองผู้อำนวยการโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ฝ่ายบริหารทั่วไป กล่าวเสริมว่า “ดิฉัน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคมได้เป็นโรงเรียนนำร่องของโครงการ Bridgestone Road Safety Project ปีที่ 4 ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกห้องเรียนร่วมกับเพื่อนๆ และวิทยากรจากภายนอกโรงเรียน นับเป็นการเสริมสร้างทักษะด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กๆ รู้จักการปฏิบัติตนเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสู่การนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดิฉันขอขอบคุณบริดจสโตน รวมถึง AIP และภาคีเครือข่ายในเขตพื้นที่ จ.สระบุรี ที่มีส่วนร่วมทำให้โครงการดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ขับเคลื่อนโครงการอื่นๆ ร่วมกันต่อไปในอนาคต”

     

     

    #https://test.learninfinity.net/