Category: ข่าวล่ามาแรง

  • วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ สวนสุนันทา จับมือ ไมโอ ไซแอม อาร์ท ทิส แมเนจเม้นท์  ปั้นบัณฑิตรุ่นใหม่สู่สายบันเทิงมืออาชีพ

    วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ สวนสุนันทา จับมือ ไมโอ ไซแอม อาร์ท ทิส แมเนจเม้นท์ ปั้นบัณฑิตรุ่นใหม่สู่สายบันเทิงมืออาชีพ


    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคุณกรวัฒน์ ใช้ไหวพริบ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท ไมโอ ไซแอม อาร์ท ทิส แมเนจเม้นท์ จำกัดพร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญภัส อู่ตะเภา คณบดีวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ โดยมี ผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมผู้บริหาร อาคารศูนย์สุขภาพและกีฬาสวนสุนันทา ชั้น 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    การร่วมมือลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยฯ โดยจะช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงจากผู้เชี่ยวชาญในวงการบันเทิง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงานจริงโดยบริษัทฯ พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการศิลปิน รวมถึงการผลิตละคร เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษานิเทศศาสตร์ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

  • กกท. MOU ม.รังสิต ปฏิวัติวงการกีฬา ดึงพลังวิทย์กีฬา ผสาน AI และ วิศวกรรมชีวการแพทย์  สร้างนักกีฬาที่แกร่ง เตรียมคว้าชัยทุกสนาม

    กกท. MOU ม.รังสิต ปฏิวัติวงการกีฬา ดึงพลังวิทย์กีฬา ผสาน AI และ วิศวกรรมชีวการแพทย์ สร้างนักกีฬาที่แกร่ง เตรียมคว้าชัยทุกสนาม

     

    เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นำคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย รองผู้ว่าการฝ่ายส่งเสริมกีฬา รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์ การกีฬา รองผู้ว่าการฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ และ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมกีฬา มาลงนามในความร่วมมือกับ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วยรองอธิการบดีที่รับผิดชอบได้แก่ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณบดีคณะกายภาพบำบัดและ เวชศาสตร์การกีฬา คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ และผู้อำนวยการสถาบันกีฬา โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน ในการนำวิทยาศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา และกายภาพบำบัด เข้าไปร่วมพัฒนานักกีฬา ทั้งนักกีฬาปกติ และนักกีฬาพิการ เพื่อเตรียมความพร้อมสมบูรณ์ก่อนการแข่งขัน ดูแลเมื่อได้รับการบาดเจ็บจากการแข่งขัน และใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วยให้นักกีฬากลับมาแข็งแกร่ง สมบูรณ์ตามเดิมโดยเร็วที่สุด ใช้ AI ในการวิเคราะห์ เก็บข้อมูลจากการบาดเจ็บ และการหายบาดเจ็บกลับไปอยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอย่างรวดเร็ว เพิ่มความคล่องแคล่ว ความทนทานแข็งแกร่งสำหรับกล้ามเนื้อและร่างกายโดยรวม ให้สอดคล้องกับชนิดกีฬา ดูแล รักษา ซ่อมแซม อุปกรณ์ เครื่องมือออกกำลังกาย และเครื่องมือเครื่องใช้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และเวชศาสตร์การกีฬาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี สนับสนุนการใช้โภชนาการที่เหมาะสม คุณค่าทางอาหารครบถ้วน อร่อยและน่ารับประทานให้กับนักกีฬา รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการและงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ พร้อมวางตำแหน่งการได้เหรียญรางวัลในแต่ละชนิดกีฬาสำหรับการแข่งขันนานาชาติ โดยศึกษา เทียบเคียงข้อบกพร่องในกีฬาที่ผ่านมา เช่น กีฬา Olympic ฤดูร้อน กีฬา Asian Games และกีฬา SEA Games เป็นต้น

     

    ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคม 2568 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคมนี้มหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นสถานที่แข่งขันกีฬา SEA Games ด้วยและจะร่วมสนับสนุนการแข่งขันกีฬาทุกประเภทอย่างเต็มที่

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • เด็กอีสปอร์ตสวนสุนันทา คว้าสิทธิ์ตัวแทนประเทศไทย ในเกม Street Fighter 6 เตรียมสู้ศึกระดับนานาชาติ ที่สิงคโปร์

    เด็กอีสปอร์ตสวนสุนันทา คว้าสิทธิ์ตัวแทนประเทศไทย ในเกม Street Fighter 6 เตรียมสู้ศึกระดับนานาชาติ ที่สิงคโปร์

    “นายกฤษณะ” ผงาดคว้าแชมป์! ขึ้นแท่นตัวแทนประเทศไทย ลุยศึกสิงคโปร์ 🇸🇬🔥

    🎉 ขอแสดงความยินดีกับ นายกฤษณะ เจริญพงศ์ภักดี
    นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการจัดการอีสปอร์ตและธุรกิจเกม
    วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    🏆 คว้าอันดับ 1 ตัวแทนมหาวิทยาลัยในรายการ CAMPUS LEGENDS THAILAND QUALIFIER 2025
    🎮 ได้สิทธิ์เป็น ทีมชาติไทย ในเกม Street Fighter 6
    เตรียมเดินทางสู่เวที Main Event ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อพิชิตชัยระดับนานาชาติ!

  • เปิดรับวันนี้ ! ก้าวสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม “การออกแบบดุษฎีบัณฑิต” สาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรู้ใหม่ พลิกโฉมวงการออกแบบ

    เปิดรับวันนี้ ! ก้าวสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม “การออกแบบดุษฎีบัณฑิต” สาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรู้ใหม่ พลิกโฉมวงการออกแบบ

    🎓 เปิดรับนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา
    📅 ปีการศึกษา 2569

    🏛️ การออกแบบดุษฎีบัณฑิต
    📌 สาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบสร้างสรรค์

    💡 สร้างองค์ความรู้ใหม่ พลิกโฉมวงการออกแบบ สู่เวทีโลกในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

    📘 หลักสูตรมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านการวิจัยขั้นสูง การบูรณาการศาสตร์สหวิทยาการ และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับโลก

    📝 สมัครได้ที่ 👉 [https://forms.gle/ryHkBGCZypQ6sptF8](https://forms.gle/ryHkBGCZypQ6sptF8)

    💰 ค่าเทอม: 89,000 บาท ต่อภาคการศึกษา
    ⏳ ระยะเวลาเรียน: 3 ปี (6 ภาคการศึกษา)

    📖 รูปแบบการเรียนแบบผสมผสาน
    • Project-Based Learning
    • Hybrid Learning
    • Online Studio

    🗂️ แผนการเรียน
    • แผน 1.1 (เน้นวิจัยเต็มรูปแบบ) สำหรับผู้สำเร็จปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต ผลงานต้องก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ระดับสากล
    • แผน 2.1 (วิจัย + รายวิชา) สำหรับผู้สำเร็จปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต + ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งการเรียนรายวิชาและการทำวิจัย

    ✅ วุฒิที่สามารถสมัครได้
    • สำเร็จ ปริญญาโททุกสาขา (เน้นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยี)
    • เปิดรับทั้ง นักศึกษาไทยและต่างชาติ
    • แผน 1.1 เน้นผู้มีประสบการณ์ในสายวิชาชีพ
    • ต้องมีความสามารถด้าน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย

    🏫 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    📞 ติดต่อสอบถาม
    • 062-939-4546 (ดร.ภานุ พัฒนปณิธิพงศ์)
    • 080-364-5419 (ผศ.ดร.ปรีชญา ครุเกษตร)

    📍 สถานที่ติดต่อ
    • 02-160-1438
    • คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    🌐 ข้อมูลเพิ่มเติม: [https://eit.ssru.ac.th/th](https://eit.ssru.ac.th/th)

  • ม.กรุงเทพ มอบปืนแอนตี้โดรนจากการต่อยอดงานวิจัยให้กองทัพใช้งานจริง

    ม.กรุงเทพ มอบปืนแอนตี้โดรนจากการต่อยอดงานวิจัยให้กองทัพใช้งานจริง

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประสบความสำเร็จในการคิดค้นพัฒนาปืนแอนตี้โดรนหรือที่เรียกว่า Anti-Drone Gun ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีการป้องกันที่ตอบสนองความต้องการเร่งด่วนในการรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศ ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลจากการทุ่มเทของทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Center of Specialty Innovation (CoSI) ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีปืนแอนตี้โดรนได้สำเร็จและมีประสิทธิภาพในระดับสากล

    เทคโนโลยีเบื้องหลังปืนแอนตี้โดรนนี้ มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงด้วยการใช้หลักการการรบกวนสัญญาณในช่วงคลื่นความถี่ 2.4 และ 5.8 GHz ซึ่งเป็นย่านความถี่หลักที่โดรนทั่วไปใช้ในการสื่อสารกับระบบควบคุมทางไกล เมื่อปืนแอนตี้โดรนปล่อยสัญญาณไปยังโดรนเป้าหมาย จะเกิดสัญญาณการรบกวนซึ่งจะตัดขาดการเชื่อมโยงระหว่างโดรนเป้าหมายกับผู้ปฏิบัติการที่บังคับผ่านรีโมทคอนโทรล ส่งผลให้โดรนสูญเสียการควบคุมทันที และจะดำเนินการตามโปรแกรมที่ถูกตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการลงจอดในจุดที่อยู่ปัจจุบันหรือบินกลับสู่จุดควบคุมโดยอัตโนมัติ

    ความโดดเด่นของปืนแอนตี้โดรนที่พัฒนาขึ้นนี้ยังรวมถึงระยะการทำงานที่สามารถยิงได้ไกลสูงสุดถึง 1 กิโลเมตร ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นปืนแอนตี้โดรนนี้ได้ผ่านการทดสอบการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมปฏิบัติการที่จังหวัดสุรินทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ปืนแอนตี้โดรนที่ทีมนักวิจัยจากศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทางฯ ได้พัฒนาขึ้นยังมีความคุ้มค่าในด้านต้นทุนการผลิต เพราะปัจจุบันปืนแอนตี้โดรนที่มีจำหน่ายในท้องตลาดนั้นมีราคาสูงและมีขนาดที่ใหญ่ไม่สะดวกต่อการใช้งาน แต่ปืนตัวนี้สามารถผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ประหยัดและมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล พร้อมทั้งมีความสะดวกในการใช้งานและการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ปฏิบัติการจริง

    ดร.ปณพงศ์ ส่งสุขถวัลย์ อาจารย์ประจำสายวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา กล่าวว่า “ปืนแอนตี้โดรนที่พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างม.กรุงเทพและหน่วยงานทหาร ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะพกพาสะดวก มีน้ำหนักเบา และเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ชายแดน ความโดดเด่นของอุปกรณ์นี้คือความสามารถในการรบกวนสัญญาณได้ 2 ความถี่หลัก พร้อมด้วยระบบแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และสามารถเชื่อมต่อกับสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งตามแนวชายแดน ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์มีระบบล็อกการใช้งานเพื่อป้องกันการใช้งานโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยในอนาคตวางแผนที่จะปรับปรุงให้สามารถติดตั้งร่วมกับอาวุธประจำกายของทหารชายแดน โดยสามารถถอด-ประกอบได้ง่าย

    ในฐานะนักวิจัยรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้ามาร่วมงานกับทางทหาร การผนึกกำลังความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายส่งผลให้เกิดนวัตกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้ต่างรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้สร้างผลงานที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และมีส่วนร่วมในการปกป้องความมั่นคงของชาติ”

    เมื่อผ่านการทดสอบและการใช้งานจริงเสร็จสิ้นแล้ว มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ส่งมอบปืนแอนตี้โดรนจำนวน 3 กระบอก พร้อมด้วยโดรนชี้เป้า 1 ตัว ให้แก่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) โดยมี ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล รองอธิการบดีอาวุโสด้านกิจการภายนอก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นตัวแทนในการส่งมอบให้กับ พันเอก กำธร เกิดท่าไม้ รองผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศโดยทันที

    พันเอก กำธร เกิดท่าไม้ รอง ผบ.พล.ปตอ. แสดงความยินดีต่อความร่วมมือระหว่างกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและมหาวิทยาลัยกรุงเทพในโครงการพัฒนาอุปกรณ์ปืนแอนตี้โดรน “สำหรับความร่วมมือที่กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ปืนแอนตี้โดรนและเทคโนโลยีโดรน ซึ่ง 2 สิ่งนี้ถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับภัยคุกคามทางความมั่นคงในปัจจุบัน ต้องขอขอบคุณทางคณาจารย์และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ได้นำความรู้และความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถต่อยอดความร่วมมือนี้ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อการป้องกันประเทศในอนาคต”

    ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือวิจัยระหว่างศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (CoSI) และหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) ซึ่งได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ปืนแอนตี้โดรนที่ส่งมอบในครั้งนี้ถือเป็นรุ่นแรกของการพัฒนาซึ่งในอนาคตทั้งสองหน่วยงานมีแผนในการหาทุนสนับสนุนการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยกระดับและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความก้าวหน้าและทันสมัยยิ่งขึ้น

    นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถที่โดดเด่นของนักวิจัยศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศด้านความมั่นคงแห่งชาติ ลดการพึ่งพิงและการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยมาแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของสังคมและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

  • HIDA5 เปิดเวทีความรู้ใหม่! ชูนวัตกรรมแถบตรวจโรคไต-ศาสตร์โฮมีโอพาธี ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับการแพทย์ไทย

    HIDA5 เปิดเวทีความรู้ใหม่! ชูนวัตกรรมแถบตรวจโรคไต-ศาสตร์โฮมีโอพาธี ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับการแพทย์ไทย

    กรุงเทพฯ – หลักสูตร HIDA รุ่นที่ 5 สร้างความฮือฮา เปิดเวทีบรรยายพิเศษยกระดับการแพทย์ไทยสู่ยุคดิจิทัล ชูไฮไลท์ “นวัตกรรมแถบตรวจคัดกรองโรคไตในระยะเริ่มต้น” ที่ประชาชนสามารถตรวจได้เองที่บ้าน มีความแม่นยำสูง พร้อมเจาะลึก “ศาสตร์โฮมีโอพาธี” การแพทย์ทางเลือกที่ทั่วโลกยอมรับ หวังเสริมองค์ความรู้รอบด้านให้ผู้บริหารยุคใหม่

    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพและความงาม (HIDA) รุ่นที่ 5 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดบรรยายพิเศษภายใต้แนวคิด “เพิ่มศักยภาพทางการแพทย์ไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมแบ่งปันความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่น่าจับตามอง

    ไฮไลท์สำคัญของงานคือการบรรยายโดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งได้แนะนำ “นวัตกรรมแถบตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มต้น” ที่พัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพฯ จุฬาฯ แถบตรวจดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อตรวจหา “ไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ” ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดของภาวะไตเสื่อม มีจุดเด่นคือใช้งานง่ายเหมือนแถบตรวจการตั้งครรภ์ ประชาชนสามารถตรวจได้เองที่บ้าน รอผลเพียง 15 นาที และมีความแม่นยำสูงถึง 87% โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้การคัดกรองโรคไตเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้สำหรับทุกคน และนำไปสู่การ “กระจายอำนาจทางการแพทย์สู่ประชาชน” อย่างแท้จริง

    อีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งคือการบรรยายเรื่อง “แนะนำศาสตร์ Homeopathy” โดย ดร. เภสัชกรหญิงมณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้เชี่ยวชาญจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการแพทย์ทางเลือกที่มีอายุกว่า 200 ปี โดยยึดหลักการ “รักษาโดยสิ่งที่ก่ออาการคล้ายกัน” (Like cures like) ผ่านการใช้ยาจากธรรมชาติที่เจือจางอย่างยิ่งยวดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรักษาตัวเองแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งปัจจุบันศาสตร์นี้ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก มีผู้ใช้กว่า 450 ล้านคน และถูกบรรจุในระบบประกันสุขภาพของหลายชาติในยุโรป

    นอกจากนี้ กิจกรรมยังเริ่มต้นด้วยช่วง Happy Life โดย ดร.สมทบ แก้วเชื้อ จากวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่มาแนะนำการใช้ “TIKTOK จรรโลงใจ” เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพกาย-ใจ และยังสามารถสร้างรายได้เสริม ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับไลฟ์สไตล์สุขภาพในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

    ในช่วงค่ำ ได้มีกิจกรรมผ่อนคลายร่วมกันระหว่างรุ่น ซึ่งได้สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพอันดียิ่ง

    สำหรับ หลักสูตร HIDA รุ่นที่ 5 มี ดร.สมชาย อัศวเศรณี เป็นประธานหลักสูตร และ พล.อ.ต.(ญ) ผศ.ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร โดยบูรณาการศาสตร์การแพทย์ 6 มิติ ได้แก่ แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ดุลยภาพบำบัด โฮมีโอพาธีย์ และศาสตร์แห่งความสุข เพื่อสร้างผู้บริหารที่พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้พัฒนาระบบสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน

    ผู้สนใจหลักสูตร HIDA สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line: hida official โทร. 083-015-3333 หรืออีเมล hidassru@ssru.ac.th

  • โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์” ให้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์” ให้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ

    ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ เนื่องในโอกาสได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568
    วันที่ 10 กันยายน 2568 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามที่ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปริวัฒน์ วรรณกลาง ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา ต่อไปอีกวาระหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 นั้น โดยที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป มาตรา 28 บัญญัติให้ผู้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จนกว่าจะมีการแต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามมาตรา 93 แห่งพระการบัญญัติดังกล่าว และต่อมาได้มีคำสั่ง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ 57/2566 เรื่อง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ และแต่งตั้ง นายวิษณุ ไล่ชะพิษ กรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติอีกตำแหน่งหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป
    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายวีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว
    บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568
    ประกาศ ณ วันที่ 9 กันยายน 2568
  • มูลนิธิยุวพัฒน์ เปิดรับสมัครขอทุนการศึกษาสำหรับปีการศึกษา 2569

    มูลนิธิยุวพัฒน์ เปิดรับสมัครขอทุนการศึกษาสำหรับปีการศึกษา 2569

    มูลนิธิยุวพัฒน์ เปิดรับสมัคร! ขอทุนการศึกษาสายสามัญและสายอาชีพ
    ประจำปีการศึกษา 2569

    โดยผู้สมัครจะต้องเป็นนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนเครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษา หรือโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมเท่านั้น และการสมัครจะทำผ่านระบบทุนการศึกษาออนไลน์ของมูลนิธิยุวพัฒน์เท่านั้น 

    คุณสมบัติเบื้องต้น 

    • นักเรียน:
      มีฐานะยากจน มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เรียนต่อ และครอบครัวมีรายได้น้อย สภาพครอบครัวเปราะบาง ผู้ปกครองมีอาชีพไม่มั่นคง
    • โรงเรียน:
      ต้องเป็นโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษา หรือโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม และเป็นโรงเรียนประถมที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโครงการ
    การสมัคร
    1. 1. ตรวจสอบสิทธิ์โรงเรียน:

      โรงเรียนจะต้องตรวจสอบว่าอยู่ในเครือข่ายที่มูลนิธิฯ กำหนดหรือไม่ 

    2. 2. สมัครผ่านระบบออนไลน์:

      โรงเรียนจะเป็นผู้สมัครขอทุนให้กับนักเรียนผ่านระบบทุนการศึกษาออนไลน์ของมูลนิธิยุวพัฒน์เท่านั้น 

    3. 3. เตรียมข้อมูล:

      โรงเรียนจะต้องเตรียมเอกสารและข้อมูลของนักเรียนให้พร้อมก่อนกรอกแบบฟอร์มสมัคร 

    ข้อมูลติดต่อและช่องทางสอบถาม 
    • เว็บไซต์: มูลนิธิยุวพัฒน์
    • โทรศัพท์: 02-301-1093, 02-301-1124
    • ไลน์ไอดี: @OCZ4190L
    • เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8:00 – 17:00 น.