Category: ทุนดีดี

  • ม.กรุงเทพธนบุรี สานต่อความร่วมมือ 3 ฝ่าย BTU Engineering – SmartSafe – Veerasiam พัฒนากำลังคน EV มาตรฐานสากล 

    ม.กรุงเทพธนบุรี สานต่อความร่วมมือ 3 ฝ่าย BTU Engineering – SmartSafe – Veerasiam พัฒนากำลังคน EV มาตรฐานสากล 

     

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี BTU พร้อมพันธมิตร Veerasiam 🇹🇭 เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ SmartSafe 🇨🇳 เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อต่อยอดความร่วมมือ หลังจากการเซ็น MOU 3 ฝ่ายที่ประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

    ✨🤝 ไฮไลท์การเยี่ยมชมและหารือในครั้งนี้
    ✅นวัตกรรม EV ระดับโลก
    เครื่องมือตรวจสอบ และซ่อมแบตเตอรี่รถ EV, เครื่องมือสอบเทียบระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance Systems), อุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับการบำรุงรักษารถ EV ผลิตภัณฑ์ของ SmartSafe ขายไปยังกว่า 80 ประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก

    ✅พัฒนาหลักสูตร EV Technician
    ร่วมกันออกแบบหลักสูตรครอบคลุมทั้ง ทฤษฎี – ปฏิบัติ-มาตรฐานสากล เพื่อสร้างแรงงานทักษะสูง รองรับ อุตสาหกรรม EV ไทยอย่างยั่งยืน

    ✅SmartSafe EV Training Center @ BTU
    BTU จะเป็นที่ตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อม EV โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีระดับโลกของ SmartSafe เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีแก่บุคลากรและภาคอุตสาหกรรมไทยครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเยี่ยมชม แต่คือก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV ไทย ด้วยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย – อุตสาหกรรม – เทคโนโลยีระดับโลก ผลักดันประเทศไทยสู่ EV Hub ของภูมิภาค 🌏⚡

    #BTUEngineering #SmartSafe #Veerasiam #EVTraining #ThailandChinaCollaboration #GlobalPartnership #EVThailand #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • โคเวสโตร และ มจธ. ร่วมผนึกกำลังปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่ สู่อนาคตแห่งความยั่งยืน

    โคเวสโตร และ มจธ. ร่วมผนึกกำลังปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่ สู่อนาคตแห่งความยั่งยืน

     

    โคเวสโตร ประเทศไทย ร่วมมือกับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (SoA+D) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สร้างสรรค์โครงการ Creative Solutions for Circularity Awareness เพื่อผลักดันการเรียนรู้ด้านการออกแบบเพื่อความยั่งยืน และแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เป็นรูปธรรมให้กับนักศึกษา มจธ. ที่เข้าร่วมโครงการ

     

    โครงการนี้ผสมผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรมและการออกแบบ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ การบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ และเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติ โดยมีโคเวสโตรร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร เช่น การให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากโคเวสโตร และการนำน้องๆ ไปทัศนศึกษาที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด และชุมชนใน จ.ระยอง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพผ่านการประกวด “Creative Design for Sustainability Contest 2025” โดยมีโจทย์หลักคือการออกแบบภายใต้คอนเซปท์ Circularity ซึ่งโคเวสโตรได้สนับสนุนรางวัลเป็นทุนการศึกษารวม 60,000 บาท มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 50 ชิ้น ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากคณาจารย์และจากโคเวสโตร ได้ร่วมกันคัดเลือก 3 ผลงานที่โดดเด่นที่สุด โดยพิจารณาจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง และการออกแบบที่สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืน รวมถึงการนำเสนอและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม

     

    ผลงานที่โดดเด่นและคว้ารางวัลชนะเลิศ Best Design Award ได้แก่ “Coral Wave” จากนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะพลาสติก ผลงานนี้ออกแบบเป็นพื้นที่เชิงประสบการณ์ที่มี “สิ่งกีดขวาง” เพื่อจำลองความยากลำบากของสัตว์ทะเลในการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษพร้อมกระตุ้นให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกและการฟอกขาวของปะการัง โดยใช้ขวดพลาสติก รีไซเคิลเป็นวัสดุหลัก เป็นการหมุนเวียนการใช้ประโยชน์และลดขยะพลาสติกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยรางวัลรองชนะเลิศ Design Excellence Award เป็นผลงาน “Reform – Plastic Waste into Wearable Art” จากนักศึกษาหลักสูตรการออกแบบนิเทศศิลป์ (Communication Design) ที่นำขยะพลาสติกมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับเชิงศิลปะ สะท้อนแนวคิดการเปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลายเป็นงานออกแบบที่มีคุณค่าและสามารถสวมใส่ได้ และรางวัลที่สาม Distinction Award ได้แก่ผลงาน “Second Nature” จากนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยออกแบบเป็นโครงสร้างลักษณะ modular สามารถพับเก็บและเคลื่อนย้ายได้ง่าย พร้อมนำถุงพลาสติกใช้แล้วนำมาตัด ถัก และดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์ และใช้เป็นร่มบังแดดได้ สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและผลกระทบที่เกิดจากมนุษย์ โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมดนี้ ได้รับ

    ทุนการศึกษาจากโคเวสโตร เป็นจำนวน 20,000, 15,000 และ 10,000 บาท ตามลำดับ และนอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยพร้อมทุนกันศึกษารางวัลละ 5,000 บาท

     

    ผศ. วราลักษณ์ แผ่นสุวรรณ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. กล่าวว่า “การออกแบบอย่างยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนของคณะเรา ความร่วมมือกับโคเวสโตรในครั้งนี้ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้เรื่องการออกแบบเชิงหมุนเวียน การเลือกใช้วัสดุ และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเป็นนักออกแบบที่มีความรับผิดชอบ”

     

    “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่เป็นเวทีในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน การทำงานร่วมกับ มจธ. ช่วยให้นักศึกษาเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับผลกระทบในโลกจริง และเตรียมความพร้อมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและอุตสาหกรรมในอนาคตได้” คุณกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติม

     

    ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงพันธกิจระดับโลกของโคเวสโตรในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านนวัตกรรมและความร่วมมือ พร้อมส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีบทบาทในการสร้างโลกที่แข็งแกร่งและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราเชื่อว่า การออกแบบที่ดีไม่เพียงเปลี่ยนพื้นที่ แต่สามารถเปลี่ยนอนาคตได้

     

     

    เกี่ยวกับโคเวสโตร

     

    โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย

     

    บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2578 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ 14.2 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ.

    2567 ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ มีฐานการผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,500 คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • BTU จับมือพันธมิตรจีน เปิดตัว “Luban-Mozi College, Thailand” อย่างเป็นทางการ

    BTU จับมือพันธมิตรจีน เปิดตัว “Luban-Mozi College, Thailand” อย่างเป็นทางการ

     

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) นำโดย อาจารย์สมมาตร ทองคำ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ ลงนาม MOU ความร่วมมือครั้งสำคัญ และร่วมพิธีเปิดป้ายสถาบัน “Luban-Mozi College, Thailand” ที่เมือง Yantai มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน

    🤝 พันธมิตรหลักและผู้เข้าร่วมสำคัญ
    ✨Thai Shandong General Chamber of Commerce
    • Jiao Hui – หัวหน้าสำนักงานประสานงานเมือง Yantai
    ✨Yantai EDDIE Precision Machinery Co., Ltd.
    • Yang Shuiqing – ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (CHO)
    ✨Yantai Engineering & Technology College (YETC)
    • Wang Zuopeng – เลขาธิการพรรค และประธานวิทยาลัย

    พิธีนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งวิทยาลัย และบริษัทพันธมิตร เข้าร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ไทย–จีน อย่างแน่นแฟ้น ✨

    สถาบัน “Luban-Mozi College, Thailand” จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกอบรมด้าน Intelligent Manufacturing พร้อมพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง รองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ และพัฒนากำลังคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการให้ EDDIE Precision (Thailand) Co., Ltd.

    นี่คือก้าวสำคัญของ BTU ในการยกระดับ การศึกษา นวัตกรรม และอุตสาหกรรม 🚀

     

     

    #BTU #BangkokThonburiUniversity
    #LubanMoziCollegeThailand #ThailandChinaCollaboration
    #BTUEngineering #Innovation #GlobalPartnership
    #คณะวิศวกรรมศาสตร์
    #มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

  • คว้าโอกาสเรียนแคนาดา! University of Ottawa มอบทุนกว่า $60,000 CAD แก่นักศึกษาไทยและทั่วโลก สำหรับปี 2026-2027 เปิดรับ ป.ตรี-โท-เอก ไม่มีหมดเขตหากคุณสมบัติถึง!

    คว้าโอกาสเรียนแคนาดา! University of Ottawa มอบทุนกว่า $60,000 CAD แก่นักศึกษาไทยและทั่วโลก สำหรับปี 2026-2027 เปิดรับ ป.ตรี-โท-เอก ไม่มีหมดเขตหากคุณสมบัติถึง!

    ออตตาวา, แคนาดา – มหาวิทยาลัยออตตาวา (University of Ottawa) ประเทศแคนาดา เปิดโอกาสครั้งสำคัญให้นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติทั่วโลก ได้สมัครขอรับ ทุนการศึกษาเต็มจำนวนและทุนสนับสนุน (Fully Funded / Funded Scholarships) สำหรับปีการศึกษา 2026-2027 ในทุกระดับการศึกษา ทั้งปริญญาตรี (Undergraduate), ปริญญาโท (Master), และปริญญาเอก (PhD) โดยมีทุนหลักที่น่าสนใจในระดับปริญญาตรีที่มอบให้โดยอัตโนมัติมูลค่ารวมสูงสุดถึง $60,000 CAD ตลอดหลักสูตร!

    ทุนนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยสามารถสมัครได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะทุนระดับปริญญาตรีอย่าง International English Admission Scholarship ที่มอบให้ถึง $7,500 CAD ต่อภาคเรียน และ International English Academic Excellence Scholarship มูลค่า $10,000 CAD สำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยมที่เข้าศึกษาในภาคเรียนฤดูหนาว 2026 เป็นต้นไป โดยส่วนใหญ่เป็นทุนที่ได้รับโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษา และมีกำหนดการที่หลากหลาย บางทุนไม่ต้องรอหมดเขต เพราะได้รับพร้อมการตอบรับเข้าเรียนเลย

    สิทธิประโยชน์ที่โดดเด่น:

    -ทุนเต็มจำนวน/ทุนสนับสนุน จากมหาวิทยาลัย รัฐบาลแคนาดา และองค์กรต่าง ๆ (ครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่าย)

    -ระดับปริญญาตรี: ได้รับส่วนลดค่าเล่าเรียนอัตโนมัติสูงสุดรวม $60,000 CAD (International English Admission Scholarship) หรือ $10,000 CAD (International English Academic Excellence Scholarship)

    -ระดับปริญญาเอก: ได้รับเงินสนับสนุนขั้นต่ำ $72,000 CAD ตลอด 4 ปี

    สรุปข้อมูลทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทย (และนักศึกษาต่างชาติ)

    University of Ottawa, Canada (ระดับปริญญาตรี)

    ชื่อทุนการศึกษา ระดับการศึกษา มูลค่าทุน (ต่อปี/รวม) สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ (โดยย่อ) กำหนดการสำคัญ
    International English Admission Scholarship ปริญญาตรี $7,500 CAD ต่อภาคเรียน (รวม $60,000 CAD ตลอด 4 ปี) ทุนช่วยลดค่าเล่าเรียนโดยอัตโนมัติ (ไม่จำกัดจำนวน) อัตโนมัติ สำหรับนักศึกษาที่เข้าศึกษาภาคเรียนฤดูหนาว (Winter) 2026 หรือหลังจากนั้น และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์
    International English Academic Excellence Scholarship ปริญญาตรี $10,000 CAD ($5,000 ต่อภาคเรียน) ทุนยกเว้นค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม (จำนวนจำกัด 100 ทุน) อัตโนมัติ สำหรับนักศึกษาที่เข้าศึกษาภาคเรียนฤดูหนาว (Winter) 2026 หรือหลังจากนั้น และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์
    Faculty of Engineering Memorial Scholarship (สำหรับผู้หญิง) ปริญญาตรี (วิศวกรรมศาสตร์) $2,000 CAD ทุนสำหรับนักศึกษาหญิงที่เข้าศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปิดรับสมัคร: 31 มีนาคม (ของปีที่สมัครเข้าเรียน)
    ทุนการศึกษาเฉพาะคณะ (Dean’s Merit/Excellence) ปริญญาตรี $1,500 – $5,000 CAD ทุนสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมของแต่ละคณะ เช่น Arts, Engineering, Social Sciences อัตโนมัติ ไม่ต้องสมัครแยก (สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์)

     

    กำหนดการที่ชัดเจนและสำคัญ:

    -ทุนส่วนใหญ่ระดับปริญญาตรี (International English Scholarships): มอบให้โดยอัตโนมัติสำหรับผู้ที่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาในภาคเรียน Winter 2026 หรือหลังจากนั้น หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ (เกรดเฉลี่ย 80% ขึ้นไป)

    • ทุนเฉพาะ (เช่น Faculty of Engineering Memorial Scholarship): มีกำหนดปิดรับสมัครในวันที่ 31 มีนาคม ของปีที่สมัครเข้าเรียน
    • ทุนระดับบัณฑิตศึกษา (Master/PhD): กำหนดการรับสมัครและปิดรับสมัครขึ้นอยู่กับแต่ละคณะและสาขาวิชา ควรตรวจสอบกับคณะ/สาขาโดยตรง

    นักศึกษาที่สนใจ: สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับแต่ละทุน รวมถึงขั้นตอนการสมัครเข้าศึกษาและทุนการศึกษาบัณฑิตศึกษาได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ University of Ottawa ในส่วนของ “Scholarships and awards” โดยการสมัครเรียนถือเป็นขั้นตอนแรกของการพิจารณาทุนส่วนใหญ่

    …..

    🔥 Canadian Dream Beckons: University of Ottawa Offers Up to $70,000+ in Fully Funded Scholarships for Global Students (2026-2027) – Thai Students Encouraged to Apply!

    OTTAWA, CANADA – The University of Ottawa in Canada is offering a multitude of Fully Funded and Funded Scholarship Programs for the 2026-2027 academic year, welcoming international students from all countries, including Thailand, across Undergraduate, Master’s, and PhD levels. The University’s commitment to international diversity is highlighted by its generous automatic scholarships for new undergraduate students, providing significant financial relief.

    Thai students are strongly encouraged to apply, particularly for the International English Scholarships at the undergraduate level, which are automatically awarded upon admission to eligible candidates. The International English Admission Scholarship offers up to $60,000 CAD over four years, while the International English Academic Excellence Scholarship provides a one-time $10,000 CAD award for top-tier applicants, both starting from the Winter 2026 term. These awards significantly reduce tuition fees, making a Canadian education more accessible.

    Key Benefits and Funding Highlights:

    • Automatic Tuition Reduction: Undergraduate students in English-taught programs can receive up to $60,000 CAD (International English Admission Scholarship)
    • Excellence Awards: $10,000 CAD for top international students with an admission average of 90% or above.
    • Graduate Funding: PhD students are guaranteed a minimum admission scholarship of $72,000 CAD over four years, with substantial funding also available for Master’s programs.

    Crucial Deadlines and Application Procedures:

    • Major Undergraduate Scholarships (International English): Automatic consideration for students admitted for the Winter 2026 term and thereafter, with a minimum admission average of 80% (or 90% for the Excellence award).
    • Specific Undergraduate Scholarships (e.g., Engineering): Application deadline is generally March 31 of the year of entry (e.g., for Fall admission).
    • Graduate Scholarships (Master’s/PhD): Multiple deadlines apply. Applicants must consult the specific Faculty/Department for their program’s admission and funding deadlines, as funding is often tied to the application for admission.

    Prospective Thai Students: The primary step is to apply for admission to an eligible program. Most scholarships are granted automatically or require an application via the university’s “Online Scholarships and Bursaries” system once admitted. Full details on eligibility and application can be found on the University of Ottawa’s official “Scholarships and awards” webpage.

  • สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ วช. ถ่ายทอดการบินโดรนเพื่อการเกษตร ให้กับ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จ.นครราชสีมา

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ วช. ถ่ายทอดการบินโดรนเพื่อการเกษตร ให้กับ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จ.นครราชสีมา

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ (RCSA) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร เมื่อวันที่ 25–26 กันยายน 2568 ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมไม่เพียงได้รับความรู้เชิงทฤษฎีเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรน แต่ยังได้ ทดลองฝึกบินจริงในพื้นที่นา เพื่อเรียนรู้การใช้งานโดรนในการพ่นสารและจัดการแปลงเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
    การอบรมครั้งนี้ช่วยสร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้เข้าร่วม นำไปต่อยอดใช้จริงในภาคการเกษตร พัฒนาทักษะ เพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพ และเสริมศักยภาพเกษตรกรไทยให้ก้าวทันยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยก่อนหน้านี้ทาง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร เมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และ วช. ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและชุมชนในระยะยาวต่อไป

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ผ่านศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อภาคการเกษตรของไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ตลอดจนประยุกต์ใช้ในงานด้านภัยพิบัติ โดยขับเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง หลังจากที่ทางสมาคมฯ ได้นำอุปกรณ์มาสนับสนุนและประกอบการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร , แบตเตอรี่ พร้อมเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ , เครื่องปั่นไฟ , ระบบฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) และหลักสูตรการเรียนการสอนด้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ กพท. ครั้งนี้จึงถือเป็นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรแห่งนี้ เป็นต้นแบบของการบูรณาการเทคโนโลยีกับภาคการศึกษา รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

     

    ที่มา : สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ

  • มกธ.ลงนาม MOU ทางวิชาการกับ สจบ., ศจย. ,สปสส. และเครือข่ายนักสาธารณสุข ร่วมพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุข ควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า

    มกธ.ลงนาม MOU ทางวิชาการกับ สจบ., ศจย. ,สปสส. และเครือข่ายนักสาธารณสุข ร่วมพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุข ควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า

     

    ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) มุ่งส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ และการศึกษา ในการส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม และได้องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในเชิงวิชาการวิชาชีพระหว่างมหาวิทยาลัยฯ กับสถาบันการศึกษาในประเทศและองค์กรเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถานประกอบการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้รับการการพัฒนาศักยภาพเฉพาะทางที่สูงขึ้น อีกทั้งยังเสริมความเข้มแข็งด้านเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมประสบการณ์ และทักษะวิชาการและวิชาชีพด้วย

    จากความสำคัญของนโยบายดังกล่าว คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จึงร่วมมือกับสมาพันธ์เครือข่ายจังหวัดบูรณาการ (สจบ.) ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) หน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (สปสส.) และเครือข่ายนักสาธารณสุข 14 พื้นที่เขตสุขภาพ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า โดย ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มอบหมายให้ ผศ.ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.รณชัย คงสกนธ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายจังหวัดบูรณาการ และรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อ.ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร หน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ และ อ.อเนก ทิมทับ อดีตเลขาธิการสภาการสาธารณสุขชุมชน ผู้แทนเครือข่ายนักสาธารณสุขในพื้นที่ 14 เขตสุขภาพ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ณ หอประชุมใหญ่ อาคารสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 2

    ทั้งนี้ ข้อตกลงความร่วมมือโครงการดังกล่าว เพื่อพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย อีกทั้งยังมุ่งส่งเสริมการสร้างนักวิจัยหน้าใหม่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ และการจัดการความรู้ เพื่อการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมไทยอีกด้วย

    นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าว ยังส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย และนักสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่ นักวิจัย คณาจารย์ นักสาธารณสุขทั้งในภาควิชาการและภาควิชาชีพ บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนนักศึกษาที่มีความสนใจด้านการวิจัย และทำโครงการด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อีกด้วย

     

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • Doha Institute ประเทศกาตาร์ เปิดรับสมัครทุนปริญญาโท–เอก Fully Funded รอบปีการศึกษา 2026–2027

    Doha Institute ประเทศกาตาร์ เปิดรับสมัครทุนปริญญาโท–เอก Fully Funded รอบปีการศึกษา 2026–2027

    สถาบัน Doha Institute for Graduate Studies (DI) ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาไทย เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก รอบปีการศึกษา 2026–2027 พร้อมมอบทุน แบบเต็มจำนวน (Fully Funded Scholarships) โดยกำหนดรับสมัครระหว่าง 1 กันยายน 2025 – 15 มกราคม 2026

    สิทธิประโยชน์ทุน (โดยรวม):

    • ฟรีค่าเล่าเรียน 100%

    • ฟรีที่พักในหอพักนักศึกษา

    • เงินเดือนรายเดือนสำหรับค่าครองชีพ

    • ประกันสุขภาพตลอดการศึกษา

    • ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ประเทศต้นทาง (เข้าเรียน/สำเร็จการศึกษา)

    คุณสมบัติผู้สมัคร:

    • เปิดรับทุกสัญชาติ (รวมไทย)

    • สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี หรือกำลังเรียนปีสุดท้าย

    • ไม่จำกัดอายุ (ตรวจสอบเกณฑ์เพิ่มเติมตามสาขา)

    สาขาที่เปิดสอน: มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การบริหารรัฐกิจ เศรษฐศาสตร์การพัฒนา ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา ภาษาศาสตร์ และอีกหลายสาขา

    กำหนดการ:

    • เปิดรับสมัคร: 1 ก.ย. 2025

    • ปิดรับสมัคร: 15 ม.ค. 2026

    • เปิดเรียน: ส.ค. 2026

    📌 ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ Doha Institute Apply Page

     

    Doha Institute for Graduate Studies (Qatar) Opens Applications for Fully Funded Master’s & PhD Scholarships 2026–2027

    The Doha Institute for Graduate Studies (DI), based in Doha, Qatar, is now accepting international applicants – including Thai students – for its Master’s and PhD programs with fully funded scholarships for the academic year 2026–2027. Applications are open from September 1, 2025, to January 15, 2026.

    Scholarship Benefits (overall package):

    • 100% tuition fee waiver

    • Free accommodation in DI dormitories

    • Monthly stipend for living expenses

    • Comprehensive health insurance

    • Round-trip airfare (entry and upon graduation)

    Eligibility:

    • Open to all nationalities

    • Bachelor’s degree (or final-year students)

    • No age restrictions (requirements vary by program)

    Fields of Study: Humanities, Social Sciences, Politics & IR, Public Administration, Development Economics, History, Sociology, Linguistics, Media Studies, and more.

    📌 Apply & more info: Doha Institute Admissions

  • RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

    RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

     

    มหาวิทยาลัยรังสิต นำโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตระหนักถึงศักยภาพและความสำคัญของภาคการเกษตรไทย แม้เกษตรกรจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ อาทิ ปัญหาความยากจน และราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน ท่านอธิการบดี จึงได้ริเริ่ม “โครงการบุญตะวัน” ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ถือเป็นต้นแบบใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงในอาชีพ โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือจาก คณะเทคโนโลยีอาหาร ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การวางกลยุทธ์ทางการตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์ตรง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

    จากปัญหา “ลำไยล้นตลาด” สู่ “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม”

    ผศ.ดร.วราพร ลักษณลม้าย คณบดีคณะเทคโนโลยีอาหาร ม.รังสิต กล่าวว่า การเลือกผลผลิตลำไย สะท้อนถึงความเข้าใจสถานการณ์จริงของภาคการเกษตร และความตั้งใจของโครงการบุญตะวัน ในการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างตรงจุด โดยมีเหตุผลสำคัญคือ ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาที่ตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวของหลายจังหวัดในภาคเหนือ ความต้องการของตลาดไม่เพียงพอที่จะรองรับผลผลิตทั้งหมด ทำให้ราคาลำไยตกลงอย่างมาก มหาวิทยาลัยรังสิตจึงก้าวเข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ รับซื้อลำไยเกรดพรีเมียมจากวิสาหกิจชุมชน จ.ลำพูน โดยแบ่งเป็น จำหน่ายสด และแปรรูป เพื่อนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและตลาดสมัยใหม่ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต

     

    คณบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยโครงสร้างของคณะเทคโนโลยีอาหารที่ประกอบด้วย 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีอาหาร และ สาขาธุรกิจอาหาร จึงสามารถบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านการจัดการ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลำไย พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรอย่างครบวงจร ดังนี้

    1. สาขาเทคโนโลยีอาหาร: มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำลำไยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น

    · ลำไยลอยแก้ว สูตรหวานน้อย + Rice Peptide: ลดความหวาน เพิ่มคุณค่าด้านการดูแลผิวพรรณและสมอง เหมาะกับวัยรุ่นและคนรักสุขภาพ

    · ลำไย Freeze Dry สูตรลดหวาน: ใช้เทคโนโลยี Freeze Dry คงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เก็บได้นาน พกพาง่าย ใช้ได้ทั้งเป็นขนมและวัตถุดิบสำหรับอาหาร/เครื่องดื่ม

    · ลำไยอบแห้ง: ใช้เทคนิคถนอมอาหารที่สะดวก แต่ยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน เหมาะสำหรับการบริโภคโดยตรง การทำเบเกอรี่ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอื่น ๆ

    2. สาขาธุรกิจอาหาร: ทำหน้าที่ต่อยอดจากงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้ โดยมุ่งเน้นการวางกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ลำไยสดและแปรรูปเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น รวมถึงการขยายตลาดใหม่ ๆ ในระดับภูมิภาคและสากล

    การบูรณาการระหว่างสองสาขาวิชา ช่วยให้เกิดการสนับสนุนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้ทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาจริงในพื้นที่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน ทั้งนี้จะใช้ศักยภาพของเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในโรงงานต้นแบบของคณะฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและมีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยกระดับคุณภาพและอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ลำไยต่อไป

    พลังการศึกษาเพื่อความยั่งยืน

    โครงการบุญตะวันไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเกษตรกร แต่คือ “ห้องเรียนจริง” ที่นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกการบริหารจัดการ และเรียนรู้การสร้างคุณค่าจากงานวิจัย ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งคืนความรู้สู่สังคม เพื่อพลิกวิกฤตการเกษตรให้กลายเป็นโอกาส

    นี่คือตัวอย่างชัดเจนของการที่ มหาวิทยาลัยรังสิต ใช้พลังวิชาการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ เกษตรกร และชุมชน สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ดังนั้นแล้วทุกการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น ลำไยสดพรีเมียม หรือ ลำไยแปรรูปสูตรพิเศษ จึงไม่ใช่เพียงการอุดหนุนสินค้า แต่คือการส่งต่อโอกาสแก่เกษตรกรไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคม

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย