Category: ทุนดีดี

  • รมช.ศธ. “สุรศักดิ์” ชื่นชมกระทรวง อว. นำนวัตกรรมร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว “โดรนแปรอักษร” สร้างความตระการตางาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก 2567”

    รมช.ศธ. “สุรศักดิ์” ชื่นชมกระทรวง อว. นำนวัตกรรมร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว “โดรนแปรอักษร” สร้างความตระการตางาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก 2567”

     

                      นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดการนำโดรนแปรอักษรส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อมรดกทางวัฒนธรรมของ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในงาน ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก 2567 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวการสนับสนุนกิจกรรม และ นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับ ในการนี้ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้ควบคุมการจัดแสดงบินโดรนแปรอักษร ณ เวทีกลาง บริเวณบึงพระราม ในงาน ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก 2567 โดยมีผู้บริหารของจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมชมการแสดงเป็นจำนวนหลายหมื่นคน

                     นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้น ณ บริเวณบึงพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการแสดงครั้งนี้ใช้โดรนแปรอักษรจำนวน 500 ลำ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าและการพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมที่ประเทศไทยได้มุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นที่รู้จักในสายตาของผู้คนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อกิจกรรมครั้งนี้ได้จัดร่วมกับ “งานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและประเพณีอันทรงคุณค่าของไทยได้อย่างลงตัวสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ความสำเร็จของโครงการในการจัดแสดงครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงการกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนไทยในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าแก่สังคม

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กระทรวง อว. โดย วช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม กับการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่ โดรนนำเสนอภาพมุมสูงที่สวยงามตระการตา ช่วยเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ที่หลากหลายในพื้นที่ให้มีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางและเป็นเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่สำคัญ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน โดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO มีมติให้ประกาศขึ้นทะเบียนนครประวัติศาสตร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็น ” มรดกโลก ” เมื่อ วันที่ 13 ธันวาคม 2534 ซึ่งการนำเทคโนโลยีโดรนเข้ามาช่วยส่งเสริม การท่องเที่ยวสามารถเผยแพร่ความงดงามและเอกลักษณ์รวมถึงร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปสู่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

    นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวต้อนรับ การเข้าสู่พิธีเปิดกิจกรรม “แสดงโดรนแปรอักษรเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคกลาง” ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน “ยอยศยิ่งฟ้า มรดกโลก 2567” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งกิจกรรมแสดงโดรนแปรอักษรครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกทั้งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในภาคกลางให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการนำเสนอที่สร้างสรรค์และยิ่งใหญ่ตระการตา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลกให้มาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกที่ทรงคุณค่า กิจกรรมการแสดงครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 ธันวาคม 2567 รวม 3 วัน โดยจะมีการแสดงวันละ 2 รอบ เพื่อมอบความสุข ความประทับใจ และประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การได้มาสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยโดรนจำนวน 500 ลำ ขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่มาชมกันอย่างมากมาย ซึ่งเป็นกำลังใจทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะไปต่อจังหวัดอื่น ๆ ครับ RCSA DRONE & NRCT จะทำหน้าที่สร้างความสุขเพื่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านนวัตกรรม และเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการท่องเที่ยว มาร่วมชมโดรน รวมทั้งการสอนทุก ๆ ครั้งและทุกที่ ๆ เราไป ขอบคุณทาง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ในการนี้ การแสดงบินโดรนเพื่อการกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้นำโดรนแปรอักษรมากกว่า 500 ลำ จัดแสดงภาพประกอบเสียงที่สวยงาม อาทิ ภาพตราประจำจังหวัดอยุธยา ภาพโลโก้หน่วยงานกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ภาพยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ภาพพระเจ้าอู่ทอง ภาพวัดมหาธาตุ ภาพวัดไชยวัฒนาราม ภาพโลโก้การประกวด Ayutthaya Talent ภาพ Star light & sound’s และภาพสัญลักษณ์ อว. วช. เป็นต้น

    ทั้งนี้ การแสดงบินโดรนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยชุดการแสดงแสง เสียง Light and Sound ได้สร้างความประทับใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก นับเป็นผลสำเร็จจากนวัตกรรมการบินโดรนที่สนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อย่างแท้จริง และภายในงานยังมี การออกร้านกาชาด ถนนกินเส้น ลานวัฒนธรรม การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร ตลาดย้อนยุค ชมนิทรรศการประวัติศาสตร์ นิทรรศการนวัตกรรมส่วนราชการ/สถาบันการเงิน/ผู้สนับสนุนการจัดงาน ถนนคนเดิน OTOP อีกมากมาย

    #https://test.learninfinity.net/

  • กทม.ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยทางการศึกษา ทุนละ 50,000 บาท ถึง 31 ม.ค.68

    กทม.ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยทางการศึกษา ทุนละ 50,000 บาท ถึง 31 ม.ค.68

    กทม. ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยทางการศึกษา 5 ทุน ทุนละ 50,000 บาท สมัครได้บัดนี้ถึง 31 ม.ค. 68

    นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษา ได้รับอนุมัติงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 สนับสนุนการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยทางการศึกษา จำนวน 5 ทุน ทุนละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 250,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำวิจัยทางการศึกษาและนำผลการวิจัยมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาการจัดการศึกษาของกรุงเทพมหานคร

    โดยผู้มีสิทธิขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย ได้แก่ 1. นิสิต นักศึกษาระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก 2. ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ 3. บุคคลทั่วไป/นักวิจัยทั่วไป สำหรับประเด็นงานวิจัยที่จะให้ทุน มีดังนี้ 1. การประเมินผลการดำเนินการของสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร 2. การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษตามมาตรฐานสากล (CEFR) ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 3. การพัฒนาการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 4. การยกระดับผู้เรียนด้วยหลักสูตรมาตรฐานนานาชาติ 5. การพัฒนาการศึกษาโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเพื่อสนับสนุนการเข้าร่วม Learning City 6. การพัฒนาทักษะด้านการคิดและการแก้ปัญหาของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

    ในส่วนของลักษณะงานวิจัยที่จะให้ทุน ได้แก่ 1. เป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาชั้นพื้นฐานของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 2. เป็นงานวิจัยที่ไม่เคยได้รับทุนอุดหนุนจากหน่วยงานใด 3. งานวิจัยที่เสนอขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย ต้องไม่เป็นส่วนหนึ่งของผลงานทางวิชาการที่จะใช้เลื่อนวิทยฐานะ 4. เป็นงานวิจัยที่ไม่เคยได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้มีสิทธิได้รับทุนจากสำนักการศึกษา หรือได้รับการพิจารณาคัดเลือก แต่สละสิทธิ หรือถูกตัดสิทธิในภายหลังทุกกรณี 5. กรณีงานวิจัยที่เป็นภาษาต่างประเทศ ผู้วิจัยต้องส่งงานวิจัยฉบับแปลภาษาไทยด้วย 6. งานวิจัยต้องยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก่อนวันปิดรับสมัคร

    ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและขอรับใบสมัครขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยทางการศึกษาได้ที่ กลุ่มงานแผนงานและสารสนเทศ ส่วนนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา (ชั้น 5 อาคาร 5 ชั้น) หรือดาวน์โหลดได้จาก https://webportal.bangkok.go.th/ bangkokeducation หัวข้อข่าวสาร ข่าวทุนวิจัย/อบรม หรือคลิก https://url.in.th/pEtKf โดยให้ยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานด้วยตนเอง ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 ที่กลุ่มงานแผนงานและสารสนเทศ ส่วนนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา (ชั้น 5 อาคาร 5 ชั้น) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2437 6631 – 5 ต่อ 3478 หรือ 0 2437 2702

  • ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มกธ.เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2567

    ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มกธ.เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2567

     

    อธิการบดี มกธ.เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2567

    วันที่ 18 ธันวาคม 2567
    ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ชั้น 1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

    กรุงเทพมหานครได้จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูเกียรติคุณ และมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2567

    โดยในพิธีครั้งนี้ มีท่าน ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้น ป.ภ.ประจำปี 2565 และมีการมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมแสดงความยินดีด้วย

    ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ จำนวน 45 ราย พร้อมรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่าในครั้งนี้

    #https://test.learninfinity.net/

  • การสื่อสารสร้างคุณค่าของกล่องสุ่ม Art Toy โดย อ.ณัฐศรชัย พรเอี่ยม สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และ ซีรีส์ ว.นิเทศศาสตร์ ม.รังสิต

    การสื่อสารสร้างคุณค่าของกล่องสุ่ม Art Toy โดย อ.ณัฐศรชัย พรเอี่ยม สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และ ซีรีส์ ว.นิเทศศาสตร์ ม.รังสิต

     

    การสื่อสารสร้างคุณค่าของกล่องสุ่ม Art Toy เรียบเรียงโดย อาจารย์ณัฐศรชัย พรเอี่ยม อาจารย์ประจำสาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และ ซีรีส์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

    ลองจินตนาการถึงความตื่นเต้นลุ้นระทึกในตอนที่ได้แกะกล่อง และความดีใจที่ได้ของเล่นตัวที่ต้องการ (หรือเจ็บใจได้ซ้ำ… เอาใหม่ก็ได้! ) และตื่นเต้นกันเข้าไปอีกเมื่อเปิดได้ตัว Secret ที่หายากยิ่งกว่า ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของ “กล่องสุ่ม” หรือ “Art Toy” ของเล่นที่ไม่ใช่แค่ของสะสม แต่เป็นงานศิลปะที่มีเรื่องราวและคุณค่าในตัวเอง เป็นของสะสมที่นิยมกันไปทั่วโลก ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น เรียกว่าเป็น Pop Culture ของยุคสมัยนี้ก็ว่าได้ ความลับที่ซ่อนอยู่ในกล่องเล็ก ๆ นี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดนักสะสม แต่ยังสร้างความผูกพันและความพิเศษที่ใคร ๆ ก็อยากได้ไว้ในมือ

    แล้วทำไมของเล่นกล่องเล็ก (ไปจนถึงขนาดใหญ่พิเศษราคาหลักแสน) ถึงทรงพลังขนาดนี้ ?

    Art Toy หรือ Designer Toy คือของเล่นสามมิติที่ออกแบบโดยศิลปิน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลิตในจำนวนจำกัดเพื่อกลุ่มนักสะสมและผู้สนใจศิลปะ เริ่มต้นในช่วงกลางทศวรรษ 1990 และเติบโตทั่วโลก โดยสะท้อนวัฒนธรรมย่อย เช่น Pop Surrealism และ Neo-Pop ทั้งในรูปแบบแฮนด์เมดและอุตสาหกรรม (Sernissi, 2014)

      Art Toy จึงถือเป็นงานศิลปะประเภทหนึ่งมากกว่าเป็นของเล่นทั่วไป ซึ่งในบางกรณีสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมภาพลักษณ์และสัญลักษณ์ของเมืองในแง่ของการท่องเที่ยวและการสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม (Kuntjara, 2021)

    ส่วนกล่องสุ่ม หรือ Blind Box เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความลุ้นและความตื่นเต้น ผู้บริโภคไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับสินค้าอะไรจนกว่าจะเปิดกล่อง ทำให้เกิดความรู้สึกคล้ายการลุ้นโชค ผลิตภัณฑ์นี้มักดึงดูดนักสะสมหรือผู้ที่ชื่นชอบของเล่นด้วยการออกแบบที่น่าสนใจและหลากหลาย การตลาดของกล่องสุ่มใช้ประโยชน์จากความไม่แน่นอนในการสร้างกระแสความสนใจ กระตุ้นการซื้อซ้ำและเพิ่มความมีส่วนร่วมของลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อผูกกับสินค้าไอพี (IP) ที่มีชื่อเสียง กล่องสุ่มจึงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมของเล่นและสินค้าเพื่อการสะสมในยุคปัจจุบัน (Ruijing & Jiayi, 2022)

    ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้กล่องสุ่มได้รับความนิยมคือกลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “การเสี่ยงโชค” (Gambling Effect) และ “ความคาดหวัง” (Anticipation Effect) เมื่อผู้บริโภคซื้อกล่องสุ่ม พวกเขาอาจรู้สึกเหมือนกำลังเล่นพนันเล็ก ๆ โดยหวังว่าจะได้สินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าที่จ่ายไป ความตื่นเต้นและความคาดหวังนี้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกพึงพอใจเมื่อเปิดกล่อง แม้ว่าสินค้าในกล่องจะไม่ตรงกับความต้องการก็ตาม (Dinh & Lee, 2021)

    นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่เรียกว่า “FOMO” (Fear of Missing Out) หรือความกลัวที่จะพลาดสิ่งที่คนอื่นได้รับ เมื่อผู้บริโภคเห็นว่าคนอื่น ๆ ซื้อกล่องสุ่มและได้รับสินค้าที่คุ้มค่า พวกเขาอาจจะรู้สึกว่าต้องเข้าร่วมกลุ่มนั้นเพราะกลัวพลาดโอกาสในการได้ของที่ดี ทำให้เกิดพฤติกรรมซื้อซ้ำในกล่องสุ่มต่อไป (Yuqing, 2023)

    พิจารณาลึกลงไปยังรายละเอียดของตัวผลิตภัณฑ์ Art toy : Blind Box หรือ กล่องจุ่ม (เพี้ยนจากคำว่า “สุ่ม”) เราจะพบกระบวนการสื่อสารสร้างคุณค่าโดยใช้การสร้างเรื่องราวและตำนาน (Storytelling and Myth-making) ให้กับผลิตภัณฑ์แต่ละคอลเลคชั่น กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วย

    1. การสร้างจักรวาลของตัวละคร (Character Universe Building)

    อาร์ททอยแต่ละตัวไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังมีเรื่องราวที่เชื่อมโยงให้แต่ละซีรีส์มีความต่อเนื่อง เช่น ตัวละครอาจเป็นส่วนหนึ่งของเมืองในจินตนาการหรืออยู่ในจักรวาลเดียวกับตัวละครอื่น การสร้างจักรวาลนี้ช่วยกระตุ้นความต้องการเก็บสะสมทั้งคอลเลกชัน เช่น แบรนด์ Finding Unicorn สร้างตัวละคร Labubu จากดินแดนจินตนาการที่มีบุคลิกขี้เล่นและซุกซน ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันและอยากสะสม นอกจากนี้ยังนำตัวละครจากภาพยนตร์หรือการ์ตูนมาผลิตเป็นอาร์ททอยเพื่อเพิ่มคุณค่าและความน่าสนใจให้สินค้าอีกด้วย

    2. การใช้ศิลปินเป็นจุดขาย (Leveraging Artists as Selling Points)

    การเน้นเรื่องราวของศิลปิน เช่น แรงบันดาลใจและกระบวนการสร้างสรรค์ ช่วยเพิ่มมูลค่าของเล่นแต่ละชิ้นให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งผู้ซื้อรู้สึกเหมือนได้สนับสนุนศิลปินโดยตรง เช่น คอลเลกชัน Molly ที่ออกแบบโดย Kenny Wong ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงของเล่น แต่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ ตัวละคร Molly มีบุคลิกเฉพาะที่สื่อถึงอารมณ์และเรื่องราว สินค้าแต่ละชิ้นจึงกลายเป็นศิลปะที่ผู้ซื้อเชื่อมโยงกับศิลปินได้ เกิดความผูกพันและคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าของเล่นทั่วไป

    3. การสร้างความหายาก (Creating Rarity and Exclusivity)

    การผลิตในจำนวนจำกัด เช่น “Limited Editions” หรือ “Secret Editions” ช่วยสร้างแรงจูงใจในการซื้อ โดยผู้ซื้อรู้สึกถึงความพิเศษและคุณค่าจากความหายากของสินค้า เทคนิคนี้ยังกระตุ้นพฤติกรรม “FOMO” (Fear of Missing Out) ทำให้เกิดการซื้อล่วงหน้าหรือค้นหาสินค้าหายาก ตัวอย่างเช่น Top Toy ใช้กลยุทธ์ออก “Limited Editions” สำหรับงานอีเวนต์พิเศษ เช่น China International Comic Festival สร้างความต้องการในตลาดมือสอง และ “Secret Editions” ที่ซ่อนในกล่องสุ่ม เพิ่มความตื่นเต้นและกระตุ้นการซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    4. การเล่าเรื่องผ่านบรรจุภัณฑ์ (Storytelling through Packaging)

    บรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบให้สะท้อนเรื่องราวหรืออารมณ์ของคอลเลกชัน เช่น ใช้ภาพประกอบหรือข้อความลับบนกล่อง เพิ่มความน่าตื่นเต้นและสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงสุนทรียะกับสินค้า ตัวอย่างเช่น 52TOYS ออกแบบกล่องคอลเลกชัน BEASTBOX ให้เหมือน “ห้องเก็บตัวละคร” หรือ “กล่องพลังงาน” ที่สอดคล้องกับธีมไซไฟ พร้อมข้อมูลเบื้องหลังของตัวละคร บรรจุภัณฑ์ยังซ่อนข้อความลับหรือภาพพิเศษ สร้างความตื่นเต้นและเพิ่มความผูกพันกับผู้ซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ การสื่อสารผ่าน Influencers และการตลาดออนไลน์ยังช่วยสร้างความนิยมให้กับกล่องสุ่มเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แพลตฟอร์มอย่าง Instagram, TikTok และ YouTube ถูกใช้เพื่อสร้างกระแสไวรัลและกระตุ้นการซื้อ พร้อมเน้นประสบการณ์เชิงอารมณ์ เช่น การเปิดกล่องสุ่มต่อหน้าผู้ติดตาม เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นและความผูกพันกับคอลเลกชันอย่างมีประสิทธิภาพ

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี จัดเสวนา “ไวรัสหรือวิกฤต Social กับเกมข่าวยุคดิจิทัล” จุดประกายแนวคิด สื่อยุคดิจิทัลเร็วแต่ไม่ลืมความถูกต้อง

    คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี จัดเสวนา “ไวรัสหรือวิกฤต Social กับเกมข่าวยุคดิจิทัล” จุดประกายแนวคิด สื่อยุคดิจิทัลเร็วแต่ไม่ลืมความถูกต้อง

     

    เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567  คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้จัดงานเสวนาหัวข้อ ไวรัสหรือวิกฤต Social กับเกมข่าวยุคดิจิทัล”   ซึ่งได้รับความสนใจจากนักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจด้านสื่อสารมวลชนเป็นจำนวนมาก

    การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อการรายงานข่าวในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อมวลชน โดยมี วิทยากรผู้ร่วมเสวนาในงานประกอบด้วยคุณวิชัย สอนเรือง หัวหน้าข่าวออนไลน์จากสยามรัฐ คุณจิตรสนา อินธิสาร creative รายการโหนกระแส คุณสุปรีชา บุญประเสริฐ จากสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชัน และดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์ ดร.กฤติญา กวีจารุกรณ์  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ BTU Channel และอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์  พิธีเปิดการเสวนาโดย ผศ.ดร.พนม วรรณศิริ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงม.กรุงเทพธนบุรี

    ภายในงานมีการเสวนาในประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวกับยุคสมัยที่เทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านการสื่อสาร การทำงาน การเรียนรู้ การทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงต่าง ๆ ในยุคดิจิทัล ข้อมูลถูกจัดเก็บและส่งผ่านในรูปแบบ ดิจิทัล (Digital) ซึ่งช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ได้แก่ อินเทอร์เน็ต (Internet) สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagra แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ และแอปพลิเคชันดิจิทัล ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data

    ทั้งนี้ ยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและวิธีคิดของคนในสังคม ทำให้การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลเป็นไปได้แบบ เรียลไทม์ (Real-Time) ทันสถานการณ์ แต่ขณะเดียวกันก็มีความท้าทาย เช่น ปัญหาข่าวปลอม ความปลอดภัยของข้อมูล และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งวิทยากรทั้ง 3 ท่าน ได้กล่าวถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อการรายงานข่าวที่รวดเร็วแต่อาจขาดการกลั่นกรองโดยคุณวิชัย สอนเรือง ได้กล่าวว่า “โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการกระจายข่าวสารอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับวงการสื่อมวลชน ในแง่หนึ่ง การรายงานข่าวผ่านโซเชียลมีเดียสามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ทันที แต่ในขณะเดียวกัน หากขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ ก็อาจนำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดพลาด ข่าวลวง หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมได้ นักข่าวมืออาชีพจึงต้องปรับตัวและใช้โซเชียลมีเดียอย่างรอบคอบ โดยเน้นความรวดเร็วควบคู่ไปกับความถูกต้อง และต้องกล้าที่จะชะลอการรายงาน หากข้อมูลยังไม่ผ่านการกลั่นกรองที่เพียงพอ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสื่อและตัวผู้สื่อข่าวเอง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานข่าวในยุคดิจิทัล”

    คุณสุปรีชา บุญประเสริฐ จากสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชัน กล่าวถึงประเด็น การรับมือกับข่าวปลอมที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ว่า“ปัญหาข่าวปลอมในยุคดิจิทัลถือเป็นวิกฤตสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนและความเข้าใจของประชาชนในประเด็นต่าง ๆ เพราะโซเชียลมีเดียสามารถทำให้ข่าวที่ผิดพลาดหรือบิดเบือนกระจายตัวได้อย่างรวดเร็ว วิธีการรับมือกับข่าวปลอมที่มีประสิทธิภาพคือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น (Fact-checking) ก่อนเผยแพร่ข่าวออกไป นักข่าวต้องมีความรอบคอบและใช้เครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ ในการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล รวมถึงการเช็คความถูกต้องจากหลายฝ่ายเพื่อสร้างความมั่นใจ  นอกจากนี้ สังคมต้องได้รับการปลูกฝังให้รู้เท่าทันสื่อ มีวิจารณญาณในการเสพข่าว ไม่แชร์ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการกลั่นกรอง และสื่อมวลชนมืออาชีพต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อลดผลกระทบจากข่าวปลอมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน”

            คุณจิตรสนา อินธิสาร Creative รายการโหนกระแส ได้แนะนำวิธีการเพิ่มพูนทักษะในการจัดการกับข่าวสารในยุคดิจิทัล จากประสบการณ์การทำงานในรายการโหนกระแส ว่า“การทำงานในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารไหลมารวดเร็วและหลากหลาย นักข่าวและผู้ผลิตคอนเทนต์ ต้องพัฒนาทักษะสำคัญสามประการ ได้แก่ ประการแรก ทักษะการคัดกรองข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะข้อมูลจำนวนมากบนโซเชียลมีเดียอาจเป็นทั้งข่าวจริงและข่าวลวง การตรวจสอบที่มาและความน่าเชื่อถือของข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่น การใช้เครื่องมือดิจิทัลในการตรวจสอบภาพหรือแหล่งข่าวประกอบ ประการที่สองทักษะการเล่าเรื่องที่ดึงดูดและน่าสนใจ ในรายการ โหนกระแส เราให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องที่เข้าถึงง่าย กระชับ และตรงประเด็น เพื่อดึงดูดผู้ชมพร้อมทั้งรักษาแก่นแท้ของความจริงเอาไว้ ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า คุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการที่ผสมผสานเรื่องจริงกับความบันเทิงได้อย่างชัดเจน สามารถควบคุมสถานการณ์ในหลายเหตุการณ์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ จึงเป็นเสน่ห์ของรายการโหนกระแสที่ติดตามกระแสสังคมและเปิดโอกาสให้ผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทในการแจ้งเบาะแส หรือให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับรายการมากมายจริงๆ  ประการที่สามทักษะการจัดการประเด็นอ่อนไหวและการนำเสนออย่างรับผิดชอบ การรายงานข่าวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดราม่าหรือความขัดแย้ง รายการโหนกระแสต้องใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอ เราต้องไม่ตัดสินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม”

              อาจารย์ ดร.กฤติญา กวีจารุกรณ์  ได้สรุปประเด็นเสวนาในหัวข้อ ไวรัลหรือวิกฤต: โซเชียลกับเกมข่าวยุคดิจิทัล” ว่า  “โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในยุคดิจิทัล สามารถสร้างทั้ง ‘ไวรัล’ และ ‘วิกฤต’ ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ผลิตข่าวและผู้เสพข่าว นักข่าวมืออาชีพต้องปรับตัว พัฒนาทักษะในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำเสนอข่าวสารอย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำพาสังคมให้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง นักข่าวและผู้ผลิตเนื้อหาในยุคดิจิทัลต้องยึดหลักจรรยาบรรณ ใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงานข่าว และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่สังคม”

    สำหรับบรรยากาศภายในงาน ณ สตูดิโอ 1 คณะนิเทศศาสตร์ เต็มไปด้วยความรู้และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะการนำเสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีวิจารณญาณ ทั้งจากมุมมองของผู้ผลิตข่าวสารและผู้บริโภค ทางคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานเสวนาครั้งนี้จะช่วยจุดประกายความคิดให้ผู้เข้าร่วมงานตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคข่าวสารในยุคดิจิทัล และมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่เท่าทันและมีคุณภาพต่อไป

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดใหญ่ มอบรางวัลประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ 2567

    การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดใหญ่ มอบรางวัลประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ 2567

                   นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2567 โดยมี นายจักรพรรดิ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), ผู้บริหาร กกท., บุคลากรทางการกีฬา และนักกีฬา ร่วมงาน ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก กกท. เมื่อวันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา
                    เนื่องในโอกาสวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี ถือเป็นวันกีฬาแห่งชาติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านกีฬาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นต้นแบบจากการทรงกีฬามาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ รวมไปถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยเห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา ซึ่ง กกท. ในฐานะองค์กรหลักที่รับผิดชอบการจัดงานวันกีฬาแห่งชาติ จึงได้จัดงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติขึ้นทุกปี เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และบุคลากรกีฬา ที่ได้สร้างผลงาน และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
                     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี และขอขอบคุณนักกีฬา บุคลากรทางการกีฬา ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง ที่ต้องเสียสละทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการฝึกซ้อม และสามารถที่จะทำผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ ซึ่งในรอบปี 2567 ที่ผ่านมา ผลงานของนักกีฬาไทย ถือได้ว่าอยู่ระดับแถวหน้าของภูมิภาคเอเชีย และของโลก ทั้งนี้ ในนามของรัฐบาลไทย จะเดินหน้านโยบายเพื่อส่งเสริมการกีฬา บุคลาการทางการกีฬาของชาติในทุกมิติ ทั้งด้านกีฬากับเยาวชนและสังคม กีฬากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือซอฟพาวเวอร์ รวมไปถึงกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง
                   ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย กกท. ได้เริ่มจัดงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จนถึงปัจจุบันปี พ.ศ. 2567 นับเป็นครั้งที่ 39 แล้ว โดยในปี 2567 นี้ กกท. จัดงานภายใต้ 4 แนวคิดหลัก คือ Society (กีฬาสร้างเยาวชน สร้างสังคม), Economy (กีฬาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ Soft Power World Class Sports Event), Globality (กีฬาสร้างชื่อเสียงระดับโลก) และ Sustainability (กีฬาพัฒนาสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ) โดยเน้นจัดกิจกรรมในรูปแบบ Eco – Friendly ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และบุคลากรกีฬานี้ ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ทุกท่านที่ได้รับรางวัล ความสำเร็จที่ได้รับจากการแข่งขันกีฬา นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ชาวไทยทุกคน และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน และประชาชนหันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬาอันจะเป็นประโยชน์ทางสังคม ทำให้คนในประเทศชาติมีสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย
                   สำหรับการมอบรางวัลในปีนี้ มีทั้งสิ้น 44 รางวัล ดังนี้ นักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ ”วิว“ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันเหรียญเงินโอลิมปิก 2024 ในประเภทชายเดี่ยว ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ ธีรพงศ์ ศิลาชัย (ยกน้ำหนัก) กับ บรรจง สินศิริ (มวยสากล)
                   นักกีฬาสมัครเล่นหญิงดีเด่น เรืออากาศโทหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2024 ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ สุรจนา คำเบ้า (ยกน้ำหนัก) กับเรืออากาศตรีหญิง จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง (มวยสากล)
                  นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ วีรพล วิชุมา (ยกน้ำหนัก) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ ภูริพล บุญสอน (กรีฑา) กับ กฤตยชญ์ พร้อมปัจจุ (เทควันโด)
                  นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น ได้แก่ด.ญ.วารีรยา สุขเกษม (สเก็ตบอร์ด) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ธนพร แซ่เตีย (ยกน้ำหนัก) กับ สรัลรักษ์ วิทิตศานต์ (แบดมินตัน)
                 นักกีฬาอาชีพชายดีเด่น ได้แก่ สมเกียรติ จันทรา (รถจักรยานยนต์) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนนักกีฬาอาชีพหญิงดีเด่น ได้แก่ อาฒยา ฐิติกุล (กอล์ฟ) ได้รับถ้วยพระราชทาน
                 นักกีฬามวยไทยอาชีพชายดีเด่น ได้แก่ ทิชากร ศรีพรมมา ฉายา “ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน” ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนนักกีฬามวยไทยอาชีพหญิงดีเด่น ได้แก่ จันทร์จิรา แสนศรี ฉายา “ปิ่นเพชร ม.ราชภัฎโคราช” ได้รับถ้วยพระราชทาน
                  นักกีฬาคนพิการชายดีเด่น ได้แก่ชัยวัฒน์ รัตนะ (วีลแชร์เรสซิ่ง) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ พงศกร แปยอ (วีลแชร์เรสซิ่ง) กับ วรวุฒิ แสงอำภา (บอคเซีย)
                  นักกีฬาคนพิการหญิงดีเด่น ได้แก่ สายสุนีย์ จ๊ะนะ (วีลแชร์ฟันดาบ) ได้รับถ้วยพระราชทาน ส่วนรองดีเด่น ได้แก่ สุจิรัตน์ ปุกคำ (แบดมินตันคนพิการ) กับ ขวัญสุดา พวงกิจจา (เทควันโดคนพิการ)
                  กีฬาทีมดีเด่น ได้แก่ ทีมฟุตซอลชายไทย ชุดชิงแชมป์โลกและชิงแชมป์เอเชีย, ประเภททีมกีฬาดีเด่น ได้แก่ ทีมเทเบิลเทนนิสหญิง ชุดโอลิมปิกเกมส์
                  กีฬาทีมคนพิการดีเด่น ได้แก่ทีมฟุตบอลคนตาบอดทีมชาย, ประเภทกีฬาทีมคนพิการดีเด่น ได้แก่ เทเบิลเทนนิสประเภทคู่ชาย MD14
                   ผู้ฝึกสอนนักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น ได้แก่ร้อยตรี นพดล วันหวัง (ยกน้ำหนัก), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาชาวต่างประเทศดีเด่น ได้แก่ มร.ลุคแมน (ยกน้ำหนัก), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาอาชีพดีเด่น ได้แก่ ภัททพล เงินศรีสุข (แบดมินตัน), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาส่วนภูมิภาคดีเด่น ได้แก่ กิตติศักดิ์ พันสี (ยกน้ำหนัก สมาคมกีฬาจังหวัดสุรินทร์), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาคนพิการดีเด่น ได้แก่ นันทา จันทสุวรรณสิน (วีลแชร์ฟันดาบ)
    สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ
                  ผู้บริหารดีเด่น ได้แก่ ไมตรี คงเรือง (ส.คนพิการ), นักวิชาการดีเด่น ได้แก่ ผศ.พ.อ.นพ.ณัฏฐา กุลกำม์ธร (แพทย์ด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ สาขาเวชศาสตร์การกีฬา), ผู้จัดการทีมดีเด่น ได้แก่ นาวาโทหญิง อารีย์ วิรัฐถาวร (ส.ยกน้าหนัก), ผู้ตัดสินดีเด่น ได้แก่ ดร.สิริลักษณ์ ทัดมั่น (ส.ยกน้ำหนัก), นักกีฬาอาวุโสชายดีเด่น ได้แก่ สุรศักดิ์ ปานเรือง (เพาะกายและฟิตเนส), นักกีฬาอาวุโสหญิงดีเด่น ได้แก่ สายเนตร ศรีสมพงษ์ (กรีฑา)
                   รางวัลผู้ทรงคุณค่าทางการกีฬา ได้แก่ รศ.ดร.นพ.วิชัย วนดุรงค์วรรณ กับ รศ.ดร.สุพิตร สมาหิโต, รางวัลนักบริหารกีฬาผู้ทรงคุณค่า ได้แก่ ธนา ไชยประสิทธิ์ และรางวัลปูชณียบุคคลกีฬา ได้แก่ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
                   นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัลให้กับนักกีฬาชายและหญิงดีเด่นของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และรางวัลสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย รวม 320 รางวัล, การจัดนิทรรศการงานวันกีฬาแห่งชาติ และการจัดเสวนาวิชาการออนไลน์ของฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา “SAT SCIENCE OF RUNNING ” และถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เพื่อการท่องเที่ยวและกีฬา (T Sports 7) อีกด้วย
    #https://test.learninfinity.net/
  • ชมรมศิษย์เก่า โรงเรียนวัดหนองสองห้อง(สายชนูปถัมภ์) ชวนร่วมงาน สานสัมพันธ์น้องพี่ 90 ปี หนองสองห้อง 22 ก.พ.68

    ชมรมศิษย์เก่า โรงเรียนวัดหนองสองห้อง(สายชนูปถัมภ์) ชวนร่วมงาน สานสัมพันธ์น้องพี่ 90 ปี หนองสองห้อง 22 ก.พ.68

                     คณะกรรมการชมรมศิษย์เก่า โรงเรียนวัดหนองสองห้อง(สายชนูปถัมภ์) จ.สมุทรสาคร ประชาสัมพันธ์ขอเชิญชวนศิษย์เก่า ทุกท่าน ทุกรุ่น ร่วมพบปะสังสรรค์ ในงานชุมนุมศิษย์เก่าครั้งที่ 2 ภายใต้ชื่องาน สานสัมพันธ์น้องพี่ 90 ปี หนองสองห้อง วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00 น เป็นต้นไป  วัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ตัดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ขนาด 10 กิโลวัตต์ งบประมาณ 200,000 บาทให้กับโรงเรียนวัดหนองสองห้อง เพื่อลดต้นทุนค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งทางโรงเรียนจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าต่อปี 100,000 – 150,000 บาท
    🙏🙏🙏เชิญชวนศิษย์เก่าทุกท่านร่วมบริจาคทุนทรัพย์ เพื่อสมทบในการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ผ่านบัญชีรายได้สถานศึกษา ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้
    👉🏻👉🏻👉🏻จองโต๊ะในราคา 2800 บาท / 8 ที่นั่ง เพื่อเข้าร่วมงานตามวันเวลาดังกล่าว ได้ที่
    👉🏻ครูจิราภรณ์ ภูอุดม (ครูน้อง )0944495614
    👉🏻ครูพรทิพา แสนสี (ครูป้อม)081-795-9791
    👉🏻หรือสอบถามรายละเอียดได้จากคณะกรรมการชมรม หรือ คณะครูโรงเรียนวัดหนองสองห้อง ได้ทุกเวลา
    🙏🙏🙏 รายนามผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบ
    1 บ้านสวนน้ำใส (ครอบครัวครูน้อง) 30,000บาท
    2 คุณพี่ประยูร คุณพี่มาลัย ยอดเพชร 10,000บาท
    3คุณครูพูนทรัพย์ ขวัญดี 10,000 บาท
    4 คุณครูเสาวพงศ์ คุณครูเกยูร ธรรมเที่ยง 10,000 บาท
    5 คุณทวี คุณเครือวัลย์ ภุมรินทร์ 2,000 บาท
    6.คุณครูสมศักดิ์ คุณครูพิกุลทอง วันวงษ์ 10,000 บาท
    7.คุณไพบูลย์ พงษ์ประเสริฐ 10,000 บาท
    8.คุณณัฐธิดา ลอเพ็ชร 1,000 บาท
    9 คุณรุ่งนภา ปลื้มจิตต์ 5,000 บาท
    10.ผอ.อังสนา ละเอียดศิลป์ 2,000 บาท
    11.คุณปภัสสร บุญนาค 3,000 บาท
    12.คุณสุชา ศรีสุวรรณ 2,000 บาท
    #https://test.learninfinity.net/
  • ม.รังสิต ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมแคมป์นักสืบรุ่นจิ๋ว #โคนันรุ่น7 (ฟรี!)

    ม.รังสิต ชวนน้อง ม.ปลาย ร่วมแคมป์นักสืบรุ่นจิ๋ว #โคนันรุ่น7 (ฟรี!)

     

                       คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เชิญชวนน้องมัธยมศึกษาตอนปลายที่ชอบแนวสืบสวน สอบสวน ร่วมกิจกรรมแคมป์นักสืบรุ่นจิ๋ว #โคนันรุ่น7 โดยกิจกรรมภายในแคมป์น้อง ๆ จะได้เรียนรู้จากสถานีต่าง ๆ ดังนี้ สถานีที่ 1 การปัดหาลายนิ้วมือแฝง สถานีที่ 2 การตรวจสถานที่เกิดเหตุ (จำลองเหตุการณ์) สถานีที่ 3 การสืบสวน สอบสวน และสถานีที่ 4 การใช้เทคโนโลยีในการป้องกันอาชญากรรมและการระงับเหตุ จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.30 – 15.00 น. ณ ห้อง 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

                       สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสามารถสมัครออนไลน์เข้าร่วมแคมป์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่  https://shorturl.at/Y5vDO รับจำนวนจำกัด !

     

    #https://test.learninfinity.net/