Category: ทุนดีดี

  • 113 ทุนอายิโนะโมะโต๊ะ ให้นักศึกษาปี 1-3 พัฒนาศักยภาพ สร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรม

    113 ทุนอายิโนะโมะโต๊ะ ให้นักศึกษาปี 1-3 พัฒนาศักยภาพ สร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรม

    ทุน โครงการ “ทุนอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อผู้เรียนดีมีศักยภาพเป็นเลิศ”(Ajinomoto Talent Scholarship) ประจําปีการศึกษา 2567
    เพื่อสนับสนุนนิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่น มีความสนใจและศักยภาพที่จะสร้างสรรค์งานวิจัยและ นวัตกรรม ที่กําลังศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ในสาขาวิชาเอกที่เกี่ยวข้องกับอาหาร โภชนาการ สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลกลุ่มนี้ให้สามารถสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมด้านอาหาร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม และต่อยอดเป็นนวัตกรรุ่น ใหม่ของไทยในอนาคต

    1. หลักเกณฑ์การให้ทุน
    1.1 ทุนการศึกษาในโครงการ “ทุนอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อผู้เรียนดี มีศักยภาพเป็นเลิศ” นี้ จะพิจารณามอบให้กับนิสิต นักศึกษาที่กําลังศึกษาใน ระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ต่อเนื่องจนจบการศึกษา มูลค่าทุนละ 60,000 บาท (หกหมื่นบาทถ้วน) ต่อปีการศึกษา โดย มูลนิธิฯ จะพิจารณามอบ ทุนให้นักศึกษาจํานวนชั้นปีละ 5 ทุน จากสถาบันการศึกษาที่กําหนด 10 แห่ง ดังนี้
    1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    2) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    3) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    4) มหาวิทยาลัยมหิดล
    5) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
    6) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
    7) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 8) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    9) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    10) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

    โดย นิสิตนักศึกษาผู้รับทุนจะต้องมีความสนใจในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมและการทําวิจัยเชิงทดลอง พร้อมทั้งกําลังศึกษาในสาขาวิชาเอกด้าน วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร โภชนาการ สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดังรายละเอียดสาขาต่อไปนี้
    1) สาขาวิชาเอกด้านวิทยาศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง จํานวนปีละ 3 ทุน/ชั้นปี เช่น
    กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เทคโนโลยี และอาหาร : เคมี เคมีอุตสาหกรรม ชีวเคมี ชีววิทยา ชีวนวัตกรรม จุลชีววิทยา วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีการอาหาร พัฒนาผลิตภัณฑ์ วิศวกรรมอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการบรรจุ เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ทางทะเล เทคโนโลยี กระบวนการหมักฯ นวัตกรรมอาหาร วิทยาศาสตร์การอาหารเพื่อสุขภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ พฤกษศาสตร์ ฯลฯ
    กลุ่มโภชนาการและวิทยาศาสตร์สุขภาพ : โภชนาการ โภชนาการและกําหนดอาหาร อาหารปลอดภัยและโภชนาการ สาธารณสุขศาสตร์ อนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย เทคนิคการแพทย์ กายภาพบําบัด วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์การกีฬา ฯลฯ กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม กระบวนการอุตสาหกรรมเคมีและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและการจัดการอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร เกษตร ประมง วิทยาศาสตร์ทางทะเล สัตวบาล ป่าไม้-วนศาสตร์ ฯลฯ
    2) สาขาวิชาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง จํานวนปีละ 2 ทุน/ชั้นปี เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรม เคมี วิศวกรรมกระบวนการทางชีวภาพ วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมอาหาร วิศวกรรมการวัดและควบคุม วิศวกรรมการผลิต วิศวกรรมหุ่นยนต์และ ระบบอัตโนมัติ วิศวกรรมนาโนเทคโนโลยี วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
    1.2 มูลนิธิฯ จะพิจารณาคัดเลือก และมอบทุนการศึกษาในโครงการฯ ในจํานวนทุนตามข้อ 1.1 เฉพาะชั้นปีที่ 1 จํานวน 5 ทุน และ จะพิจารณา นักศึกษาในชั้นปีที่ 2 และ 3 ตามจํานวนทุนและสาขาวิชาเอกที่ยังว่างของนักศึกษาทุนปัจจุบันที่อยู่ในโครงการฯ
    1.3 ในกรณีที่ผู้สมัครมีความเหมาะสมใกล้เคียงกันเกินจํานวนทุน คณะกรรมการจะพิจารณาโดยใช้เกณฑ์อื่นประกอบการพิจารณาด้วย แต่หาก มีผู้สมควรได้รับทุนไม่ครบตามจํานวน มูลนิธิฯ จะพิจารณามอบทุนให้เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้น และจะเปิดรับสมัคร เพื่อพิจารณาทุนเพิ่มเติม ในปีถัดไปจนถึงชั้นปีที่ 3 แต่หากครบตามจํานวนทุนที่กําหนดแล้ว จะไม่เปิดรับในชั้นปีนั้นๆ

    จำนวนทุนที่จะพิจารณาคัดเลือก

    2. คุณสมบัติของผู้สมัคร
    2.1 มีสัญชาติไทย เป็นนิสิต นักศึกษา ศึกษาในชั้นปีที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 อยู่ในระบบการศึกษาหลักสูตร 4 ปี ในปีการศึกษา 2567 ตามสาขา วิชาเอกและสถาบันการศึกษาตามที่มูลนิธิฯ กําหนดข้างต้น
    2.2 มีความสนใจและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม และการทําวิจัยเชิงทดลอง ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเชิงนวัตกรรม และกิจกรรมอื่นๆที่มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะจัดขึ้นให้นักศึกษาทุนได้
    2.3 มีความประพฤติดี ทัศนคติดี และสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
    2.4 มีผลการเรียนดี และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี โดยมีรายละเอียดผลการศึกษา ดังต่อไปนี้
    – มีเกรดเฉลี่ยรวมจนถึงภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป
    – มีเกรดวิชาหลัก (ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ) แต่ละรายวิชาไม่ต่ํากว่า 2.0 (C) และคิดเป็นเกรดเฉลี่ยรวมวิชาหลักไม่ต่ํากว่า 3.0 – ไม่มีเกรด F หรือ U (หรือ เกรดอื่นที่มีความหมายเดียวกัน) ในระหว่างการเรียน
    – กรณีที่มีการถอน/งดลงทะเบียนในบางรายวิชาในบางภาคการศึกษา จะต้องสามารถสําเร็จการศึกษาได้ตามหลักสูตรภายใน 4 ปี หมายเหตุ เกรดเฉลี่ยรวมวิชาหลักจะพิจารณาจากวิชาที่ลงทะเบียนเรียนตามหลักสูตร/สาขาวิชาเอกที่สังกัด ทั้งนี้ หากภาคการศึกษาใดไม่มีการ ลงทะเบียนเรียน ก็จะไม่นําวิชานั้นมาคํานวณ และหากวิชาภาษาอังกฤษไม่ได้วัดผลเป็นเกรด ก็จะต้อง “ผ่าน” (S หรือ เกรดอื่นที่มีความหมายเดียวกัน)
    2.5 ไม่เป็นผู้ที่กําลังรับทุนการศึกษาต่อเนื่องจากที่อื่น ยกเว้น เงินกู้ยืมจากกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาล (กยศ.) หรือ กองทุนเงินกู้ยืม ที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ประเภทยากจน หรือ ทุนช่วยเหลือจากสถาบันต้นสังกัดแบบไม่ต่อเนื่องและไม่ผูกพัน
    2.6 หากมีผลงาน (portfolio) ด้านนวัตกรรม/งานวิจัย เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์/วิศวกรรม/ประดิษฐ์ ในระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป หรือ ทํางาน/ ร่วมงานวิจัย/กิจกรรมพัฒนานวัตกรรม/โครงงานในระดับคณะ หรือ มหาวิทยาลัย จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
    2.7 ผู้สมัครจะต้องยินยอมอนุญาตให้เก็บ รวบรวม ใช้งาน และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่มูลนิธิฯ อาทิ ประวัติส่วนบุคคล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รูปภาพและข้อมูล/เอกสาร เป็นต้น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับทุนการศึกษา ตั้งแต่การกรอกข้อมูลและบันทึกในระบบ บริการสมัครทุนแบบออนไลน์ การคัดเลือกรอบเอกสาร จนถึงการเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ และหากผู้สมัครต้องการถอนความยินยอม มูลนิธิฯจําเป็นต้องเพิกถอนสิทธิ์ในการสมัครขอรับทุนของผู้สมัครในทุกกรณี เนื่องจากไม่สามารถนําข้อมูลดังกล่าวไปพิจารณาคัดเลือกได้

    3. เงื่อนไขและข้อผูกพันสําหรับผู้ได้รับทุน
    3.1 การจ่ายเงินทุนการศึกษา มูลนิธิฯ จะมอบให้ปีละ 1 ครั้ง โดยผู้ได้รับทุนต้องเข้าร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาและกิจกรรมประจําปี ในรูปแบบที่ มูลนิธิฯ กําหนดด้วยตนเอง
    3.2 ผู้ได้รับทุนต้องรายงานผลการศึกษา พร้อมรายงานรายรับ-รายจ่าย ตามแบบที่กําหนด แก่มูลนิธิฯ ในทุกภาคการศึกษา โดยมูลนิธิฯ อาจ พิจารณาติดตามผลการศึกษาของผู้ได้รับทุนในโครงการเป็นครั้งคราวตามสมควร
    3.3 ผู้ได้รับทุนต้องรักษาความประพฤติให้ดี และมีระดับผลการศึกษา (GPAX) ไม่ต่ํากว่า 3.00 รวมทั้งผลการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ไม่ต่ํากว่า 3.00 และไม่มีเกรด F หรือ U ในระหว่างการเรียน และต้องเข้ามาช่วยงาน หรือร่วมกิจกรรมของคณะที่สังกัด หรือมหาวิทยาลัย ตามแต่คณะหรือ มหาวิทยาลัยกําหนด จึงจะมีสิทธิ์ขอรับทุนในปีต่อไป และสําเร็จการศึกษาในระยะเวลา 4 ปี
    3.4 ผู้ได้รับทุนการศึกษาต้องเข้าร่วมกิจกรรมเชิงนวัตกรรมหรือ กิจกรรมอื่นใด ที่มูลนิธิฯ พิจารณาจัดขึ้นในทุกปีการศึกษาไม่ต่ํากว่า 80% และ ต้องมีผลงานวิจัย/นวัตกรรมส่งเข้าร่วมการแข่งขัน อย่างน้อย 1 ผลงาน ในช่วงระยะเวลาการรับทุนก่อนสําเร็จการศึกษา และรวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรม ปัจฉิมนิเทศ ในปีสุดท้ายก่อนสําเร็จการศึกษา ที่มูลนิธิฯ จัดให้แก่นักศึกษาในโครงการฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องสําคัญและจําเป็นที่ผู้รับทุนจะต้องสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
    3.5 ในขณะที่ได้รับทุนนี้จะไม่รับทุนการศึกษาอื่นใด ยกเว้น เงินกู้ยืมจากกองทุนเงินให้กู้เพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือ กองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับ รายได้ในอนาคต (กรอ.) ประเภทยากจนของรัฐบาล หรือ ทุนช่วยเหลือค่าครองชีพจากสถาบันการศึกษาแบบไม่ต่อเนื่องเท่านั้น
    3.6 ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาต้องอนุญาตและยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้งานและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่มูลนิธิฯ ตลอดเวลาการรับทุน เพื่อใช้ ติดตามนิสิต ประกอบการพิจารณาทุนต่อเนื่องและการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาทุน รวมทั้งอนุญาตให้มูลนิธิฯ ใช้ข้อมูล ภาพ หรืออื่น ๆ ในกิจกรรมของท่านที่เกิดขึ้นระหว่างการรับทุนในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิฯ สู่สาธารณะ ทั้งนี้หากผู้ได้รับทุนถอนความยินยอม มูลนิธิฯ ขอสงวนสิทธิ์เพิกถอนสิทธิ์ในการรับทุนการศึกษาดังกล่าวแก่นักศึกษาทุนทุกกรณี

    4. เหตุระงับสิทธิของผู้ได้รับทุน
    4.1 เสียชีวิต หรือ พ้นสภาพจากการเป็นนิสิต
    4.2 ถูกลงโทษฐานมีความผิดทางวินัยนิสิตอย่างร้ายแรง
    4.3 ขาดคุณสมบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อผูกพัน
    4.4 สละสิทธิ์การรับทุนหรือเพิกถอนความยินยอมในการเปิดเผยและอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่มูลนิธิฯ โดยต้องมีหลักฐาน เป็นลายลักษณ์อักษรจากนิสิต ผู้ปกครอง และอาจารย์ที่ปรึกษา โดยแจ้งเรื่องผ่านหน่วยงานด้านทุนการศึกษา ของสถาบันที่ตนสังกัดอยู่
    4.5 กรณีนอกเหนือจากนี้ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการมูลนิธิ ฯ

    5. วิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการ : ผู้ประสงค์ขอรับทุน จะต้องดําเนินการดังนี้
    1 ขอรับระเบียบการรับสมัครทุน จากหน่วยงานด้านทุนการศึกษาของคณะ/ภาควิชา หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทุนการศึกษาในสถาบันการศึกษา ที่สังกัดอยู่ หรืออ่านระเบียบจาก QR Code บนโปสเตอร์ เพจเฟสบุ๊ก “Ajinomoto Talent Scholarship” และเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ
    2 กรอกใบสมัครด้วยตนเองบนระบบออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ https://scholarship.ajinomotofoundation.or.th/th และดําเนินการตามขั้นตอน
    การสมัครทุนให้ครบถ้วน ดังนี้
    • ขั้นตอนที่ 1 สมัครสมาชิก
    – คลิกเลือกประเภท “นักเรียน/นักศึกษาสมัครขอทุนใหม่” เพื่อกรอกข้อมูลการสมัครสมาชิก
    – หลังจากที่สมัครสมาชิกเรียบร้อย ให้ตรวจสอบอีเมลของท่าน เพื่อทําการยืนยันตัวตนผ่านอีเมล
    • ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่ระบบและให้ความยินยอมตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    – หลังจากยืนยันตัวตนผ่านอีเมลเรียบร้อย ให้กลับมาทําการเข้าสู่ระบบ จะพบกับหน้าต่าง “นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”
    คลิกเพื่ออ่านนโยบาย พร้อมดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร(ตามปุ่มสีเหลือง) และเซ็นชื่อลงในแบบฟอร์ม (สามารถใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้) คลิกปุ่มให้ความยินยอม อัพโหลดแบบฟอร์มที่เซ็นชื่อแล้ว พร้อมทําการคลิกยืนยันการอัพโหลดเอกสาร เพื่อเข้าสู่หน้ากรอกใบสมัคร ขั้นตอนที่ 3 การกรอกใบสมัครทุนบนระบบ
    – กรอกข้อมูลใบสมัครของท่านให้ครบถ้วน (กรณีที่กรอกไม่เสร็จภายในครั้งเดียว สามารถกดปุ่ม “Save” เพื่อทําการบันทึกข้อมูลของท่านไว้ก่อนได้)หลังจากกรอกและตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ทําการแนบไฟล์รูปถ่ายชุดนิสิต นักศึกษาหน้าตรง แนวตั้ง จํานวน 1 รูป ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมกด “ส่งใบสมัคร” และดําเนินการในขั้นตอนถัดไป
    • ขั้นตอนที่ 4 ลงนามในเอกสารชุดใบสมัคร
    – หลังจากกด “ส่งใบสมัคร” ในระบบแล้วยังไม่ถือว่าการสมัครนั้นเสร็จสมบูรณ์ ผู้สมัครจะต้องดําเนินการ ดาวน์โหลดชุดใบสมัครที่เป็นไฟล์ PDFบนระบบ พร้อมทั้งปริ้นหรือบันทึก (Save) ไฟล์เอกสาร เพื่อเอกสารดังกล่าวไปดําเนินการดังต่อไปนี้
    1. แบบฟอร์มใบสมัคร ข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์ ให้ลงนามรับรองข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริง (เอกสารหน้าท้ายตอบคําถาม) 2. แบบฟอร์มเอกสารรับรองความประพฤติและความเหมาะสมในการรับทุน (เอกสารฉบับนี้จะปรากฏอยู่ในหน้าสุดท้ายของ PDF) เพื่อให้ ผู้สมัครนําเอกสารชุดดังกล่าวไปให้อาจารย์หัวหน้าภาควิชา/อาจารย์ที่ปรึกษา/อาจารย์ผู้ดูแลทุนการศึกษาของสถาบัน ลงความเห็นและ ลงนามรับรองว่าข้อมูลทั้งหมดที่กรอกข้อมูลมาได้รับการตรวจสอบและเป็นความจริง
    **หมายเหตุ: เอกสารชุดการสมัครทุนดังกล่าว สามารถใช้ลายเซ็นอิเล็คทรอนิกส์ (E-Signature) ได้ โดยต้องระบุชื่อและเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ของผู้ลงนามไว้ในเอกสารด้วย และมูลนิธิฯ อาจพิจารณาทวนสอบความถูกต้องไปยังผู้ที่ลงนามในเอกสารดังกล่าวอีกครั้ง
    ขั้นตอนที่ 5 การส่งเอกสารสมัครทุน (บนระบบและต้นฉบับ)
    หลังจากดําเนินการเซ็นเอกสารตามขั้นตอนที่ 4 เรียบร้อยแล้วให้ทําการส่งเอกสาร 2 ช่องทาง ได้แก่
    1) อัพโหลดชุดเอกสารขึ้นระบบ พร้อมไฟล์เอกสารประกอบ
    2) ส่งเอกสารต้นฉบับไปที่หน่วยงานด้านทุนการศึกษาของสถาบันการศึกษาที่ผู้สมัครสังกัด จึงจะเป็นการสมัครที่สมบูรณ์ * เอกสารประกอบการสมัครทุนที่ต้องส่งให้ครบถ้วน มีดังนี้
    – แบบฟอร์มใบสมัคร และเอกสารรับรองความประพฤติและความเหมาะสมในการรับทุน (ที่มีลายเซ็นครบถ้วน)
    – สําเนาบัตรประชาชน และสําเนาบัตรประจําตัวนิสิตนักศีกษา
    – สําเนาเอกสารแสดงผลการเรียน ใบเกรด หรือทรานสคริปต์ (transcript) ทุกภาคการศึกษาจนถึงภาคการศึกษาล่าสุด
    – สําเนาทะเบียนบ้าน (หน้าที่มีชื่อนิสิต)
    – ใบรับรองผลการทดสอบภาษาอังกฤษ (ถ้ามี)
    – เอกสารรับรองการกู้ยืมเงิน กยศ. ที่มีการสรุปยอดเงินกู้รายปีของทุกปี (ถ้ามี)
    – เอกสารประกอบการพิจารณาอื่นๆ เช่น สมุดรวบรวมผลงาน (portfolio) (ถ้ามี)

    6. การคัดเลือกผู้ได้รับทุน : การคัดเลือกผู้ได้รับทุนจะประกอบด้วยการพิจารณา 3 รอบ ดังนี้
    6.1 รอบเอกสาร (Paper Screening)
    – สถาบันการศึกษา จะคัดเลือกผู้สมัคร โดยพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครจากเอกสาร โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปในแต่ละสาขาที่กําหนด ไม่เกิน 3 เท่าของจํานวนทุนที่ให้ในแต่ละชั้นปี และแจ้งผล พร้อมส่งเอกสารการสมัครทุนฯของผู้สมัคร มายังมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ
    – มูลนิธิฯ จะทวนสอบคุณสมบัติของผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยอีกครั้ง และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสู่รอบคัดเลือก โดยแจ้งผล การพิจารณาไปทางอีเมลของนักศึกษา และประกาศผลบนเฟซบุ๊กโครงการฯ ที่ www.facebook.com/atsscholarship/
    **มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะไม่มีนโยบายส่งคืนใบสมัครและเอกสารประกอบของผู้ไม่ผ่านการพิจารณา และจะทําลายภายใน 90 วันหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ**
    6.2 รอบคัดเลือก (Pre-Screening)
    – นิสิต นักศึกษา ผู้ที่มีสิทธิต้องรายงานตัว เพื่อเข้าร่วมการสอบคัดเลือก
    – มูลนิธิฯ จะจัดให้มีการสอบในรอบคัดเลือก โดยจะแจ้งกําหนดการนัดหมายกลับไปยังนิสิต นักศึกษา ที่รายงานตัวแล้วเท่านั้น
    – มูลนิธิฯ จะรวบรวมคะแนนผลการสอบรอบคัดเลือก และประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปในแต่ละสาขาที่กําหนดไม่เกิน 2 เท่าของจํานวนที่ เปิดรับทุน โดยแจ้งผลการพิจารณาไปทางอีเมลของนักศึกษา และประกาศผลบนเฟซบุ๊กโครงการฯ ที่ www.facebook.com/atsscholarship/
    6.3 รอบสัมภาษณ์ (Interview)
    – นิสิต นักศึกษา ผู้ที่มีสิทธิจะต้องตอบกลับและรายงานตัวเข้ารอบสัมภาษณ์
    – มูลนิธิฯ จะจัดให้มีการสอบในรอบสัมภาษณ์ โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ และ ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยร่วมกันเป็นกรรมการคัดเลือกและ พิจารณาอนุมัติผู้สมควรได้รับทุนการศึกษา โดยผลการพิจารณาผู้ที่ได้รับทุนจากคณะกรรมการฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
    6.4 การประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนการศึกษา :
    มูลนิธิฯ จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนการศึกษาทางไปรษณีย์ไปยังมหาวิทยาลัยที่สังกัด ส่งทางอีเมล์ไปยังนิสิต นักศึกษา และประกาศบนเฟซบุ๊ก www.facebook.com/atsscholarship/ พร้อมแจ้งกําหนดการเกี่ยวกับโครงการทุนการศึกษาฯ ให้ทราบต่อไป

    7. ระยะเวลาดําเนินโครงการ
    – เปิดรับสมัคร (ในระบบออนไลน์) 16 ตุลาคม 2567 – 22 มกราคม 2568

    การติดต่อสอบถาม : ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามโครงการทุนการศึกษาฯ ได้ที่
    มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ 487/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
    โทรศัพท์ 0-2247-9547 หรือ 081-145-2780 (คุณภวันนี) หรือ 084-320-6291, 082-614-1914 (คุณนภัฏศวัณย์)

    อีเมล : ajtscholarship@gmail.com เว็บไซต์ : https://scholarship.ajinomotofoundation.or.th/

    เฟซบุ๊ก : โครงการทุนอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อผู้เรียนดีมีศักยภาพเป็นเลิศ www.facebook.com/atsscholarship/

  • ‘บริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี’ ขึ้นแท่น ‘ผู้นำการจัดการศึกษาสมรรถนะวิชาชีพ’ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ รับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะ ครบทั้ง 9 หลักสูตรระดับป.ตรี

    ‘บริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี’ ขึ้นแท่น ‘ผู้นำการจัดการศึกษาสมรรถนะวิชาชีพ’ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ รับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะ ครบทั้ง 9 หลักสูตรระดับป.ตรี

    ‘บริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี’ เจ๋ง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ รับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะ
    ครบทั้ง 9 หลักสูตรระดับป.ตรี ขึ้นแท่น ‘ผู้นำการจัดการศึกษาสมรรถนะวิชาชีพ’

    คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ผ่านการรับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะ ครบทั้ง 9 หลักสูตรในระดับปริญญาตรี จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และเป็นสถาบันการศึกษาแรกในไทย ที่ผ่านการรับรองครบทั้งหมดในคราวเดียว ก้าวสู่การเป็น ‘ผู้นำด้านการจัดการศึกษาที่เน้นสมรรถนะวิชาชีพ’


    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เผยว่า คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้านการศึกษาไทย ที่เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรก ที่ได้รับการรับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI ครบทั้ง 9 หลักสูตรในคราวเดียว ประกอบด้วย สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาวิชาการเงิน สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน และหลักสูตรนานาชาติ และได้รับเกียรติจาก คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ แลกเปลี่ยนและแชร์ไอเดียสำคัญเรื่องความสำคัญของการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะในสถาบันอุดมศึกษา พร้อมกันนี้ยังมอบหนังสือรับรองหลักสูตรการเรียนรู้มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้กับทั้ง 9 หลักสูตร ถือเป็นผู้นำด้านการจัดการศึกษาที่เน้นสมรรถนะวิชาชีพ และจะต่อยอดหลักสูตรอื่นของ มทร.ธัญบุรี ต่อไป เพื่อคุณภาพการศึกษา


    คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าวว่า คุณวุฒิการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนากำลังคน อย่างไรก็ตาม คุณวุฒิวิชาชีพก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษา รวมถึงผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา สามารถพัฒนาและยกระดับตนเองให้มีคุณภาพและความพร้อมต่อการทำงานตามมาตรฐานที่สถานประกอบการต้องการ ทั้งยังช่วยการันตีศักยภาพและความสามารถของบุคคล ให้สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการว่าบุคคลเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถที่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อตนเองและองค์กรที่ทำงานร่วมกัน

    รศ.ดร.กล้าหาญ ณ น่าน คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน การได้รับการรับรองทั้ง 9 หลักสูตร สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคณะบริหารธุรกิจ ในการพัฒนาหลักสูตรที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ ยังเป็นการยืนยันความพร้อมของคณะในการผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความรู้และทักษะที่ตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจอย่างแท้จริง

    สิ่งที่เกิดขึ้นจากการรับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะครั้งนี้ ทำให้นักศึกษาปัจจุบันได้เรียนรู้จากหลักสูตรที่มีการออกแบบตามมาตรฐานสากล ที่มีความเท่าทันที่ต่อความต้องการของตลาดแรงงาน จึงได้รับการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพอย่างเป็นระบบ และมีความพร้อมในการทำงานจริงเมื่อสำเร็จการศึกษา ขณะเดียวบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา จะได้รับคุณวุฒิวิชาชีพจาก TPQI โดยอัตโนมัติ มีใบรับรองสมรรถนะที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล ทั้งยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านคุณภาพ และเพิ่มโอกาสในการได้งานที่ดี ทั้งในช่วงกำลังศึกษาและหลังจบการศึกษา

    คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากจะเกิดประโยชน์ที่ดีแก่ผู้เรียน ทั้งในระหว่างที่ศึกษาอยู่และสำเร็จการศึกษาแล้วนั้น จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและตลาดแรงงาน เพิ่มโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และส่งผลสะท้อนกลับมายังคณะบริหารธุรกิจ ในฐานะผู้นำด้านการจัดการศึกษาที่เน้นสมรรถนะวิชาชีพ และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความคาดหวังสูงสุดนั่นคือ การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับสากล ที่เกิดผลดีต่อทุกภาคส่วนในระยะยาวและยั่งยืน

    ผศ.ดร.สลิตา สาริบุตร รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่ากระบวนการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรใช้เวลาดำเนินการกว่า 6 เดือน โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งคณาจารย์ บุคลากร และการสนับสนุนจาก TPQI ที่ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยการรับรองหลักสูตรฐานสมรรถนะนี้ ครอบคลุมทุกหลักสูตรระดับปริญญาตรีของคณะบริหารธุรกิจ ส่งผลให้บัณฑิตที่จะจบการศึกษาจากหลักสูตรปี 2567 จะได้รับไม่เพียงปริญญาบัตรเท่านั้น แต่จะได้รับคุณวุฒิวิชาชีพจาก TPQI โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการรับประกันคุณภาพและความพร้อมในการทำงานของบัณฑิตของเรา

    นอกจากนี้ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะของคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมด้วย ทั้งการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงเป็นความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรวิชาชีพ และภาคธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ

    ติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรฐานสมรรถนะทั้ง 9 หลักสูตร การรับสมัครเข้าศึกษาต่อ และกิจกรรมที่น่าสนใจของ คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี ที่ https://bus.rmutt.ac.th  และ  https://www.facebook.com/Bus.rmutt

  • ม.อิสลามมาดีนะห์ มอบ 100 ทุนเรียนป.ตรีออนไลน์ คณะนิติศาสตร์อิสลาม

    ม.อิสลามมาดีนะห์ มอบ 100 ทุนเรียนป.ตรีออนไลน์ คณะนิติศาสตร์อิสลาม

    โอกาสดี ๆ ของนักศึกษาชาวไทย อยู่เมืองไทยก็เรียนมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ได้ โดยเปิดให้สมัครขอรับทุนการศึกษาจำนวน  100 ทุน
    คณะชารีอะห์ (นิติศาสตร์อิสลาม) มหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ เปิดรับสมัครทุนการศึกษาเต็มจำนวน “หลักสูตรออนไลน์หรือการศึกษาทางไกล” ระดับปริญญาตรี จำกัดเพียง 100 ทุนเท่านั้น สนับสนุนโดยกองทุนสาธารณะสมบัติกษัตริย์อับดุลเลาะห์บินอับดุลอะซีซ
    เปิดสมัคร 10 วันเท่านั้น นับตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2568
    ✳️เงื่อนไข สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่พำนักอยู่นอกประเทศซาอุดีอาระเบีย เท่านั้น หลักสูตรปริญญาตรี ระยะเวลา 4 ปี
    ✳️ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจและไม่ได้รับคัดเลือกได้รับทุนการศึกษาฯ สามารถสมัครเรียนหลักสูตรออนไลน์ โดยจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาได้
    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
  • มูลนิธิทิสโก้ เพื่อการกุศล เปิดให้ทุนปี 68 สมัครได้ทั้งทุนใหม่และทุนต่อเนื่องเริ่ม 1 พ.ย.นี้

    มูลนิธิทิสโก้ เพื่อการกุศล เปิดให้ทุนปี 68 สมัครได้ทั้งทุนใหม่และทุนต่อเนื่องเริ่ม 1 พ.ย.นี้

    #ทุนการศึกษา #มูลนิธิทิสโก้เพื่อการกุศล #ประจำปี2568
    สมัครขอทุนการศึกษา ทั้ง #ทุนใหม่และทุนต่อเนื่อง
    ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568
    ———————–
    อ่าน * #ระเบียบการขอทุนการศึกษา* ให้ละเอียดก่อนสมัคร
    ———————–
    สมัครขอ #ทุนการศึกษา ได้ที่คุณ #ครูแนะแนว ที่สถานศึกษาที่เรียนอยู่ตอนนี้เท่านั้น
    ———————–
    วิธีการสมัคร (เลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง)
    1. คุณครูรวบรวมแบบฟอร์มการขอรับทุนของนักเรียน แล้วส่งมาให้มูลนิธิฯ ทางไปรษณีย์
    โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอรับทุนการศึกษาได้ที่ https://tiscofoundation.org/education-scholarship/
    (ต้องใช้แบบฟอร์มฉบับล่าสุด มุมขวาล่าง ลงวันที่แก้ไขล่าสุด 04/10/2566 เท่านั้น)
    2. สมัครผ่านทางระบบออนไลน์ที่ scholarship.tiscofoundation.org
    โดยหลังจากที่นักเรียนกรอกข้อมูลของตนเองเรียบร้อยแล้ว
    คุณครูจะต้องเข้าระบบ เพื่ออัปโหลดไฟล์เอกสารและกดส่งข้อมูลให้มูลนิธิฯ ด้วย
    มิฉะนั้นมูลนิธิฯ จะไม่ได้รับข้อมูลการสมัครขอทุนของนักเรียน
    (เอกสารฉบับจริง เก็บไว้ที่คุณครู ไม่ต้องส่งให้มูลนิธิฯ)
    ———————–
    คุณครูผู้ดูแลทุน
    ลงทะเบียน เพื่อขอรหัสผ่านและเพิ่มชื่อสถานศึกษาในระบบออนไลน์
    ———————–
    เฉพาะผู้ขอรับทุนที่กำลังเรียนอยู่ระดับชั้นปริญญาตรีเท่านั้น
    ที่สามารถส่งแบบฟอร์มการขอรับทุนให้มูลนิธิฯ ทางไปรษณีย์ด้วยตนเองได้
    ———————–
    สำหรับผู้ที่ได้รับ #ทุนการศึกษา ของปี 2567 รอบรอฟังผล (ประกาศรายชื่อเดือนพฤศจิกายน 2567)
    ให้รอนำแคชเชียร์เช็ค/ตั๋วแลกเงิน ของปี 2567 ไปฝากเข้าบัญชีธนาคารก่อน
    แล้วค่อยสมัครขอรับทุน-ต่อเนื่อง ของปี 2568
    ———————–
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    กรุณาโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ เบอร์โทรศัพท์ 02 633 7502-4
    หรือส่งข้อความคลิก m.me/261031120669792
    ที่มาTISCO Foundation
  • ทุน Fulbright U.S. – ASEAN Visiting Scholar Program 2568 สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยร่วมโครงการวิจัยในสหรัฐอเมริกา 3 – 4 เดือน

    ทุน Fulbright U.S. – ASEAN Visiting Scholar Program 2568 สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยร่วมโครงการวิจัยในสหรัฐอเมริกา 3 – 4 เดือน

    มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน(ฟุลไบรท์) ประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัคร #ทุนFulbright U.S. – ASEAN Visiting Scholar Program ประจำปี 2568 สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อเข้าร่วมโครงการทำวิจัยในสหรัฐอเมริกา 3 – 4 เดือน โดยต้อง
    เข้าร่วมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 คุณสมบัติที่สำคัญต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 58 ปี (ณ วันที่สมัคร) สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาโท มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับดี ต้องพำนักอยู่ในประเทศไทยในขณะที่มีการสัมภาษณ์ และต้อง
    มีจดหมายตอบรับจากสถาบันปลายทางในสหรัฐอเมริกา  โดยผู้ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้ายจะได้รับค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นระยะเวลา 3 – 4 เดือน ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และเงินสนับสนุนการวิจัยตามที่จำเป็น

    ผู้ที่สนใจสมัคร ขอให้ศึกษาสาขาวิจัยที่รับสมัคร คุณสมบัติ และเอกสารการสมัครจากเอกสารแนบ หรือดาวน์โหลดระเบียบการได้จากเว็บไซต์ของ Fulbright Thailand ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 และสมัคร online จนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เวลา 23.59 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

    อนึ่ง #Fulbright จะเสนอชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกขั้นต้นจำนวน 1 – 4 คน เข้าแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และจะมีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในชั้นสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง

    รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://shorturl.at/2EJd8

  • โครงการสควค. ปี 2568  ให้ 100 ทุน ม.6 เรียนต่อป.ตรี-โท จบแล้วบรรจุรับราชการครูทันที

    โครงการสควค. ปี 2568  ให้ 100 ทุน ม.6 เรียนต่อป.ตรี-โท จบแล้วบรรจุรับราชการครูทันที

     


    #สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จะดำเนินการคัดเลือกผู้รับทุนโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ระยะที่ 4 ประเภท 1 ระดับปริญญาตรี-โท ตามมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติหลักการให้ดำเนินโครงการ สควค. ระยะที่ 4 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ประกอบกับมติการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการผลิตครูในโครงการ สควค. ครั้งที่ 14-3/2567 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ให้ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้รับทุนโครงการ สควค. ระยะที่ 4 ประเภท 1 ระดับปริญญาตรี-โท ประจำปีการศึกษา 2568 ดังรายละเอียดต่อไปนี้

    1. #จำนวนทุน
    ทุนโครงการ สควค. ระยะที่ 4 ประเภท 1 ระดับปริญญาตรี-โท กำหนดให้ศึกษาหลักสูตรปกติในประเทศ รวมระยะเวลาให้ทุนการศึกษาไม่เกิน 6 ปี ประกอบด้วยทุนระดับปริญญาตรี 4 ปี และระดับปริญญาโท 2 ปี โดยในปีการศึกษา 2568 มีทุนจัดสรร จำนวน 100 ทุน จำแนกตามสถาบันผลิต หลักสูตร และสาขาวิชา ดังนี้


    2. ข้อผูกพันทุนในการรับทุน
    2.1 เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว ต้องเข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาโทในปีการศึกษาถัดไปทันทีในสาขาวิทยาศาสตร์ศึกษา คณิตศาสตร์ศึกษา หรือ คอมพิวเตอร์ศึกษา ของคณะศึกษาศาสตร์หรือครุศาสตร์หรือสถาบันที่มีหลักสูตรระดับปริญญาโทที่ได้รับการรับรองปริญญาทางการศึกษาเพื่อประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารการผลิตครูในโครงการ สควค. กำหนด
    2.2 เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ต้องบรรจุเข้าปฏิบัติงานชดใช้ทุนในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำแผนอัตรากำลังไว้ หรือสถานศึกษาที่คณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาวิชาชีพครูในโครงการ สควค. หรือคณะกรรมการกำหนดนโยบายผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตว์และเทคโนโลยี เห็นชอบกำหนดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนการศึกษา
    2.3 กรณีผู้รับทุนกระทำผิดเงื่อนไขสัญญาการให้ทุนการศึกษา หรือขอลาออกจากทุนขณะศึกษาหรือเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไม่เข้าปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่กำหนดตามข้อ 2.2 หรือลาออก หรือถูกลงโทษให้ออก หรือย้ายไปปฏิบัติงานในสถานศึกษาแห่งอื่นก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ต้องชดใช้ทุนการศึกษาผู้รับทุนต้องชดใช้เงินทุนการศึกษาคืนเป็นจำนวนสองเท่าของเงินทุน และหรือเงินอื่นอื่นได้รับจากผู้ให้ทุน

    3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร
    3.1 คุณสมบัติทั่วไป
    1) มีสัญชาติไทย
    2) มีอายุไม่เกิน 20 ปี นับถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568
    3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
    4) เป็นผู้มีความประพฤติดี
    5) มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง หรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
    6) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
    7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
    3.2 คุณสมบัติเฉพาะ
    1) เป็นผู้กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2567 โดยมีคะแนนผลการเรียนรวม 5 ภาคการศึกษา นับตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดังนี้
    – ผลการเรียนเฉลี่ยทุกวิชารวมกัน ไม่น้อยกว่า 3.00
    – ผลการเรียนเฉลี่ยวิชาวิทยาศาสตร์และวิชาคณิตศาสตร์รวมกัน ไม่น้อยกว่า 3.25
    2) เป็นผู้มีผลคะแนนสอบทางวิชาการ โดยสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เป็นผู้จัดสอบ ในวิชาความถนัดทั่วไป (TCAT) ครบทั้ง 3 ส่วน และวิชาความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ (TPAT3)
    3) มีผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางวิชาการหรือมีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในระดับภูมิภาค ระดับชาติหรือระดับนานาชาติ หรือมีผลงานการเข้าร่วมกิจกรรมด้านอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนเป็นบุคคลที่มีความรอบรู้และมีส่วนร่วมกับชุมชน

    4. การสมัครเข้ารับการคัดเลือก
    ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 3 สามารถสมัครเพื่อรับการคัดเลือกทุนโครงการ สควค. ระดับปริญญาตรี-โท ประจำปีการศึกษา 2568 ผ่านระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) 2568 หรือสมัครเพื่อรับการคัดเลือกโครงการ สควค. ตามรายละเอียดที่ระบุในประกาศของสถาบันผลิตระดับปริญญาตรี ทั้ง 10 แห่งข้างต้น โดยถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของนักเรียน ในการสมัครและเข้ารับการทดสอบรวมถึงติดตามและปฏิบัติตามประกาศต่าง ๆ ของสถาบันผลิตอย่างใกล้ชิด

    5. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับทุน
    5.1 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2567 ด้วยคะแนนผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนี้
    1) ผลการเรียนเฉลี่ยทุกวิชารวมกัน ไม่น้อยกว่า 3.00
    2) ผลการเรียนเฉลี่ยวิชาวิทยาศาสตร์และวิชาคณิตศาสตร์รวมกัน ไม่น้อยกว่า 3.25
    5.2 เป็นผู้มีผลคะแนนสอบทางวิชาการ โดยสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เป็นผู้จัดสอบ ดังนี้
    1) วิชาความถนัดทั่วไป (TGAT) ครบทั้ง 3 ส่วน
    – การสื่อสารภาษาอังกฤษ (TGAT1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25
    – การคิดอย่างมีเหตุผล (TGAT2) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25
    – สมรรถนะการทำงาน (TGAT3) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25
    2) วิชาความถนัดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ (TPAT3) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35
    5.3 เป็นผู้ได้รับการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะวิทยาศาสตร์หรือสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2568 ของสถาบันผลิต หลักสูตรและสาขาวิชา ตามข้อ 1
    5.4 ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการรับทุนอื่นที่มีภาระผูกพันอันส่งผลกระทบต่อการสำเร็จการศึกษาตามแผนการศึกษาของหลักสูตรที่เข้าศึกษาหรือการบรรจุเข้าปฏิบัติงานชดใช้ทุน
    5.5 ไม่เป็นผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคทางจิตเวชอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่นหรืออาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาหรือการปฏิบัติงานวิชาชีพครู

    เมื่อผู้มีสิทธิรับทุนดำเนินการทำสัญญาทุนการศึกษาครบถ้วนตามขั้นตอนและมีสถานะเป็นผู้รับทุบทุนโครงการ สควค. ระยะที่ 4 จะได้รับทุนการศึกษาตามการเบิกจ่ายโดยสถาบันหรือคณะของหลักสูตรที่กำลังศึกษาภายใต้เงื่อนไขทุนขณะศึกษาของโครงการ สควค. รายละเอียดดังเอกสารแนบท้าย ข

    6. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับทุน
    สสวท. โดยมติของคณะอนุกรรมการบริหารการผลิตครูในโครงการ สควค. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับทุนโครงการ สควค. ระยะที่ 4 ประเภท 1 ระดับปริญญาตรี-โท ประจำปีการศึกษา 2568 ภายในเดือนพฤษภาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.ipst.ac.th/unit-psmt#scholarship
    7. การรายงานตัวและทำสัญญาทุน
    ผู้มีสิทธิรับทุนโครงการ สควค. ระยะที่ 4 ประเภท 1 ระดับปริญญาตรี-โท ประจำปีการศึกษา 2568 ให้ไปรายงานตัวเพื่อทำสัญญาให้ทุนการศึกษาตามที่ สสวท. กำหนด หากไม่ฏิบัติตามจะถือว่าสละสิทธิการรับทุนดังกล่าว

    8. การเพิกถอนการให้ทุน
    สสวท. จะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้รับทุน หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
    8.1 ขาดคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับทุนเนื่องด้วยปลอมแปลงข้อมูล เอกสาร หลักฐานทางที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร หรือผู้รับทุนแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ
    8.2 ขาดคุณสมบัติทั่วไปประการใดประการหนึ่งตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ยกเว้นคุณคุณสมบัติทั่วในเรื่องอายุตามมาตรา 30(2) รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ก
    8.3 เข้ารับราชการครูก่อนรายงานตัวสำเร็จการศึกษาเพื่อบรรจุเข้าปฏิบัติงานชดใช้ทุน
    8.4 ได้รับการวินินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคทางจิตเวชอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่นหรืออาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาหรือการปฏิบัติงานวิชาชีพครู
    8.5 รับทุนอื่นใดที่มีภาระผูกพันอันส่งผลกระทบต่อการสำเร็จการศึกษาตามแผนการศึกษาของหลักสูตรที่เข้าศึกษาหรือการบรรจุเช้าปฏิบัติงานชดใช้ทุน
    8.6 สิ้นสภาพการเป็นนิสิตนักศึกษาตามข้อกำหนดของหลักสูตรที่เข้าศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษา

    กรณีเกิดปัญหาหรือมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถดำเนินการตามประกาศนี้ได้ สสวท. โดยคณะอนุกรรมการบริหารการผลิตครูในโครงการ สควค. จะพิจารณาดำเนินการตามสมควรแก่กรณี และผลการพิจารณาถือเป็นสิ้นสุด

    ที่มาและดูข้อมูลเพิ่มเติม 

  • ม.การค้าไทย เปิดรับสมัครสอบทุนการศึกษา (รอบส่วนกลาง) ปี 2568

    ม.การค้าไทย เปิดรับสมัครสอบทุนการศึกษา (รอบส่วนกลาง) ปี 2568

    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดรับสมัครสอบทุนการศึกษา (รอบส่วนกลาง) ประจำปีการศึกษา 2568
    ได้แก่ทุน
    1. รัตนมงคล 100%
    2. UTCC Gold 40%
    3. UTCC Silver 25%
    📅 กำหนดการ
    ✅ เปิดรับสมัคร
    วันที่ 1 ตุลาคม – 23 พฤศจิกายน 2567
    ✅ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567
    ✅ สอบสัมภาษณ์
    วันที่ 3 ธันวาคม 2567
    ✅ ประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุน
    วันที่ 12 ธันวาคม 2567
    ประกาศรายละเอียดผ่านหน้าเพจ FACEBOOK : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย UTCC
    หมายเหตุ : Portfolio นำมายื่นในวันสอบสัมภาษณ์ เท่านั้น
    (ไม่จำกัดจำนวนหน้า ตามความเหมาะสม)
    How to สมัครสอบทุน :
    🙋🏻‍♀️ สมัครออนไลน์ทาง Line official : @utcccare (อย่าลืม @) https://lin.ee/x53Mxlf
    แจ้งเจ้าหน้าที่ “สมัครสอบทุนการศึกษา (รอบส่วนกลาง)”
    🏪 มาสมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.หอการค้าไทย อาคาร 24 (อาคารสัญลักษณ์) ชั้น 2 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
    💻 พิกัดการเดินทาง : https://goo.gl/maps/JEY6UvPL8Qh8NyyM9
    🔍 อย่าลืมสแกน QR code เพื่อกรอกข้อมูลสมัครทุน
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
  • มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัคร! มอบทุนการศึกษาสายสามัญ (ม.1 – ม.6) และสายอาชีพ (ปวช.1 – ปวช.3)ทั่วประเทศ

    มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัคร! มอบทุนการศึกษาสายสามัญ (ม.1 – ม.6) และสายอาชีพ (ปวช.1 – ปวช.3)ทั่วประเทศ

    โครงการทุนการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์เปิดรับสมัคร! ขอทุนการศึกษาสายสามัญและสายอาชีพประจำปีการศึกษา 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 25 ธันวาคม 2567

    ทุนการศึกษายุวพัฒน์ เป็นทุนสำหรับนักเรียนที่มีฐานะยากจน นักเรียนมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เรียนต่อหากไม่ได้รับทุนการศึกษา และครอบครัวของนักเรียนมีรายได้น้อยมาก สภาพครอบครัวเปราะบาง ผู้ปกครองมีอาชีพไม่มั่นคง โดยโรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการภายในโรงเรียนต้องเป็นผู้คัดเลือกเพื่อเสนอรายชื่อนักเรียนที่ยากจนและส่งสมัครขอทุนให้นักเรียนผ่านระบบทุนการศึกษาออนไลน์เท่านั้น

    เงื่อนไข! โรงเรียนที่สมัครขอทุนการศึกษามูลนิธิยุวพัฒน์ได้ จะต้องเป็นโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษาหรือโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ และโรงเรียนประถมที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของทั้ง 2 โครงการ

    ประเภททุนการศึกษา
    ทุนการศึกษาสายสามัญ (ม.1 – ม.6) ทุนละ 7,000 บาท/ปีโดยนักเรียนทุนจะได้รับทุนการศึกษาภาคเรียนละ 3,500 บาท ต่อเนื่องทุกภาคเรียนจนจบชั้นมัธยม 6

    ทุนการศึกษาสายอาชีพ (ปวช.1 – ปวช.3) ทุนละ 14,000 บาท/ปี โดยนักเรียนทุนจะได้รับทุนการศึกษาภาคเรียนละ 7,000 บาท ต่อเนื่องทุกภาคเรียนจนจบชั้น ปวช.3

    ทุนการศึกษาระบบทวิศึกษา (การศึกษาเรียนร่วมหลักสูตร)ทุนละ 7,000 บาท/ปี โดยนักเรียนทุนจะได้รับทุนการศึกษาภาคเรียนละ 3,500 บาท ต่อเนื่องทุกภาคเรียนจนจบชั้นมัธยม 6 หรือ ปวช.3

    ทุนการศึกษาสายสามัญ *เฉพาะนักเรียนทุน ชั้น ม.1 – ม.3 ที่ได้รับทุนจาก สพฐ. หรือ กสศ. ทุนละ 3,000 บาท/ปีทุนละ 4,000 บาท/ปีเฉพาะนักเรียนทุน ชั้น ม.1 – ม.3 ที่เริ่มรับทุนยุวพัฒน์ครั้งแรกในปี 2565 เป็นต้นไป หากนักเรียนได้รับทุนจาก สพฐ. / กสศ. ทุนละ 3,000 บาท/ปี ร่วมด้วย นักเรียนจะได้รับเงินทุนการศึกษาจากมูลนิธิยุวพัฒน์ 4,000 บาท/ปี (ภาคเรียนละ 2,000 บาท) จนจบชั้นมัธยม 3 เมื่อนักเรียนขึ้นชั้น ม.4/ปวช.1 จะได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิยุวพัฒน์ตามเกณฑ์ปกติจนเรียนจบชั้น ม.6/ปวช.3 *มูลนิธิฯ จะตรวจสอบรายชื่อนักเรียนทุนเทียบกับ สพฐ. / กสศ. ทุกภาคเรียน

    ทุนการศึกษาพิเศษอื่น ๆ
    ในบางโอกาสและสถานการณ์ มูลนิธิฯ จะพิจารณามอบทุนให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนตามความจำเป็น หรือ ตามความประสงค์ของผู้บริจาค อาทิเช่น
    – ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ (น้ำท่วม สึนามิ)
    – ทุนการศึกษาสายศิลปะ (กรณีที่มีผู้บริจาคต้องการสนับสนุน)
    – ทุนอุดมศึกษา (กรณีที่มีผู้บริจาคต้องการสนับสนุน)

    คุณสมบัติของนักเรียนที่จะขอรับทุนการศึกษา
    ทุนการศึกษาสายสามัญ ม.1 – ม.6

    ชั้นเรียนที่สมัครขอทุนการศึกษาสายสามัญได้ ดังนี้
    ชั้น ป.6 | ม.1 | ม.2 | ม.3 | ม.4 | ม.5 และเรียนอยู่ในโรงเรียนเครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษาหรือโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ และโรงเรียนประถมในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนเครือข่ายทั้ง 2 โครงการ

    สถานศึกษาที่เรียนต่อได้
    เมื่อนักเรียนผ่านการคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาสายสามัญ ปีการศึกษา 2568 นักเรียนจะต้องเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษา หรือ โรงเรียนเครือข่ายสถาบันพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม โดยมูลนิธิยุวพัฒน์เท่านั้น
    หมายเหตุ : นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย และ ระดับชั้น ปวช. ที่กู้ กยศ. ไม่สามารถสมัครขอทุนการศึกษายุวพัฒน์ได้

    ปวช.1 – ปวช.3
    ชั้นเรียนที่สมัครขอทุนการศึกษาสายอาชีพได้ ดังนี้
    ชั้น ม.3 | ปวช.1 | ปวช.2 และเรียนอยู่ในโรงเรียน/วิทยาลัย เครือข่ายโครงการร้อยพลังการศึกษา หรือ โรงเรียนเครือข่ายสถาบันพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม โดยมูลนิธิยุวพัฒน์

    สถานศึกษาที่เรียนต่อได้
    เมื่อนักเรียนผ่านการคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาสายอาชีพ ปีการศึกษา 2568 นักเรียนสามารถเลือกเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยอาชีวศึกษาใดก็ได้ทั่วประเทศ
    หมายเหตุ : นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย และ ระดับชั้น ปวช. ที่กู้ กยศ. ไม่สามารถสมัครขอทุนการศึกษายุวพัฒน์ได้

    ระยะเวลาดำเนินการรับสมัครขอทุน
    1 ตุลาคม – 25 ธันวาคม 2567 เปิดรับสมัครขอทุนการศึกษา
    3 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2568 คัดเลือกนักเรียนที่จะได้รับทุน
    15 กุมภาพันธ์ 2568 ประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา “สายสามัญ” และ “สายอาชีพ”
    15 กุมภาพันธ์ – 15 กรกฎาคม 2568 นักเรียนที่ได้รับทุนแจ้งชื่อสถานศึกษาที่ไปเรียนต่อ และส่งใบเสร็จค่าเทอม/ใบมอบตัว หรือใบรับรองการเป็นนักเรียนและสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อนักเรียนทุนเป็นเจ้าของบัญชี

    ที่มาและดูข้อมูลเพิ่มเติม…คลิก