Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • นักศึกษาไทยพร้อมลุยเวทีนานาชาติรอบชิง L’ORÉAL BRANDSTORM 2025  ประชันไอเดียโจทย์ธุรกิจ ปฏิวัติวงการความงามสำหรับสุภาพบุรุษ

    นักศึกษาไทยพร้อมลุยเวทีนานาชาติรอบชิง L’ORÉAL BRANDSTORM 2025 ประชันไอเดียโจทย์ธุรกิจ ปฏิวัติวงการความงามสำหรับสุภาพบุรุษ

     

    การแข่งขันนวัตกรรมธุรกิจโดยลอรีอัล กรุ๊ป จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33

    พร้อมการสนับสนุนจากแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคและ Adobe

                    ลอรีอัล ประเทศไทย ประกาศรายชื่อนักศึกษาผู้ชนะการแข่งขันประชันไอเดียนวัตกรรมธุรกิจ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2025” ระดับประเทศ ในหัวข้อ ‘MEN. BEAUTY & CARE. GAME ON!’ เพื่อสำรวจโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในกลุ่มผู้บริโภคชายรุ่นใหม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ความงามและแนวทางการทำการตลาดรูปแบบใหม่โดยใช้พลังสร้างสรรค์และนวัตกรรม ไปจนถึงเทคนิคในรูปแบบของเกม (Gamification) ในการขับเคลื่อน

    image.png

    ธนัชชา อินทสร้อย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กัณฐนภัส หนูนคง และชนณิชา เอกพงศ์พิสิฐ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ตัวแทนนักศึกษาไทยเข้าร่วมการแข่งขันประชันไอเดียนวัตกรรมธุรกิจ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2025” ระดับประเทศ ในนามทีม Emily in L’Oréal

    แบรนด์สตอร์มคือจุดเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของเพื่อนพนักงานของเราหลายพันคนทั่วโลก ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จของโครงการนี้ในการบ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถอเล็กซิส เพราคิสวาลัท(Alexis Perakis-Valat) ประธานกลุ่มแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคและประธานคณะกรรมการตัดสินการแข่งขันแบรนด์สตอร์ม 2025 กล่าว โจทย์การแข่งขันในปีนี้เป็นหัวข้อที่ใหญ่และท้าทายกว่าที่ผ่านมา เพราะความงามและการดูแลตนเองของผู้ชายเปิดโอกาสให้ทุกๆ คนได้ปลดปล่อยพลังของเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือต่างๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมานั้นอย่างเต็มที่ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็นคณะกรรมการตัดสิน และพบกับผู้แข่งขันรอบสุดท้ายที่กรุงปารีสเร็วๆ นี้

    การแข่งขันลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม ประเทศไทยรอบสุดท้าย จัดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2025 โดยคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งประกอบไปด้วยคุณแพทริค จีโร กรรมการผู้จัดการ ลอรีอัล ประเทศไทยคุณเจนิส ฮูผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคคุณออนเซย์ดี้ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ, คุณเดเมียน วูด ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน และกรรมการรับเชิญ คุณยูเคอ ฮู ผู้จัดการทั่วไป แผนก Global Business Solutions จากติ๊กต๊อก (TikTok) ได้พิจารณาการนำเสนอผลงานนวัตกรรมธุรกิจโดยทีมที่เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 6 ทีม และคัดเลือก น.ส. ณฐนภัสหนูนคง, น.ส. ชนณิชา เอกพงศ์พิสิฐ และน.ส. ธนัชชา อินทสร้อย จากทีม “Emily in L’Oréal” เป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขันลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม ประเทศไทยรอบสุดท้าย และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงงานจัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก “วีว่า เทคโนโลยี” (Viva Technology) ประจำปี 2025 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12-13 มิถุนายน 2025 ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาตินี้ จะมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 43 ทีมจากทั่วโลก โดยผู้ชนะจะมีโอกาสได้ทำโครงการนำร่องระยะเวลา 3 เดือนกับลอรีอัล กรุ๊ป

    ที่ลอรีอัล กรุ๊ป คนรุ่นใหม่คือศูนย์กลางระบบนิเวศในการดำเนินธุรกิจ และเราตระหนักดีว่าพวกเขาคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งการเติบโตธุรกิจและพันธกิจด้านความยั่งยืนของเรา” คุณแพทริค จีโร กรรมการผู้จัดการลอรีอัล ประเทศไทยกล่าวลอรีอัลจึงมุ่งมั่นสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพของพวกเขา ผ่านโครงการฝึกงาน, โครงการ Management Trainee และการแข่งขันนวัตกรรมไอเดียธุรกิจอย่างโครงการแบรนด์สตอร์มนี้คุณแพทริค จีโร กรรมการผู้จัดการ ลอรีอัล ประเทศไทย กล่าว นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสและเวทีให้กับคนรุ่นใหม่แล้ว โครงการแบรนด์สตอร์มยังเปิดโอกาสให้เราทุกคนที่ลอรีอัล ได้สัมผัสกับไอเดียที่สดใหม่ และแผนธุรกิจที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับพวกเราด้วยเช่นกัน

    คุณธนัชชา อินทสร้อย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คุณกัณฐนภัส หนูนคง และคุณชนณิชา เอกพงศ์พิสิฐ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผู้ชนะการแข่งขันประชันไอเดียนวัตกรรมธุรกิจ “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม ประเทศไทย 2025” กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ว่า เราค่อนข้างแปลกใจที่ชนะการแข่งขันได้ เพราะในตอนแรก เราเข้าร่วมการแข่งขันเพียงเพราะอยากได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และสนุกกับการได้ลองทำเคส เราขอขอบคุณลอรีอัล ประเทศไทย และเมนเทอร์รวมถึงทุกๆ คนที่คอยให้คำปรึกษาและขัดเกลาโปรเจกต์ของเราให้ดียิ่งขึ้น เราจะพยายามนำทุกข้อชี้แนะไปพัฒนาโปรเจ็กต์นี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการตลาดและความเป็นไปได้ในการพัฒนาต่อยอด เพื่อให้เป็นผลงานที่ดีที่สุดในเวทีนานาชาติ” 

    ข้อมูลโครงการแบรนด์สตอร์มของ ลอรีอัล กรุ๊ป

    ·        เปิดตัวครั้งแรกที่ปี 1992

    ·        มีเยาวชนจากนานับประเทศเข้าร่วมโครงการกว่า 800,000 ตั้งแต่เปิดตัว

    ·        ในปี 2025 มีผู้ลงทะเบียนเพื่อสมัครเข้าแข่งขัน180,000 คน จาก64 ประเทศ

    ·        ได้รับการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนธุรกิจใน 154 ประเทศทั่วโลก

    ·        นักศึกษาจากประเทศไทยชนะรางวัลอันดับ 1 ในปี 2560

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ดีพร้อม ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย เดินหน้ายกระดับร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นไทย หวังสร้างรายได้ชุมชนสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

    ดีพร้อม ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย เดินหน้ายกระดับร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นไทย หวังสร้างรายได้ชุมชนสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

     

    กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย เดินหน้า “โครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นไทย (Local Chef Restaurant) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก” ตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังยกระดับร้านอาหารท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ โดดเด่น และสามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ และการสร้างให้เกิดเครือข่ายเชฟชุมชนที่เข้มแข็งและเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น

    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งผลักดันยุทธศาสตร์
    การพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนฐานของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ด้วยการประกาศใช้ “ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” เป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนวัฒนธรรมไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากล ขับเคลื่อนผ่านกลไก One Family One Soft Power (OFOS) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนในทุกครัวเรือนสามารถใช้ทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วของตนเอง มาสร้างมูลค่า เพิ่มรายได้ และต่อยอดสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ สามารถเชื่อมโยงกับตลาดในประเทศและต่างประเทศได้  หนึ่งในตัวอย่างของการขับเคลื่อนที่เห็นผลชัดเจนคือการส่งเสริม ซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในมิติที่มีศักยภาพสูงสุดของประเทศไทย เป็นจุดแข็งระดับโลก อาหารไทยไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมทั่วโลกในแง่รสชาติ แต่ยังเป็นสื่อกลางสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรม เรื่องเล่า วิถีชีวิต ความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่ฝังอยู่ในอาหารทุกจานอย่างชัดเจน  ดังนั้น กิจกรรมพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นอาหารไทย ในภูมิภาคต่าง ๆ จึงสะท้อนภาพการนำนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ใช้วัฒนธรรมที่เรามีอยู่แล้วในพื้นที่ มาสร้างสรรค์ให้ทันสมัย โดยสร้างพื้นที่ให้เชฟท้องถิ่นและผู้ประกอบการชุมชนได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดภูมิปัญญา และพัฒนาเมนูพื้นถิ่น ให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นคง และกลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

               นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ขานรับนโยบายการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทย (Soft Power) โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายภายใต้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ดำเนินโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร 2 โครงการ ได้แก่

    1. โครงการยกระดับหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย เป็นการมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านอาหารไทยแก่ประชาชนที่สนใจให้เป็นแรงงานทักษะสูง โดยมีหลักสูตรที่ทันสมัยและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดในการประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี อาทิ อาหารไทยต้นตำรับเพื่อการประกอบอาชีพ อาหารไทยสร้างสรรค์เพื่อสุขภาพ
      ขนมหวานไทยประยุกต์ อาหารไทย Street Food พร้อมขายออนไลน์ ฟิวชั่นอาหารไทยกับรสชาติสากล
    2. โครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นไทย (Local Chef Restaurant)” โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพร้านอาหารชุมชน (HiddenGem) จำนวน 100 กลุ่ม บุคลากรได้รับการพัฒนา จำนวน 400 คน ในพื้นที่
      4 ภูมิภาค ได้แก่ 1) ภาคเหนือ 2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3) ภาคกลางและภาคตะวันออก และ 4) ภาคใต้ ผ่าน
      การเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ อาทิ การคำนวณต้นทุน การบริหารจัดการของเสีย เทคนิคการประกอบอาหารและสร้างสรรค์เมนูใหม่เพื่อนักท่องเที่ยว (เมนูอาหารถิ่น Amazing Thai Taste) นอกจากนี้ ยังยกระดับร้านอาหาร
      เชฟชุมชนสู่ร้านอาหารระดับพรีเมียม การเตรียมความพร้อมร้านอาหารซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากล การเชื่อมโยงสู่เทคโนโลยีเพิ่มช่องทางการตลาด โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ผ่าน www.ofos.thacca.go.th
      และเริ่มอบรมตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป

    สำหรับการดำเนินงานขับเคลื่อนและผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อุตสาหกรรมอาหารทั้ง 2 โครงการนี้
    กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้นำกลไกของซอฟต์พาวเวอร์มาเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่โดดเด่น แตกต่าง และตอบโจทย์ตลาด ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ผ่านกลยุทธ์ 4 ให้ ได้แก่ 1. ให้ทักษะใหม่ : ผ่านการอบรมเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ พัฒนาเป็นอาชีพและต่อยอดสู่ธุรกิจ 2. ให้เครื่องมือทันสมัย : เสริมศักยภาพด้วยเครื่องมือที่จะช่วยในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้า 3. ให้โอกาสโตไกล : เข้าถึงตลาด ช่องทางจัดจำหน่าย และการเข้าถึงแหล่งทุน และ 4. ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน สร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน

    ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ เป็นส่วนของการดำเนินโครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นไทย (Local Chef Restaurant) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายสำคัญที่มีความพร้อมด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยี ทั้งในด้านการประกอบอาหารไทย และ Fine Dining มีห้องปฏิบัติการครัวมาตรฐาน ที่สามารถรองรับผู้เข้าอบรม
    และสามารถจัดการอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับเชฟชุมชนให้มีความสามารถในการนำเสนออาหารถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย โดยดีพร้อมมุ่งหวังให้มีการยกระดับร้านอาหารท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ โดดเด่น และสามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ และการสร้างให้เกิดเครือข่ายเชฟชุมชนที่เข้มแข็ง และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น

                   ด้าน รศ. ดร. อนินท์ มีมนต์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในฐานะ ผู้อำนวยการกิจกรรมพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นอาหารไทยภาคกลางและภาคตะวันออก กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นไทย (Local Chef Restaurant) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและยกระดับศักยภาพของร้านอาหารชุมชนและเชฟท้องถิ่น ให้สามารถนำเสนออาหาร ถิ่นไทยอย่างมืออาชีพ ด้วยมาตรฐานการบริการที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดสากล มีเป้าหมายในการยกระดับร้านอาหารชุมชนให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และการปูพื้นฐานให้ชุมชนก้าวสู่การเป็น “1 ครอบครัว 1 ทักษะซอฟต์พาวเวอร์” หรือ One Family One Soft Power ซึ่งเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

    ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม ได้แก่ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเชฟชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่า 120 คน จำนวนไม่น้อยกว่า 30 กลุ่ม การพัฒนาเมนูอาหารถิ่นยอดนิยมให้เกิดมูลค่าเพิ่มทั้งด้านรสชาติ รูปลักษณ์ และการสื่อสารเรื่องราว การให้คำปรึกษาเชิงลึกและการเชื่อมโยงมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารแก่ผู้ประกอบการ และคาดหวังว่า ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ทำให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์อาหารของตนเอง เกิดการกระจายรายได้และการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดการเชื่อมโยงร้านอาหารชุมชนกับสื่อออนไลน์ โดยอาศัย Food Blogger และ Influencer ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 80,000 คน เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

    โดยพื้นที่เป้าหมายของโครงการ จะครอบคลุมพื้นที่ 22 จังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ซึ่งล้วนมีมรดกอาหารท้องถิ่นอันทรงคุณค่าที่พร้อมจะถูกต่อยอดสู่ตลาดสากล

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร จัดงานวันสถาปนา 55 ปี “จากต้นกล้า สู่ร่มเงาแห่งปัญญา”

    คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร จัดงานวันสถาปนา 55 ปี “จากต้นกล้า สู่ร่มเงาแห่งปัญญา”

     

    ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในโอกาสครบรอบ 55 ปี ภายใต้แนวคิด “จากต้นกล้า สู่ร่มเงาแห่งปัญญา” ในวันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  55 ปี แห่งการเพาะบ่มวิชาชีพครู สถาบันต้นแบบที่เริ่มต้นจาก “ต้นกล้าแห่งความฝัน” สู่องค์กรแห่งปัญญาและความสุข 🌱📚 สะท้อนการเติบโตของคณะฯ ที่ไม่เพียงสร้างบัณฑิต แต่ยังสร้างคนเพื่อสร้างโลก ครูที่มีหัวใจเข้าใจมนุษย์ และสถาบันที่เป็นทั้งรากและร่มให้สังคมการศึกษาไทย 🍃

    📌กำหนดการ:
    🕡 เวลา 06.30 น.
    พิธีบวงสรวงพระพิฆเนศวร ณ โรงเรียนสาธิตฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา)
    พิธีบวงสรวงพระพิฆเนศวร ณ ลานเทวรูปพิฆเนศวร 50 ปีฯ
    สักการะพระภูมิเจ้าที่ และสักการะวางช่อดอกไม้ ณ อนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
    🕗 เวลา 08.00 น.
    พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 5 รูป ณ โถงใต้อาคารศึกษาศาสตร์ 3
    🕥 เวลา 10.30 น.
    พิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป ณ ห้องประชุมหลวงพ่อวัดไร่ขิงอุปถัมภ์ ชั้น 5 อาคารศึกษาศาสตร์ 3
    🕛 เวลา 12.00 น.
    เชิญรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

    มาร่วมเฉลิมฉลองก้าวที่ 55 ไปด้วยกัน ในวันที่ความทรงจำจะเติบโตขึ้นอีกหนึ่งบท 🌼

    #55ปีศึกษาศาสตร์ศิลปากร #educsu #ศึกษาศาสตร์ศิลปากร #silpakornuniversity #องค์กรแห่งความสุข #workplacehappiness #ครูสร้างคนคนสร้างโลก

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • 16 มิ.ย.นี้ ม.รังสิต จัดงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ 2568 “Hi! RSUniverse” เปิดจักรวาลใหม่ของการเรียนรู้

    16 มิ.ย.นี้ ม.รังสิต จัดงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ 2568 “Hi! RSUniverse” เปิดจักรวาลใหม่ของการเรียนรู้

     

                       มหาวิทยาลัยรังสิต ต้อนรับเปิดเทอมจัดงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2568 RANGSIT NEW GEN 2025 ภายใต้ธีม “Hi! RSUniverse” ให้น้องๆ นักศึกษาใหม่ได้สัมผัสบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น และสนุกไปกับไปกับโชว์การแสดงและมินิคอนเสิร์ตจากรุ่นพี่ศิลปินมากมาย อาทิ เดน่า (GMM Music) อาจิง (GMM Music) แพร ชนา (GMM Music) ปีโป้ Independent Records (อดีตสมาชิกวง CGM48) ปอนด์ (ศิลปินวง Little John สังกัดค่าย 9ARKKHAN) และรุ่นพี่ศิลปินอีกมากมาย ฯลฯ พร้อมรับชมการแสดงโชว์จาก “RSU Cheerleading”

                      นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัลภาพยนตร์สั้นคุณธรรม Sun Short Film Award โดยจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 ภาคเช้าเวลา 10.00-12.00 น. และภาคบ่าย 14.00-16.00 น. ณ อาคารนันทนาการ (อาคาร 14) มหาวิทยาลัยรังสิต

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • วิทยาศาสตร์การกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร นำนักศึกษาสัมผัสประสบการณ์ตรง โครงการแลกเปลี่ยน ณ มหาวิทยาลัยยูนนาน

    วิทยาศาสตร์การกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร นำนักศึกษาสัมผัสประสบการณ์ตรง โครงการแลกเปลี่ยน ณ มหาวิทยาลัยยูนนาน

                      ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลรัตน์ หนูสวี ประธานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา และคณาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา นำคณะนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยศิลปากร เดินทางถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยสวัสดิภาพ เพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับ School of Physical Education, Yunnan University ณ มหาวิทยาลัยยูนนาน ระหว่างวันที่ 3 – 11 มิถุนายน 2565

                     โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในครั้งนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ School of Physical Education, Yunnan University โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านกีฬาและวิชาการระหว่างนักศึกษาทั้งสองสถาบัน ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้และใช้ชีวิตในต่างแดน
    #https://test.learninfinity.net/
  • ม.กรุงเทพธนบุรี ร่วมสนับสนุนมวยไทยสู่เวทีโลก มอบทุนการศึกษาในงาน Amazing Muaythai World Festival 2025

    ม.กรุงเทพธนบุรี ร่วมสนับสนุนมวยไทยสู่เวทีโลก มอบทุนการศึกษาในงาน Amazing Muaythai World Festival 2025

     

    เทศกาลมวยไทยโลก Amazing MuayThai World Festival ประจำปี 2025 ที่ทุกคนรอคอยจะจัดขึ้นที่เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 25-29 มิถุนายน 2025 โดยรับประกันว่าจะเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมมวยไทย การแข่งขัน และชุมชนที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม งานระดับโลกนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ WBC MuayThai โดยจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การแข่งขันสำหรับเยาวชน การแข่งขันแบบโชว์ตัว และการแข่งขันสำหรับผู้ใหญ่ระดับอีลีท ระดับ B-Class และ C-Class ซึ่งดึงดูดนักสู้และผู้ที่ชื่นชอบมวยไทยจากทั่วโลก

    ซึ่งภายในงาน รศ.ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แสดงความยินดีต่อความสำเร็จและมอบทุนการศึกษาให้กับ นาย อนุลักษณ์ จันทร์สุข ชื่อมวย สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ และนายธเนศ นิตุธร ชื่อมวย ธนัญชัย ศิษย์สองพี่น้อง ระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ท่ามกลางความสุขและความทรงจำสำคัญนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการมวยไทยของไทยอย่างยิ่งใหญ่

    ทั้งนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้มอบทุนการศึกษาในงานแถลงข่าวครั้งนี้ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการสร้างระบบนิเวศการศึกษาที่สมบูรณ์สำหรับมวยไทย ตั้งแต่การพัฒนาทักษะการต่อสู้ ไปจนถึงการจัดการธุรกิจและการตลาดในระดับนานาชาติ นักศึกษาที่ได้รับทุนจะมีโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการได้รับประสบการณ์จริงผ่านการฝึกงานกับองค์กรระดับสากล การมีส่วนร่วมในการจัดงานมวยไทยขนาดใหญ่ และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
    โดยงานแถลงข่าว Amazing Muaythai World Festival 2025 อย่างเป็นทางการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้มอบทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนานักมวยไทยรุ่นใหม่และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมวยไทย การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและการกีฬา โดยเฉพาะกีฬามวยไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย การลงทุนในด้านการศึกษาจะช่วยยกระดับมาตรฐานของนักมวยไทยให้มีความรู้ทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติสู่สากล

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มกธ. ร่วมมือ สกร. บันทึกข้อตกลงทางวิชาการ (MOU) บันไดสู่การพัฒนาศักยภาพร่วมกัน

    มกธ. ร่วมมือ สกร. บันทึกข้อตกลงทางวิชาการ (MOU) บันไดสู่การพัฒนาศักยภาพร่วมกัน

     

    วันที่ 5 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้จัดงานบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความร่วมมือทางวิชาการ ณ อาคารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ชั้น 4 งานบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่จะนำพาทางด้านการศึกษาให้พัฒนาร่วมกัน

    โดย ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และ นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งมีรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นายอุดมศักดิ์ บุญก่อ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ พร้อมด้วยผู้บริหารทั้งสองสถาบัน เป็นสักขีพยานในการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ ซึ่งได้เพิ่มมิติใหม่ให้กับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำให้เกิดมุมมองที่หลากหลายและครอบคลุม

    การสัมมนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพบปะแลกเปลี่ยน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ยั่งยืน การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการร่วมกัน การที่ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองหน่วยงานมารวมตัวกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการวิจัยของประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว

    ทั้งนี้งานสัมมนาความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษา การเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้การพัฒนาประเทศเดินหน้าไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มกธ. จับมือ บิวตี้เจมส์ จัดงานการกุศล “สายใยสองแผ่นดิน ไทย-จีน 50 ปี มิตรภาพยั่งยืน”

    มกธ. จับมือ บิวตี้เจมส์ จัดงานการกุศล “สายใยสองแผ่นดิน ไทย-จีน 50 ปี มิตรภาพยั่งยืน”

                  ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี , ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ตัวแทนนักศึกษาปริญญาเอก (รุ่นเจ้าสัว12) หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต จับมือ สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บจก.บิวตี้เจมส์แฟคตอรี่ ร่วมจัดงานการกุศล “สายใยสองแผ่นดิน ไทย-จีน 50 ปี มิตรภาพยั่งยืน” เพื่อสานกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองชาติให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น

    เนื่องในโอกาสสำคัญของการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนาน โดยได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 นับเป็นระยะเวลา 50 ปี ที่ทั้งสองประเทศมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลและการจัดงาน มอบสมทบทุนการฝึกซ้อมนักกีฬาของม.กรุงเทพธนบุรี   ภายในงานคราคร่ำไปด้วยแขกผู้มีเกียรติและอาจารย์-นักศึกษาจากหลักสูตรฯมากมาย อาทิ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช , รศ.ดร.กมลพร กัลยาณมิตร,ดร.พัชรินรุจา จันทโรนานนท์,ณัชชา ชัยรุ่งเรืองกิจ ,อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ฯลฯ

    พิธีเปิดงานสุดเก๋ไก๋ที่นำเอาวัฒนธรรมจีนเข้ามาได้อย่างลงตัว ทุกท่านในงานร่วมกันเขย่ากลองจีน (ป๋องแป๋ง) เพลิดเพลินกับเหล่าบุคคลมีชื่อเสียงที่ตั้งใจมาขับกล่อมบทเพลงไทย-จีน และตระการตาด้วยแฟชั่นโชว์สุดอลังการจาก 4 ห้องเสื้อชื่อดัง อาทิ Supa East Glamour / อาภรณ์พิศวาส / สัญญะลักษณ์ และ Mick Boutique ที่จะได้นำความโดดเด่นของงานศิลปะไทย-จีน ที่ผสมผสานอย่างลงตัวบนผืนผ้า และเครื่องประดับของบิวตี้้เจมส์ ซึ่งถ่ายทอดผลงานผ่านเซเลบริตี้ชั้นนำของวงการหลากหลายท่าน

    สำหรับงาน “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน ไทย–จีน 50 ปี มิตรภาพยั่งยืน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน เท่านั้น แต่ยังได้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ให้สังคมอย่างแท้จริง

     

     

    #https://test.learninfinity.net/