Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • มกธ.- “SADA” ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมลงนามความร่วมมือมุ่งพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ

    มกธ.- “SADA” ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมลงนามความร่วมมือมุ่งพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ

     

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) และวิทยาลัยอาชีวศึกษาศิลปะ หัตถกรรมและการออกแบบเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Art & Design Academy: SADA) จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการสนับสนุน ส่งเสริม การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา โดยมี ผศ.ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ ดร.หลี่ปั๋ว รองอธิการบดี วิทยาลัยอาชีวศึกษาศิลปะ หัตถกรรมและการออกแบบเซี่ยงไฮ้ ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือดังกล่าว

    สำหรับการลงนามความร่วมมือดังกล่าว ถือเป็นการพัฒนาความก้าวหน้าในด้านความร่วมมือทางวิชาการอีกระดับหนึ่งระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีกับสถาบันการศึกษาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการในมิติต่าง ๆ ร่วมกันของทั้งสองสถาบันการศึกษา อีกทั้งยังเพิ่มเครือข่ายในการส่งเสริมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกันทั้งในระดับประเทศ ระดับสถาบันการศึกษา และระดับคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาอีกด้วย
    การลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาศิลปะ หัตถกรรมและการออกแบบเซี่ยงไฮ้ ยังจะผลักดันให้เกิดความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมในหลากหลายมิติ เช่น การสนับสนุนด้านการพัฒนาวิชาการ องค์ความรู้ บุคลากรทางด้านการศึกษา ศิลปะและวัฒนธรรม นวัตกรรมด้านการศึกษา เป็นต้น
    นอกจากนี้ รศ.ดร.กมลมาลย์ ไชยศิริธัญญา คณบดี คณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้นำผู้บริหารและนักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาศิลปะ หัตถกรรมและการออกแบบเซี่ยงไฮ้เยี่ยมชมความพร้อมในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีทั้งในด้านวิชาการและการกีฬา รวมทั้ง อาจารย์ ดร.เมธาสิทธิ์ อัดดก คณบดี คณะศิลปกรรมศาสตร์ และคณาจารย์ ได้นำนักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาศิลปะ หัตถกรรมและการออกแบบเซี่ยงไฮ้ และนักศึกษาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ร่วมกิจกรรม Urban Renewal Sino-Thailand International Workshop เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะร่วมกันอีกด้วย
    ในการนี้ มีผู้บริหาร คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รวมทั้งผู้บริหาร และนักศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาศิลปะ หัตถกรรมและการออกแบบเซี่ยงไฮ้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าวด้วย ณ ชั้น 4 อาคารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “แบงค์” พงษ์ศิริ พรหมจรย์ เหรียญเงินซีเกมส์ สุดยอดแชมป์เพาะกาย “หนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย”

    “แบงค์” พงษ์ศิริ พรหมจรย์ เหรียญเงินซีเกมส์ สุดยอดแชมป์เพาะกาย “หนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย”

     

    “แบงค์” พงษ์ศิริ พรหมจรย์ เหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม และแชมป์เอเชีย ปี 2023 ที่เนปาล จาก ชมรมกีฬาเพาะกายและฟิตเนส จ.นครปฐม คว้าแชมป์ เพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กก.อายุ 31 ปีขึ้นไป ขณะที่

    การแข่งขันกีฬาเพาะกายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รายการ “หนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย” เมื่อวันที่ 24 พ.ย. เป็นการแข่งขันวันสุดท้าย ที่บางนาฮอลล์ ชั้น บี 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา โดยมี นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ร่วมชมการแข่งขัน

    การแข่งขันรายการนึ้ เป็นการแข่งขัน โรด ทู มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 (Road to Mr. Thailand 2025) สนามที่ 2 ที่จะคัดนักกีฬา อันดับ 1-5 เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเพาะกายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย หรือ มิสเตอร์ไทยแลนด์ ประจำปี 2025 ที่ทางสมาคมจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2568 นี้
    สำหรับการแข่งขันในวันสุดท้าย มีแข่งขันทั้งหมด 9 รุ่น

    เพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กก.อายุ 31 ปีขึ้นไป ที่ 1 “แบงค์” พงษ์ศิริ พรหมจรย์ เหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม และแชมป์เอเชีย ปี 2023 ที่เนปาล (ชมรมกีฬาเพาะกายและฟิตเนส จ.นครปฐม) ที่ 2 วราพรรธน์ สิงห์สถิตย์ (หทัยราษฎร์ยิม เอชที ยิม) ที่ 3 ไชยธนงค์ เสียงล้ำ อดีตทีมชาติ (นาว เวย์ โปรตีน) ที่ 4 อภิสิทธิ์ นาคำ (แพสชัน ยิม โคราช) ที่ 5 ทวีศักดิ์ พันธุ์เผือก (แอค ไลฟ์ ยิม)

    เพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักเกิน 70 กก.อายุ 31 ปีขึ้นไป ที่ 1 มารุต บัวเทศ (บ้านนักกล้ามพะเยา) ที่ 2 ธันวา พงษ์ดี (เวกัสยิม) ที่ 3 เลปกร เทศถมยา (อัลตร้าโปร) ที่ 4 เอกรินทร์ เรืองยศ (นาร์แลปส์) ที่ 5 กฤตวิทย์ คิดประเสริฐ (สวิตช์ ออน ยิม)

    เพาะกายชาย รุ่นทั่วไป อายุ 21-30 ปี ไม่จำกัดน้ำหนัก ที่ 1 อรรคเดช ปลีนารัมย์ (นาว เวย์ โปรตีน) ที่ 2 สราวุธ ผจญกล้า (ช้างยิมโคราช) ที่ 3 นิติธร ทราเศรษฐ์ (แพสชัน ยิม โคราช) ที่ 4 คณิน บำรุงกิจ (นาว เวย์ โปรตีน) ที่ 5 ปิยวัช กุลธินี (นาว เวย์ โปรตีน)

    เพาะกายชาย รุ่นทั่วไป อายุไม่เกิน 20 ปี ไม่จำกัดน้ำหนัก ที่ 1 ณัฐชนน เมาเสม (ช้างยิมโคราช) ที่ 2 วุฒิชัย ราขสัก (ชมรมกีฬาเพาะกายและฟิตเนส จ.นครปฐม) ที่ 3 รัฐนันท์ หอมบุญมา (ทีเอ็มที โปรสปอร์ต) ที่ 4 ธนพล พลเยี่ยม (เมนทอร์ ยิม) ที่ 5 ศิรวิทย์ เธียรถาวร (ช้างยิมโคราช)

    โมเดลฟิสิคหญิงรุ่นทั่วไป อายุ 19-30 ปี ที่ 1 พริมา เลิศวิทวัสชัย (ฟิตเนส ชีวิตติดเหล็ก) ที่ 2 กัญฐมณี นาโควงค์ (อัลตร้า โปร) ที่ 3 กชพร สอนภักดี (ช้างยิมโคราช) ที่ 4 วีรีวัลย์ ขันโอฬาร (ชมรมกีฬาเพาะกายและฟิตเนส จ.นครปฐม) ที่ 5 ธฤษวรรณ ลิ่วคุณูปการ (ชมรมเพาะกายและยกน้ำหนัก ม.เกษตรศาสตร์)

    โมเดลฟิสิคหญิงรุ่นทั่วไป อายุ ไม่เกิน 18 ปี ที่ 1 รพิชา เยาวนารถ (ศรีสมพงษ์ยิม) ที่ 2 แดง ฮังคำ (อัลตร้าโปร) ที่ 3 พรนภา สีชะนะ (ศรีสมพงษ์ยิม) ที่ 4 ณัฐสินี หมั่นกิจ (ศรีสมพงษ์ยิม) ที่ 5 พิมพ์วิภา พรมจันทร์ (ศรีสมพงษ์ยิม)

    โมเดลฟิสิคหญิงรุ่นทั่วไป อายุ 31-44 ปี ที่ 1 “นัตโตะ” ปภัสรินทร์ รุ่งสิรืไชยรัฐ ที่ 2 บุษบากร สมหวังสิริ (บ้านนักกล้ามพะเยา) ที่ 3 ร่มฉัตร ศรสุวรรณ (ทีเอ็มพี โปรสปอร์ต) ที่ 4 ธิดารัตน์ ปั่นโป้ (นาร์แลปส์) ที่ 5 กมลพร ใจศรีธิทิพปภาสิริ (แบม ฟิตเนส ทุ่งครุ)

    โมเดลฟิสิคหญิงรุ่นเลดี้ อายุ 45 ปี ขึ้นไป ที่ 1 ชนัญชิดา หลู (นาว เวย์ โปรตีน) ที่ 2 หรรษนันทฺ์ ขันโอฬาร (ชมรมกีฬาเพาะกายและฟิตเนส จ.นครปฐม) คุณแม่ของวีรีวัลย์ ขันโอฬาร ที่ 3 จุรีรัตน์ จันทรวิจิตรกุล (ชมรมกีฬา

    เพาะกายและฟิตเนส จ.นครปฐม) ที่ 4 วิภารัตน์ ศักดิ์ศรีธีรตา (มัสคูลาร์ แลร์) ที่ 5 ณัฐสุดา สีดามา (กายวี่)

    แอธเลติคฟิสิคหญิง รุ่นทั่วไป ที่ 1 จันทนา แซ่ซำ (ชมรมกีฬาเพาะกายและฟิตเนส จ.นครปฐม) ที่ 2 อุทุมพร โตสุข (ทีเอ็มที โปร) ที่ 3 ศิราณี ฤกษ์อรุณรุ่ง (ค่ายเพาะกายเชียงราย สนามกีฬาจ.เชียงราย) ที่ 4 นัฐธิสา ชื่นผะกาง (ฟิตเนส ชีวิตติดเหล็ก) ที่ 5 สาวิตรี อารีมิตร (สมคิดยิมแอนด์ฟิตเนส)

    นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นปีแรกที่ ทางสมาคมฯ จัดให้มีรุ่นนักเรียน ในรุ่นสปอร์ตฟิสิคชาย รุ่นทั่วไป อายุไม่เกิน 18 ปี (เฉพาะนักเรียน) ซึ่งผลตอบรับดีมากๆ มีคนสมัครเข้าแข่งขันมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีคนสมัครเข้าแข่งขันถึง 70 คน แสดงให้เห็นว่า นักเรียนหันมาสนใจเล่นกีฬาเพาะกาย เพิ่มมากขึ้น ทำให้ทางสมาคมฯ ต้องเปิดรุ่นนักเรียนขึ้นมาเป็นพิเศษ

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

    ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

    ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ในโอกาส ครบรอบ 5 ปี “ประเด็นเด่นสุดสัปดาห์” ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นประธานในพิธี และมี พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ เป็นผู้มอบ พิธีที่จัดขึ้นนี้เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติโดยเฉพาะในด้านการศึกษาและการกีฬาที่ส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

    ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล ได้รับการยอมรับจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับการอุทิศตนในการทำงานเพื่อสังคม พร้อมทั้งทุ่มเทในการพัฒนาและเสริมสร้างความรู้ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ที่ส่งเสริมงานด้านการศึกษาและงานด้านการกีฬาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ
    นักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ เจ้าของเหรียญทองเทควันโดโอลิมปิก 2024

    การได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นในการทำประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

     

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  •  EMPATHY : วิถีของผู้นำผ่านเวทีนางงามโลก โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพจน์ คงกระเรียน วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

     EMPATHY : วิถีของผู้นำผ่านเวทีนางงามโลก โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพจน์ คงกระเรียน วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต

     

    สะเทือน!!! เวทีนางงาม Miss Universe 2024 เมื่อตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยน้องโอปอล- สุชาตา ช่วงศรี ตอบคำถามรอบ 5 คนสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2024 ที่ผ่านมาด้วยน้ำเสียง สายตา ท่าทาง และบุคลิกภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและสง่างามเรียกเสียงปรบมือสนั่นลั่นดินแดนจังโก้ จาก Arena CDMX เมืองเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก

    ด้วยคำถามที่ว่า “คุณสมบัติอะไรบ้างที่คน ๆ หนึ่งต้องมี จึงจะเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงได้?” (What qualities must someone have to be a truly successful leader?) โอปอลตั้งสติและตอบคำถามด้วยความมั่นใจและรอยยิ้มกระชากใจว่า “คุณสมบัติที่ผู้นำควรมีคือ ความเห็นอกเห็นใจ เพราะไม่ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน ไม่ว่าคุณจะเรียนจบอะไรมา ท้ายที่สุดคุณต้องมีความเห็นใจ ใส่ใจผู้อื่น ใส่ใจเรื่องความเป็นอยู่ของผู้อื่น และไม่ใช่แค่ผู้นำ ฉันเชื่อว่าทุกคนในโลกนี้จำเป็นต้องมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ถึงจะเป็นหนึ่งเดียวกันได้” (A quality that a leader should have for me is “empathy” because no matter how good you are, no matter what kind of education you are, in the end you need empathy to care about the people, to care about the well-being, and not only leader, I believe that everyone in this world needs to have empathy among each other. That’s how we can unite.)

    คำตอบของโอปอลเป็นปรากฏการณ์ (Phenomenon) สะท้อนความคิดและสิ่งที่โอปอลทำ กลั่นกรองและตกผลึก (Crystallization) ออกมาเป็นคำตอบที่มาจากหัวใจอธิบายตัวตนและบทบาทหน้าที่ของโอปอลได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งคำถามที่ว่า “มิสยูนิเวิร์สเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงมาหลายยุคหลายสมัย คุณอยากจะบอกอะไรกับคนที่กำลังดูคุณอยู่ตอนนี้?” โอปอลจ้องมอง จดจ่อและตอบคำถามด้วยสายตา ที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังและอธิบายสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่กับชาวโลกว่า “ฉันเชื่อเสมอ และมีความหวังเสมอ

    ฉันทำงานร่วมกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและแพทย์ซึ่งเรารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะโรคนี้ได้ แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือทุกคนมีความหวังและเชื่อว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่า ตราบใดที่คุณเชื่อและมีความหวัง พลังของคุณจะไม่มีที่สิ้นสุด จิตวิญญาณและพลังของคุณจะเปล่งประกาย”

    แน่นอนว่า คำพูด คำตอบ ลักษณะท่าทาง บุคลิกภาพของโอปอล บ่งบอกตัวตนความเป็นผู้นำ (Leader) อย่างเด่นชัด ไม่มีความบังเอิญที่คนหนึ่งคนจะตอบคำถามได้ดีขนาดเรียกเสียงปรบมือดังลั่นสนั่น Arena CDMX ขนาดนั้น เชื่อแน่ว่าคำตอบนั้นมาจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ บ่งบอกวิธีคิดและวิถีชีวิตที่เลือกเดิน

    หากจะวิเคราะห์ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ที่ทำให้เห็นคุณลักษณะความเป็นผู้นำได้อย่างเด่นชัดที่เราได้เห็นจากน้องโอปอล-สุชาตา ช่วงศรี ซึ่งนักวิชาการอย่าง Daniel Goleman. (2020) วิเคราะห์ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ที่ทำให้เป็นผู้นำ ซึ่งตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยมีครบเครื่อง

    1. การรู้จักตนเอง (Self-awareness) โอปอลรู้จักตนเองเป็นอย่างดีว่า ทำอะไรอยู่ และมีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจนว่าจะทำอะไร ทำเพื่อใคร

    2. การควบคุมตนเอง (Self-regulation) ภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน สติ สมาธิ และการจดอยู่กับปัจจุบันทำให้โอปอลตอบคำถามได้เป็นอย่างดี (ไม่มีตายไมค์)

    3. การมีแรงจูงใจ (Motivation) ความเชื่อและความหวังจากการทำงานร่วมกับผู้ป่วยมะเร็งและจากแรงจูงใจที่ว่าทุกคนมีความหวังและเชื่อว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่าทำให้โอปอลมีพลังขับเคลื่อนที่จะทำงานและเดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่น

    4. การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) ตรงนี้เป็นไฮไลท์สำคัญที่โอปอลได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ผู้นำต้องมีเพราะความเห็นอกเห็นใจจะทำให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียว การเป็นหนึ่งเดียวคือความสามัคคีและความสามัคคีคือพลังอันยิ่งใหญ่ของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคม

    5. การมีทักษะทางสังคม (Social skill) โอปอลถูกกระบวนการขัดเกลาทางสังคมหล่อหล่อมให้มีทักษะทางสังคมที่เป็นคนมีจิตใจโอบอ้อมอารี มีมโนธรรมสำนึกที่จะช่วยเหลือผู้อื่น เห็นอกเห็นใจผู้อื่นดูได้จากสิ่งที่คิดและทำซึ่งเห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ประสบการณ์ (Experience) ที่ขาดความรู้ (Unknowledge) เปรียบเหมือนอาหารสีสันน่ารับประทานแต่ขาดคุณประโยชน์ และความรู้ (Knowledge) ที่ขาดประสบการณ์ (No experience) เปรียบเหมือนอาหารที่มีคุณประโยชน์แต่สีสันไม่น่ารับประทาน ดังนั้น อาหารที่ดีมีคุณประโยชน์จึงควรมีสีสัน ที่น่ารับประทานด้วย ผู้นำก็เช่นเดียวมีความรู้เพียงอย่างเดียวยังไม่พอต้องมีประสบการณ์ควบคู่กันด้วย เพื่อเป็นผู้นำที่สมบูรณ์แบบ (Perfectly Leader) ซึ่งน้องโอปอล-สุชาตา ช่วงศรี ครบทุกคุณสมบัติดังกล่าว

    ที่วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง) เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่สมบูรณ์แบบครบทุก Function สำหรับอนาคตทั้ง Soft Skills และ Hard Skills สอนความเป็นผู้นำด้วยหลักวิชาการ สร้างอาชีพด้วยหลักวิชางาน เสริมประสบการณ์ด้วยหลักวิชาคน

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • วิทยาลัยครูสุริยเทพ ม.รังสิต รับสมัครอาจารย์ 1 ตำแหน่ง

    วิทยาลัยครูสุริยเทพ ม.รังสิต รับสมัครอาจารย์ 1 ตำแหน่ง

     

    วิทยาลัยครูสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดรับสมัครอาจารย์ประจำหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน (M.Ed.) โดยผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาหลักสูตรและการสอน หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีผลงานตีพิมพ์ 3 ชิ้น ในระยะเวลา 5 ปี และมีผลสอบภาษาอังกฤษ TOEFL 600, IELTS 6.5, CEFR C1 หรือเทียบเท่า หากมีตำแหน่งวิชาการ เคยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ หรือ มีประสบการณ์สอน 3-5 ปี จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

              สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิทยาลัยครูสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต โทร. วิทยาลัยครูสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต ชั้น 6 อาคารอุไรรัตน์ (อาคาร 3) หรือโทร: 0-2997-2222 ต่อ 12751276

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ กับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน

    ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ กับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน

    คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก ​ ​เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความ​หลากหลายทางเพศ ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ กับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment) ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

    เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก ​ ​เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความ​หลากหลายทางเพศ ได้เดินทางไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment) โดยมี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร กรรมมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ร่วมเดินทางเพื่อศึกษาดูงานในครั้งนี้ด้วย

    ในโอกาสนี้ Ms.Sandra Konstatzky (หัวหน้าสำนักงาน) ให้การต้อนรับ และเป็นผู้บรรยาย ในหัวข้อ การส่งเสริมและปกป้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศจากการเลือกปฏิบัติ ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment)

    นอกจากนี้ทางคณะกรรมาธิการยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน (Ombud for Equal Treatment) และได้ศึกษาวัฒนธรรมวิถีชีวิตและเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ของกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

    สำหรับภารกิจหลักของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก ​ ​เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความ​หลากหลายทางเพศ มีหน้าที่ ส่งเสริมความเสมอภาคและป้องกันการเลือกปฏิบัติตามเพศ ชาติพันธุ์ ศาสนา อายุ หรือรสนิยมทางเพศรวมถึงให้ความรู้ และให้ความช่วยเหลือผู้ถูกเลือกปฎิบัติ ผ่านช่องทางทางกฎหมาย อีกทั้งยังให้คำปรึกษาข้อมูลเชิงกฎหมายให้กับผู้ถูกละเมิด สามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้ ให้มีที่ยืนในที่ทำงาน ในสังคม

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • Brighton College Bangkok  ยุคใหม่แห่งการศึกษา เตรียมเปิดแคมปัสใหม่ย่านวิภาวดี

    Brighton College Bangkok ยุคใหม่แห่งการศึกษา เตรียมเปิดแคมปัสใหม่ย่านวิภาวดี

     

    การเปลี่ยนผ่านของ St. Stephen’s International School สู่ Brighton College Bangkok, Vibhavadi ถือเป็นอีกก้าวสําคัญในภูมิทัศน์การศึกษาไทย ซึ่งรวมปรัชญาการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับของ St. Stephen’s “East meets West” พร้อมด้วยความเป็นเลิศทางวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับสากลของ Brighton College UK เข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมอบการศึกษาคุณภาพสูงสุดสู่วงการศึกษาของประเทศไทย โดย Brighton College Bangkok เตรียมเปิดแคมปัสใหม่สาขาวิภาวดีในย่านถนนวิภาวดีรังสิต ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อสร้างห้องเรียนและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความรักในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

    Brighton College Bangkok, Vibhavadi เป็นโรงเรียนนานาชาติรูปแบบสหศึกษาชั้นนำในประเทศไทย หลักสูตรมาตรฐานเดียวกันกับ Brighton College ที่ประเทศอังกฤษ มีนักเรียนชายและหญิง ช่วงอายุ 2-18 ปี โดย Brighton College Bangkok ไม่เพียงให้ความสำคัญด้านความเป็นเลิศทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างทักษะให้นักเรียนมีความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา ซึ่งเป็นคติสำคัญของ Brighton College

    โดยจุดมุ่งหมายด้านวิชาการนั้นถูกพิสูจน์ให้เห็นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในปี 2023 Brighton College Bangkok ประสบความสำเร็จ ด้วยผลการสอบ A Level 80% อยู่ในระดับ A*-A ซึ่ง 47% เป็น A* ในนักเรียนระดับ Sixth Form คะแนนเหล่านี้นับว่าติดอันดับ 1 ใน 10 ของโรงเรียนเอกชนชั้นนำในประเทศอังกฤษ ล่าสุดในปี 2024 Brighton College Bangkok โดดเด่นด้วยผลการสอบ A-Level 100% ทำให้นักเรียนมีโอกาสได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศต่างให้การยอมรับและนักเรียนได้รับโอกาสในการศึกษาต่อ อาทิ University of Cambridge, Imperial College London, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น นอกจากนี้ มาตรฐานของ Brighton College Bangkok ยังได้รับการยอมรับและเป็นโรงเรียนแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโรงเรียนนานาชาติอังกฤษยอดเยี่ยมจาก International School Awards เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน และในปี 2024 นี้เอง ก็ได้รับรางวัล British International School of the Year ชนะเลิศอันดับ 1

    Brighton College Bangkok ยังมีการบูรณาการกิจกรรมนอกหลักสูตรที่หลากหลายเข้ารวมในหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นกีฬา STEM ศิลปะการแสดง กิจกรรมนอกห้องเรียน การฝึกทักษะการพูดในที่สาธารณะ กิจกรรมบริการชุมชน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณสมบัติหลักทั้ง 3 อย่าง คือ ความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา Brighton College เชื่อว่าคุณสมบัติเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

    รูปแบบการเรียนการสอนที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับของ Brighton College คือการเคารพ “ปักเจกที่แตกต่างของแต่ละบุคคล” โดยเชื่อว่านักเรียนทุกคนล้วนมาจากภูมิหลังที่หลากหลาย มีความถนัดหรือความต้องการที่ไม่เหมือนกัน โรงเรียน

    เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองในรูปแบบของตน ไม่ว่าจะเป็นวิชาการ ศิลปะ ดนตรี การละคร หรือกีฬา ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกความถนัดของตนเอง นอกจากนี้ Brighton College ยังผสมผสานวิชาต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวรรณคดี เข้าด้วยกันแทนการสอนแยกรายวิชา ทำให้นักเรียนเข้าใจว่าสาขาวิชาต่างๆ เชื่อมโยงกันอย่างไรในโลกแห่งความเป็นจริง

     “เราไม่เชื่อว่าทุกคนจะต้องเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามกระตุ้นให้เด็กๆ ได้มีโอกาสลองทุกๆ ด้าน ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรม ความเป็นผู้นำ และความคิดสร้างสรรค์ จนกระทั่งพวกเขาสามารถค้นพบสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือรัก และนำไปพัฒนาต่อยอดให้ดีที่สุด เพื่อให้พวกเขาเป็น Best Version ของตนเอง” คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานคณะกรรมการ Brighton College Bangkok กล่าว

    ครูใหญ่เครือไบรท์ตัน คอลเลจ คุณ Richard Cairns กล่าวว่า “บางครั้งเรามักเห็นว่าวัฒนธรรมไทยและอังกฤษมีความคล้ายคลึงกัน โดยมีราชอาณาจักร ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ชาวอังกฤษที่อยู่ในไทยหรือชาวไทยที่อยู่ในอังกฤษ รู้สึกถึงความเชื่อมโยง มีสิ่งหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน เช่น การใส่เครื่องแบบชุดนักเรียน มารยาท ความเคารพ ความสุภาพ และความเชื่อว่าสามารถรักษาวัฒนธรรมและทันสมัยได้พร้อมกัน นี่คือเรื่องที่ไบรท์ตัน คอลเลจพยายามปลูกฝังให้นักเรียนทั่วโลกเข้าใจผ่านหลักสูตร “เรื่องราวของแผ่นดินของเรา” เพื่อให้นักเรียนเข้าใจวิถีประวัติศาสตร์และมีส่วนสร้างสรรค์โลกปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น โดยกระตุ้นให้นักเรียนคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและประวัติศาสตร์ ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของประเทศตนเอง และนำบทเรียนจากประวัติศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”

    สุดท้าย สิ่งสำคัญที่ Brighton College ต้องการคือการสร้างผู้นำที่ดีของโลกอนาคต เป็นผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารหลายภาษา เข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีความเมตตาต่อผู้อื่น เพราะเราเชื่อว่าผู้นำที่ดีจะต้องมีทั้งความรู้ ความเข้าใจในเรื่องภาษาและวัฒนธรรมต่างๆ ของโลก

    Brighton College Bangkok ทั้งสองวิทยาเขตพร้อมแล้วที่จะมอบการศึกษาคุณภาพสูงแก่นักเรียนในวงกว้าง และยังคงเป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนําในประเทศไทยต่อไป

    โรงเรียนนานาชาติ ไบรท์ตันคอลเลจ กรุงเทพฯ สาขาวิภาวดี

    เปิดสอนสำหรับนักเรียนอายุ 2-18 ปี ดำเนินการสอนตามหลักสูตรของประเทศอังกฤษตั้งแต่ช่วงชั้นเตรียมอนุบาลไปจนถึงการเรียนในระดับ IGCSE และ A Level ตามลำดับ เป็นสถานศึกษาที่มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นสำคัญ ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 32,900 ตร.ม. เราขอเรียนเชิญทุกๆท่าน มาเยี่ยมชมและร่วมเรียนรู้ความพิเศษของโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ วิภาวดี ร่วมกัน หรือติดต่อเราได้ที่ โทร +662 513 0270 Email : admissions-vibha@brightoncollege.ac.th, Line : @brightonvibhavadi Website : https://www.brightoncollegebangkok.com/vibhavadi

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์” แชร์ประสบการณ์-เทคนิค นักเรียนนายร้อยตำรวจปี 1 เพื่อเป็นผู้นำที่ดี ขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

    “ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์” แชร์ประสบการณ์-เทคนิค นักเรียนนายร้อยตำรวจปี 1 เพื่อเป็นผู้นำที่ดี ขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

    รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดห้องเรียน บรรยายเรื่อง “การบริหารและการสื่อสารยุคใหม่“ โดยมีนักเรียนนายร้อยปีที่หนึ่งจำนวน 150 คนเข้าร่วมฟังการบรรยายเต็มชั้นเรียน ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

    โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้บรรยายให้ความรู้ในเรื่องการเป็น “ผู้บริหารยุคใหม่” โดยใช้ทั้งงานวิชาการ งานวิจัยและจากประสบการณ์ตรง โดยเน้นย้ำในเรื่อง ของการเป็นผู้นำการเป็นหัวหน้าและนักสื่อสารที่ดี ซึ่งเป็นเทคนิคของผู้บริหารยุคใหม่ที่จะต้องมีในโลกปัจจุบัน และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนนายร้อยในชั้นเรียน โดยบรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเองและมีนักเรียนนายร้อยตำรวจได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการสื่อสารและการบริหารงาน ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ได้ใช้ ประสบการณ์ตรงมาตอบคำถามน้องๆนักศึกษาในทุกแง่มุม

    รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าวว่า “วันนี้ผมได้ รับเชิญไปบรรยายในเรื่อง “ผู้บริหารยุคใหม่”ทำอย่างไรให้ ประสบความสำเร็จ ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นปีที่ 1 จำนวน 150 คน วันนี้พวกเรา เน้นไปที่การแชร์ประสบการณ์ และเทคนิคต่างๆ เพื่อที่จะ เป็นผู้นำที่ดี และขับเคลื่อนองค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยผมได้ใช้เรื่องวิชาการ งานวิจัย และประสบการณ์ในการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชนของผมมาแชร์ประสบการณ์ ให้น้องๆฟัง

    ซึ่งในเรื่องของผู้บริหารยุคใหม่ในปัจจุบัน ต้องเป็นทั้งผู้นำ เป็นหัวหน้าและเป็นนักสื่อสารที่ดี ซึ่งทั้งหมดจะเป็นประโยชน์แก่น้องๆในอนาคต และในช่วงท้ายได้เปิดโอกาสให้ มีการพูดคุยซักถามบรรยากาศสนุกมาก มีการถามทั้งเรื่องในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

    นอกจากนี้ ดร.ดวงฤทธิ์ ยังได้อวยพรให้น้องๆ ทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียนและอาชีพหน้าที่การงานการเป็นตำรวจต่อไปในอนาคต

     

     

    #https://test.learninfinity.net/