Author: ผู้ดูแลระบบ

  • HIDA รุ่น 5 รวมสุดยอดวิทยากร “นายกฯชวน – นายแพทย์พินิจ” ถ่ายทอดเคล็ดลับกาย–ใจสมดุล สู่วิถีชีวิตสุขภาพดี

    HIDA รุ่น 5 รวมสุดยอดวิทยากร “นายกฯชวน – นายแพทย์พินิจ” ถ่ายทอดเคล็ดลับกาย–ใจสมดุล สู่วิถีชีวิตสุขภาพดี

    HIDA รุ่นที่ 5 รวมพลัง 3 วิทยากรระดับประเทศ ถ่ายทอด “ศิลปะการดำรงชีวิต–สร้างสุขภาพ” พร้อมชวนคนไทยดูแลกายใจให้สมดุล

    หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงนวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล (HIDA) รุ่นที่ 5 จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดกิจกรรมและบรรยายพิเศษเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรทั้งกายและใจ

    กิจกรรมเริ่มต้นด้วย “Happy Life” วิชาขับร้อง โดย อ.อวัสดากานต์ ภูมี อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ถ่ายทอดเทคนิคการหายใจ การออกเสียง และการใช้การร้องเพลงเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหัวใจ–หลอดเลือด ลดความเครียด และสร้างความสุข

    ช่วงบ่ายเป็นการบรรยายพิเศษจาก นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา ในหัวข้อ “ชวนดูแลสุขภาพกายและใจ ให้สมดุลกับ…ชวน หลีกภัย” เน้นการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทางด้วยการเลือกอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย และพักผ่อนเพียงพอ พร้อมชี้ว่าการมีสุขภาพใจที่มั่นคงจากการรู้หน้าที่และรับผิดชอบจะส่งผลดีต่อทั้งชีวิตและสุขภาพจิต ในช่วงท้ายอดีตนายกรัฐมนตรีได้สรุปว่า คนเราถึงจะเก่งน้อยเก่งมากอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับเป็นคนดี ที่เป็นคำตอบสุดท้ายในอันที่จะทำให้ตัวเรา รวมถึงสังคมและประเทศชาติพัฒนาและอยู่กันอย่างมีควาสุขได้อย่างยั่งยืน

    ปิดท้ายด้วยการบรรยายเชิงลึกจาก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย แพทย์ผู้คร่ำหวอดในวงการแพทย์และสาธารณสุขโลก เจ้าของประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ กรรมการแพทยสภา, กรรมการ IFRC ด้าน Global Health และ Health & Climate รวมถึงอดีตเลขาธิการแพทยสภา

    นพ.พินิจ บรรยายหัวข้อ “ศิลปะในการดำรงชีวิต และการสร้างเสริมสุขภาพ” ครอบคลุมทั้งศาสตร์การป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แนวคิดการบริหารความเสี่ยงในชีวิต เทคนิคการมีสุขภาพกาย–ใจ–สังคม–ปัญญาที่สมดุล รวมถึงข้อแนะนำด้านโภชนาการ การออกกำลังกายที่เหมาะสม การป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคในผู้สูงอายุ พร้อมย้ำว่าการดูแลสุขภาพต้องเริ่มตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเพื่อยืดช่วงชีวิตที่แข็งแรง (health span) ควบคู่กับอายุขัย (lifespan)

    หลักสูตร HIDA รุ่นที่ 5 มี ดร.สมชาย อัศวเศรณี เป็นประธานหลักสูตร และ พล.อ.ต.(ญ) ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร บูรณาการ 6 ศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ การแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ดุลยภาพบำบัด โฮมีโอพาธีย์ และศาสตร์แห่งความสุข เพื่อยกระดับความรู้และทักษะการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัลให้กับผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและเอกชน

  • 4,395 ที่นั่ง !! สวนสุนันทา เปิดรับตรงรอบที่ 1 Portfolio ปี 2569  ทุกคณะ ทุกวิทยาลัย ถึง 31 ส.ค.นี้เท่านั้น

    4,395 ที่นั่ง !! สวนสุนันทา เปิดรับตรงรอบที่ 1 Portfolio ปี 2569 ทุกคณะ ทุกวิทยาลัย ถึง 31 ส.ค.นี้เท่านั้น

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดรับตรงรอบแรก ปี 2569 รวม 4,395 ที่นั่ง ครอบคลุมทุกคณะและวิทยาลัย

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 (รอบที่ 1 Portfolio) รับตรงครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 – 31 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ โดยปีนี้เปิดรับรวม 4,395 คน ครอบคลุมทุกคณะและวิทยาลัย ทั้งในวิทยาเขตหลัก วิทยาเขตนครปฐม วิทยาเขตสมุทรสงคราม และศูนย์การศึกษาจังหวัดอุดรธานี-ระนอง


     จำนวนรับสมัครแยกตามคณะ/วิทยาลัย

    ลำดับ คณะ/วิทยาลัย/ศูนย์ จำนวนรับ (คน)
    1 คณะครุศาสตร์ 30
    2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 544
    3 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 292
    4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 436
    5 คณะศิลปกรรมศาสตร์ 336
    6 คณะวิทยาการจัดการ 592
    7 คณะนิติศาสตร์ 200
    8 วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ 128
    9 วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ 96
    10 วิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ 277
    11 วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ วิทยาเขตสมุทรสงคราม 192
    12 วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง วิทยาเขตนครปฐม 488
    13 วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน วิทยาเขตนครปฐม 448
    14 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ วิทยาเขตนครปฐม 216
    15 ศูนย์การศึกษาจังหวัดอุดรธานี 48
    16 ศูนย์การศึกษาจังหวัดระนอง 72
    รวมทั้งหมด 4,395

    👉 สมัครเลยที่ https://admission.ssru.ac.th/

  • จุฬาฯ เปิดตัว ‘ER-VIPE’ นวัตกรรม VR ฝึกทีมสหวิชาชีพในห้องฉุกเฉิน ยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย เปิดเวทีระดมสมอง 9 ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสุขภาพ

    จุฬาฯ เปิดตัว ‘ER-VIPE’ นวัตกรรม VR ฝึกทีมสหวิชาชีพในห้องฉุกเฉิน ยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย เปิดเวทีระดมสมอง 9 ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสุขภาพ

     

    เพราะทุกนาทีในห้องฉุกเฉินคือชีวิตของผู้ป่วย ศูนย์ออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUD4S) ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดตัว ‘ER-VIPE’ (Emergency Room – Virtual Interprofessional Education) นวัตกรรมการศึกษาด้านการแพทย์ เพื่อฝึกอบรมทีมสหวิชาชีพดูแลผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Simulation) เสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม ป้องกันความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) และยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย พร้อมระดมความคิดเห็นผู้แทน 9 องค์กรวิชาชีพสุขภาพ วางแนวทางขับเคลื่อนสู่นโยบายระดับชาติ ผ่านเวทีเสวนาวิชาการ “ER-VIPE : พัฒนาทีมสุขภาพ สู่ความปลอดภัยผู้ป่วยอย่างยั่งยืน” ควบคู่โครงการฝึกอบรม TeamSTEPPS Essential and IPE Virtual Simulation Workshop รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

    การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมด้วยศูนย์ออกแบบการศึกษาเพื่อสังคม CUD4S Academy แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Takeda (Thailand), Ltd.

    รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือหัวใจสำคัญของการดูแลทางการแพทย์ โดย ‘ER-VIPE’ ช่วยให้ทีมสหวิชาชีพสามารถพัฒนาทักษะ Non-Technical Skills ฝึกฝนการทำงานร่วมกันได้ผ่านเทคโนโลยี Virtual Simulation ในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ผลลัพธ์ชัดเจนว่านวัตกรรมการเรียนรู้นี้ช่วยยกระดับทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความสุขของทีมงานให้เกิดขึ้นได้จริง

    การจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นเวทีแรกที่ผู้นำจากองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพทั้ง 9 สาขา ได้แก่ แพทยสภา, สภาการพยาบาล, สภาเภสัชกรรม, สภาเทคนิคการแพทย์ และวิชาชีพรังสีเทคนิค กองสถานพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข, วิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉิน, สมาคมผู้บริหารโรงพยาบาล, สถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุข มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อน ER-VIPE สู่ระบบสุขภาพแห่งชาติ ให้ทุกคนปลอดภัยอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ตามเป้าหมาย Zero Harm 2030 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ต้องการลดอันตรายที่สามารถป้องกันได้ในระบบการดูแลสุขภาพให้เป็นศูนย์ภายในปี 2030

    ER-VIPE นวัตกรรมฝึกทีมสหวิชาชีพ แก้ปัญหาทีมเวิร์คในห้องฉุกเฉิน

    ผศ.พญ.ขวัญศิริ นราจีนรณ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ แผนกเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการ ER-VIPE กล่าวว่า “ER-VIPE เป็นนวัตกรรม“Med-Edutainment Technology” ที่ผสานพลังของ HEART (ภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจ), HEAD (MOOC ความรู้), และ HAND (เกมจำลองสถานการณ์) เพื่อออกแบบการเรียนรู้ทางการแพทย์ฉุกเฉินในรูปแบบที่สนุก เข้าใจง่าย โดยใช้เทคโนโลยีจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินเสมือนจริง (Virtual Simulation) ผสานแนวคิด TeamSTEPPS (Team Strategies and Tools to Enhance Performance and Patient Safety) หรือกลยุทธ์และเครื่องมือของทีมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย ในการฝึกอบรม“ทีมสุขภาพสหสาขาวิชาชีพ” IPC (Inter-Professional Collaboration) ให้สามารถสื่อสาร ทำงานร่วมกัน และตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ซึ่งพบว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้ป่วยทั่วโลก

    จากสถิติพบว่าการรับบริการทางการแพทย์ที่อาจไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นในประเทศไทยสูงถึง 400,000 ครั้ง/ปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 9,600 ล้านบาท/ปี ขณะที่ข้อมูลสถิติต่างประเทศเผยว่า การเสียชีวิตจาก “ข้อผิดพลาดทางการแพทย์” (Medical Error) มากกว่าเครื่องบินตกถึง 10,000 เท่า จึงจำเป็นต้องมีระบบฝึกทีมสุขภาพอย่างจริงจังเพื่อป้องกันความสูญเสียนี้ โดยเริ่มจากทีมที่แข็งแกร่งและทักษะการสื่อสาร

    “การดูแลผู้ป่วยไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ใครเก่งที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าทีมทำงานด้วยกันได้ดีแค่ไหน งานวิจัยจำนวนมากชี้ตรงกันว่าความผิดพลาดทางการแพทย์ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความรู้ไม่พอ แต่เกิดจากปัญหาทีมเวิร์ค” ผศ.พญ.ขวัญศิริ กล่าวย้ำ

    ER-VIPE จึงออกแบบมาเพื่อให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกร รังสีเทคนิค เทคนิคการแพทย์ และบุคลากรสุขภาพสาขาอื่น ๆ ได้ฝึกซ้อมสถานการณ์จริงในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง โดยไม่เสี่ยงต่อชีวิตจริงของผู้ป่วย พร้อมรับคำแนะนำและวิเคราะห์การทำงานเป็นทีมและผลความปลอดภัยของผู้ป่วยและทีมให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านระบบดิจิทัล

    จากงานวิจัยชี้ชัดว่า การฝึกอบรมผ่าน ER-VIPE ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญช่วยลดความผิดพลาดทางการแพทย์เฉลี่ย 3.5 ครั้ง/เดือน, ลดการเสียชีวิตเฉลี่ย 2.3 ราย/เดือน และเพิ่มความพึงพอใจผู้ป่วยเกือบ 1% ต่อเดือน

    “โครงการ ER-VIPE จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ แต่ยังเป็นนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารทำงานเป็นทีม (Non-Technical Skills) ของบุคลากรสุขภาพ ทั้งในห้องเรียนและการปฏิบัติงานจริง เพื่อเตรียมกำลังทรัพยากรมนุษย์ไว้ให้พร้อมรับมือกับวิกฤตและภัยพิบัติโลกอนาคตซึ่งไม่แน่นอน และช่วยให้ทีมสุขภาพทำงานได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน และผู้ป่วยมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลที่ปลอดภัย” ผศ.พญ.ขวัญศิริ หัวหน้าโครงการ ER-VIPE กล่าว

    CUD4S ชูโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม ขยายผลระดับประเทศ

    ด้าน ดร.ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์ออกแบบการศึกษาเพื่อสังคม CUD4S Academy แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนา “ER-VIPE พัฒนาทีมสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของผู้นำสหสาขาวิชาชีพในการพัฒนาทีมสุขภาพ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ตามมาตรฐานสากล

    CUD4S มีความเชื่อว่าการออกแบบไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในรูปแบบสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังสามารถออกแบบ “ระบบ” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง โดยโครงการ ER-VIPE ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ถือเป็นต้นแบบของระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ การศึกษา และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาทักษะทีมสุขภาพ และลดความผิดพลาดในห้องฉุกเฉิน โดยได้เริ่มทดลองใช้ในโรงพยาบาลนำร่อง 5 แห่ง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า โครงการสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารได้ถึง 28% ลดข้อผิดพลาดร้ายแรงในห้องฉุกเฉินได้ 38 ครั้ง และช่วยลดภาวะหมดไฟ (Burnout) ของบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญ

    โครงการ ER-VIPE จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการฝึกอบรมเท่านั้น แต่ยังเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ส่งเสริมความร่วมมือที่เข้าอกเข้าใจระหว่างทีมสุขภาพและครอบครัวผู้ป่วย ทำให้ทีมสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น สะท้อนถึงการเป็น “นวัตกรรมเพื่อสังคม” (Social Innovation) ที่เชื่อมโยงสุขภาพ การศึกษา นวัตกรรม และความเสมอภาคเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    ผู้นำตัวแทนจาก 9 องค์กรวิชาชีพแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนสู่นโยบาย

    การเสวนาวิชาการ “ER-VIPE: พัฒนาทีมสุขภาพ สู่ความปลอดภัยผู้ป่วยอย่างยั่งยืน” ครั้งนี้ ยังนับเป็นเวทีแรกที่ผู้นำจากองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพทั้ง 9 สาขา มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อน ER-VIPE สู่ระบบสุขภาพระดับชาติ ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การอบรมในสถานพยาบาลทุกระดับ 2. การจัดทำ MOU กับหน่วยงานต้นแบบ 3. การรับรองชั่วโมงการศึกษาต่อเนื่อง (CME, CNE, CPE, CMTE, RTCE) 4.การบรรจุหลักสูตรในระบบอุดมศึกษาสายสุขภาพ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้นำจากองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพทั้ง 9 สาขา ร่วมเสวนา ประกอบด้วย

    1. พล.ต.ผศ.นพ.กิฎาพล วัฒนกูล ผู้แทนนายกแพทยสภา

    2. ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ นายกสภาเทคนิคการแพทย์

    3. รศ.ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล

    4. รศ.ภก.ปรีชา มนทกานติกุล กรรมการสภาเภสัชกรรม

    5. รศ.ดร.กิติวัฒน์ คำวัน ประธานหลักสูตรรังสีเทคนิค คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการวิชาชีพรังสีเทคนิค กองสถานพยาบาลฯ กระทรวงสาธารณสุข

    6. อ.นพ.สุขุม กาญจนพิมาย นายกสมาคมผู้บริหารโรงพยาบาลประเทศไทย

    7. รศ.พญ.จิราภรณ์ ศรีอ่อน รองประธานวิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

    8. นพ.กนก พิพัฒน์เวช รองผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข

    9. พญ. ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล

    ในเวทีเสวนานี้ ตัวแทนทั้ง 9 องค์กรวิชาชีพเห็นพ้องร่วมกันว่า การทำงานร่วมกันเป็นทีมแบบสหวิชาชีพ (Interprofessional Collaboration) เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) ปัญหาสำคัญในระบบสุขภาพไทยไม่ได้เกิดจากความรู้ความสามารถของบุคลากรที่ไม่เพียงพอแต่มาจากการทำงานที่แยกส่วนและปัญหาเรื่องการสื่อสาร (Communication Breakdown)

    การพัฒนาหลักสูตรที่เน้นการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องผลักดันให้เป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพการทำงานเป็นทีม เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย พร้อมผลักดัน TeamSTEPPS และ IPC สู่ระดับประเทศ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย Zero Harm 2030 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยบูรณาการในทุกระดับ ตั้งแต่แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) การอบรมวิชาชีพ ไปจนถึงมาตรฐานรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (HA) พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนทรัพยากรและนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาทีมสุขภาพนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “ม.กรุงเทพธนบุรี” ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก! นทพ.ชัยกวี “คว้าชัยอันดับ 1” การแข่งขันทันตกรรมระดับเอเชียแปซิฟิก

    “ม.กรุงเทพธนบุรี” ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก! นทพ.ชัยกวี “คว้าชัยอันดับ 1” การแข่งขันทันตกรรมระดับเอเชียแปซิฟิก

     

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติอีกครั้ง ด้วยความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของ นทพ. ชัยกวี อำทะวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 6 คณะทันตแพทยศาสตร์ ที่สามารถคว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน Clinical Skill Competition: Wire Bending ในงานประชุมวิชาการ Asia Pacific Dental Students Association (APDSA) Annual Congress 2025 ครั้งที่ 51 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

    การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับเป็นเวทีที่ท้าทายและสะท้อนถึงศักยภาพทางวิชาการและทักษะปฏิบัติของนักศึกษาทันตแพทย์ในระดับสากล ซึ่ง นทพ.ชัยกวี ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่น และความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง จนสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ได้สำเร็จ

    เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ คือการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยท่านศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีผู้บริหารที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้เป็นผู้นำด้านการผลิตบัณฑิตคุณภาพสูง ด้วยแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จนสามารถผลักดันนักศึกษาให้ไปถึงเวทีระดับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

    ท่าน ศ.ดร.บังอร กล่าว “ความสำเร็จของนักศึกษาทันตกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว และยังสะท้อนถึงความมาตรฐานในระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้อย่างแท้จริง”

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์, ผศ.ดร.ธิติยา มีชัย รองคณบดีและผู้บริหาร คณาจารย์ ชื่นชมลูกศิษย์และขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง และชื่นชมในความตั้งใจของ นทพ.ชัยกวี ที่ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนนักศึกษาในมหาลัยและทั่วประเทศ พร้อมย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ BTU ในการพัฒนาเยาวชนไทยให้ “ก้าวไกลสู่เวทีโลก” อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • พัฒนาสู่มืออาชีพ! Open House & Workshop ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา จองด่วน 20 ส.ค.นี้

    พัฒนาสู่มืออาชีพ! Open House & Workshop ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา จองด่วน 20 ส.ค.นี้

    มาแล้วจ้าา ต้อนรับว่าที่นักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2569 #TCAS69
    O p e n H o u s e & W o r k s h o p สำหรับน้อง ๆ ม.6
    20 สิงหาคม นี้!!  #openhouse#เปิดบ้าน#workshop#ฟรี#ssru
    .
    คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดบ้านอีกครั้ง!! กับกิจกรรม Open House พบกับ 7 สาขา/แขนงวิชา สุดปัง ได้แก่

    • สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสไตล์ลิ่ง
    • สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย
    • สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์
    • สาขาวิชาการออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัล
    • สาขาวิชาดนตรี
    • สาขาวิชาศิลปะการแสดงและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์
    • สาขาวิชาจิตรกรรม

    และกิจกรรม Free! Workshop กิจกรรมพิเศษ ๆ สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้นม. 6 หรือ ปวช.ปีที่ 3

    เข้าร่วมกิจกรรม ฟรี!!!ไม่มีค่าใช้จ่าย
    .
    สมัครเข้าร่วม Workshop –> สแกน qr code ด้านล่าง หรือ คลิก https://docs.google.com/…/1FAIpQLScFFCkozaiZKU…/viewform
    .
    **และสำหรับผู้ที่สมัครเรียนรอบที่ 1 Portfolio (รับตรง) และชำระค่าสมัครในงาน จะได้รับรางวัลพิเศษ!!**
    .
    แล้วพบกัน วันที่ 20 ส.ค.นี้ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

  • โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี คว้าแชมป์ตะกร้อหญิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก.

    โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี คว้าแชมป์ตะกร้อหญิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก.

     

    นางสมจิต  บุญคงเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายประวัติวงศ์ หาวะบุตร  รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬา(หัวหน้าผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อหญิง) พร้อมผู้ฝึกสอนและนักกีฬาเซปักตะกร้อ รับถ้วยรางวัลพระราชทานตะกร้อหญิง จากผู้แทนพระองค์รายการ การแข่งขันตะกร้อชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก. ครั้งที่46 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 5-11 สิงหาคม ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอซ์แลนด์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 68 ที่ผ่านมา

    พร้อมกันนี้ นางสมจิต บุญคงเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีได้กล่าวขอขอบคุณและชื่นชมโค้ชและขอบใจ ชื่นชมลูกๆนักกีฬาทุกคน ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุพรรณบุรี

    โดยทีมนักกีฬาโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศแชมป์ตะกร้อหญิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก. รุ่นอายุ 18 ปีหญิง ไดัแก่ นางสาวฐิติมา กระโจมผล /นางสาวพิมพ์ลภัส ประจงมูล /นางสาวพรรณปพร ไชยยศ /นางสาวรุ่งฟ้า สีอักคะฮาด /นางสาวธนัชชา ถิ่นจอหอ และโค้ช ได้แก่  นายประวัติวงศ์ หาวะบุตร นางสาวสุธิชา วงค์คำจันทร์  และนางสาวอุทัยวรรณ ผึ้งสุข

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร มอบรางวัล “ครูผู้อุทิศตน” เชิดชูเกียรติ 20 อาจารย์ต้นแบบ

    คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร มอบรางวัล “ครูผู้อุทิศตน” เชิดชูเกียรติ 20 อาจารย์ต้นแบบ


    คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดพิธีมอบรางวัล “ครูผู้อุทิศตน” ประจำปี เพื่อยกย่องอาจารย์ที่ทุ่มเททั้งความรู้ ความสามารถ และแรงใจ ในการพัฒนานักศึกษาให้เป็นครูต้นแบบ โดยมีอาจารย์ผู้ได้รับรางวัลรวม 20 ท่าน ครอบคลุม 6 ประเภท ได้แก่ รางวัลศาสตร์การสอน, ครูผู้เสียสละ, ครูผู้เป็นแบบอย่าง, ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ, ครูผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม และรางวัลครูดีในดวงใจ

    พิธีดังกล่าวจัดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคณะผู้บริหาร คณะกรรมการสโมสรนักศึกษา และนักศึกษาทุกชั้นปี ทั้งนี้อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลได้รับการเสนอชื่อจากนักศึกษาเอง เพื่อแสดงถึงความรัก ความศรัทธา และการยอมรับในบทบาทการเป็นครูทั้งในและนอกห้องเรียน โดยในพิธีได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ เป็นผู้มอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่คณาจารย์ทุกท่าน ซึ่งรางวัลทั้ง 6 ประเภทประกอบด้วย

    1. รางวัล “ศาสตร์การสอน” อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลนี้ คือผู้ที่เปลี่ยน เรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจได้
      ไม่เพียงแต่มีความรู้ลึกในวิชา แต่ยังเข้าใจศิลปะของการสื่อสาร ถ่ายทอดเนื้อหาให้นักศึกษา “เข้าใจได้จริง” และ “รู้สึกอยากเรียนต่อ” ทุกครั้งที่ได้ฟัง จำนวน 3 รางวัล
    2. รางวัล “ครูผู้เสียสละ” อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลนี้คือผู้ที่ อยู่เบื้องหลังทุกความสำเร็จของนักศึกษา
      ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หรือกิจกรรมทุกเวที อาจารย์ท่านนี้คือผู้ที่ พร้อมอยู่เคียงข้าง คอยช่วยเหลือ สนับสนุน และผลักดันแม้ภาระจะมาก งานจะเยอะ แต่ไม่เคยปฏิเสธ ไม่เคยทอดทิ้ง พร้อมยื่นมือให้นักศึกษาเสมอ จำนวน 3 รางวัล
    3. รางวัล ” ครูผู้เป็นแบบอย่าง“ อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้สอน” แต่คือ “ต้นแบบของความเป็นครู” ด้วยลีลาการสอน เทคนิคเฉพาะตัว และวิธีคิดที่เปี่ยมด้วยพลังบวก อาจารย์ท่านนี้ทำให้การเรียนไม่ใช่แค่การจดจำ แต่เป็นการเข้าใจ และจุดไฟให้ผู้เรียนอยากรู้มากขึ้น   จำนวน 3 รางวัล
    4. รางวัล ”ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ“ อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลนี้ คือผู้ที่ไม่ได้แค่สอนในห้องเรียน แต่สื่อสารจากหัวใจท่ามกลางคำสอนที่เรียบง่าย หรือแม้เพียงคำพูดบางประโยค อาจารย์กลับสามารถ “ปลุกไฟ” บางอย่างในตัวนักศึกษาเป็นไฟของความฝัน ความกล้า และความเชื่อว่า “เราก็สามารถเป็นครูที่ดีได้เช่นกัน”จำนวน 3 รางวัล
    5. รางวัล ”ครูผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม“อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลนี้ คือผู้ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นพลังในการเปลี่ยนห้องเรียนให้มีชีวิตไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ แต่กล้านำเทคโนโลยี เครื่องมือ และแนวคิดใหม่ๆ มาปรับใช้
      เพื่อให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อ เข้าใจง่าย และ เชื่อมโยงกับโลกจริง จำนวน 3 รางวัล
    6. รางวัล ”ครูดีในดวงใจ“ ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษ สำหรับอาจารย์ผู้ได้รับการเสนอชื่อว่าเป็นครูผู้อุทิศตนในทุกประเภท อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลนี้ ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่คือผู้ที่ “ดีรอบด้าน” ทั้งในการสอน การดูแลเอาใจใส่ ความเสียสละ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจที่มอบให้นักศึกษาในทุกช่วงเวลา เป็นอาจารย์ที่นักศึกษาอยากเรียนด้วย อยากเดินเข้าไปปรึกษา และอยากยกย่องจากใจโดยไม่ต้องมีพิธีการใด ๆคือผู้ที่เป็นทั้ง ครู คนฟัง เพื่อนที่ปรึกษา และแบบอย่างที่งดงามของความเป็นครู จำนวน 5 รางวัล

    ทั้งนี้อาจารย์ผู้ได้รับรางวัลประเภท “ศาสตร์การสอน” ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรณัฐ กิจรุ่งเรือง, อาจารย์ ดร.ยรรยงค์ สิกขะฤทธิ์ และ อาจารย์ ดร.นภสร นีละไพจิตร ส่วนรางวัล “ครูผู้เสียสละ” ได้แก่ อาจารย์ ดร.วิลาพัณย์ อุรบุญนวลชาติ, อาจารย์ ดร.ฐิติมา เวชพงศ์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชลธิชา หอมฟุ้ง

    รางวัล “ครูผู้เป็นแบบอย่าง” ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบา บัวสมบูรณ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา วรพิน และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนีตา โฆษิตชัยวัฒน์ ขณะที่รางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ได้แก่ อาจารย์ชัยวัฒน์ แก้วพันงาม, อาจารย์ ดร.ดวงหทัย โฮมไชยะวงศ์ และ อาจารย์ ดร.สุวิมล สพฤกษ์ศรี

    ในด้านรางวัล “ครูผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม” มอบให้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรพิมล รอดเคราะห์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย ลายเสมา และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตติศักดิ์ ศรีวงค์ษา ส่วนรางวัลพิเศษ “ครูดีในดวงใจ” มีผู้ได้รับรางวัล 5 ท่าน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรพิณ ศิริสัมพันธ์, รองศาสตราจารย์ ดร.กมล โพธิเย็น, รองศาสตราจารย์ ดร.เอกนฤน บางท่าไม้, อาจารย์อรรฆพร วงษ์ประดิษฐ์ และ อาจารย์ธิดาพร คมสัน

    พิธีมอบรางวัลครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความภาคภูมิใจของคณะศึกษาศาสตร์ แต่ยังตอกย้ำบทบาทของครูในฐานะผู้อุทิศตนเพื่ออนาคตของชาติได้เป็นอย่างดี

  • ม.กรุงเทพ โชว์นวัตกรรม AI และหุ่นยนต์สุดล้ำ ในงาน อว. FAIR 2025

    ม.กรุงเทพ โชว์นวัตกรรม AI และหุ่นยนต์สุดล้ำ ในงาน อว. FAIR 2025

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน อว. FAIR 2025 SCI POWER FOR FUTURE THAILAND งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-16 สิงหาคม 2568 เวลา 09:00-20:00 น. และวันที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลา 09:00-18:00 น. โซน B3 (B: LEARNING ARCADE) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Exhibition Hall 1-4 ชั้น G

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อเข้าร่วมงานสำคัญครั้งนี้ ด้วยการนำเสนอนิทรรศการสุดพิเศษภายใต้คอนเซปต์ “Creative AI & Robotic Technology” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robot) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างผลงานสุดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย จุดเด่นในงานนี้คือ การนำเสนอผลงานที่เกิดจากความเชี่ยวชาญของคณะวิศวกรรมศาสตร์สองด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาและวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง ผลงานเหล่านี้จะถูกนำเสนอในรูปแบบที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสและเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงแค่การชมหรือฟังเท่านั้น แต่สามารถมีส่วนร่วมและทดลองได้ด้วยตัวเอง

    นิทรรศการของมหาวิทยาลัยกรุงเทพจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับผู้เข้าชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนและนักศึกษาที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเลือกเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต การได้เห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสร้างสรรค์ผลงานจะช่วยเปิดมุมมองใหม่ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก แต่สามารถนำมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อสังคมได้

    นอกจากนี้ที่บูธของมหาวิทยาลัยกรุงเทพยังได้เปิดโอกาสในการพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับรุ่นพี่นักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่จะมาร่วมให้ข้อมูลและแชร์ประสบการณ์การเรียน รวมถึงโอกาสทางอาชีพในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์อีกด้วย 

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพขอเชิญชวนทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ครั้งนี้ มาสัมผัสกับนวัตกรรมที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคต และร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน