Author: ผู้ดูแลระบบ

  • โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภาฯ อธิการบดี และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มทร.ธัญบุรี

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภาฯ อธิการบดี และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มทร.ธัญบุรี

    ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ดังต่อไปนี้

    พลเอก ธงชัย เกื้อสกุล
    ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
    นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
    ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

    รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด
    ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
    อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
    ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

    ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 14 ราย ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ดังรายนามต่อไปนี้

    ๑. นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๒. นายชาติชาย ชุติมา เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๓.นายฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๔. นายธงชัย ทวิชาชาติ เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๕. นายธีธัช สุขสะอาด เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๖. นายนิยม ละออปักษิณ เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๗. นายบุญชู ประสพกิจถาวร เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๘. นายผดุงศักดิ์ รัตนเดโช เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๙. นายสุภัทร บุญส่ง เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๑๐. นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๑๑. นายสมชัย ไทยสงวนวรกุล เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๑๒. นายสมชาติ โสภณรณฤทธิ์ เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๑๓. คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
    ๑๔. นายสุวรรณ นาคพนม เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

    โดยการแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

  • มทร.ธัญบุรี คว้าใบรับรอง “สถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินและหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน” แห่งแรกของไทย!

    มทร.ธัญบุรี คว้าใบรับรอง “สถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินและหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน” แห่งแรกของไทย!

    มทร.ธัญบุรี คว้าใบรับรอง “สถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินและหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน”

    แห่งแรกของไทย! ผลิตบุคลากรคุณภาพสูง ยกระดับมาตรฐานการบินสู่สากล

    มทร.ธัญบุรี ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการเป็น สถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ภายใต้กฎหมายใหม่ TCAR PEL Part – 147 ยกระดับมาตรฐานการฝึกอบรมช่างอากาศยานของไทยสู่ระดับสากล ผลิตบุคลากรคุณภาพสูงตอบสนองความต้องการอุตสาหกรรมการบิน

    เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) พร้อมคณะผู้บริหาร และตัวแทนคณาจารย์ เข้ารับใบรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน เลขที่ CAAT.147.0013 จาก พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ณ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) โดยการรับรองนี้ทำให้ มทร.ธัญบุรี เป็นสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองโดยเป็นไปตามข้อกําหนดของสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 75 ว่าด้วยการรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน (Thailand Civil Aviation Regulation – Personnel Licensing Part Approved Aircraft Maintenance Training Organisation (TCAR PEL Part – 147))

    ดร.ถวัลย์ เทียนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายซ่อมบำรุงและวิศวกรรมอากาศยานต์ สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการศูนย์สถาบันการบินแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า การรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน จะรวมถึงการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน จำนวน 3 หลักสูตร คือ 1) หลักสูตร License Category B1.1 Aeroplanes Turbine (Mechanical Engineering)  2) หลักสูตร License Category B2 (Avionics Engineering) และ 3) License Category A1 Aeroplanes Turbine (Mechanical Line Maintenance) โดยที่ มทร.ธัญบุรี ได้นำเนื้อหาในหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดินทั้ง 3 หลักสูตร มาจัดทำเป็นหลักสูตรในระดับปริญญาตรี คือหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน (วศ.บ. วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน) ซึ่งทำให้ มทร.ธัญบุรี เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองหลักสูตร วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และได้รับการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน 3 หลักสูตรจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

    นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรีอยู่ระหว่างการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน หลักสูตร Bridging Course และจัดทำศูนย์ทดสอบสมรรถนะ (Skill Test Center) ตามมาตรฐานสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน สำหรับการทำหลักสูตร Bridging Course จะมี 4 หลักสูตรคือ 1) Bridging Course License Category B1.1  2) Bridging Course License Category B1.3  3) Bridging Course License Category B1.4 และ 4) Bridging Course License Category B2&B2L ซึ่งจะใช้อบรมนายช่างภาคพื้นดินที่ต้องการได้รับใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน (Aircraft Maintenance Engineering License: AMEL) ตามประกาศข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๒๕ ว่าด้วยคุณสมบัติและสิทธิทำการของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่นายช่างภาคพื้นดิน และข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓๕ ว่าด้วยคุณสมบัติและสิทธิทำการของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่นายช่างภาคพื้นดิน แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้นายช่างภาคพิ้นดินที่ถือใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินตามข้อกฎหมายเดิมจำนวนกว่า 2,500 คนได้รับการต่อใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินตามกฎหมายใหม่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยน (CAAT)

    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่าความสำเร็จนี้เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่และเป็นผลจากความทุ่มเทของคณาจารย์และบุคลากร ที่ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรด้านการบิน โดยเฉพาะช่างอากาศยาน ที่มีผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ การรับรองจาก CAAT แสดงถึงความพร้อมของเราในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ต่อไป และจะผลิตบุคลากรคุณภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการของสายการบินและหน่วยซ่อมบำรุงอากาศยานที่กำลังขยายตัว จะช่วยส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินของไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้

    ด้าน ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวเสริมว่า การได้การรับรองเป็นสิ่งยืนยันว่าสถาบันมีมาตรฐานการฝึกอบรมที่สอดคล้องกับข้อกำหนดสากลของ ICAO และหน่วยงานกำกับดูแลระดับภูมิภาค เช่น EASA ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการซ่อมบำรุงอากาศยาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินต่อไปด้วย.

     

     

  • ม.กรุงเทพ เปิดเวที BU-ASEAN BUSINESS FORUM ครั้งที่ 1 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่

    ม.กรุงเทพ เปิดเวที BU-ASEAN BUSINESS FORUM ครั้งที่ 1 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่

    ม.กรุงเทพ เปิดเวที BU-ASEAN BUSINESS FORUM ครั้งที่ 1 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดงาน BU-ASEAN BUSINESS FORUM ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ Future ASEAN Business Leaders: Driving Sustainable Success Through Creativity โดยความร่วมมือระหว่างคณะบริหารธุรกิจ คณะบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์และการลงทุน และบัณฑิตวิทยาลัย เวทีนี้มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมให้ผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีในการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม

    กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นด้วยการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Reimagining ASEAN: How Creative Leaders Build Sustainable Success” โดย คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager บริษัท Amazon Web Services (AWS) ประเทศไทย บรรยายว่า “ผู้บริหารในยุคนี้หรือนักศึกษาจบใหม่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของโลก หากมองแค่ภายในประเทศเดียว ความเป็นไปได้ที่เราจะเห็นโอกาสใหม่ๆจะมีขอบเขตที่จำกัด แต่เมื่อขยายมุมมองสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน โอกาสจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในอนาคตอาเซียนจะกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก สิ่งนี้ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ที่ต้องเผชิญในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม ดังนั้น Creative Leadership ในยุคนี้จึงจำเป็นต้องมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ เมื่อเห็นแล้วก็ต้องกล้าลงมือทำ และที่สำคัญที่สุด ต้องมีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ในสิ่งที่กำลังทำ” 

    ต่อด้วยการเสวนาในหัวข้อ “Future ASEAN Business Leaders: Driving Sustainable Success Through Creativity” โดยมีผู้ร่วมเสวนาผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน นำโดย อาจารย์ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, Partner Arc 9 และ CEO Zipcode คุณเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KPMG Thailand และคุณรัชวิศน์ จันทร์รุ่งอนันต์ นักศึกษาทุน BU คณะบริหารธุรกิจ ดำเนินรายการโดย คุณทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหารและผู้ก่อตั้งนิตยสารออนไลน์ The Cloud โดยการเสวนาครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน อาทิ ความหมายของความยั่งยืนและความคิดสร้างสรรค์ในบริบทธุรกิจอาเซียน, การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ธุรกิจในภูมิภาค, บทบาทของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจ, ความสำคัญของ ESG (Environmental, Social, Governance) ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้นำธุรกิจอาเซียนในอนาคต

    อาจารย์ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, Partner Arc 9 และ CEO Zipcode กล่าวว่า “ผู้นำที่มี Creative Leadership ต้องสามารถคิด Concept ใหม่ ต่อยอดสิ่งใหม่ๆ และกล้าที่จะก้าวออกจากกรอบความคิดเดิมที่เปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืนและมิติของ ESG ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพเราทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างนักศึกษากับผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้แบบ Project Based Learning ที่จำลองสถานการณ์จริงในโลกธุรกิจอย่างเข้มข้น นักศึกษาจะได้เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์ที่ท้าทายมากมาย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของผู้นำธุรกิจอาเซียนขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานของ Skill Set ที่แข็งแกร่ง ความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถนำไปสู่การสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน และที่สำคัญที่สุดคือ Passion หรือไฟในตัวเองที่จะขับเคลื่อนให้เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง”

    ด้านคุณเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KPMG Thailand ได้แบ่งปันมุมมองว่า “เมื่อพูดถึงความยั่งยืนในบริบทตอนนี้ที่ถือเป็น Mega Trends ในภาคธุรกิจที่ปัจจุบันที่ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรสูงสุด หรือทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำสุด แต่เป็นการทำอย่างไรให้ธุรกิจมีความเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม ในฐานะ Creative Leadership ระดับอาเซียน สิ่งที่ต้องทำคือการศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น รู้จักปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ การเปิดโอกาสสู่ระดับอาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคน นั่นคือโอกาสของผู้นำ โดยเฉพาะ Creative Leadership สอดคล้องกับภูมิทัศน์ธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยทำงานได้ดีในอดีตอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับอนาคต ผู้นำจึงต้องปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง”

    ปิดท้ายด้วย คุณรัชวิศน์ จันทร์รุ่งอนันต์ นักศึกษาทุน BU คณะบริหารธุรกิจ ได้แสดงความคิดในมุมมองของเด็กรุ่นใหม่ว่า “ความยั่งยืน คือสิ่งที่เราทุกคนกำลังทำอยู่ เป็นการเติบโตร่วมกันกับโลกใบนี้อย่างยั่งยืนโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสาน นำความรู้ที่เรียนในห้องเรียน ความรู้ที่เพิ่มพูนจากการค้นหาด้วยตัวเอง ใช้ Creativity เปิดมุมมองใหม่ๆในการเรียนรู้ เชื่อว่าทุกอย่างคือโอกาสเรียนรู้ที่สามารถ Un-Learn และ Re-Learn ใหม่ได้เสมอ เมื่อเรามีมุมมองแบบนี้ เราจะกลายเป็นผู้นำที่ไม่เพียงสร้างความสำเร็จให้ตัวเอง แต่สร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนให้กับทุกคน”

    งาน BU-ASEAN BUSINESS FORUM ครั้งที่ 1 สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพในการเป็นแกนหลักในการพัฒนาผู้นำธุรกิจอาเซียนยุคใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมุ่งสู่ความยั่งยืน ผ่านการศึกษาที่ผสานทฤษฎีกับประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายในศตวรรษที่ 21

     

  • วิทยาศาสตร์การกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร นำนักศึกษาสัมผัสประสบการณ์ตรง โครงการแลกเปลี่ยน ณ มหาวิทยาลัยยูนนาน

    วิทยาศาสตร์การกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร นำนักศึกษาสัมผัสประสบการณ์ตรง โครงการแลกเปลี่ยน ณ มหาวิทยาลัยยูนนาน

                      ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลรัตน์ หนูสวี ประธานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา และคณาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา นำคณะนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยศิลปากร เดินทางถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยสวัสดิภาพ เพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับ School of Physical Education, Yunnan University ณ มหาวิทยาลัยยูนนาน ระหว่างวันที่ 3 – 11 มิถุนายน 2565

                     โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในครั้งนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ School of Physical Education, Yunnan University โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านกีฬาและวิชาการระหว่างนักศึกษาทั้งสองสถาบัน ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้และใช้ชีวิตในต่างแดน
    #https://test.learninfinity.net/
  • ม.กรุงเทพธนบุรี ร่วมสนับสนุนมวยไทยสู่เวทีโลก มอบทุนการศึกษาในงาน Amazing Muaythai World Festival 2025

    ม.กรุงเทพธนบุรี ร่วมสนับสนุนมวยไทยสู่เวทีโลก มอบทุนการศึกษาในงาน Amazing Muaythai World Festival 2025

     

    เทศกาลมวยไทยโลก Amazing MuayThai World Festival ประจำปี 2025 ที่ทุกคนรอคอยจะจัดขึ้นที่เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 25-29 มิถุนายน 2025 โดยรับประกันว่าจะเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมมวยไทย การแข่งขัน และชุมชนที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม งานระดับโลกนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ WBC MuayThai โดยจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การแข่งขันสำหรับเยาวชน การแข่งขันแบบโชว์ตัว และการแข่งขันสำหรับผู้ใหญ่ระดับอีลีท ระดับ B-Class และ C-Class ซึ่งดึงดูดนักสู้และผู้ที่ชื่นชอบมวยไทยจากทั่วโลก

    ซึ่งภายในงาน รศ.ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แสดงความยินดีต่อความสำเร็จและมอบทุนการศึกษาให้กับ นาย อนุลักษณ์ จันทร์สุข ชื่อมวย สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ และนายธเนศ นิตุธร ชื่อมวย ธนัญชัย ศิษย์สองพี่น้อง ระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ท่ามกลางความสุขและความทรงจำสำคัญนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการมวยไทยของไทยอย่างยิ่งใหญ่

    ทั้งนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้มอบทุนการศึกษาในงานแถลงข่าวครั้งนี้ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการสร้างระบบนิเวศการศึกษาที่สมบูรณ์สำหรับมวยไทย ตั้งแต่การพัฒนาทักษะการต่อสู้ ไปจนถึงการจัดการธุรกิจและการตลาดในระดับนานาชาติ นักศึกษาที่ได้รับทุนจะมีโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการได้รับประสบการณ์จริงผ่านการฝึกงานกับองค์กรระดับสากล การมีส่วนร่วมในการจัดงานมวยไทยขนาดใหญ่ และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
    โดยงานแถลงข่าว Amazing Muaythai World Festival 2025 อย่างเป็นทางการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้มอบทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนานักมวยไทยรุ่นใหม่และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมวยไทย การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและการกีฬา โดยเฉพาะกีฬามวยไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย การลงทุนในด้านการศึกษาจะช่วยยกระดับมาตรฐานของนักมวยไทยให้มีความรู้ทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติสู่สากล

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มกธ. ร่วมมือ สกร. บันทึกข้อตกลงทางวิชาการ (MOU) บันไดสู่การพัฒนาศักยภาพร่วมกัน

    มกธ. ร่วมมือ สกร. บันทึกข้อตกลงทางวิชาการ (MOU) บันไดสู่การพัฒนาศักยภาพร่วมกัน

     

    วันที่ 5 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้จัดงานบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความร่วมมือทางวิชาการ ณ อาคารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ชั้น 4 งานบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่จะนำพาทางด้านการศึกษาให้พัฒนาร่วมกัน

    โดย ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และ นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งมีรองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นายอุดมศักดิ์ บุญก่อ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ พร้อมด้วยผู้บริหารทั้งสองสถาบัน เป็นสักขีพยานในการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ ซึ่งได้เพิ่มมิติใหม่ให้กับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำให้เกิดมุมมองที่หลากหลายและครอบคลุม

    การสัมมนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพบปะแลกเปลี่ยน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ยั่งยืน การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการร่วมกัน การที่ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองหน่วยงานมารวมตัวกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการวิจัยของประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว

    ทั้งนี้งานสัมมนาความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษา การเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้การพัฒนาประเทศเดินหน้าไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • 1,540 รางวัล!! สกสค.ชวนครูและบุคลากรทางการศึกษา เสนอผลงานรางวัลพระพฤหัสบดี ประจําปี 2568

    1,540 รางวัล!! สกสค.ชวนครูและบุคลากรทางการศึกษา เสนอผลงานรางวัลพระพฤหัสบดี ประจําปี 2568

    สกสค. เชิญชวนครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมเสนอผลงานรางวัลพระพฤหัสบดี ประจําปี 2568 จำนวน 1,540 รางวัล

    ด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพ 770 รางวัล
    ระดับประเทศ 15 รางวัล ระดับภาค 75 รางวัล ระดับจังหวัด 680 รางวัล
    1. ระดับประเทศ เกียรติบัตร เงินรางวัล

    1.1 ชนะเลิศ 50,000 บาท
    1.2 รองชนะเลิศ (อันดับ 1) 30,000 บาท
    1.3 รองชนะเลิศ (อันดับ 2) 20,000 บาท
    2. ระดับภาค เกียรติบัตร เงินรางวัล 10,000 บาท
    3. ระดับจังหวัด เกียรติบัตร เงินรางวัล 1,000 บาท

    ด้านดํารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 385 รางวัล
    ระดับประเทศ 6 รางวัล ระดับภาค 30 รางวัล ระดับจังหวัด 349 รางวัล

    ด้านสุขภาพ 385 รางวัล
    ระดับประเทศ 6 รางวัล ระดับภาค 30 รางวัล ระดับจังหวัด 349 รางวัล
    1. ระดับประเทศ เกียรติบัตร เงินรางวัล
    1.1 ชนะเลิศ 20,000 บาท
    1.2 รองชนะเลิศ (อันดับ 1) 15,000 บาท
    1.3 รองชนะเลิศ (อันดับ 2) 10,000 บาท
    2. ระดับภาค เกียรติบัตร เงินรางวัล 5,000 บาท
    3. ระดับจังหวัด เกียรติบัตร เงินรางวัล 1,000 บาท

    รวม 1,540 รางวัล
    เปิดรับผลงาน ตั้งแต่วันนี้ – 23 มิ.ย. 2568

    รายละเอียดเพิ่มเติม : 👇🏻👇🏻

    โทร.0 2105 4987 ต่อ 1303
    www.otep.go.th

     

  • ตามติดชีวิต ‘เพชรราชมงคลธัญบุรี’ ลัดฟ้าเรียนรู้ระบบพัฒนานักศึกษาและวัฒนธรรมเกาหลีใต้

    ตามติดชีวิต ‘เพชรราชมงคลธัญบุรี’ ลัดฟ้าเรียนรู้ระบบพัฒนานักศึกษาและวัฒนธรรมเกาหลีใต้

    กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) นำนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและส่งเสริมนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ “เพชรราชมงคลธัญบุรี” จำนวน 47 คน และบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่งานด้านพัฒนานักศึกษาจำนวน 16 คน รวมทั้งสิ้น 63 คน เข้าร่วมโครงการเรียนรู้ระบบและรูปแบบการดำเนินงานด้านพัฒนานักศึกษา ณ สาธารณรัฐเกาหลี (ประเทศเกาหลีใต้) โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์คำรณ ย่องซื่อ ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา เผยว่า พัฒนาและส่งเสริมนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึ่งประสงค์ ไม่ใช่แค่การเรียนการสอนในห้องเรียน แต่รวมถึงการเสริมสร้างประสบการณ์จริง การบ่มเพาะทักษะชีวิต ตลอดจนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เน้นการพัฒนาความรู้ทางวิชาการที่ลึกซึ้งและทันสมัย การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทฤษฎี แต่ต้องควบคู่ไปกับการลงมือทำจริง การเป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนดี ส่งเสริมให้นักศึกษาคิดเป็น ทำเป็น และสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ รวมถึงการมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ในยุคปัจจุบัน ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และทักษะดิจิทัลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โครงการจะสนับสนุนให้นักศึกษาพัฒนาทักษะเหล่านี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

    โครงการพัฒนาและส่งเสริมนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ “เพชรราชมงคลธัญบุรี” เพื่อให้เกิดการบูรณาการงานด้านพัฒนานักศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ บุคลากรที่ปฏิบัติงานทางด้านการพัฒนานักศึกษาและนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาและส่งเสริมนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ “เพชรราชมงคลธัญบุรี” เข้าศึกษาดูงานด้านพัฒนานักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นศึกษาดูงาน ณ สาธารณรัฐเกาหลี (ประเทศเกาหลีใต้) เรียนรู้ระบบและรูปแบบการดำเนินงานด้านกิจกรรมนักศึกษา ณ Dongguk University  และ Seoul National University การจัดสถาปัตยกรรมย่านมหาวิทยาลัยฮงแด ,ไฮเกอร์ กราวด์ (HiKR Ground) การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง XR (Extended Reality) มานําเสนอความเป็นเกาหลีในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ศิลปะ K-pop K-drama และอื่น ๆ เรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเกาหลีใต้ ณ พิพิธภัณฑ์มีเดียอาร์ต (Inspire Media Art) พระราชวังชังด็อกกุง (Changdeokgung Palace) หมู่บ้านโบราณบุกชอนฮันอก เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบวัฒนธรรมไทยและเกาหลีไต้สู่ การประยุกต์ใช้สำหรับการดำเนินกิจกรรมนักศึกษา

    ‘จูน’ นางสาวกุลธิดา เจริญสุข นายกสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการเงิน เล่าว่า กิจกรรมในครั้งนี้ได้เห็นถึงความแตกต่าง การจัดการดำเนินการทางด้านนักศึกษา ร่วมถึงได้เรียนรู้วัฒนธรรมของต่างชาติ ซึ่งคิดว่า “ระบบพิทักษ์สิทธิ์ความเท่าเทียมกัน” มาปรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมของนักศึกษาของสโมสรคณะบริหารธุรกิจ เปิดประสบการณ์ที่สาธารณรัฐเกาหลี เข้าดูงานถึง 2 มหาวิทยาลัย ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งได้นำมาใช้ในงานด้านกิจกรรมนักศึกษา และมีการรักษาความปลอดภัยที่ดีมาก ๆ มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถของนักศึกษา

    นายกสโมสรนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ‘หนูนา’ นางสาวณัฐชานันท์ ธนโชควัชนันทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาอุตสาหกรรมการบริการการบิน เล่าว่า การใช้ชีวิตของนักศึกษาที่ประเทศเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่จะเดินเท้า มีการจัดสรรปันส่วน มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ตลอดระบบการบริหารจัดการในประเทศ การแยกขยะ ความสะอาด ขอบคุณมหาวิทยาลัยที่คัดเลือกเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ  เพื่อน ๆ ได้ช่วยเหลือเพื่อน ๆ ต่างคณะ ซึ่งเรียนในส่วนอุตสาหกรรมการบริการการบิน เทคโนโลยีสนามบินใหม่ ๆ ที่ไม่ได้มีในห้องเรียน

    ‘จิว’ นายธนิก อาสน์สถิตย์ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า ได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ประเพณีเดิมกับกิจกรรมใหม่ เป็นการนำมาผสมผสานได้อย่างลงตัว ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าร่วมกับการทำกิจกรรมมากขึ้น ประมาณ 1 อาทิตย์ในการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมของสภานักศึกษา ซึ่งตนเองจะนำในส่วนการรับร้องเรียนของนักศึกษา เรื่องของสิทธินักศึกษา ตลอดจนต้องขอบคุณโครงการนี้ ทำให้ตนเองและเพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อนำมาพัฒนากิจกรรมนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ต่อไป

    การเจียระไนนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณค่า เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามที่มีความแกร่ง แวววาว และเป็นที่ต้องการ พัฒนาและส่งเสริมให้นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ หรือที่เรียกว่า “เพชรราชมงคลธัญบุรี”