Author: ผู้ดูแลระบบ

  • เด็กม.รังสิต เจ๋ง คว้า 3 เหรียญรางวัลแข่งว่ายน้ำ ประเภทเดี่ยว(ผู้พิการทางสายตา)  ในศึก “อัญมณีเกมส์ ครั้งที่ 39”

    เด็กม.รังสิต เจ๋ง คว้า 3 เหรียญรางวัลแข่งว่ายน้ำ ประเภทเดี่ยว(ผู้พิการทางสายตา) ในศึก “อัญมณีเกมส์ ครั้งที่ 39”

    นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ โครงการพิเศษ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับรางวัล 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง ในมหกรรมกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “อัญมณีเกมส์” ที่จังหวัดจันทบุรี

    นายสุกฤษฎิ์ เหมือนปอง (เอิร์ท) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โครงการพิเศษ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตนคว้ารางวัลจากการแข่งขันว่ายน้ำ สำหรับผู้พิการทางสายตา ใน 3 รายการ ได้แก่ เหรียญทอง รายการท่าว่ายกบ(ชายเดี่ยว) 100 เมตร เหรีญทอง รายการท่าว่ายฟรีสไตล์ 50 เมตร(ชายเดี่ยว) และเหรีญทองแดง รายการท่าว่ายฟรีสไตล์(ชายเดี่ยว) 100 เมตร โดยการแข่งขันในครั้งนี้มุ่งสนับสนุนและส่งเสริม ฟื้นฟูสมรรถภาพต่างๆ ของคนพิการ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้พิการ รวมถึงการเผยแพร่เกียรติคุณของประเทศชาติ ก่อให้เกิดการประสานสามัคคี ทั้งในระหว่างผู้พิการด้วยกัน และระหว่างผู้พิการกับบุคคลปกติด้วย

    เอิร์ท กล่าวต่อว่า เขารักในกีฬาว่ายน้ำมาก ขอบคุณที่โค้ชเห็นแววจากการไปลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ ทำให้ได้รับโอกาสเข้ามาเป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติครั้งนี้ เขาเชื่อว่าถ้ามีความตั้งใจและความพยายามก็สามารถทำตามฝันได้ไม่ต่างกับคนอื่น เอิร์ทเป็นผู้พิการทางสายตาที่มีความมานะตั้งใจมากคนหนึ่ง เขาอยากขอบคุณม.รังสิต ที่มองเห็นศักยภาพของผู้พิการ เปิดโอกาสให้ได้รับการศึกษา ปรับหลักสูตรสำหรับผู้พิการทางสายตา ทำให้เขาได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ เป็นหนี่งในเฟรชชี่ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยพลักดันและเป็นที่ปรึกษาในการแบ่งเวลาเรียนและฝึกซ้อม ทำให้เขามีกำลังใจในการที่จะสู้ในทุกการแข่งขัน

    “ในช่วงของการเก็บตัวผมฝึกซ้อมหนักมาก ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นเป็นแชมป์ แต่ก็ตั้งใจซ้อมอย่างเต็มที่ รู้สึกดีใจมาก ๆ ไม่รู้สึกเสียดายเลยที่ทุ่มเทเวลาเพื่อการซ้อมขนาดนี้ ภูมิใจกับผลลัพธ์ที่ได้ มันคุ้มค่ามากครับ”

    เอิร์ททิ้งท้ายไว้ว่า ในโลกที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามใจหวังทั้งหมด เราอาจไม่เพียบพร้อมหรือเก่งไปในทุกด้าน แต่หากได้ลองลงมือทำแม้ว่าสิ่งนั้นจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับตัวเรา อยากให้ทุกคนฮึดสู้กับทุกอุปสรรค “ลองทำครับ เราต้องลองทำ ถึงจะเห็นผลลัพธ์”

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คว้ารางวัลมาตรฐานความเป็นเลิศด้านการเงินการคลัง ประจำปีงบประมาณ 2566

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คว้ารางวัลมาตรฐานความเป็นเลิศด้านการเงินการคลัง ประจำปีงบประมาณ 2566

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คว้ารางวัลมาตรฐานความเป็นเลิศด้านการเงินการคลัง ประจำปีงบประมาณ 2566
    📅 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 – ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร

    นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานใน พิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    พิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเชิดชูหน่วยงานที่สามารถบริหารจัดการด้านการเงินการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมีความโปร่งใส สามารถเป็นต้นแบบในการบริหารงบประมาณและทรัพยากรของหน่วยงานภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    สวนสุนันทาคว้ารางวัล สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารการเงินการคลัง
    ภายในงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้รับ “ใบประกาศการผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง” สำหรับส่วนราชการ ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถของมหาวิทยาลัยในการดำเนินงานด้านการบริหารงบประมาณอย่างมีคุณภาพ

    โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนขึ้นรับรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณและให้คำมั่นว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจะมุ่งมั่นพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ความสำคัญของรางวัล และผลกระทบต่อองค์กรภาครัฐ
    รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐที่มีความเป็นมืออาชีพ ทั้งในด้านความโปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา การได้รับรางวัลดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันถึงความสามารถในการบริหารงานด้านการเงิน แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้มหาวิทยาลัยพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ

    ทิศทางในอนาคต และความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมสัน โสมณวัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ และถือเป็นแรงผลักดันให้มหาวิทยาลัยเดินหน้าพัฒนาระบบบริหารการเงินและการคลังให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยีทางการเงิน ระบบดิจิทัล และมาตรการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด”

    มหาวิทยาลัยยังคงยึดมั่นในการดำเนินงานตามหลักการบริหารจัดการที่ดี (Good Governance) และมุ่งมั่นเป็นต้นแบบในการบริหารงบประมาณของมหาวิทยาลัยภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาระบบบริหารจัดการของภาครัฐให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

  • นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สำหรับอาคารสำเร็จรูป ประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลงานนักวิจัยมทร.ธัญบุรี

    นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สำหรับอาคารสำเร็จรูป ประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลงานนักวิจัยมทร.ธัญบุรี

    นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สำหรับอาคารสำเร็จรูป
    ส่งตรงจากหน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

    “นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สำหรับอาคารสำเร็จรูป” ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชุม คำพุฒ นักวิจัยและอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ คว้ารางวัล WIIPA Special Award จาก World Invention Intellectual Property Associations (WIIPA) และรางวัล Gold Medal จาก Association of Polish Inventors and Rationalizers การประกวดในงาน “The 18th International Warsaw Invention Show (IWIS 2024)” ผลงานเรื่อง “BioWood: Innovative Use of Biomass for High-Performance Artificial Construction Materials (ไม้ชีวภาพ: นวัตกรรมการใช้ชีวมวลเพื่อวัสดุไม้เทียมประสิทธิภาพสูงสำหรับงานก่อสร้าง)” จัดโดย Association of Polish Inventors and Rationalizers ณ Warsaw University of Technology กรุงวอร์ซอ สาธารณรัฐโปแลนด์


    ผศ.ดร.ประชุม เผยว่า จากปัญหาค่าฝุ่น P.M.2.5 จากการเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข บวกกับภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างต้องการลดการใช้ปูนซีเมนต์ เนื่องจากคอนกรีตมีค่าการปลดปล่อยคาร์บอนที่สูง และต้องการกลับมาพัฒนาการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นไม้ธรรมชาติ การนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาผลิตเป็นวัสดุทดแทนไม้ในทุกชิ้นส่วนของอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย แผ่นไม้ โครงเคร่าไม้ อิฐไม้ และผนังแบบแซนด์วิช ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่ได้มีภายในประเทศ สามารถตอบโจทย์สถานการณ์การของโลกในปัจจุบัน และเป็นที่ต้องการของตลาดสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลการตลาดของวัสดุทดแทนไม้พบว่า ประเทศไทยเป็นตลาดของวัสดุทดแทนไม้ที่สำคัญของอาเซียน โดยผลิตวัสดุทดแทนไม้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมากที่สุดแล้วยังมีการส่งออกไปยังต่างประเทศมากถึงร้อยละ 50 ของกำลังการผลิต หรือประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

    โดยกระบวนการผลิต นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร เป็นการพัฒนาระดับเทคโนโลยีของเครื่องจักรให้มีขนาดใหญ่ขึ้นในระดับ SME สำหรับรองรับการผลิตจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ โดยเครื่องจักรใหม่ที่ผลิตขึ้น สามารถผลิตชิ้นงาน แผ่นไม้อัดและผนังแซนด์วิช ได้ขนาดมากกว่า 50 x 30 ตร.ซม. ส่วนไม้โครงเคร่ามีขนาดยาวมากกว่า 1.00 – 3.00 ม. ซึ่งเป็นขนาดที่มีการผลิตและจำหน่ายเทียบเท่ากับไม้จริงในท้องตลาด โดยเครื่องจักรใหม่มีความสูงการฟอร์มรูปชิ้นงานก่อนเข้าเครื่องถึง 50 ซม. มีการอัดแบบอัตโนมัติ ใช้ไฮดรอลิกขนาด 100 ตัน แรงดัน 20 บาร์ อุณหภูมิเครื่องสามารถตั้งได้สูงถึง 250 องศาเซลเซียส ระยะเวลาในการผลิตชิ้นงานประมาณ 7 – 30 นาที ขึ้นอยู่กับความหนาชิ้นงานและชนิดของชีวมวลที่นำมาใช้งาน การอัดแผ่นวัสดุชีวภาพใช้ของเหลือจากภาคเกษตร อาทิ มาบดย่อยลดขนาดให้พอเหมาะแล้วนำมาผสมกับสารเชื่อมประสานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขึ้นรูปด้วยความร้อน ได้เป็นแผ่นอัดที่ทดแทนไม้จริง ได้มาตรฐานการก่อสร้าง สำหรับนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แผ่นไม้อัดขนาด 30 x 30 ตร.ซม. สำหรับแปรรูปเป็นปาร์เกต์ แผ่นไม้อัดขนาด 50 x 30 ตร.ซม. สำหรับแปรรูปเป็นฝ้าเพดาน ไม้โครงเคร่าขนาด 1.1/2×3 นิ้ว ยาว 1.00 – 3.00 ม. อิฐไม้เทียมขนาด 3 x 6 x 14 ลบ.ซม. และผนังแซนด์วิชขนาด 40 x 20 ตร.ซม.

    ผลิตภัณฑ์วัสดุทดแทนไม้ที่เป็นวัสดุชีวภาพในลักษณะของชิ้นส่วนไม้เทียมที่ทำมาจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร คือ แผ่นไม้ โครงเคร่าไม้ อิฐไม้ และผนังแบบแซนด์วิช สามารถใช้ทำเป็นชิ้นส่วนประกอบในการก่อสร้างอาคารไม้สำเร็จรูป (น็อคดาวน์) สำหรับธุรกิจก่อสร้างและตกแต่ง ที่ประหยัดพลังงาน กันเสียง ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: หน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีเมล : prachoom_k@rmutt.ac.th โทรศัพท์ 02- 5493410


    ชลธิชา ศรีอุบล
    กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี รายงาน

  • ครูน้อง-จิราภรณ์ ภูอุดม รับรางวัลกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น ของโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) สมุทรสาคร

    ครูน้อง-จิราภรณ์ ภูอุดม รับรางวัลกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น ของโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) สมุทรสาคร

     

    โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร แสดงความยินดีกับ นางสาวจิราภรณ์ ภูอุดม ข้าราชการบำนาญ อดีตครูชำนาญการพิเศษ, รักษาการ ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) ในโอกาสที่ทุ่มเทและเสียสละสนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนฯ มาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจเข้ารับรางวัลกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น ประจำปี 2567 ของโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) จากสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย โดยงานนี้ทางผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) ขอแสดงความยินดีกับรางวัลที่สมเกียรติและขอขอบคุณที่คอยช่วยเหลือ และเป็นแรงสนับสนุนทั้งแรงกาย แรงใจให้กับโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มาโดยตลอด ณ ที่นี้

    ครูน้อง-จิราภรณ์ ภูอุดม ข้าราชการบำนาญ อดีตครูชำนาญการพิเศษ, รักษาการ ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์)กล่าวว่า “ผลงานที่น่ายินดีนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีบุคคลสำคัญ ที่ต้องขอบคุณ ผอ.มณีรัตน์ สัจจวิโส ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองสองห้อง ผู้พยายามทั้งผลักทั้งดัน ให้เกิดการส่งผลงาน, ครูประสิทธิ์ สอนทรง น้องที่น่ารักทุ่มเทเก็บรวบรวมข้อมูล จัดทำรูปเล่ม,  คุณครู พิกุลทอง วันวงษ์ พี่สาวที่น่ารัก ต้นแบบคนสำคัญ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ขอบคุณคำแสดงความยินดี จากทุกท่านค่ะ”

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • สมาคมศิษย์เก่า มทร.ธัญบุรี จัดบัวสวรรค์มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 นักวิ่งกว่า 2,000 คนแห่ร่วมคึกคัก

    สมาคมศิษย์เก่า มทร.ธัญบุรี จัดบัวสวรรค์มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 นักวิ่งกว่า 2,000 คนแห่ร่วมคึกคัก

     


    วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดการแข่งขันบัวสวรรค์มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และบริเวณโครงการสระเก็บน้ำพระราม 9 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ กล่าวต้อนรับนักวิ่ง และนายวิลาศ เฉลยสัตย์ นายกสมาคมศิษย์เก่า มทร.ธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่า นักศึกษา และนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,000 คน


    สำหรับการจัดการแข่งขันบัวสวรรค์มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่ากับศิษย์ปัจจุบันของมหาวิทยาลัย ตลอดจนให้ประชาชนทั่วไปมีสุขภาพร่างกายที่ดี และเพื่อจัดหารายได้เข้าสมาคมศิษย์เก่า มทร.ธัญบุรี โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายนำไปเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสมาคมฯ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระยะทาง Fun Run 5 กม. และ MINI MARATHON 10 กม. ผู้ชนะลำดับที่ 1 – 7 ตามประเภทอายุ ได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมเหรียญที่ระลึก และผู้เดิน-วิ่งเข้าเส้นชัยทุกคนจะได้รับเหรียญที่ระลึก สำหรับผลการแข่งขันรางวัลชนะเลิศ Over All ประเภท Fun Run 5 กม. ได้แก่ นายอาทิตย์ โสดา รางวัลชนะเลิศ Over All ประเภท Mini Marathon 10 กม. ได้แก่ นายพงศกร สุขสวัสดิ์

    ชลธิชา ศรีอุบล
    กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี รายงาน

  • สุดคลาสสิก!! คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานสืบสานภาพยนตร์ไทยในอดีต “คืนหนึ่งหนังไทย” 2568

    สุดคลาสสิก!! คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานสืบสานภาพยนตร์ไทยในอดีต “คืนหนึ่งหนังไทย” 2568

    ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งงาน “คืนหนึ่งหนังไทย” 2568 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและความภาคภูมิใจในรากฐานทางวัฒนธรรมของไทยพร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนและอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทยในระดับสังคม โดยได้รับความร่วมมือจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

    บรรยากาศสุดคลาสสิก การจัดจำหน่ายสินค้าและอาหารจากนักศึกษา พร้อมทั้งกิจกรรมการแสดงบนเวทีมากมาย การฉายภาพยนตร์ “แม่นาคพระโขนง” (2502) และ “นิสิตใหม่” ซึ่งเป็น ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำภายในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ และการจัดเสวนาภาษาหนังไทยตลอดทั้งสองวันโดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับด้านภาพยนตร์มาร่วมเสวนา

  • เปิดให้ทุนนักเรียนไทย เรียนต่อป.ตรี ด้านปิโตรเลียม-วิศวกรรม-การบินและอวกาศ ในสถาบันชั้นนำของประเทศจีน

    เปิดให้ทุนนักเรียนไทย เรียนต่อป.ตรี ด้านปิโตรเลียม-วิศวกรรม-การบินและอวกาศ ในสถาบันชั้นนำของประเทศจีน

    ศูนย์ความร่วมมือด้านการศึกษาเส้นทางสายไหมประเทศไทย (Belt and Road Chinese Center Thailand: BRCC Thailand) เปิดรับสมัครสอบ Thai Students Selection Exam for China University (TSEC) ครั้งที่ 1/2568 สำหรับนักเรียนไทยในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 หรือผู้มีวุฒิเทียบเท่า เพื่อชิงทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่

    1.  มหาวิทยาลัยปิโตรเลียมแห่งประเทศจีน ปักกิ่ง (China University of Petroleum, Beijing)

    2.  มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บีน (Harbin Engineering University)

    3.  มหาวิทยาลัยการบินและอวกาศปักกิ่ง (Beihang University)

    โดยมีกำหนดจัดสอบ ในวันที่ 1 มีนาคม 2568 ณ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    สามารถสมัครได้ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ https://forms.gle/ruwo78ubAp6MPUx86 

    ภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568

    ข้อมูลเพิ่มเติม : Click..

    ที่มา กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศต่างประเทศ
    สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
    สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

     

  • วช. เปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ต้นแบบการยกระดับประสิทธิภาพภาคการเกษตรของจังหวัดกาฬสินธุ์ ณ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์

    วช. เปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ต้นแบบการยกระดับประสิทธิภาพภาคการเกษตรของจังหวัดกาฬสินธุ์ ณ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์

                     สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ต้นแบบ ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ นายประดิษฐ์ ญาณประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และคณะผู้บริหารในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ คณาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ เกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้การต้อนรับ ณ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์
                    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว.มีนโยบายมุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีโดรนมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ซึ่งในครั้งนี้ วช.สนับสนุนให้สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้นำเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรช่วยในการตรวจสอบสภาพแปลงเกษตร ลดเวลาในการทำงาน และเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดศูนย์การเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเกษตร พร้อมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างทักษะในการใช้งานโดรนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในการนำนวัตกรรมที่เกิดจากการวิจัยไปใช้ประโยชน์เพื่อเกิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงเทคโนโลยีทันสมัย
                   นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรในพื้นที่ และสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการเกษตรของจังหวัดศูนย์บริการโดรนเพื่อการเกษตรแห่งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับแปลงเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืนในการทำการเกษตรในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
                   นายประดิษฐ์ ญาณประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ได้จัดกิจกรรมประกวดโครงงานวิชาชีพ และพิธีเปิดศูนย์บริการโดรนเพื่อการเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้นำกระบวนการวิจัยมาบูรณาการกับการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ ๆ นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้นำเสนอผลงานของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งดำเนินการประเมินผลรายวิชาโครงการ ซึ่งจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวสู่ครัวเรือนและภาคเกษตรกรรมของผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษา อันจะเป็นต้นแบบในการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ได้รับมอบนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร จำนวน 3 ลำ สำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนการสอนและการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรในอนาคต
                    อาจารย์พิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการเกษตรเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยศูนย์บริการฯ จะมีการอบรมเกี่ยวกับการฝึกบินโดรนในพื้นที่รวมถึงการลงพื้นที่จริงเพื่อฝึกให้สามารถบินโดรนในพื้นที่จริง โดยใช้โดรนขนาดใหญ่ที่มีเรดาร์ป้องกันการชน เพิ่มฟังก์ชันใส่ถังในการหว่านเมล็ดและยาฆ่าแมลงต่าง ๆ และการบริการให้กับเกษตรกรในการพ่นสารเคมียาฆ่าแมลงโดยใช้โดรน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและแรงงานในกระบวนการผลิต อีกทั้งยังช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมนับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนในอนาคต
                    ถัดมา ได้มีประชุมเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตรร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อีกทั้งยังได้มีการลงพื้นที่เพื่อติดตามและสังเกตการณ์การสาธิตการใช้งานโดรนทางการเกษตร โดยนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์เป็นผู้สาธิต ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว
                   ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตรต้นแบบแรกของจังหวัดกาฬสินธุ์ในครั้งนี้ ถือเป็น ก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาผสานกับภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
    #https://test.learninfinity.net/