Author: ผู้ดูแลระบบ

  • อธิการบดี จุฬาฯ พบรัฐมนตรีศึกษาฯ กัมพูชา ศิษย์เก่าครุศาสตร์ กระชับความสัมพันธ์และบูรณาการความรู้เพื่อเยาวชนในภูมิภาค

    อธิการบดี จุฬาฯ พบรัฐมนตรีศึกษาฯ กัมพูชา ศิษย์เก่าครุศาสตร์ กระชับความสัมพันธ์และบูรณาการความรู้เพื่อเยาวชนในภูมิภาค

     

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการศึกษาระดับภูมิภาคด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับกัมพูชา ในวันที่ 17 มกราคม 2568 คณะผู้บริหารจุฬาฯ นำโดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ ดร.ฮัง ชวน นารอนรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งเป็นศิษย์เก่าหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

    การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นขยายความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งในด้านการศึกษา และการวิจัย ไม่เพียงแต่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในภาคการศึกษาระหว่างสองประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังร่วมหารือการยกระดับการศึกษาของกัมพูชาผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยจะมีนำ AI มาช่วยเสริมสร้างรูปแบบการเรียนการสอน เพิ่มการเข้าถึงการศึกษาแก่เยาวชนทั่วภูมิภาคอย่างยั่งยืน ซึ่งการหารือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจุฬาฯ ในการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการศึกษาและความร่วมมือที่เปิดกว้างในอาเซียน

    นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมการประยุกต์ใช้วิศวกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม การสร้างพลังสะอาดจากแสงอาทิตย์ และการสร้างหุ่นยนต์อำนวยความสะดวก ณ สถาบันเทคโนโลยีกัมพูชา (Institute of Technology of Cambodia – ITC) ภายใต้การบริหารของ ศ.ดร.โพ คิมโถ ศิษย์เก่าหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการสื่อสาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

    เจ้าหญิงนีน่า นโรดม ศิษย์เก่าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่สะท้อนถึงบทบาทของจุฬาฯ ในการสร้างผู้นำและขับเคลื่อนวัฒนธรรมของกัมพูชา โดยในโอกาสนี้ เจ้าหญิงนีน่า มีกำหนดการพบปะกับคณะผู้บริหารจุฬาฯ เพื่อพูดคุยถึงความประทับใจในช่วงที่ทรงศึกษา ณ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงร่วมหารือถึงแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและวัฒนธรรมระหว่างสองสถาบันในอนาคต

    ฯพณฯ ดร.ฮัง ชวน นารอน เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาของกัมพูชา โดยนำความรู้และทักษะความเป็นผู้นำที่ได้รับจากการศึกษาในจุฬาฯ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ สะท้อนถึงความร่วมมือด้านการศึกษาที่ยาวนานระหว่างสองประเทศ

    นอกจากนี้ ยังมีศิษย์เก่าจุฬาฯ ชาวกัมพูชา จำนวน 10 คน เข้าร่วมพบปะกับรัฐมนตรีในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของจุฬาฯ ในหมู่นักศึกษาชาวกัมพูชา ซึ่งศิษย์เก่าหลายคนได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในแวดวงการศึกษา รัฐบาล และอุตสาหกรรมของราชอาณาจักรกัมพูชา

    ดร.ฮง คิมเชือง ศิษย์เก่าสาขาการสอนภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยี Kampong Speu Institute of Technology (KSIT) และผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการฯ มีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือครั้งนี้

    ปัจจุบัน มีชาวกัมพูชาที่กำลังศึกษาและทำวิจัยที่จุฬาฯ จำนวน 11 คน ประกอบด้วยนิสิตระดับปริญญาตรี คณะทันตแพทยศาสตร์จำนวน 7 คน นิสิตระดับปริญญาตรี คณะวิทยศาสตร์ จำนวน 1 คน นักวิจัยจำนวน 2 คนในคณะพยาบาลศาสตร์ และสถาบันวิจัยสังคมศาสตร์ รวมถึงบุคลากรจำนวน 1 คน ในคณะแพทยศาสตร์

    #https://test.learninfinity.net/

  • รัฐศาสตร์ ม.รังสิต จัดประกวดสุนทรพจน์เยาวชน หัวข้อ “AI ในสายตาคนรุ่นใหม่” หาดใหญ่วิทยาลัย คว้าแชมป์

    รัฐศาสตร์ ม.รังสิต จัดประกวดสุนทรพจน์เยาวชน หัวข้อ “AI ในสายตาคนรุ่นใหม่” หาดใหญ่วิทยาลัย คว้าแชมป์

     

    คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดประกวดสุนทรพจน์ประเภทเยาวชน ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “AI ในสายตาคนรุ่นใหม่” ชิงเงินรางวัลพร้อมโล่และเกียรติบัตร

    จัดขึ้น ณ ห้อง 6-200 (ชั้น 2) อาคาร Student Center มหาวิทยาลัยรังสิต

    รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวรัชดาวัลย์ วิปุลานุสาสน์ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

    รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ นางสาวกาญจณิชา รำเพยพงศ์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวกรสุมา บุญเยี่ยม โรงเรียนสิรินธร

    รางวัลชมเชย ได้แก่ นางสาวทัศศิกา อาคุซึ โรงเรียนสตรีอ่างทอง นางสาวกุลมน ร่วมจิตร โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นางสาวกัสนีวา เจริญสุข โรงเรียนสายปัญญารังสิต นางสาวนาตยา ทิพย์สุขุม โรงเรียนวัฒนานคร นางสาวฑีฆายุวรรณ อาศัยกลาง โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี และนายภูริชญา ม่วงไทย โรงเรียนพระแสงวิทยา

     

    #https://test.learninfinity.net/

     

  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปลุกฝันคนทำหนัง เปิดประสบการณ์ใหม่สู่วงการภาพยนตร์ระดับโลก

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปลุกฝันคนทำหนัง เปิดประสบการณ์ใหม่สู่วงการภาพยนตร์ระดับโลก

    เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ บวกกับ Passion ความหลงใหลในศาสตร์ภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ สาขาวิชา Film, Series and Global Content Production and Business (หลักสูตรนานาชาติ) ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดค่าย BU INTERNATIONAL FILM CAMP” ครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    ค่ายนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในวงการภาพยนตร์ระดับสากล ปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด เรียนรู้กับมืออาชีพตัวจริงระดับสากล เพื่อสร้างความเข้าใจในภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร เช่น กระบวนการผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ การผลิตคอนเทนต์สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระดับโลก การใช้เทคโนโลยี AI ในการรังสรรค์ผลงาน ตลอดจนโอกาสทางอาชีพในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    BU INTERNATIONAL FILM CAMP ตอกย้ำความเป็นสากล ผ่านกิจกรรมภายในค่าย ซึ่งมีความเข้มข้น เน้นการปฏิบัติ สร้างโอกาสการเรียนรู้แบบมืออาชีพ พร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการที่ล้ำสมัย ครบครัน และคงมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะครบทุกมิติและลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง พร้อมแลกเปลี่ยนแนวความคิด และวัฒนธรรมกับเพื่อนร่วมค่ายจากหลากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ รัสเซีย

    ไฮไลต์สำคัญของค่ายคือ การได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในวงการ นำโดย ดร.พีรชัย  เกิดสินธุ์ คณบดีคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ผู้กำกับผลงานดังอย่าง The Isthmus, First Grade และThe Caved Life อาจารย์ภาณุ อารี ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องแดนสาป และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดจำหน่ายต่างประเทศ บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

    นอกจากนั้นแล้วภายใต้คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ยังมีอาจารย์ประจำหลักสูตรมากความสามารถและคร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ อาทิ อาจารย์จุฬญาณนนท์  ศิริผล ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศอย่าง Vanishing Horizon of the Sea และอาจารย์ลักขณา  ปาลวัฒน์วิไชย โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ช.พ.๑ สมรภูมิคืนชีพ

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มุ่งเน้นการบูรณาการความคิดสร้างสรรค์และการเป็นผู้ประกอบการ พร้อมเปิดบ้านต้อนรับเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความฝันจะเดินทางโลดแล่นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระดับนานาชาติ โดยยกระดับการศึกษาด้วยหลักสูตร Film, Series, and Global Content Production and Business เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการผลิตเนื้อหาระดับโลกทั้งในรูปแบบ ภาพยนตร์ และซีรีส์ รวมถึงแนวทางการทำธุรกิจภาพยนตร์ เชี่ยวชาญทุกขั้นตอนตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงการจัดจำหน่าย พร้อมต่อยอดโอกาสทางการศึกษาและสายงานในระดับสากลผ่านเครือข่ายองค์กรพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก เช่น Vancouver Film School, International Film School of Paris (Eicar), Warner Bros. Entertainment Inc.

    BU INTERNATIONAL FILM CAMP นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้เยาวชนที่มีความฝันได้เปิดประสบการณ์ ก้าวออกจากกรอบความคิดเดิม สนใจออกแบบความสำเร็จได้ด้วยตัวเองสามารถสอบถามข้อมูลหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://bulink.co/filmseries หรือ Facebook: Bangkok University International https://www.facebook.com/BU.International

  • “ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” นำผู้บริหาร คณาจารย์ มกธ.- สถาบันการศึกษาในเครือ ร่วมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568

    “ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” นำผู้บริหาร คณาจารย์ มกธ.- สถาบันการศึกษาในเครือ ร่วมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568

     

    วันที่ 28 มกราคม 2568 ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอาจารย์ ดร.ณัชชา ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี นำผู้บริหาร คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และสถาบันการศึกษาในเครือร่วมพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพศรัทธาในพื้นที่สำคัญ ๆ ภายในมหาวิทยาลัยฯ และสถาบันการศึกษาในเครือ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาทุกคน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ณ ลานลูกโลกหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ตอบโจทย์อาชีพใหม่ยุคดิจิทัลที่มีความสร้างสรรค์ ม.กรุงเทพ มอบทุนให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับภูมิภาค

    ตอบโจทย์อาชีพใหม่ยุคดิจิทัลที่มีความสร้างสรรค์ ม.กรุงเทพ มอบทุนให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับภูมิภาค

    ทุนใหม่ล่าสุด เพื่อคนรุ่นใหม่ไฟแรง ตัวแทนความปังประจำภูมิภาค แรงบันดาลใจของคน Gen Z ม.กรุงเทพ พร้อมสนับสนุนอินฟลูเอนเซอร์ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดและภูมิภาค 1. สายหน้ากล้อง อินฟลูเอนเซอร์ที่โดดเด่นระดับจังหวัดหรือภูมิภาค เช่น TikToker, YouTuber, Game Caster หรือ Creator ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป พร้อมคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองและถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคได้อย่างสร้างสรรค์2. สายครีเอทีฟ สร้างผลงานที่ไม่ธรรมดา เช่น นักตัดต่อ ช่างภาพ หรือ Content Creator ที่ดึงเอาความเป็น “ตัวแทนภูมิภาค” ออกมาเล่าเรื่องได้สร้างสรรค์ พร้อมสร้างรายได้ตั้งแต่ยังเรียน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่ได้

    คุณสมบัติ

    1.    กําลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญ, สายอาชีพ (ปวช.), และนักศึกษาปัจจุบัน

    2.    เกรดเฉลี่ยรวม 2.00 ขึ้นไป

    3.    มีความกล้า พร้อมที่จะเผชิญหน้าทุกความท้าทาย

    4.    ให้ความร่วมมือในทุก ๆ กิจกรรมด้วยความตั้งใจ สร้างสรรค์ และแปลกใหม่

    หลักเกณฑ์การให้ทุน

    1. มี 2 ประเภททุนคือ

    1.1) ทุน 100% ค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียม โดยนักศึกษาจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วยตนเอง

    1.2) ทุน 50% ค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียม โดยนักศึกษาจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วยตนเอง

    สาขาวิชาที่ให้ทุน

    ทุกหลักสูตร

    หลักฐานการสมัคร
    1.สำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.1) 5 ภาคเรียน หรือสำเนา GED ตามเกณฑ์คุณสมบัติผู้สมัคร

    2.หนังสือรับรองความประพฤติ

    3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

    4.สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล (ถ้ามี)

    5.ผลงานโดดเด่นของตัวเองที่เกี่ยวข้อง เช่น Social Media, ผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ

    6.แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

    ข้อมูลที่ต้องระบุใน Portfolio เพื่ออัปโหลดในระบบ (ไฟล์ PDF ไม่เกิน 10 หน้า)
    1. ข้อมูลประวัติส่วนตัว

    2. ผลงานสุดสร้างสรรค์ ของตัวเอง

    3. เหตุผลที่สนใจเรียนในหลักสูตรนี้

    กำหนดการ

    • เปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น 

    1 พฤศจิกายน 2567 – 14 มีนาคม 2568

    • ประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ 

    21 มีนาคม 2568

    • สอบสัมภาษณ์ 

    26 -28 มีนาคม 2568

    • ประกาศผลสอบสัมภาษณ์ 

    25 เมษายน 2568

    • ลงทะเบียน 

    2 พฤษภาคม 2568

  • โรงพยาบาลวิภาวดี จัดกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ชู “วิว” กุลวุฒิ ชวนฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้เลือดออก

    โรงพยาบาลวิภาวดี จัดกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ชู “วิว” กุลวุฒิ ชวนฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้เลือดออก

     

    “วิว” กุลวุฒิ ชวนฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก หลังคว้าแชมป์แบดมินตัน ชายเดี่ยว Indonesia Masters 2025 ที่อินโดฯ ลั่นไล่ล่าฝัน “ออล อิงแลนด์” ช่วงมีนาคมนี้

    เมื่อวันที่ 28 ม.ค.68 ณ โรงพยาบาลวิภาวดี ได้จัดแถลงข่าวกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” โดยมี นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด มหาชน ร่วมด้วย นางญาดา​ พัฑฒฆายน​ กรรมการบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด มหาชน , นายแพทย์​ชัยสิทธิ์​ คุปต์วิวัฒน์​ ผู้อำนวยการ​โรงพยาบาล​วิภาวดี​, นายแพทย์ธณัติ อุ่นสินมั่น อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลวิภาวดี, นายเกี้ยแซ่บบ ณธกฤต กาญจนมัณฑนา YouTuber สายอาหาร และ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตันเจ้าของเหรียญเงิน โอลิมปิกเกมส์ และประเดิมคว้าแชมป์ชายเดี่ยว Indonesia Masters 2025 ที่ประเทศอินโดนีเซีย มาหมาด ๆ เข้าร่วมกิจกรรมเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนไข้เลือดออกชนิดใหม่กับทางโรงพยาบาลวิภาวดี
    โรงพยาบาลวิภาวดี จัดกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” โดยมีวัตถุประสงค์ชวนประชาชนสร้างความตระหนักรู้ในโรคไข้เลือดออกและ อันตรายของโรคไข้เลือดออก “ต่อให้คุณดูแลตัวเองจนแข็งแรง แค่ไหนก็เสี่ยงที่จะติดไข้เลือดออก และมีอาการรุนแรงได้” ทำให้โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ช่วยลดภาระทางด้านสาธารณสุข พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทย สามารถเข้าถึงหรือรับทราบความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้เลือดออก อันตรายของโรคไข้เลือดออกรวมถึงวิธีป้องกัน 5ป 1ข พร้อมให้บริการประชาชน ให้เข้าถึงรับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เพื่อป้องกันตนเองและครอบครัว ให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออก

     

    นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด มหาชน กล่าวว่า ด้วยภาวะโลกร้อน สภาวะอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี ซึ่งยุงลายจะอาศัยและแพร่พันธุ์ได้ดี ในประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น จึงทำให้มีการกระจายพื้นที่ของยุงลายเพิ่มขึ้น ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออก เพิ่มสูงขึ้นมากโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่มีความรุนแรง หากวินิจฉัยหรือได้รับการรักษาที่ไม่ทันท่วงที จะเกิดการสูญเสียได้ ดังนั้น ความร่วมมือกันทั้ง จากภาครัฐและเอกชนในการสร้างความตระหนักรู้ ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก รวมถึงแนวทางการป้องกันต่างๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

     

    โรงพยาบาลวิภาวดีมีพันธกิจมุ่งมั่นและพร้อมยกระดับการบริการ ด้านสุขภาพให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ จึงเล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างความตระหนักรู้ในไข้เลือดออก ให้กับประชาชนทั่วไปได้รับทราบทั่วกัน ผ่าน กิจกรรม“Dengue Zero”ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน “ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การป้องกันดีกว่าการรักษา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการกำจัดยุงลาย การป้องกันยุงลายกัด จนถึงการรับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่ง ในแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพ

     

         “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์    เผยว่า ตนรู้สึกดีใจและขอบคุณทุกกำลังใจที่ช่วยเชียร์ให้ตนสามารถคว้าแชมป์แรกของปีนี้ จากรายการ อินโดนีเซีย มาสเตอร์ส เวิลด์ทัวร์ 500 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ตอนนี้อาการบาดเจ็บที่หลังยังคงต้องพักฟื้นฟูร่างกาย จึงได้ถอนตัวจากรายการปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2025 เพื่อพักฟื้นสภาพร่างกาย ภายหลังจากกรำศึกหนักติดต่อกันถึง 3 รายการ และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเป้าหมายสำคัญในการแข่งขันแบดมินตันรายการเก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างศึกออล อิงแลนด์ ที่ประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือนมีนาคมนี้

     

    นพ.ธณัติ อุ่นสินมั่น อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวถึงวิธีสังเกตุอาการของไวรัสเด็งกี ดังนี้

    1. ระยะไข้สูง
    ผู้ป่วยจะมีไข้สูงประมาณ 2 – 7 วัน ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน
    บางรายอาจมีอาการของ ระบบทางเดินหายใจ เช่น นํ้ามูก ไอมีเสมหะได้ ซึ่งหากพบผู้ป่วยที่มีอาการใกล้เคียงกับข้างต้น ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเอง แต่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรคและเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

    2. ระยะวิกฤติ
    ในระยะนี้จะไม่มีไข้ มีอาการอ่อนเพลีย ไม่อยากรับประทานอาหาร บางรายมีอาการซึม ไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติ บางรายมีปวดท้องรุนแรง ซึ่งอาการเข้าสู่ภาวะช๊อก (IMPENDING SHOCK)คือ มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ตัวเย็น ตัวลาย สีผิวคล้ำลง ปัสสาวะน้อยลง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะมีสติดี พูดจารู้เรื่อง ภาวะช๊อกส่วนใหญ่เกิดจากมีการรั่วของพลาสมา ออกนอกหลอดเลือดทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความดันโลหิตที่ต่ำลง ในบางรายภาวะช๊อกอาจจะเกิดจากการที่เลือดออกในอวัยวะที่สำคัญ อาจจะส่งผลรุนแรงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

    3.ระยะพักฟื้น
    กรณีผู้ป่วยรับการรักษาแล้ว แพทย์ให้กลับบ้านได้ควรดูแล และปฏิบัติตนต่อไปคือไม่ควรให้ถูกยุงกัดภายใน 5 วันแรกของโรค เพราะผู้ป่วย ยังมีไวรัสเด็งกีอยู่ในเลือด ทําให้แพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้ หากมีคนในบ้านมีไข้สูง ให้พามาตรวจและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และผู้ป่วยต้องระมัดระวังภาวะเลือดออกต่อไปอีก 1 สัปดาห์
    การรักษาในปัจจุบัน

    ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกยังไม่มียาต้านไวรัส เป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ต่อให้คุณดูแลตัวเองจนแข็งแรง แต่ก็เสี่ยงที่จะติดโรคไข้เลือดออกได้ และรุนแรงได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวจะยิ่งรุนแรง นอกจากมีวิธี 5 ป 1 ข แล้ว ปัจจุบันยังมีวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งป้องกันได้ 80 – 90% ประสิทธิภาพสูง กันรุนแรง กันนอนโรงพยาบาล วัคซีนมีความปลอดภัย ฉีดได้ตั้งแต่เด็ก อายุ 4 ขวบปี ขึ้นไป ฉีดแค่ 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน

    สำหรับวิธีการป้องกันครอบครัวให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกสามารถเริ่มได้ด้วย ตัวเองง่ายๆ ได้แก่การป้องกันไม่ให้ยุงกัด การลดประชากรยุงในบริเวณที่อยู่อาศัยโดยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง อาทิ ลดแหล่งนํ้า ที่จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง ใช้มุ้งหรือติดตั้งมุ้งลวดกันยุงในบ้าน การสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดขณะทำกิจกรรมนอกบ้าน เป็นต้น ขณะเดียวกันในวงการการแพทย์ก็ได้มีการพัฒนา นวัตกรรมในการป้องกันโรคอย่างวัคซีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ โดยวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกชนิดใหม่นี้ สามารถฉีดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป โดยวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 80 ป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้ประมาณร้อยละ 90 และสามารถฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยเป็น และไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด ซึ่งผลข้างเคียงที่พบ เป็นเพียงผลข้างเคียงทั่วไป ได้แก่ มีไข้ ปวดหัว อาการปวดตรงตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน ปวดกล้ามเนื้อ โดยส่วนมากมักหายได้เอง ภายในเวลา 1-3 วัน

     

    สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้เลือดออกชนิดใหม่ ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน
    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ทางหน้า Website ของโรงพยาบาลวิภาวดี https://www.vibhavadi.com ติดต่อ Call Center โทร 02 561 1111 ต่อ 2222 – 2224 หรือ Add Line : @vibhavadihospital

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • โลกดิจิทัลและเทคโนโลยีในปี 2568 และอนาคต  ความเชื่อมั่นคือตัวเร่งสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจ

    โลกดิจิทัลและเทคโนโลยีในปี 2568 และอนาคต ความเชื่อมั่นคือตัวเร่งสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจ

     

    แนวโน้มในปี 2568 และอนาคต

    ภูมิทัศน์ของดิจิทัลและเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นได้กำลังถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ

    โดยมีความเชื่อมั่นเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก Artificial Intelligence (AI) มีแนวโน้มมุ่งเน้นไปที่ความเฉพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นภายใต้ความโปร่งใสและความมีจริยธรรม ด้านการใช้งาน Cloud Computing มีแนวโน้มในการปรับขยายปริมาณการใช้งานเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ในขณะที่ 5G เพิ่มประสิทธิภาพด้านความรวดเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลและการเชื่อมต่อ Enterprise Resource Planning (ERP) systems มีแนวโน้มจะเชื่อมโยงกันมากขึ้นจนกลายเป็นแกนหลักของการ transform ดิจิทัลในองค์กร และ Cloud-based ERP จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องมาจากความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับขยาย และความคุ้มค่า อีกทั้ง ระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities

    Solutions) มีแนวโน้มจะเติบโต โดยใช้ประโยชน์จาก AI, ML และ IoT เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมของเมืองให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    · ขนาดตลาดในระดับโลกของ AI คาดว่าจะเติบโตในช่วงปี 2567 ถึง 2573 ในอัตราเฉลี่ย28.46% ต่อปี ส่งผลให้มูลค่าตลาดแตะ 826.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ตามรายงานของ Statista

    · การใช้จ่ายของผู้ใช้ Public Cloud Services ทั่วโลก คาดว่าจะแตะถึง 723.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ซึ่งแสดงถึงอัตราการเติบโต 21.5% ในปี 2568 ตามรายงานของ Gartner

    · จำนวนการเชื่อมต่อ 5G คาดว่าจะถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 ตามรายงานของ GSMA Intelligence

    · ภาพรวมของขนาดตลาด ERP จะมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยในช่วงปี 2567 ถึง 2568 ประมาณ 11.7% โดยมีการใช้จ่ายรวมถึง 147.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ตามรายงานของ HG Insights

    · ขนาดตลาดเมืองอัจฉริยะทั่วโลกนั้นมีมูลค่า 748.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตในช่วงปี 2566 ถึง 2573 ในอัตราเฉลี่ย 25.8% ตามรายงานของ GrandView Research

    แนวโน้มการเติบโตข้างต้นนี้ ตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการพัฒนาใน

    นวัตกรรมภายใต้ความโปร่งใส เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีประโยชน์ต่อสังคม และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2568 ดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางธุรกิจนั้นจะมีการผสมผสานกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมีบทบาทที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกอุตสาหกรรม ความเชื่อมั่นจึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ โดยความเชื่อมั่นในบริบทนี้หมายถึงการขยายขอบเขตจากเดิมที่เน้นเพียงความสัมพันธ์กับลูกค้าและความภักดีต่อแบรนด์ สู่การมุ่งเน้นความเชื่อมั่นที่ช่วยเสริมสร้างนวัตกรรมในทั้ง 3 ด้าน ประกอบไปด้วย ความเชื่อมั่นในคนและเทคโนโลยี ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของข้อมูล และความเชื่อมั่นในพันธมิตร

    1. ความเชื่อมั่นในคนและเทคโนโลยี

    กรณีตัวอย่างของ TCC Technology (TCCtech) บริษัทชั้นนำด้าน IT ในกลุ่ม TCC ที่มีกลยุทธ์ทางธุรกิจมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นเป็นหลักในการส่งเสริมนวัตกรรมต่างๆ โดย TCCtech เชื่อมั่นว่าบริษัทมีโซลูชั่นที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ยังสามารถต่อยอดขึ้นไปได้ในอีกหลากหลายมิติ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีคุณภาพมีความโปร่งใสต่อลูกค้าให้อยู่

    เคียงคู่กันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการยึดมั่นในการให้ความสำคัญต่อความเชื่อมั่นนี้ ช่วยให้ TCCtech สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ส่งผลให้ TCCtech ก้าวสู่การเป็น Trusted Technology Solutions Partner ในยุคที่ภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

    2. ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของข้อมูล

    ปัจจุบัน TCCtech กำลังมุ่งเน้นไปที่หลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการผลิตและภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งการผสมผสานร่วมกันของเครื่องมืออัจฉริยะและระบบที่ล้ำสมัยนั้นจะเข้ามามีผลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ในทิศทางของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การลดต้นทุน และการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ในการให้บริการลูกค้านั้นย่อมขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้วย โดยลูกค้าจะต้องมั่นใจได้ว่าข้อมูลของพวกเขาปลอดภัย มีการดำเนินงานที่เหมาะสม และสามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจของลูกค้า

    3. ความเชื่อมั่นในพันธมิตร

    การร่วมมือกันระหว่างธุรกิจ สถาบันการศึกษา และพันธมิตรทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ โดยการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สามารถจัดทำโครงการด้านนวัตกรรมร่วมกันได้นั้น ส่งผลให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และความเชี่ยวชาญเพื่อนำไปใช้วางแผนแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ ซึ่งความเชื่อมั่นในพันธมิตรเหล่านี้เข้ามามีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถก้าวผ่านยุคดิจิทัลอย่างมั่นใจและคล่องตัว

    “สำหรับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ความเชื่อมั่นถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด ด้วยรากฐาน 3S (SMART, SYNERGY, และ SUSTAINABILITY) ของเรานั้นจะเสริมแกร่งขึ้นด้วย TRUST ที่ครอบคลุมความเชื่อมั่นในคนและเทคโนโลยี กระบวนการ และพันธมิตร ซึ่ง TCCtech เรามุ่งมั่นในการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าของเรา โดยการมอบโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการเติบโต และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเรานั้น TCCtech จะพาธุรกิจของลูกค้าให้ก้าวผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่ท้าทายไปได้ด้วยความมั่นใจ” คุณธีรพันธุ์ เหลืองนฤมิตชัย Managing Director (TCC Technology) กล่าว

     

    “เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทางธุรกิจนั้น TCCtech ได้มุ่งเน้นสร้าง Community ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิเช่น ManuTech, PropTech, EduTech โดยตั้งใจเชื่อมช่องว่างระหว่างธุรกิจ/อุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีในคนรุ่นใหม่ โดยแนวทางการทำงานร่วมกันนี้จะช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เสริมสร้าง TRUST และต่อยอดวัฒนธรรมการเรียนรู้ การพัฒนา โดยCommunity Centric Initiative จะช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี และสร้างผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนต่อสังคมอีกด้วย” คุณวลีพร สายะสิต Assistant Managing Director – Corporate Communications (TCC Technology) กล่าว

    เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2568 และอนาคต ความเชื่อมั่นถือเป็นสิ่งกระตุ้นที่สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโต การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “สวนสุนันทา” แชมป์ราชภัฏ 21สมัย “มทร.อีสาน” ที่ 1 ราชมงคล “ม.รังสิต” ที่ 1 ม.เอกชน “จุฬาฯ” ยืน 1 ประเทศ จากอันดับ Webometrics Ranking January 2025

    “สวนสุนันทา” แชมป์ราชภัฏ 21สมัย “มทร.อีสาน” ที่ 1 ราชมงคล “ม.รังสิต” ที่ 1 ม.เอกชน “จุฬาฯ” ยืน 1 ประเทศ จากอันดับ Webometrics Ranking January 2025

    “จุฬาฯ” ยังครองที่ 1 ประเทศ ส่วน  “สวนสุนันทา”  ยังยืนตำแหน่งแชมป์ราชภัฏยาวนาน 21 สมัย “มทร.อีสาน” ครองที่ 1 ราชมงคล ด้าน ม.รังสิต ยังที่ 1 ม.เอกชนอีกครั้งจากอันดับ Webometrics Ranking Universities: January 2025

    …………………

    Cybermetrics Lab แห่งสภาวิจัย (CSIC) ประเทศสเปน ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกประจำเดือนมกราคม 2025 แล้ว ทั้งนี้ข้อมูลอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

    …………………

    จุฬาฯยังยืนที่ 1 ประเทศไทย 

    อันดับรวมมหาวิทยาลัยของประเทศไทย จุฬาฯยังยืนที่ 1 ไว้ได้อีกครั้ง อยู่ในอันดับที่ 405ของโลก (เดิม 423 ของโลก ) โดยมี มหาวิทยาลัยมหิดล มาเป็นอันดับ 2 อยู่อันดับ 515  ของโลก (เดิม 544 ของโลก) ส่วนที่ 3 ม.เชียงใหม่อยู่อันดับ 562 ของโลก (เดิม 552 ของโลก) โดยมี 30 อันดับของประเทศไทยดังนี้

    1 Chulalongkorn University อันดับโลก 405
    2 Mahidol University อันดับโลก 515
    3 Chiang Mai University อันดับโลก 562
    4 Khon Kaen University อันดับโลก 768
    5 Kasetsart University อันดับโลก 784
    6 Prince of Songkla University อันดับโลก 841
    7 Thammasat University อันดับโลก 958
    8 King Mongkut’s University of Technology Thonburi อันดับโลก 959
    9 King Mongkut’s University of Technology North Bangkok อันดับโลก 1168
    10 King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang อันดับโลก 1325
    11 Asian Institute of Technology Thailand อันดับโลก 1372
    12 Suranaree University of Technology อันดับโลก 1536
    13 Naresuan University อันดับโลก  1866
    14 Walailak University อันดับโลก 1910
    15 Srinakharinwirot University อันดับโลก 2093
    16 Burapha University อันดับโลก 2209
    17 Suan Sunandha Rajabhat University อันดับโลก 2251
    18 Silpakorn University อันดับโลก 2315
    19 Mae Fah Luang University อันดับโลก 2316
    20 Maejo University อันดับโลก 2630
    21 National Institute of Development Administration อันดับโลก 2590
    22 University of Phayao อันดับโลก 2645
    23 Ubon Ratchathani University อันดับโลก 2734
    24 Rangsit University อันดับโลก 2749
    25 Assumption University of Thailand อันดับโลก 2811
    26 Ramkhamhaeng University อันดับโลก 3026
    27 Rajamangala University of Technology Isan อันดับโลก  3035
    28 Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology VISTEC อันดับโลก  3576
    29 Mahasarakham University อันดับโลก 3579
    30 Bangkok University อันดับโลก 3830

    …………………

    สวนสุนันทาแชมป์กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ 21 สมัย 

    กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา”ยังครองความเป็นอันดับ 1 ไว้ได้เป็นครั้งที่ 21 อยู่ในอันดับที่ 17 ของประเทศ

    1 Suan Sunandha Rajabhat University อันดับโลก 2251
    2 Nakhon Pathom Rajabhat University อันดับโลก 3630
    3 Udon Thani Rajabhat University อันดับโลก 4657
    4 Buriram Rajabhat University อันดับโลก 5641
    5 Nakhon Ratchasima Rajabhat University อันดับโลก 5738
    6 Ubon Ratchathani Rajabhat University อันดับโลก 5744
    7 Yala Rajabhat University อันดับโลก 5828
    8 Suratthani Rajabhat University อันดับโลก 6486
    9 Chiang Mai Rajabhat University อันดับโลก 6501
    10 Suratthani Rajabhat University อันดับโลก 6486

    ……………………

    มทร.อีสานแชมป์กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 
    ในกลุ่มนี้อันดับ 1 คือ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน” ครองอันดับ 1

    1 Rajamangala University of Technology Isan อันดับโลก 3035
    2 Rajamangala University of Technology Suvarnabhumi อันดับโลก 6110
    3 Rajamangala University of Technology Thanyaburi อันดับโลก 6129
    4 Rajamangala University of Technology Krungtheb อันดับโลก 6557
    5 Rajamangala University of Technology Phra Nakhon อันดับโลก 6817
    6 Rajamangala University of Technology Tawan-Ok อันดับโลก 6949
    7 Rajamangala University of Technology Lanna อันดับโลก 7084
    8 Rajamangala University of Technology Rattanakosin อันดับโลก 7257
    9 Rajamangala University of Technology Srivijaya อันดับโลก 7682

    ……………………

    ม.รังสิต ที่ 1 กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน
    อันดับ 1 คือ “มหาวิทยาลัยรังสิต” ครองแชมป์ไว้ได้อีกสมัย

    1 Rangsit University อันดับโลก 2749
    21 Assumption University of Thailand อันดับโลก 2811
    3 Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology VISTEC อันดับโลก 3576
    4 Bangkok University อันดับโลก 3830
    5 Stamford International University Thailand อันดับโลก 4508
    6 University of the Thai Chamber of Commerce อันดับโลก 4721
    7 Mahanakorn University of Technology อันดับโลก 4808
    8 Siam University อันดับโลก 5230
    9 Krirk University อันดับโลก 5812
    10 Sripatum University อันดับโลก 6698

    ……………………

    20 อันดับโลก

    หลักการจัดอันดับ 
    การจัดอันดับ “Webometrics Ranking of World Universities” จัดทำโดย Cybermetrics Lab หรือ Internet Lab ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยของสภาวิจัยแห่งชาติ ประเทศสเปน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2004 จะมีการประกาศผลการจัดอันดับเว็บไซต์ 2 ครั้งต่อปี คือช่วงเดือนมกราคมและช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี ผ่านทางเว็บไซต์ www.webometrics.info

    ทั้งนี้ การจัดอันดับมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดผลงานทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตนอกเหนือจากผลงานที่มีการตีพิมพ์ลงในวารสาร หรืออื่น ๆ โดยมุ่งวัดความสามารถในการเป็น “มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (E-university)”

    เกณฑ์การจัดอันดับของ Webometrics ประกอบด้วย

    ด้านที่ 1  VISIBILITY (impact) คือจำนวนการเชื่อมโยงจากลิงค์ภายนอก (subnet) ที่เข้าสู่เว็บเพจมหาวิทยาลัย 50%

    ด้านที่ 2 TRANSPARENCY (or OPENNESS) คือ จำนวนการ citations ผลงานวิจัย ของผู้วิจัยที่มีข้อมูลอยู่ในฐาน Google Scholar 10%

    ด้านที่ 3 EXCELLENCE (or SCHOLAR) คือ จำนวน papers และการ cited papers ที่อยู่ในฐานข้อมูล scimago  40%

    ที่มา –http://www.webometrics.info/en/Asia/Thailand