Author: ผู้ดูแลระบบ

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จับมือ SkillLane ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ พัฒนาการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จับมือ SkillLane ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ พัฒนาการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล

    เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 3411 สำนักวิชาการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจทางวิชาการ (MOU) กับ บริษัท สกิลเลน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย

    พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยมอบหมายให้ ผศ.ดร.ณัฐภัทร แก้วรัตนภัทร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และมี ดร.มาธุสร แข็งขัน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยร่วมในงาน

    ทางด้าน คุณเอกฉัตร อัศวรุจิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกิลเลน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ในการพัฒนาการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล พร้อมเน้นย้ำถึงการสนับสนุนเทคโนโลยีการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทันสมัย เช่น SkillLane.com และแอปพลิเคชันที่บริษัทได้พัฒนา

    วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือ
    พัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป
    ออกแบบหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
    ยกระดับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
    ความร่วมมือครั้งนี้ยังเน้นการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลา พร้อมพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์โลกการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน

    ยกระดับการศึกษาไทยสู่อนาคต
    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและ SkillLane มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาอนาคตการศึกษาไทย โดยเฉพาะการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและยกระดับศักยภาพของผู้เรียนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่

    ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคเอกชนที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระบบการศึกษาของประเทศ

  • มทร.ธัญบุรี ‘ปั้นเชฟมืออาชีพ’ หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย

    มทร.ธัญบุรี ‘ปั้นเชฟมืออาชีพ’ หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย

    คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดอบรมหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) ภายใต้โครงการ หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผลักดันอาหารไทยให้เป็นหนึ่งใน Soft Power ระดับโลก ภายใต้นโยบาย “One Family One Soft Power (OFOS)” ของรัฐบาล โดยศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้รับการตอบรับและมีผู้เข้าอบรมกว่า 100 คน รองศาสตราจารย์ ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ เผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ทางสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ จัดตั้งศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อจัดอบรม On-Site หลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program) ภายใต้โครงการ หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย เพื่อ THAI Soft Power และอุตสาหกรรมอาหารไทย อย่างยั่งยืน สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ เพื่อประเทศไทย มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับผู้เข้าอบรมให้ได้รับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาผู้ประกอบอาหารไทย สมรรถนะที่สำคัญในวิชาชีพและหลักสูตรจากสถาบันการศึกษา และสมรรถะผู้ประกอบอาหารไทยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรวรรณ พึ่งคำ หัวหน้าสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ และทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านอาหารไทยผู้รับผิดชอบโครงการ เผยว่า ทางศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดฝึกอบรมให้กับผู้ฝึกอบรม เน้นการเรียนในศาสตร์พื้นฐานของอาหารไทย ความเป็นไทยที่ปรากฏอยู่ในอาหารแบบต่าง ๆ เรียนรู้เทคนิค พื้นฐานของการประกอบอาหารไทย เพื่อสร้างพื้นฐานการเป็น Master chef อาหารไทยที่ดี ให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติอาหารประเภทนั้น ๆ ได้อย่างแท้จริง โดยการเตรียม และปฏิบัติเป็นรายบุคคตั้งแต่จุดเริ่มต้นของอาหารแต่ละจาน ตลอดจนสามารถจัดการการผลิตอาหาร ทั้งแบบการทำต่อจานและการทำอาหารปริมาณมากให้เหมาะสมทั้งเวลาและคุณภาพจำนวนรายการอาหารที่เรียน 75 รายการ เช่น ต้มยำกุ้ง ไข่พะโล้ ผัดกระเพรา ผู้ที่ผ่านการอบรมได้รับประกาศนียบัตรในหลักสูตร ผู้ประกอบอาหารไทยมืออาชีพ

    นางสาวนารีรัตน์ ทับทิม เจ้าของธุรกิจภูพร้อมดาวฟาร์มสเตย์ ผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ เผยว่า ปัจจุบันทำธุรกิจฟาร์ม ภูพร้อมดาวฟาร์มสเตย์ เป็นที่พัก และแปรรูปอาหารต่าง ๆ ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยทางฟาร์มได้รับรางวัลเกียรติยศ “SME Soft Power Star ปี2567 ” จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เมื่อทราบข่าวโครงการสนใจที่จะเข้ารับการอบรม เพื่อเรียนรู้และเทคนิคต่าง ๆ ในการทำอาหารให้ได้ตำหรับเป็นของตนเอง ความรู้ที่ได้หลากหลายเมนู ตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำอหารให้ได้รสชาติที่ดี และการเลือกวัตถุดิบเพื่อชูให้รสชาติดีและอร่อย นำมาใช้ในฟาร์มต่อไป

    ทางด้านนางสาวจิราวรรณ อบมาลี นักศึกษาสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เผยว่า เป็นโครงการที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารไทยโบราณ ได้ฝึกฝนฝีมือ และยังสามารถนำความรู้ตรงนี้ไปประกอบอาชีพในอนาคต และยังมีเกียรติบัตรไว้เป็นผลงานการันตีอีกด้วยการอบรมได้เรียนรู้การประกอบอาหารไทยโบราณของทุกภาคทักษะ การจัดการเวลาในการประกอบอาหารและการทำงานเป็นทีม นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด สามารถประกอบอาหารไว้รับประทานกับครอบครัว ประกอบอาชีพ และยังสามารถสร้างเป็นธุรกิจอีกด้วย

    …..

    ชลธิชา ศรีอุบล กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี รายงาน

  • มทร.ธัญบุรี ร่วมขับเคลื่อน CaRe Listening “สร้างแรงบันดาลใจ ก้าวสู่เส้นชัยในเวทีโลก” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    มทร.ธัญบุรี ร่วมขับเคลื่อน CaRe Listening “สร้างแรงบันดาลใจ ก้าวสู่เส้นชัยในเวทีโลก” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) พร้อมด้วย รศ.ดร.สุมนมาลย์ เนียมหลาง รองอธิการบดี ผศ.ดร.นิพัทธ์ จงสวัสดิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอาจารย์นักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมโครงการ “CaRe Listening: SMS-Successor Meet Supporter สร้างแรงบันดาลใจ ก้าวสู่เส้นชัยในเวทีโลก” โดยมี รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานเปิดโครงการฯ ที่จัดขึ้นโดยศูนย์เครือข่ายวิจัยนานาชาติ ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยในงานนี้มีการบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากนักวิชาการระดับนานาชาติที่ประสบความสำเร็จ การแถลงนโยบายจากผู้นำทางด้านวิจัยและแหล่งทุนสนับสนุน รวมถึงชี้แนวทางการพัฒนานักวิจัยไทยสู่เวทีโลกในอนาคต ซึ่งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และมุ่งยกระดับนักวิจัยไทยให้เป็นแกนนำในเครือข่ายระดับนานาชาติ


    ทั้งนี้ ในโครงการ CaRe Network. มี ผศ.ดร.กมลรัตน์ สมบุตร หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์สำหรับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม (AMSERU) อาจารย์ประจำสาขาวิชาคณิตศาสตร์ รศ.ดร.วิยดา คำเอม ผศ.ดร.กรวุฒิ กำมหาวงศ์ ผศ.ดร.วิมลมาศ บำรุงเศรษฐพงษ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสถิติประยุกต์ มทร.ธัญบุรี นักวิจัยในโครงการฯ ร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนินการโครงการ CaRe Listening. เพื่อถอดรูปแบบและกลไกสำคัญของนักวิจัยที่มีบทบาทสำคัญในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งดำเนินงานภายใต้โครงการ “การยกระดับนักวิจัยไทยเพื่อเป็นแกนนำในภาคีเครือข่ายสหสาขาระดับนานาชาติ เพื่อการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่ลดการใช้คาร์บอน ระยะที่ 2” โดยการได้สนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ซึ่งมี ศ.ดร.ภูมิ คำเอม อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานกรรมการดำเนินงาน
    สำหรับโครงการ CaRe Network. เป็นกิจกรรมใหญ่ที่รวบรวมนักวิจัยทั่วโลกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด มีเป้าหมายหลักคือการสร้างเครือข่ายนักวิจัยไทยให้มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก กิจกรรมครั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ และมีการนำเสนอวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเครือข่ายให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และรับฟังนโยบายสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้นักวิจัยไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับนานาชาติได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการนำเอาแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มมาประยุกต์ใช้ในการวิจัย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและสร้างนักวิจัยไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว


    อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทั้งหมดที่จัดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเครือข่าย CaRe Network ในการขับเคลื่อนวงการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลายประการ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 7 เกี่ยวกับพลังงานสะอาดและราคาไม่แพง นอกจากนี้ การขับเคลื่อนวงการวิจัยและพัฒนายังสอดคล้องกับ SDG 9 ที่ส่งเสริมนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน การนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดไปประยุกต์ใช้ในเมืองยังช่วยให้บรรลุ SDG 11 เกี่ยวกับเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานสะอาดก็สอดคล้องกับ SDG 13 ที่มุ่งเน้นการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งไปกว่านั้น การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศยังเป็นการสนับสนุน SDG 17 ที่ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs ทั้งหมด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและรูปภาพทั้งหมดได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1DrobSopmY/

  • อธิการบดี มศว ชื่นชม โขนเด็ก รามเกียรติ์ สาธิต มศว ประสานมิตร ประถม สืบสานมรดกชาติ

    อธิการบดี มศว ชื่นชม โขนเด็ก รามเกียรติ์ สาธิต มศว ประสานมิตร ประถม สืบสานมรดกชาติ

     

    โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) และสมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการแสดงโขนเด็กรามเกียรติ์ ตอน “จองถนน” พร้อมการแสดงดนตรีร่วมสมัย ชุด “ดวงเดือนบรรเลง เสียงเพลงจากจันทร์” การแสดงรำเบิกโรง ชุด “ระบำอสุรพงศ์” และการแสดงละครประยุกต์เรื่อง  “สืบสานงานวัฒน์”  จัดแสดง ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

               รองศาสตราจารย์ ดร. ชลวิทย์ เจียรจิตต์  รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.สมเกียรติ  วรรณเฉลิม  ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  (ฝ่ายประถม), คุณมงคลทิพย์  รุ่งงามฤกษ์ ผู้อำนวยการ สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, คุณกิตติพจน์ บูรณะบุญวงศ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม ร่วมพิธีเปิดการแสดงโขนเด็กรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นการแสดงประจำปีของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ปีนี้นับเป็นปีที่ 43 โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับทางโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) จัดขึ้นเมื่อวันที่  25-26 มกราคม  2568 ที่ผ่านมา

               รองศาสตราจารย์ ดร. ชลวิทย์ เจียรจิตต์  รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   ประธานเปิดงานฯ  กล่าวชื่นชมเด็ก ๆ สาธิตประถมฯ ที่ร่วมใจสืบสานวัฒนธรรมไทย ด้วยการแสดง โขนเด็กรามเกียรติ์ ตอน “จองถนน” พร้อมการแสดงดนตรีร่วมสมัย ชุด “ดวงเดือนบรรเลง เสียงเพลงจากจันทร์” การแสดงรำเบิกโรง ชุด “ระบำอสุรพงศ์” และการแสดงละครประยุกต์เรื่อง  “สืบสานงานวัฒน์” นับเป็นความร่วมมือกันอย่างดีเยี่ยมทั้ง ครู-นักเรียน-ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยทาง มศว ยินดีให้การสนับสนุน และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมประจำชาติอย่างโขน ให้กับเยาวชนไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนักเรียนได้ตระหนักและเกิดความซาบซึ้งในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักเรียน ได้แก่ศักยภาพของตนเอง ด้วยการนำองค์ความรู้จากการเรียนวิชาโขนและนาฏศิลป์ มาใช้ในการแสดง

              ผศ.สมเกียรติ  วรรณเฉลิม  ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร   (ฝ่ายประถม) ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการแสดงประจำปีว่า การแสดงโขนเด็กรามเกียรติ์ ตอน “จองถนน” และการแสดงละครประยุกต์เรื่อง “สืบสานงานวัฒน์” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนักเรียนได้เกิดแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการทำงานร่วมกันเป็นทีม เกิดความตระหนักและความซาบซึ้งในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพของตนเองนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมในการเรียนรู้ได้

    การแสดงที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อปลูกจิตสำนึกในด้านคุณธรรม การรู้จักให้อภัย และความมีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  อันเป็นแบบอย่างสามารถที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้  โดยในการแสดงจะประกอบด้วย

    การแสดงชุดที่ ๑        การแสดงดนตรีร่วมสมัย ชุด “ดวงเดือนบรรเลง เสียงเพลงจากจันทร์”

    การแสดงชุดที่ ๒        การแสดงรำเบิกโรงโขน ชุด   ”ระบำอสุรพงศ์”

    การแสดงชุดที่ ๓        การแสดงโขนเด็กรามเกียรติ์ ตอน “จองถนน”

    การแสดงชุดที่ ๔        การแสดงละครประยุกต์เรื่อง  “สืบสานงานวัฒน์”

                คุณกิตติพจน์ บูรณะบุญวงศ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร  วิโรฒ ประสานมิตร  (ฝ่ายประถม) เผยว่า นับเป็นความสำเร็จของนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ประสานมิตร  (ฝ่ายประถม) อีกครั้ง ที่ได้แสดงศักยภาพทางด้านวิชาโชนและนาฏศิลป์ รวมทั้งความร่วมมือของคุณครู อาจารย์ ตลอดจนผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือ ร่วมแรง ช่วยกันจัดกิจกรรมครั้งนี้ ให้ประสบความสำเร็จ ทางสมาคมฯ ขอขอบพระคุณผู้ให้การสนับสนุน และทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ที่เปิดเวทีให้กับนักเรียนเราได้แสดงเป็นประจำทุกปี

     

    #https://test.learninfinity.net/

     

  • ‘ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์’ ยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย

    ‘ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์’ ยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย

     

    จากการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนผู้จดทะเบียนสมรสสำหรับทุกความรักทั่วประเทศ ตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลใช้บังคับวันนี้เป็นวันแรก ด้วยบริการด้านการทะเบียนบนหลักความเสมอภาคและเท่าเทียม เปิดประตูสู่การยอมรับเพศที่หลากหลายอย่างแท้จริงของประเทศไทยนั้น

    ล่าสุด วันนี้ (23 ม.ค.68) รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า “ขอแสดงความยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยอมรับและสนับสนุนสิทธิที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศแบบใดก็ตาม

    ผมได้มีส่วนร่วมกับกฎหมายฉบับนี้ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยร่วมกันช่วยผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้บังคับใช้กับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศทุกคน เพื่อให้สามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย

    ครั้งนี้คือ ชัยชนะของความรัก ความเข้าใจ และความเท่าเทียมในสังคมไทย ขอให้ทุกคู่รักได้เติมเต็มความฝันและสร้างครอบครัวในแบบที่ต้องการ เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ความรัก” คือสิ่งที่ควรได้รับการเคารพและยอมรับในทุกรูปแบบ”

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • เปิดใจนักกีฬา “เหรียญทอง” สวนสุนันทา ทุ่มเททุกหยาดเหงื่อจนก้าวสู่อันดับ 1 กีฬาปัญญาชน ครั้งที่ 50

    เปิดใจนักกีฬา “เหรียญทอง” สวนสุนันทา ทุ่มเททุกหยาดเหงื่อจนก้าวสู่อันดับ 1 กีฬาปัญญาชน ครั้งที่ 50

    กีฬาปัญญาชน หรือการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 50 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเจ้าภาพ ปิดฉากลงไปแล้ว โดยเจ้าเหรียญทองตกเป็นของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่ขนนักกีฬาระดับชาติมาร่วมเต็มพิกัด

    ส่วนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็ประสบความสำเร็จกันตามเป้าหมายที่วางไว้…

    แต่ที่เหนืออื่นใด คือการได้เข้าร่วมการแข่งขันและเป็นสังเวียนให้นักศึกษาได้แสดงออกถึงความสามารถและ “สปิริต” ของนักกีฬาอย่างเต็มที่

    หนึ่งในสถาบันที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมเป็นประจำและผู้บริหารให้การส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่ก็คือ “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา” ไล่ตั้งแต่นายกสภามหาวิทยาลัยผู้มีความชื่นชอบกีฬาเป็นทุนเดิม รศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย รวมทั้งอธิการบดี รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ ที่ไฟเขียวสนับสนุนอย่างเต็มที่ และผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง ผศ.ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ลงมาลุยเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

    โดยในศึก “ธรรมศาสตร์เกมส์” ทัพนักกีฬาของสวนสุนันทา สร้างชื่อคว้ามาได้ถึง 11 เหรียญรางวัล

    4 เหรียญทอง: หมากกระดาน (หมากฮอส) และมวยสากลสมัครเล่น
    3 เหรียญเงิน: จานร่อนและหมากกระดาน
    4 เหรียญทองแดง: มวยสากลสมัครเล่นและจานร่อน
    นอกจากนี้ยังมีผลงานกีฬาสาธิตเรือพายที่คว้ามาได้ 3 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง พร้อมคว้า 2 รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม และ 1 รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม

    ทีมข่าว “สำนักข่าวการศึกษาไทย” พร้อมทีมข่าวการศึกษาอันดับ 1 ของไทย “Eduzones” จึงถือโอกาสเข้าสัมภาษณ์ผู้ฝึกสอน และนักกีฬาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่สามารถคว้ารางวัลเหรียญทอง ในการแข่งขัน “ธรรมศาสตร์เกมส์” ครั้งที่ 50 ที่ผ่านมาเพื่อจารึกในความทุ่มเทพยายามจนประสบความสำเร็จ…

    อาจารย์วิษณุ สมัญญา (ผู้ฝึกสอนนักกีฬามวยสากล) กล่าวว่า “จากอดีตผมผันตัวจากการเป็นนักกีฬามวยสากลของ ม. ศรีนครินทรวิโรฒ ก่อนมาทำงานเป็นผู้ฝึกสอนที่สวนสุนันทา เพื่อปั้นนักมวยให้มีทักษะและประสบการณ์ ผมมีประสบการณ์การฝึกสอนตั้งแต่เริ่ม จนเข้ามาที่ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา ก็ราว  ๆ 14 ปีมาแล้ว

    “ผมภูมิใจกับนักกีฬาทุกคนที่ได้ฝึกสอน เพราะทุกคนมีทักษะและความสามารถ รวมถึงความอดทนสูง สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกจะเลือกจากตัวนักศึกษาหรือนักกีฬาที่มีทักษะพื้นฐานอยู่แล้ว มาทำการฝึกฝนทักษะเพิ่ม หลังจบการฝึกฝนในแต่ละครั้ง ผมจะวัดผลการฝึกซ้อมจากทักษะหรือว่าพัฒนาการของตัวนักกีฬา ว่าในส่วนไหนที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง จากนั้นพานักกีฬาไปหาประการณ์เพิ่มเติม แล้วนำมาพัฒนาว่ามีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มขึ้น

    ปัจจัยที่ทำให้เราได้เหรียญรางวัลในการแข่งขัน “ธรรมศาสตร์เกมส์” ครั้งที่ 50 นี้ ก็คือการเตรียมพร้อมในการฝึกซ้อม เพิ่มเติมทักษะพื้นฐานและทักษะเฉพาะตัวนำออกมาใช้ได้อย่างดุดันมากขึ้นก่อนการแข่งขันเวลาเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด” ยอดโค้ชมวยเสื้อกล้ามเล่าให้เราฟัง

    ส่วนการวางแผนนั้น โค้ชมวยกล่าวว่า เราจะต้องคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและวิเคราะห์เกมเพื่อตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งก็อยากแนะนำสำหรับผู้ที่อยากจะเข้ามาทำงานในวงการผู้ฝึกสอนนักกีฬามวยสากลทุกคน ว่า สิ่งที่สำคัญสำหรับการเป็นโค้ช คือ ต้องสร้างแรงบันดาลใจ สร้างสปิริตให้กับนักกีฬาทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังในผลแพ้ชนะมาก เกินกว่ากำลังใจของนักกีฬา และขอฝากถึงนักกีฬาน้องๆ หรือผู้ที่มีความสนใจ รวมถึงนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ใน ม.ราชภัฏสวนสุนันทา หากต้องการเรียนมวยสามารถมาพบกับพวกเราที่นี่ได้เลย

    รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง กีฬามวยสากลสมัครเล่นชาย (ไลท์เวท)

    นายณัฐพงศ์ หนูเขียว นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะการเมืองการปกครอง กล่าวว่า “แรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเล่นมวยสากล เพราะว่าตอนเด็กๆ ชอบกีฬาประเภทต่อสู้ พ่อก็เลยแนะนำให้เล่นกีฬามวยไทยก่อน เริ่มเล่นมวยสากล ตั้งแต่ช่วง ม.ปลาย ปีแรก ตอนนั้นมีอาจารย์มาชักชวนให้ไปเล่นให้กับจังหวัดพิษณุโลก เพราะกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนกีฬาพิษณุโลก ปกติซ้อมวันละ 5 ชั่วโมง ช่วงเช้าใช้เวลากับ การยืดเหยียดและทบทวนพื้นฐาน 2 ชั่วโมง และในช่วงบาย จะฝึกการวิ่งเข้าเป้าและทวบทวนพื้นฐาน 3 ชั่วโมง

    “ส่วนตัวผมรู้สึกประทับใจกับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ผ่านมา เพราะคู่ต่อสู้มีทักษะและแรงฮึดสู้ และเป็นมวยมาก ประทับใจที่สามารถสู้ได้สูสีและเอาชัยชนะมาได้ ก่อนการแข่งขันเป็นปกติที่จะมีแรงกดดันสูง แต่จะยึดมั่นใจกับตัวเองว่า ไม่ว่าผลจะเป็นแพ้หรือชนะ จงทำให้เต็มที่ เพื่อจะได้ไม่กลับมาเสียใจทีหลัง” ยอดมวยปัญญาชนเล่าให้ฟัง

    สำหรับประสบการณ์ที่ต้องพักฟื้นเพราะอาการบาดเจ็บนั้น แชมป์คนล่าสุดบอกว่า  ผมเคยเจอกับอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อขาขวา อาการปวดหลัง และอาการเจ็บแขนข้างซ้าย ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลต่อการชก แต่เมื่อพบกับอาการบาดเจ็บก็จะพยายามนวดยืดเหยียด เพื่อที่จะสู้ในทุกเวทีให้ได้เต็มร้อยที่สุด

    “ผมขอบคุณทางมหาวิทยาลัย โค้ช ทีมงาน และพี่ๆ น้องๆ ที่ได้ฝึกซ้อมให้กับตัวผมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เป้าหมายของผมคือการพัฒนาตัวเองและก็อยากจะครองแชมป์ในการแข่งขัน ต่อไปๆ รวมถึงอยากจะชักชวนน้องๆ ที่มีความสนใจกีฬามวยสากล ที่นี่สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับทุกคนได้ ไม่ว่าจะเป็นโค้ช อุปกรณ์ เวที สถานที่ ที่นี่ครบครันเหมาะสำหรับการฝึกซ้อม” นักชกเหรียญทองของสวนสุนันทา กล่าวส่งท้าย

    รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง กีฬาหมากกระดาน (หมากฮอส) ประเภทบุคคลชาย และ ประเภททีมชาย

    นายอดุลวิทย์ สุธีกาญจโนทัย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ สาขาการจัดการ E-sport กล่าวว่า “ผมเริ่มต้นเล่นหมากฮอสตั้งแต่อายุ 10 ขวบ มี พ่อ แม่กับพี่ชาย ที่ช่วยสนับสนุน ตอนนั้นผมได้แข่งขันภายในโรงเรียน และก็ได้เป็นตัวแทน เนื่องจากตอนนั้นทั้งสามคนรวมตัวผมได้คะแนนเท่ากัน ก็เลยต้องได้จับฉลากเพื่อเลือกคนไปแข่งขันรอบต่อไป ผมจำความรู้สึกที่ผมจับได้ที่สามได้อย่างชัดเจน พอกลับมาที่บ้านผมก็ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเป็นตัวแทนในการแข่งขันระดับภาคและระดับประเทศให้ได้ จนได้มายืนจุดนี้

    “สำหรับการจัดเวลาซ้อมผมให้ความสำคัญใหญ่ๆ กับการเรียนเป็นหลัก และด้วยความที่หมากฮอสเป็นสิ่งที่ผมมีความชื่นชอบมากๆ อยู่แล้ว ผมก็ใช้เวลาว่างในการฝึกซ้อมโดยชวนเพื่อๆ พี่ๆ ที่รู้จักมาฝึกฝน ขัดเกลาฝีมือ ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน ผมได้รับแรงบันดาลใจจากโค้ชและครอบครัว ทำให้มีแรงฮึดสู้และพลิกเกมส์ต่างๆ มาได้ ผมเคยเผชิญความพ่ายแพ้เมื่อปีที่แล้วกับนักกีฬาธรรมศาสตร์ในรอบชิงชนะเลิศ กติกาคือเสมอเท่ากับแพ้ ตอนนั้นผมได้แพ้ไป ผมรู้สึกเสียใจมากและก็นำความรู้สึกครั้งนั้นกลับมาฝึกฝนฝีมือจนครั้งนี้ผมได้คว้าชัยชนะมา ผมฝากถึงเยาวชนที่จะเข้ามา หมั่นฝึกซ้อมและการมีเพื่อนร่วมทีม มีโค้ชที่ดี รับรองว่าไปได้ไกลแน่นอน เชิญชวนให้มาเล่นหมากฮอส หลายๆ มหาวิทยาลัยมีโค้วต้าในส่วนนี้ รวมถึง ม.ราชภัฏสวนสุนันทา ที่จะมีทุนฟรีให้ตั้งแต่แรกเข้า มีการสนับสนุนในส่วนต่างๆ”

    รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง กีฬาหมากกระดาน (หมากฮอส) ประเภททีมชาย

    นายศรราม เสนคำสอน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ กล่าวว่า “เริ่มแรกผมได้แรงบันดาลใจ ตอนอายุ 10 ขวบ จากคุณลุงแถวบ้านและก็แพ้ไป ตอนนั้นก็อยากจะฝึกฝนเล่นหมากฮอส สำหรับการซ้อมในตอนนี้ก็จะทำการตั้งหมากและดูคลิป นำข้อมูลหรือว่าแนวคิดต่างๆ มาช่วยในการฝึกซ้อม

    “ปัจจัยที่ช่วยให้ชนะหรือช่วยพัฒนาฝีมือ คือ การฝึกซ้อมเดินหมากให้เยอะๆ รวมถึงคิดการโต้ตอบการเดินหมากของคู่ต่อสู้ ส่วนการแข่งขันที่ผมประทับใจมากที่สุด คือ การแข่งขันที่ จ. อุดรธานี ตอนนั้นได้รางวัล 1 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงิน ที่สำคัญคือได้แข่งกับรุ่นพี่ “บาส” ที่ผมเคารพมากที่สุด สิ่งที่สำคัญในการพัฒนา คือ การวางแผนการฝึกซ้อมและมีการพักผ่อนที่ดี หลังเลิกเรียนผมจะแบ่งเวลาซ้อมให้กับตัวเอง 3-4 ชั่วโมง ทำทุกๆ วัน และทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ตัวผมที่บ้านไม่ได้มีฐานะอะไรแต่ได้รับทุนการศึกษาจากการเล่นกีฬาหมากฮอส นี่ก็เป็นหนึ่งแรงผลักดันของผมเองด้วย”

    แม้จะทุ่มเทจนก้าวสู่ระดับแชมป์ แต่อุปสรรคที่ “ศรราม” ต้องต่อสู้มาตลอดก็คือเรื่องของอาการบาดเจ็บ และโรคประจำตัว

    “ตัวผมได้รับบาดเจ็บจากการทำงานตั้งแต่อายุ 14 ปี สะสมมาเรื่อยๆ จนเริ่มทรุดหนักช่วง ม.6 เป็น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและข้อสะโพกอักเสบ ต้องได้เข้าโรงพยาบาลและได้ดร็อปเรียนไป 1 ปี ผมมีความจำเป็น ไม่สามารถหยุดทำงานได้ พอกลับไปทำงานอาการบาดเจ็บก็หนักขึ้น แต่ยังโชคดีที่ได้ออกจากโรงพยาบาลมาทันการแข่ง “ธรรมศาสตร์เกมส์” ในระหว่างการแข่งก็มีอาการเจ็บเป็นระยะ ๆ จนกรรมการอนุญาตให้นอนแข่งได้ ก็สู้จนการแข่งขันจบและประสบความสำเร็จ จึงขอฝากอยากให้ทุกคนๆ ดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากๆ และขอขอบคุณโค้ช อาจารย์ และทีมสวนสุนันทา ท่านผู้บริหารทุกคน ที่ช่วยในการให้ความรู้และฝึกฝนตัวผมจนมาถึงจุดนี้ได้”

    เมื่อถามถึงเป้าหมายการเป็นนักกีฬาและวางแผนชีวิตในอนาคต ยอดนักโขกยอมรับถึงความยากลำบากและสิ่งที่อยากจะขอโอกาส “ถึงผมจะไม่ค่อยมีพร้อม แต่ก็ยังมุ่งมั่นครับ ตอนซ้อมก็แบ่งร่างเป็น 2 คน หนึ่งคือตัวเราเอง และอีกคนก็มโนว่าเป็นคู่แข่ง ถ้าเราเดินแบบนี้ เขาจะแก้ยังไง สลับกันไปมา ในขณะคนอื่นเขามีคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ้ค ซ้อมกับโปรแกรม เขาถอดหมากแค่ 1-2 ชั่วโมง แต่ผมไม่มี เลยจินตนาการเอา กว่าจะถอดได้ 4-5 ชั่วโมง ก็ใช้ความพยายามสู้ครับ ผมจะเล่นกีฬานี้ต่อไปแน่นอน ถ้ามีโอกาสอยากได้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ้คมือสองสักเครื่อง เพื่อการเรียนและการฝึกซ้อม แค่นี้ก็พอแล้วครับ

    ฝากถึงน้องๆ ที่มีความสนใจอยากจะเข้ามาเรียนและเล่นกีฬาที่นี่ว่า เรามีโค้ชที่ช่วยซัพพอร์ตในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา การให้แนวคิดหรือว่าการฝึกฝน ฝึกซ้อม ได้มาเรียนที่สวนสุนันทา รับรองว่าอนาคตเราดีแน่นอน”

    รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง กีฬาหมากกระดาน (หมากฮอส) ประเภทคู่ผสม

    นางสาวอมรรัตน์ เชื้อจีน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะการเมืองและการปกครอง สาขานิติศาสตร์ กล่าวว่า “เริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 13 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาจารย์และก็พ่อ ตอนนั้นได้มีเพื่อนชวนเข้ามาเริ่มเล่นหมากกระดาน เวลานั้นมีการคัดเลือกคนเข้าแข่งขันพอดี หนูได้รับที่ 3 จากแข่งขันที่ จ.อุดรธานี สำหรับการแบ่งเวลาฝึกซ้อม จะซ้อมช่วงหลังเลิกเรียน โดยซ้อมจากโปรแกรมการเดินหมากและคำแนะนำคำปรึกษาจากโค้ช การแข่งขันที่ภูมิใจที่สุดคือการแข่งขันรอบล่าสุดในงาน “ธรรมศาสตร์เกมส์”

    “ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังถึงรางวัลหรือว่าผลแพ้ชนะ หวังได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการแข่งขัน เราเพียงต้องเล่นให้ได้เต็มที่ จากที่หนูไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับหมากฮอสเลยแต่ได้พัฒนาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ หนูรู้สึกมีความสุขและภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจในทีม ภูมิใจกับคนรอบข้าง”

    แม้จะเป็นกีฬาที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากมาย ไม่มีรายการแข่งขันต่อเนื่อง หรือได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐหรือเอกชน แต่น้อง “อมรรัตน์” ก็ยืนยันว่า ที่เล่นเพราะใจรัก และก้าวมาถึงจุดนี้เพราะคนรอบข้างที่สนับสนุน จึงขอขอบคุณโค้ช ขอบคุณครอบครัวที่ดูแลและเป็นแรงใจมาตลอด รวมทั้งฝากถึงทุกคนที่มีความสนใจ เชื่อว่าขอเพียงทุกคนตั้งใจ ขยันฝึกซ้อม และมีความตั้งใจ ทุกคนสามารถทำได้แน่นอน

     

     

     

     

  • ผู้บริหารสวนสุนันทา นำทัพนักเตะร่วมพิธีบวงสรวงและสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ก่อนลุยศึก “ราชภัฏคิงส์คัพ” ครั้งที่ 1

    ผู้บริหารสวนสุนันทา นำทัพนักเตะร่วมพิธีบวงสรวงและสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ก่อนลุยศึก “ราชภัฏคิงส์คัพ” ครั้งที่ 1

    ผู้บริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นำทัพนักกีฬาฟุตบอลร่วมพิธีบวงสรวงและสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพร ในการเดินทางไปแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ราชภัฏคิงส์คัพ” ครั้งที่ 1 รอบชิงชนะเลิศ ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 มกราคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

    วันที่ 24 มกราคม 2568  เวลา 09.00 น. รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รองอธิการบดี ที่ปรึกษาอธิการบดี คณบดีคณะวิทยาการจัดการ และบุคลากรกองพัฒนานักศึกษา นำทัพนักกีฬาฟุตบอลมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำนวน 25 คน ร่วมพิธีบวงสรวง และสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพร ในการเดินทางไปแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ราชภัฏคิงส์คัพ” ครั้งที่ 1 รอบชิงชนะเลิศ ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 มกราคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี  โดยนักกีฬาฟุตบอลมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ หน้าอาคารสำนักงานอธิการบดี อาคาร 31 และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี

    ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้กล่าวให้โอวาท  พร้อมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคนทำผลงานอย่างเต็มที่  เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬาที่เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย   รวมถึงให้กำลังใจแก่บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย

      “ขอให้นักกีฬาทุกคนตั้งใจ ทำให้ดีที่สุด มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย ทั้งนี้ขอให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยต่อไป”  

    ในการนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา คล้ายสังข์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ เข้าร่วมพิธีพร้อมให้กำลังใจแก่นักกีฬามหาวิทยาลัยในการแข่งขันทุกคน และเชิญชวนประชาคมสวนชวสวนสุนันทา อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทุกคน ร่วมส่งกำลังใจให้กับนักกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ราชภัฏคิงส์คัพ” ครั้งที่ 1 รอบชิงชนะเลิศ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 มกราคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

      

     …

    กันยากร สุจริตเนติการ : ถ่ายภาพ/รายงาน
    งานประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาการจัดการ
    www.fms.ssru.ac.th
    www.ssru.ac.th
    #คณะวิทยาการจัดการสวนสุนันทา
    #SSRU
    #FMSSSRU
    #คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    #มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

  • สมาคมศิษย์เก่า มทร.ธัญบุรี ชวนร่วมงานวิ่ง “บัวสวรรค์มินิมาราธอน ครั้งที่1”

    สมาคมศิษย์เก่า มทร.ธัญบุรี ชวนร่วมงานวิ่ง “บัวสวรรค์มินิมาราธอน ครั้งที่1”

    สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เชิญชวนศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมงานวิ่ง “บัวสวรรค์มินิมาราธอน ครั้งที่1” ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (คลองหก จ.ปทุมธานี) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ากับศิษย์ปัจจุบัน และส่งเสริมการออกกำลังกายและสุขภาพที่ดี โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะนำไปเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัย และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสมาคมฯ

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เพจบัวสวรรค์มินิมาราธอน และเพจสมาคมศิษย์เก่าราชมงคลธัญบุรี- ประชาสัมพันธ์

    เว็บไซต์ https://rmutta.gosalepage.co/clj-plgv-vmc

    สมัครเข้าร่วมได้แล้ววันนี้ที่ https://rmutta.gosalepage.co/clj-plgv-vmc

    ทุกก้าวที่คุณวิ่งคือการสร้างกำลังใจ และทุกการสนับสนุนคือพลังที่จะช่วยส่งต่อคุณค่าให้แก่สังคม.