






แชมป์เก่า โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน การออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร หัวข้ออัตลักษณ์ความเป็นไทย ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2567 ที่ จังหวัดพะเยา
การแข่งขันออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร หัวข้อ “อัตลักษณ์ความเป็นไทย” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2567 ที่ จังหวัดพะเยา ซึ่งทางจังหวัดพะเยา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เทศบาลเมืองพะเยา สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ภาคเอกชน และ ส่วนราชการทุกภาคส่วนในจังหวัดพะเยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา
โดยมี ดร.นิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี และมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย ปลัดจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมในพิธี ขณะที่นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้นำขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าสู่บริเวณงานที่เวทีบริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา
จากนั้น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้ร่วมกับมอบรางวัลแก่ทีมชนะการแข่งขัน
รางวัลชนะเลิศได้แก่ ทีมจาก โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ เป็น รูปรถตุ๊กตุ๊ก และหมูกะทะ รับ โล่รางวัลพระราชทานพร้อม เงินรางวัล 100,000 บาท ซึ่งเป็นแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว
รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม ลูกเจ้าพ่อใส่เงิน 3 จากโรงเรียนพิบูลมังสาหาร รับโล่รางวัลพระราชทานพร้อม เงินรางวัล 50,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม มหาราชภูคำ 2 น้องข้าวสวย และน้องข้าวกล้อง ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด คือ 8 ขวบกับ 11 ขวบ จากโรงเรียนมหาราช รางวัลพร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท
รองอันดับ 3 โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท
และรางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร ทีมลูกเจ้าพ่อไทรเงิน , ทีมกล้วยๆจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน , ทีมจากโรงเรียนอัสสัมชัญโคราช จังหวัดนครราชสีมา และทีมเชียงคำ 1 จากโรงเรียนเชียงคำพิทยาคม จังหวัดพะเยา โดยทั้ง 4 ทีมที่ได้รับรางวัลชมเชยจะได้รับเงินรางวัลทีมละ 3,000 บาท

#https://test.learninfinity.net/





มทร.ธัญบุรี จับมือ Digital Focus พัฒนานวัตกรรมดิจิทัล
พร้อมรับมอบอุปกรณ์กล้องและเซ็นเซอร์อัจฉริยะมูลค่า 1 ล้านบาท
มทร.ธัญบุรี จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ดิจิตอล โฟกัส จำกัด (Digital Focus Co., Ltd) เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการสร้างนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมรับมอบอุปกรณ์กล้อง เกตเวย์และเซ็นเซอร์ในระบบบ้านและอาคารอัจฉริยะ มูลค่า 1 ล้านบาท โดยมีผู้บริหาร อาจารย์และนักวิจัยเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม ST-1306 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า การได้รับมอบอุปกรณ์และความร่วมมือบันทึกข้อตกลงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้านพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะชุดอุปกรณ์กล้อง เกตเวย์ และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ทันสมัยและสามารถนำมาพัฒนา SMART โซลูชั่นที่ตอบโจทย์ Smart University, Smart City และ Smart Country ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ชุมชนและสังคม ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงส่งเสริมการวิจัย แต่ยังสนับสนุนด้านการเรียนการสอนที่สามารถเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม จากผลงานความเชี่ยวชาญของทางมทร.ธัญบุรี ที่เป็นภาคการศึกษากับทาง Digital Focus ในส่วนของภาคเอกชนที่เป็นสถานประกอบการ สามารถร่วมกันพัฒนางานวิจัยและต่อยอดไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้ในอนาคต
ด้าน คุณสมชาย ประจักษ์สูตร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิตอลโฟกัส จำกัด กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นสนับสนุนการศึกษาและนวัตกรรมของไทย โดยร่วมมือกับ มทร.ธัญบุรี ผ่าน DGF Academy ในการพัฒนาหลักสูตรด้าน AIoT, Robotics และ Green Energy รวมถึงสนับสนุนโครงการวิจัย เช่น Smart Home, Smart Campus, และ Smart City พร้อมจัดหาวัสดุและเครื่องมือที่จำเป็น ซึ่งในโอกาศนี้ได้มอบชุดอุปกรณ์ ชุดอุปกรณ์กล้อง เกตเวย์ และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ทันสมัย มูลค่ารวม 1,000,000 บาท ให้กับคณะวิทยาศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาได้นำไปใช้ในการพัฒนาโครงงานวิจัยและสร้างนวัตกรรมดิจิทัลด้าน Smart Home, Smart Campus, Smart Building, Smart Factory, Smart Transportation และ Smart City นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีโอกาสฝึกงาน ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานจริง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคตอย่างเต็มที่ และสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
ขณะที่ผศ.ดร.นิพัทธ์ จงสวัสดิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่าอุปกรณ์มูลค่า 1 ล้านบาทที่ได้รับมอบครั้งนี้ จะแบ่งใช้ในคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะละ 500,000 บาท เพื่อพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และการเรียนรู้ด้าน AIoT, Robotics และ Green Energy พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ก้าวทันเทคโนโลยีและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล การลงนามความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ทันสมัย เท่าทันกับเทคโนโลยี ยกระดับให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ความร่วมมือนี้ยังช่วยเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านวิชาการและงานวิจัย นับเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการศึกษา พัฒนานวัตกรรม และสร้างคนที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่ออุตสาหกรรมในอนาคต
ผศ.มาโนช ประชา ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงการขยับเพื่อการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มทร.ธัญบุรี ในฐานะสถาบันการศึกษา ได้ทำงานใกล้ชิดและผสานความร่วมมือกับ Digital Focus ซึ่งเป็นสถานประกอบการโดยตรง นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักศึกษา ไม่เพียงแค่ในแง่ของโครงการสหกิจศึกษา แต่ยังช่วยเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน และเชื่อมโยงไปถึงการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ ในการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้.


คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เชิญชวนน้องมัธยมศึกษาตอนปลายที่ชอบแนวสืบสวน สอบสวน ร่วมกิจกรรมแคมป์นักสืบรุ่นจิ๋ว #โคนันรุ่น7 โดยกิจกรรมภายในแคมป์น้อง ๆ จะได้เรียนรู้จากสถานีต่าง ๆ ดังนี้ สถานีที่ 1 การปัดหาลายนิ้วมือแฝง สถานีที่ 2 การตรวจสถานที่เกิดเหตุ (จำลองเหตุการณ์) สถานีที่ 3 การสืบสวน สอบสวน และสถานีที่ 4 การใช้เทคโนโลยีในการป้องกันอาชญากรรมและการระงับเหตุ จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.30 – 15.00 น. ณ ห้อง 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสามารถสมัครออนไลน์เข้าร่วมแคมป์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ : https://shorturl.at/Y5vDO รับจำนวนจำกัด !
#https://test.learninfinity.net/


โครงการให้ทุนสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเพื่อการยกระดับการให้บริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน
(People’s Audit) ประจำปี 2568
1. หลักการเหตุผล
สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดให้มีหลักสูตรการให้บริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของ ประชาชน (People’s Audit) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรขององค์กรหรือหน่วยงานที่เข้า รับการอบรมมีความรู้ เจตคติและทักษะสำคัญ 4 ประการ คือ 1) การส่งเสริมให้เกิดการ พัฒนาการให้บริการสาธารณะโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน (People’s Audit)
อันนำไปสู่การสร้างจิตสำนึกเรื่องความเป็นประชาธิปไตย และเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น ในประเทศไทยที่เหมาะสมกับบริบทของฝ่ายต่าง ๆ 2) เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ จนตระหนัก ถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในเรื่องการบริการสาธารณะ และการยกระดับการให้บริการ 3) ส่งเสริมกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge management) ผ่านกระบวนการฝึกปฏิบัติ
และ 4) ผู้เข้ารับการอบรมที่ผ่านเกณฑ์การประเมินจะสามารถประยุกต์ใช้เทคนิควิธีการหรือ รูปแบบสร้างการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ได้อย่างเกิดผล ตลอดจนสามารถวางแผนสร้างการมีส่วนร่วมใน ประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อส่งเสริมการนำความรู้จากหลักสูตรการให้บริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของ ประชาชน (People’s Audit) ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงตามภาระหน้าที่
2.2 เพื่อเก็บรวบรวมผลการดำเนินโครงการเป็นตัวชี้วัดสัมฤทธิผลของการจัดหลักสูตรการ ให้บริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน (People’s Audit)
2.3 เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการให้บริการสาธารณะโดยการมี ส่วนร่วมของประชาชน (People’s Audit) ให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติได้ จริง
3. คุณสมบัติผู้ขอรับทุน
3.1 ผู้ที่ผ่านหลักสูตรระดับสัมฤทธิบัตรการให้บริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของ ประชาชน (People’s Audit) ทุกรุ่น
3.2 ผู้ที่ผ่านการอมรมเรื่องการให้บริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่สถาบันจัดการอบรมให้เฉพาะหน่วยงาน หรือเฉพาะโครงการ
4. ลักษณะของโครงการที่ขอรับทุนสนับสนุน
เป็นโครงการที่ดำเนินกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายแบบมีส่วนร่วม โดยประยุกต์ใช้ความรู้ เทคนิค วิธีการ กระบวนการต่าง ๆ ที่เรียนรู้จากหลักสูตรการให้บริการสาธารณะโดยการมีส่วน ร่วมของประชาชน (People’s Audit) อย่างชัดเจนและเหมาะสม สร้างการมีส่วนร่วมของ กลุ่มเป้าหมายได้จริงโดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์และผลการด าเนินกิจกรรมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ กลุ่มเป้าหมาย
5. เงื่อนไขการพิจารณาให้การสนับสนุนทุน
5.1 ข้อเสนอโครงการสามารถอธิบายวัตถุประสงค์ และผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนิน กิจกรรม/โครงการอย่างชัดเจน
5.2 ข้อเสนอโครงการมีการระบุอย่างชัดเจนว่าจะใช้เทคนิค วิธีการหรือกระบวนการสร้าง การมีส่วนร่วมแบบใด และอยู่ในขั้นตอนใดของกิจกรรม
5.3 ข้อเสนอโครงการมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายกรณีทุนสนับสนุน ของสถาบันพระปกเกล้า
5.4 กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินกิจกรรมของโครงการมีความหลากหลายทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และกลุ่มอาชีพ
5.5 ระยะเวลาดำเนินกิจกรรมไม่เกิน 6 เดือน และอยู่ในขอบเขตที่สถาบันกำหนด
5.6 ผู้รับทุนต้องดำเนินโครงการให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่สถาบันกำหนด พร้อมทั้งจัดเก็บ เอกสารค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องครบถ้วนและจัดทำรายงานการดำเนินโครงการส่งให้แก่สถาบันโดยไม่ล่าช้า
หมายเหตุ หากมีหน่วยงานหรือองค์กรหรือสถาบันต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ร่วมดำเนินการ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
6. งบประมาณสนับสนุน
สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักวิจัยและพัฒนาให้การสนับสนุนทุนเพื่อการดำเนินกิจกรรม ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อโครงการ โดยมีคณะกรรมการกำกับโครงการให้ทุนสนับสนุนกิจกรรมเพื่อ การยกระดับการบริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน (People’s Audit) ซึ่งสถาบัน ฯ เป็นผู้แต่งตั้งเป็นผู้พิจารณาให้ทุน ภายใต้ระเบียบของสถาบันพระปกเกล้า ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
7. วิธีการเสนอขอรับทุน
เขียนข้อเสนอโครงการตามหลักการทั่วไปและสอดคล้องกับเงื่อนไขในข้อ 5 ส่งข้อเสนอโครงการมายังสถาบันพระปกเกล้า ตามช่องทางการติดต่อประสานงานกับสถาบันที่ให้ไว้ในข้อ 8 ภายในวันที่ 31 มกราคม 2568
8. ช่องทางการติดต่อประสานงานกับสถาบัน
สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า (ทุน PA)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดีชั้น 5 (ด้านทิศใต้) เลขที่ 120 หมู่3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่กรุงเทพมหานคร 10210 หมายเลขโทรศัพท์: 0-2141-9609 (วลัยพร), 0-2141-9611 (วิศิษฎ)
หมายเลขโทรสาร : 0-2143-8177
E-mail: Walaiporn@kpi.ac.th, Wisit@kpi.ac.th
ที่มา https://www.kpi.ac.th/news/news/data/2599





คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดโอกาสเด็กไทย ก้าวสู่บุคลากรในอุตสาหกรรมอวกาศ เปิดให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก ด้านเทคโนโลยีการบินและอวกาศ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เรียนจบไม่มีข้อผูกมัด ไม่ต้องใช้ทุนคืน
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า สดช.ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของประเทศไทย ภายใต้กรอบความร่วมมือองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Space Cooperation Organization : APSCO) ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก ด้านเทคโนโลยีการบินและอวกาศ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ จำนวนรวม 45 หลักสูตร ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยเป็นทุนแบบไม่มีภาระผูกพัน ณ มหาวิทยาลัย Beijing Institute Of Technology, มหาวิทยาลัย Harbin Institute of Technology, มหาวิทยาลัย Zhejiang และมหาวิทยาลัย Beihang สาธารณรัฐประชาชนจีน
“ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่สมัครเข้ารับทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทถึงปริญญาเอก เทคโนโลยีการบินและอวกาศ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพกำลังคนของประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ซึ่งถือเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญในอนาคต” นายเวทางค์ กล่าว
สำหรับผู้สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดการสมัครและวันปิดรับสมัครทุนการศึกษาดังกล่าวได้ที่ www.onde.go.th