Category: ข่าวล่ามาแรง

  • มทร.ธัญบุรี คว้ารางวัลใหญ่เวที “วันนักประดิษฐ์ 2568”  ตอกย้ำนวัตกรรมตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน

    มทร.ธัญบุรี คว้ารางวัลใหญ่เวที “วันนักประดิษฐ์ 2568” ตอกย้ำนวัตกรรมตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) คว้ารางวัลจากเวที I-New Gen Award 2025 และ IPITEx 2025 ในงาน วันนักประดิษฐ์ 2568 (Thailand Inventors’ Day 2025) ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยได้รับถ้วยรางวัลระดับดีเด่น 1 รางวัล ถ้วยรางวัลระดับดี 1 รางวัล เหรียญทอง 2 รางวัล และเหรียญเงิน 5 รางวัล จากเวที I-New Gen Award 2025 และ เหรียญทอง 1 รางวัล และเหรียญเงิน 3 รางวัล จากเวที IPITEx 2025 สะท้อนความสามารถของนักศึกษาและนักวิจัยในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างประโยชน์ต่อสังคม

    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า “มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของคณาจารย์และนักศึกษาในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน” พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “เป็นอีกปีหนึ่งที่ มทร.ธัญบุรี ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติ สามารถคว้ารางวัลที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมภายในงานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพของนักวิจัยและนักศึกษาในการนำเสนอผลงานที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมและสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้”

    ด้าน รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี กล่าวเสริมว่า ในปีนี้ผลงานที่ได้รับรางวัลครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งในกลุ่มของ (1) กลุ่มพลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ  (2) กลุ่มเทคโนโลยีเพื่อสังคม และ (3) กลุ่มนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน นวัตกรรมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    ผลงานที่ได้รับถ้วยรางวัลระดับดีเด่น จากเวที I-New Gen Award 2025 ได้แก่ นวัตกรรมเคมีไฟฟ้าขั้นสูงร่วมระบบนาโนบับเบิ้ลสำหรับธุรกิจขนส่งอาหารทะเล โดย นายวัชรพงษ์ นารีจันทร์ และ นางสาวนวลลออ ยามาโอะ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.ฉัตรชัย พลเชี่ยว และ รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ ซึ่งยังได้รับ เหรียญทอง และเงินรางวัล 70,000 บาท

    รางวัลถ้วยรางวัลระดับดี ตกเป็นของ สารเคลือบกันร้อนและทำความสะอาดตัวเองอัจฉริยะ: สะท้อนความร้อนสูง กันน้ำ และป้องกันเชื้อรา โดยนายจิตติพัฒน์ ออมสินสมบูรณ์ และนางสาวอรยา กุลวงษ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจารย์ที่ปรึกษา-รศ.ดร.ปรียาภรณ์ ไชยสัตย์ รศ.ดร.อมร ไชยสัตย์ และดร.ชุมพล บุษบก ซึ่งได้รับเหรียญทอง และเงินรางวัล 50,000 บาท
    รางวัลเหรียญทองจากเวที I-New Gen Award 2025 ได้แก่ ผลงาน PolypThrive: ฐานยึดเกาะสําหรับตัวอ่อนปะการังพร้อมเร่งการเจริญเติบโต โดยนายพฤติพงศ์ พันธมนัสโสภา และนางสาวนันทิชา เลาะหมุด คณะวิศวกรรมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา-รศ.ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ ดร.บัลลังก์ เนื่องแสง และนายชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์ BioTrack: วัสดุพื้นสนามกีฬาจากยางพาราและเปลือกหอยแมลงภู่ โดย นายพฤติพงศ์ พันธมนัสโสภา และนางสาวศิริชล บัวบุญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา-รศ.ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ และศ.ดร. สนอง เอกสิทธิ์

    ส่วนรางวัลเหรียญเงินจากเวที I-New Gen Award 2025 คือ ผลงานนวัตกรรมการใช้ขยะชุมชนเพื่อผลิตเชื้อเพลิงแข็งประสิทธิภาพสูง โดยนายอภิสิทธิ์ เหมือนเมือง นายดาริส แอนดริส นายธีระภัทร แก้วปรารถนา และนายจิรพัส คล่องณรงค์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา-รศ.ดร.ธีรพจน์ เวศพันธุ์ ผลงานรองเท้าแจ้งเตือนการล้มของผู้สูงอายุ โดยนายธีระภัทร แก้วปรารถนา นายดาริส แอนดริส นายจิรพัส คล่องณรงค์ นายอภิสิทธิ์ เหมือนเมือง คณะวิศวกรรมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา-ผศ.ดร.มนูศักดิ์ จานทอง และดร.สุรศักดิ์ ทิมพิทักษ์ ผลิตภัณฑ์เจลลี่บัควีทโปรตีนและใยอาหารสูง โดยนางสาวขวัญสิริ นามเคน นางสาวจุฑาทิพ มณีเนตร นางสาวโสภา อินทร์พรหม นางสาวพรนัชชา มากหมู่ นางสาวพัณณิตา จันติ้ว คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจารย์ที่ปรึกษา-ผศ.ดร.อัฏฐพล อิสสระ นวัตกรรมซุปใบเหลียงผัดไข่กึ่งสําเร็จรูปสําหรับผู้สูงอายุ โดยนายเสวก นามแก้วนายธนวิทย์ ผาสูงเนิน นายกิตติพศ ยศภาคย์ และนายอาชา อาชายุทธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจารย์ที่ปรึกษา-ดร.สายฝน โพธิสุวรรณ และดร.เจนจิรา พกาวัลย์ และ ผลิตภัณฑ์ขนมโปรตีนจิ้งหรีดกรุบกรอบ โดย นางสาวการะเกด จุลพันธ์ และนายพีรพล มูฮํามัดตอเฮต คณะการแพทย์บูรณาการ อาจารย์ที่ปรึกษา-ดร.สุริยา ชัยวงค์

    ในส่วนของเวที IPITEx 2025 รางวัลเหรียญทอง ตกเป็นของ ผลงาน Shell-Hemp Composite: The Lightweight Composite Material from Hemp Core, Cement, and Shell Powder และรางวัล เหรียญเงิน ได้แก่ ผลงาน Glastic: An Innovative Aggregate from Plastic and Glass Waste รวมถึง ผลงาน BAQ AgriDry High-Efficiency: The High-Efficiency Agricultural Produce Drying Yard โดย ผศ.ดร.ประชุม คำพุฒ และผศ.ว่าที่ร้อยเอก ดร.กิตติพงษ์ สุวีโร คณะวิศวกรรมศาสตร์ อีกทั้ง ผลงานเรื่อง Plant-Based Dolly Fish Steak ก็ได้รับรางวัล Silver Medal เช่นเดียวกัน โดยผศ. ดร.อัฏฐพล อิสสระ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

              ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษาและนักวิจัยของ มทร.ธัญบุรี ในการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถต่อยอดใช้งานได้จริง และช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี และเว็บไซต์ https://ird.rmutt.ac.th

     …

    เรื่อง/ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี.

     

  • สวนสุนันทา ร่วมเสริมศักยภาพบุคลากรในโครงการพัฒนา Soft Skill ผ่านกระบวนการวิศวกรสังคม

    สวนสุนันทา ร่วมเสริมศักยภาพบุคลากรในโครงการพัฒนา Soft Skill ผ่านกระบวนการวิศวกรสังคม

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมเสริมศักยภาพบุคลากรในโครงการพัฒนา Soft Skill ผ่านกระบวนการวิศวกรสังคม

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาส่งตัวแทนผู้บริหาร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เข้าร่วมอบรมและฝึกปฏิบัติการในโครงการ “เพิ่มศักยภาพอาจารย์และบุคลากรที่ปรึกษาการพัฒนา Soft Skill ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม: Storytelling for Social Engineer Branding” ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ระหว่างวันที่ 2 – 7 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุม 4 พระเทพรัตนดิลก (สมัย) ชั้น 2 อาคารเรียนรวมและศูนย์วัฒนธรรม (อาคารพุทธวิชชาลัย) มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กรุงเทพมหานคร

    โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนา Soft Skill ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับบุคลากรทางการศึกษา ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคมผ่านเทคนิค Storytelling เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มศักยภาพในการเป็นผู้นำทางสังคม

    นอกจากนี้ โครงการยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 4 ซึ่งเน้นการสร้างหลักประกันให้ทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม พร้อมทั้งสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในทุกระดับ

    การเข้าร่วมโครงการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Soft Skill ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอนและการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา รวมถึงการสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ยั่งยืนและมีคุณภาพต่อไป

  • “ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” มทร.ธัญบุรีจัดประชุมวิชาการระดับชาติ หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

    “ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” มทร.ธัญบุรีจัดประชุมวิชาการระดับชาติ หนุนเกษตรไทย นวัตกรรมและความยั่งยืน

    มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการโครงงานวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียงรากฐานชาติ ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมสนับสนุนบทบาทวิศวกรรมเกษตรในยุคเกษตรอัจฉริยะ ณ ห้องประชุมสงค์ธนาพิทักษ์ มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการโครงงานวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมสงค์ธนาพิทักษ์ โดยมีนักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษาและภาคเอกชน กว่า 500 คนเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิศวกรรมเกษตร รองรับการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล

    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า ภาคการเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหารและการส่งออก การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น เกษตรอัจฉริยะ โดรนเพาะปลูก และระบบจัดการน้ำอัตโนมัติ จะช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมเกษตรที่มีทักษะเฉพาะทาง เช่น การออกแบบเครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติ และการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูล จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเสริมศักยภาพของประเทศ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

    “การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเกษตรสู่สาธารณะ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นเวทีสำคัญให้ นักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการ ได้นำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ในระดับสากล เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ ที่จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับภาคเกษตรของไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล” รศ.ดร.สมหมาย อธิบาย

    ด้าน รศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่าแนวคิดของงานที่ว่า “เศรษฐกิจพอเพียงรากฐานชาติ ปราชญ์วิศวกรรมเกษตรสร้างนวัตกรรม” เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ร่วมกับการสร้างนวัตกรรม จะช่วยให้ภาคการเกษตรของไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยด้านวิศวกรรมเกษตร รวม 35 ผลงาน ทั้งภาคบรรยาย 13 ผลงาน และภาคโปสเตอร์ 22 ผลงาน และการแข่งขันทักษะทางวิศวกรรมเกษตร 24 ทีม จากสถาบันการศึกษา 14 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดงานสำคัญระดับชาติครั้งนี้จะส่งเสริมบุคลากรด้านวิศวกรรมเกษตรได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในภาคการเกษตร.

  • ราชมงคลพระนคร ร่วมเชิดชูศิลปวัฒนธรรมไทย จัดโชว์แสดง “จองเปรียง ศรีอโยธยาธานินทร์”

    ราชมงคลพระนคร ร่วมเชิดชูศิลปวัฒนธรรมไทย จัดโชว์แสดง “จองเปรียง ศรีอโยธยาธานินทร์”

    ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มอบหมายให้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา พร้อมด้วย นางสาวมัลลิกา วีระสัย ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา นำทีมผู้นำนักศึกษา และนักศึกษาชมรมศิลปะการแสดง เข้าร่วมพิธีเปิดงาน และร่วมการแสดงชุด “จองเปรียง ศรีอโยธยาธานินทร์” ในงานศิลปวัฒนธรรมอุดมศึกษา ครั้งที่ 23 ภายใต้ชื่อ “ยอยศสิปปศิลป์ นฤตยาพิพัฒน์ สิบสองทศวรรษ ราชภัฏอยุธยา” ซึ่งมีสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 102 สถาบัน ภายในงานมีกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค การออกบูธสาธิตภูมิปัญญา และนิทรรศการศิลปกรรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 มกราคม 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (วัดมหาธาตุ) และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเดินทางมาเป็นประธานฯ มีรองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ อธิการบดีมรภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวรายงานฯ

    ทั้งนี้ ผศ.ศรัทธา แข่งเพ็ญแข ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา กล่าวว่า “ราชมงคลพระนครมีนโยบายสนับสนุนและสืบสานด้านศิลปวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน รวมถึงสนับสนุนในรูปแบบกิจกรรมทั้งการแสดงดนตรี นาฏศิลป์ไทย เพื่อเป็นพื้นที่การแสดงออกของนักศึกษา ดังนั้นการแสดงชุดจองเปรียง ศรีอโยธยาธานินทร์ เป็นอีกหนึ่งชุดการแสดงของนักศึกษาราชมงคลพระนคร ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการร่ายรำ และดนตรีประกอบการแสดงจากการแสดงชุด “จองเปรียง” ผลงานนาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ของโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย ซึ่งถูกนำมาผสมผสานในการแสดงชุดจองเปรียง ศรีอโยธยาธานินทร์ ที่ถ่ายทอดและแสดงสืบสานความเป็นไทย โดยประเพณีจองเปรียง เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ปรากฏในหลักฐานประวัติศาสตร์และวรรณกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมามีพัฒนาการสู่ประเพณีลอยกระทงในสมัยรัตนโกสินทร์

  • บริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีโชว์ศักยภาพ จุดประกายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ‘Business Day 2025’

    บริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีโชว์ศักยภาพ จุดประกายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ‘Business Day 2025’

    คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี จัดงาน Business Day 2025 ให้นักศึกษาแสดงผลงาน พัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมสู่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน

    คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จัดงาน Business Day 2025 ภายใต้แนวคิด ‘SustainaBiz – The New-Generation of Sustainable Entrepreneurs’ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ระหว่างวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงผลงาน พัฒนาทักษะ และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหาร นักศึกษา และนักเรียนเข้าร่วม ณ ลานกิจกรรมหน้าอาคาร 4 คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี

    รองศาสตราจารย์ ดร.กล้าหาญ ณ น่าน คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้นำความรู้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้จริง ผ่านการทำงานเป็นทีมและการลงมือปฏิบัติ ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต ภายในงานได้จัดกิจกรรมทั้งหมด 5 กิจกรรมหลักด้วยกันคือ การประกวดนิทรรศการด้านบริหารธุรกิจ การแข่งขันร้องเพลง RTBS Singing Contest 2025 กิจกรรม Sustainable Business Hackathon การออกร้าน RTBS Marketplace และการแสดงจาก 9 หลักสูตรของคณะบริหารธุรกิจ

    คณบดีคณะบริหารธุรกิจ ยังกล่าวอีกว่า Business Day 2025 ที่เกิดขึ้น ช่วยเสริมสร้างทักษะสำคัญให้นักศึกษา ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การบริหารจัดการธุรกิจ และความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่มีคุณภาพผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และคาดหวังว่าประสบการณ์จากงานดังกล่าว จะช่วยให้นักศึกษาสามารถเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง หรือเข้าไปทำงานด้านบริหารธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพหลังจบการศึกษา โดยเฉพาะธุรกิจที่เน้นนวัตกรรมและความยั่งยืน

    ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานตลอด 2 วันนี้ ยังช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาความสามารถเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการ สนับสนุนและส่งเสริมแนวคิดการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของโลกยุคใหม่ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีแก่นักศึกษาร่วมด้วย รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้สนใจเข้าศึกษาต่อร่วมด้วย ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของคณะบริหารธุรกิจได้ที่ https://www.facebook.com/Bus.rmutt และ https://bus.rmutt.ac.th

  • 65 ปี KMUTT ก้าวสู่มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตเต็มรูปแบบ

    65 ปี KMUTT ก้าวสู่มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตเต็มรูปแบบ

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกาศวิสัยทัศน์ “ภูมิปัญญา 65 ปี สู่วิถีแห่งความยั่งยืน” เพื่อต่อยอดสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning University) เต็มรูปแบบ


    ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ฉลองครบรอบ 65 ปี ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ “ภูมิปัญญา 65 ปี สู่วิถีแห่งความยั่งยืน” มุ่งสู่การเป็น มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning University) ที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับทุกคน ทุกวัย และทุกสถานะทางสังคม

    รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า สิ่งที่ มจธ. ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์นี้คือ การสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกอาชีพ และทุกสถานะทางสังคม พร้อมส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Excellent, Affordable, Fair and Transparent Higher Education for All” ที่จะดำเนินการผ่าน 3 ระบบสำคัญ คือ “OneKMUTT”, “Learning Journey” และ “Credit Bank”

    1. OneKMUTT – แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้การเรียนรู้เข้าถึงทุกช่วงวัย ประกอบด้วย
      • KMUTTWORKS: ความร่วมมือออกแบบหลักสูตรระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กร
      • KMUTT PWDS: พัฒนาทักษะอาชีพสำหรับคนพิการ
      • KMUTT Smart Senior: เสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในโลกดิจิทัล
      • OBEM: การเรียนรู้แบบสะสมหน่วยกิตที่ยืดหยุ่น
      • 4lifelong learning: ระบบ Micro-Credentials เพื่อรับรองสมรรถนะ
    2. Learning Journey – ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถวางแผนเส้นทางอาชีพได้ ผ่าน
      • Job-Based Learner Journey: วางแผนการเรียนรู้ตามอาชีพ
      • Personalized Learner Journey: ปรับแต่งการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
    3. Credit Bank – ระบบสะสมและโอนย้ายหน่วยกิตจากหลักสูตร Non-Degree ไปสู่หลักสูตร Degree ได้ ทั้งภายในและภายนอก มจธ.

     


    อธิการบดี มจธ. กล่าวถึงเป้าหมายภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าวว่า ในปีนี้ต้องการให้มีสมาชิกลงทะเบียนในแพลตฟอร์ม OneKMUTT ที่ มจธ. ตั้งใจให้เป็นแพลตฟอร์มปฏิรูปรูปแบบการอุดมศึกษาที่เปิดโอกาสให้การเรียนรู้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัยไม่น้อยกว่า 165,000 คน มีหลักสูตร Non-Degree เปิดให้สมัครและเรียนรู้ไม่น้อยกว่า 365 หลักสูตร และมุ่งพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ไม่ต่ำกว่า 65 นวัตกรรม นอกจากนี้ มจธ. มุ่งเสริมสร้าง AI Literacy ให้แก่นักศึกษาไม่น้อยกว่า 6,500 คน และบุคลากรไม่น้อยกว่า 650 คน เพื่อให้มีความรู้และทักษะเท่าทันกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

    นอกจากนี้ มจธ. ยังได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งกับสถานศึกษาและองค์กรอื่นๆ โดยในส่วนของสถานศึกษาจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือในในรูปแบบ KMUTT-School/ Company/Community Consortium ที่จะเพิ่มจำนวนโรงเรียนในเครือข่ายไม่น้อยกว่า 365 โรงเรียน โดยล่าสุดได้มีกิจกรรมลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการระดับมหาวิทยาลัยกับโรงเรียนมัธยมและอาชีวศึกษาทั่วประเทศจำนวนกว่า 200 โรงเรียน ส่วนขององค์กรอื่นๆ นั้นก็จะมีการขยายความร่วมมือกับบริษัทและชุมชนอีกไม่น้อยกว่า 65 หน่วยงาน

    KMUTT ได้ร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ในการจัดตั้ง “Hub of Knowledge” หรือ ศูนย์กลางแห่งความรู้โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการให้ความรู้ในการรับมือกับภัยไซเบอร์ต่างๆ ให้ประชาชนทั่วไปที่จะดำเนินการผ่านแพลตฟอร์ม OneKMUTT ของ มจธ. และแอปพลิเคชัน ‘Cyber Check’ ของ สอท. เพื่อเสริมสร้างการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์

    KMUTT มุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาแบบไร้ขีดจำกัด เชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความรู้และทักษะ เพื่อสร้างสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย

  • มทร.ธัญบุรี ผนึกกำลังนานาชาติ วิจัยนวัตกรรมบำบัดน้ำเสีย สู่มาตรฐานโลก

    มทร.ธัญบุรี ผนึกกำลังนานาชาติ วิจัยนวัตกรรมบำบัดน้ำเสีย สู่มาตรฐานโลก

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผนึกกำลัง 8 หน่วยงานจาก 7 ประเทศ ภายใต้ทุน Marie Sklodowska-Curie Actions Staff Exchanges มูลค่า 740,600 ยูโร เพื่อพัฒนานวัตกรรมจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืนในประเทศกำลังพัฒนา สนับสนุนนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมระดับสากล

    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมโครงการวิจัย “Innovating with nature for sustainable water management in the global south (NEUTRAL4GS)” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปภายใต้โครงการ Marie Sklodowska-Curie Actions Staff Exchanges มูลค่า 740,600 ยูโร โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง 8 หน่วยงานจาก 7 ประเทศ อาทิ สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก โปรตุเกส อิตาลี อินโดนีเซีย และโคลอมเบีย ซึ่ง มทร.ธัญบุรี เป็นตัวแทนจากประเทศไทย

    โครงการนี้มุ่งเน้นพัฒนาแนวทางการจัดการน้ำในเขตเมืองของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่ง มทร.ธัญบุรี มีบทบาทสำคัญในฐานะกรณีตัวอย่างด้านการจัดการน้ำเสียในระบบโรงพยาบาลของประเทศไทย พร้อมเป็นผู้นำหน่วยวิจัย (Research unit leader) ด้านการประเมินความยั่งยืนของเทคโนโลยีแบบองค์รวม และการประเมินศักยภาพการขยายขนาดของเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัยและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

    รศ.ดร.สมหมาย ยังกล่าวอีกว่า จุดเด่นของโครงการดังกล่าวคือการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Scale-up Modeling) ในการทำนายประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียเมื่อขยายขนาดจากห้องปฏิบัติการสู่ระดับอุตสาหกรรม ร่วมกับการประยุกต์ใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมของเทคโนโลยีการบำบัดน้ำตลอดวงจรชีวิต ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการลงทุน อีกทั้งยังสามารถนำผลการจำลองมาปรับปรุงการออกแบบและการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

    “งานวิจัยนี้จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล พร้อมสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โครงการนี้จะดำเนินการเป็นระยะเวลา 48 เดือน ตั้งแต่มกราคม 2568 ถึง ธันวาคม 2571 และคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียของไทยให้ทัดเทียมระดับโลก” รักษาการอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวสรุป.

  • กองทุนพัฒนาสื่อฯ ร่วมต้านภัยยาเสพติด จัดโครงการ “Safe ติด The Series”

    กองทุนพัฒนาสื่อฯ ร่วมต้านภัยยาเสพติด จัดโครงการ “Safe ติด The Series”

    (2 กุมภาพันธ์ 2568) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ“Safe ติด The Series” ต้านภัยยาเสพติด ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

    กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการได้นำเสนอประเด็นที่เกี่ยวกับยาเสพติดในมิติต่าง ๆ อาทิ การตระหนักรู้ การรู้เท่าทันโทษ และบทลงโทษของยาเสพติด ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการสร้างสื่อของเด็กและเยาวชน อายุตั้งแต่ 18-25 ปี ให้สามารถถ่ายทอดความรู้โทษภัยยาเสพติด โดยมี ผศ.ดร.ศรัญญ์ทิตา ชนะชัยภูวพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาสื่อสำหรับเด็กและยาวชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และผู้เชี่ยวชาญในการให้ความรู้ด้านยาเสพติด นักสื่อสาร อินฟลูเอนเซอร์ และศิลปินนักแสดง

    บรรยากาศภายในงานมีการแลกเปลี่ยน ความรู้ และประสบการณ์ อย่างสร้างสรรค์ และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วมผลิตผลงานคลิปวิดีโอสั้นความยาว 1-2 นาที นอกจากการอบรมครั้งนี้

    ทางโครงการ “Safe ติด The Series” ยังมีผลงานสร้างสรรค์ในรูปแบบภาพยนตร์ซีรีส์ จำนวน 6 ตอน เพื่อตีแผ่ประเด็นปัญหาของยาเสพติด สามารถติดตามข้อมูลได้ทางเว็บไซต์และเฟซบุกของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์