Category: ข่าวล่ามาแรง

  • ตัวแทนนักศึกษาแขนงวิชาการออกแบบแฟชั่น สวนสุนันทา เข้าร่วม Workshop ณ สถาบันแฟชั่นระดับโลก ประเทศญี่ปุ่น

    ตัวแทนนักศึกษาแขนงวิชาการออกแบบแฟชั่น สวนสุนันทา เข้าร่วม Workshop ณ สถาบันแฟชั่นระดับโลก ประเทศญี่ปุ่น

    ตัวแทนนักศึกษาแขนงวิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ เข้าร่วมโครงการ Workshop ณ สถาบันแฟชั่นระดับโลก ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ MOU เครือข่ายต่างประเทศ

    แขนงวิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดย ผศ.สิรัชชา สำลีทอง และ ผศ.ดร.สุวิธธ์ สาดสังข์ นำตัวแทนนักศึกษาชั้นปีที่ 2-3 เข้าร่วมการ Workshop ภายใต้ โครงการความร่วมมือ (MOU) เครือข่ายต่างประเทศ ณ Bunka Gakuen Fashion College , Tokyo , Japan ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย การเข้าชมแฟชั่นโชว์ในงาน BFGU Fashion Week 2025 การ Workshop เรียนรู้เทคนิคต่างๆจากอาจารย์ชาวญี่ปุ่นในสถาบันแฟชั่นระดับโลก ได้แก่ หัวข้อ Men’s fashion Design method By Mr. Hashimoto, Shibori dyeing (เทคนิคการย้อมคราม) By Prof. Shigeru Ota Sadatoshi, Slikscreen by Prof.Shigeru Ota, Pattern & Print tech. Men Wear เรียนรู้เทคนิคงานพิมพ์ และการสร้างแพทเทิร์นเสื้อผ้าผู้ชาย By Mr. Hashimoto และ Men’s Tailor การสร้างแพทเทิร์นเสื้อผ้าผู้ชาย ชั้นสูง By Mr.Suginoto Koichi

    โดยรายชื่อนักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ได้แก่ 1. นายนิติกร พุ่มเฉลียว 2. นายอิทธิฤทธิ์ หนูจันทร์ 3. นายวรปรัชญ์ กีรติวิทยาภรณ์ 4. นายอดิเทพ ศรีพูล ทั้งนี้กิจกรรมจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568

    แขนงวิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ ขอขอบพระคุณ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผู้บริหารคณะศิลปกรรมศาสตร์ Bunka Gakuen Fashion College , Tokyo , Japan และสำนักงานในประเทศไทย ที่ได้ให้การสนับสนุน อาจารย์และนักศึกษาแขนงวิชาการออกแบบแฟชั่นเข้าร่วมโครงการ

    ติดตามข่าวสารหรือติดต่อสอบถามการรับสมัครนักศึกษา ได้ที่ Facebook Fanpage : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยัราชภัฏศวนสุนันทา website : https://far.ssru.ac.th x : https://twitter.com/pr_far instagram : far_ssru_fanpage tiktok : @farssru Tel. 0-2160-1390-91 ext.100

  • มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีใหญ่ เชิดชูนักวิจัย ต่อยอดนวัตกรรม “สร้างเศรษฐกิจ เพื่อความยั่งยืน สู่ผลลัพธ์ระดับโลก”

    มทร.ธัญบุรี เปิดเวทีใหญ่ เชิดชูนักวิจัย ต่อยอดนวัตกรรม “สร้างเศรษฐกิจ เพื่อความยั่งยืน สู่ผลลัพธ์ระดับโลก”

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนา จัดแสดงผลงานที่ได้รับรางวัลจากโครงการรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัยประจำปี 2567 ทั้งหมด 9 ประเภท รวม 35 รางวัล ซึ่งคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก เพื่อยกย่องและให้กำลังใจนักวิจัย กระตุ้นการสร้างสรรค์ผลงานที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระดับประเทศและระดับสากล ณ โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต


    รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาการอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า โครงการเชิดชูเกียรตินักวิจัย 2567 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนางานวิจัยให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องผลงานของนักวิจัยที่มีคุณภาพ แต่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งในเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่ยั่งยืน สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และศักยภาพ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

    “หวังว่าการพัฒนาระบบนิเวศทางวิจัยและนวัตกรรมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสังคม ตลอดจนก่อให้เกิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต” รศ.ดร.สมหมาย กล่าว

    ด้าน รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา (สวพ.) มทร.ธัญบุรี กล่าวเสริมว่า การจัดแสดงผลงานครั้งนี้เป็นการเปิดเวทียกย่องนักวิจัย และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นำไปใช้ได้จริง และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างมั่นคง ที่สำคัญ สวพ. ขอขอบคุณกรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี ประธานสมาพันธ์ SME ไทย พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ผู้แทนจากแหล่งทุนภายนอก (9PMU) และผู้บริหาร คณาจารย์และนักวิจัยทุกท่าน ที่ช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและผลักดันให้งานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ผู้สนใจติดตามต่อที่ https://www.facebook.com/irdofrmutt และ https://ird.rmutt.ac.th

    ทั้งนี้ ในงานยังมีการบรรยายพิเศษจาก คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์ SME ไทย ในหัวข้อ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ SME ไทย และ TED Talk “Smart Science Smart Health – นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” โดย รศ.ดร.ฉัตรชัย พลเชี่ยว (นักวิจัยดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) และ รศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ (นักวิจัยดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ) ที่มีผลงานสร้างสรรค์และต่อยอดเพื่อพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน.

  • ศูนย์วิทยบริการ มรภ.สวนสุนันทา จัดงาน Library Book Fair 19-21 ก.พ. นี้

    ศูนย์วิทยบริการ มรภ.สวนสุนันทา จัดงาน Library Book Fair 19-21 ก.พ. นี้

     

    ศูนย์วิทยบริการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ขอเชิญชวนคณาจารย์ นักศึกษา และบุคคลทั่วไปเข้าร่วมงาน Library Book Fair ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ ศูนย์วิทยบริการ ชั้น 2 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    งาน Library Book Fair จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์และร้านค้าที่ร่วมโครงการในราคาพิเศษ พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย

    ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายหนังสือจากหลากหลายสำนักพิมพ์และร้านหนังสือชั้นนำ ครอบคลุมหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น หนังสือวิชาการ นวนิยาย วรรณกรรม งานวิจัย และหนังสือพัฒนาทักษะ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ กิจกรรมแนะนำหนังสือ การพูดคุยกับนักเขียน และกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

    ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ และค้นพบหนังสือเล่มโปรดของคุณที่ Library Book Fair 2568 แล้วพบกันที่ศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา!

  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปลุกฝันคนทำหนัง เปิดประสบการณ์ใหม่สู่วงการภาพยนตร์ระดับโลก

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปลุกฝันคนทำหนัง เปิดประสบการณ์ใหม่สู่วงการภาพยนตร์ระดับโลก

    เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ บวกกับ Passion ความหลงใหลในศาสตร์ภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ สาขาวิชา Film, Series and Global Content Production and Business (หลักสูตรนานาชาติ) ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดค่าย BU INTERNATIONAL FILM CAMP” ครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    ค่ายนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในวงการภาพยนตร์ระดับสากล ปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด เรียนรู้กับมืออาชีพตัวจริงระดับสากล เพื่อสร้างความเข้าใจในภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร เช่น กระบวนการผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ การผลิตคอนเทนต์สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระดับโลก การใช้เทคโนโลยี AI ในการรังสรรค์ผลงาน ตลอดจนโอกาสทางอาชีพในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

    BU INTERNATIONAL FILM CAMP ตอกย้ำความเป็นสากล ผ่านกิจกรรมภายในค่าย ซึ่งมีความเข้มข้น เน้นการปฏิบัติ สร้างโอกาสการเรียนรู้แบบมืออาชีพ พร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการที่ล้ำสมัย ครบครัน และคงมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะครบทุกมิติและลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง พร้อมแลกเปลี่ยนแนวความคิด และวัฒนธรรมกับเพื่อนร่วมค่ายจากหลากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ รัสเซีย

    ไฮไลต์สำคัญของค่ายคือ การได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในวงการ นำโดย ดร.พีรชัย  เกิดสินธุ์ คณบดีคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ผู้กำกับผลงานดังอย่าง The Isthmus, First Grade และThe Caved Life อาจารย์ภาณุ อารี ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องแดนสาป และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดจำหน่ายต่างประเทศ บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

    นอกจากนั้นแล้วภายใต้คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ ยังมีอาจารย์ประจำหลักสูตรมากความสามารถและคร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ อาทิ อาจารย์จุฬญาณนนท์  ศิริผล ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศอย่าง Vanishing Horizon of the Sea และอาจารย์ลักขณา  ปาลวัฒน์วิไชย โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ช.พ.๑ สมรภูมิคืนชีพ

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มุ่งเน้นการบูรณาการความคิดสร้างสรรค์และการเป็นผู้ประกอบการ พร้อมเปิดบ้านต้อนรับเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความฝันจะเดินทางโลดแล่นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระดับนานาชาติ โดยยกระดับการศึกษาด้วยหลักสูตร Film, Series, and Global Content Production and Business เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการผลิตเนื้อหาระดับโลกทั้งในรูปแบบ ภาพยนตร์ และซีรีส์ รวมถึงแนวทางการทำธุรกิจภาพยนตร์ เชี่ยวชาญทุกขั้นตอนตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงการจัดจำหน่าย พร้อมต่อยอดโอกาสทางการศึกษาและสายงานในระดับสากลผ่านเครือข่ายองค์กรพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก เช่น Vancouver Film School, International Film School of Paris (Eicar), Warner Bros. Entertainment Inc.

    BU INTERNATIONAL FILM CAMP นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้เยาวชนที่มีความฝันได้เปิดประสบการณ์ ก้าวออกจากกรอบความคิดเดิม สนใจออกแบบความสำเร็จได้ด้วยตัวเองสามารถสอบถามข้อมูลหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://bulink.co/filmseries หรือ Facebook: Bangkok University International https://www.facebook.com/BU.International

  • ตอบโจทย์อาชีพใหม่ยุคดิจิทัลที่มีความสร้างสรรค์ ม.กรุงเทพ มอบทุนให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับภูมิภาค

    ตอบโจทย์อาชีพใหม่ยุคดิจิทัลที่มีความสร้างสรรค์ ม.กรุงเทพ มอบทุนให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับภูมิภาค

    ทุนใหม่ล่าสุด เพื่อคนรุ่นใหม่ไฟแรง ตัวแทนความปังประจำภูมิภาค แรงบันดาลใจของคน Gen Z ม.กรุงเทพ พร้อมสนับสนุนอินฟลูเอนเซอร์ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดและภูมิภาค 1. สายหน้ากล้อง อินฟลูเอนเซอร์ที่โดดเด่นระดับจังหวัดหรือภูมิภาค เช่น TikToker, YouTuber, Game Caster หรือ Creator ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป พร้อมคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองและถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคได้อย่างสร้างสรรค์2. สายครีเอทีฟ สร้างผลงานที่ไม่ธรรมดา เช่น นักตัดต่อ ช่างภาพ หรือ Content Creator ที่ดึงเอาความเป็น “ตัวแทนภูมิภาค” ออกมาเล่าเรื่องได้สร้างสรรค์ พร้อมสร้างรายได้ตั้งแต่ยังเรียน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่ได้

    คุณสมบัติ

    1.    กําลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญ, สายอาชีพ (ปวช.), และนักศึกษาปัจจุบัน

    2.    เกรดเฉลี่ยรวม 2.00 ขึ้นไป

    3.    มีความกล้า พร้อมที่จะเผชิญหน้าทุกความท้าทาย

    4.    ให้ความร่วมมือในทุก ๆ กิจกรรมด้วยความตั้งใจ สร้างสรรค์ และแปลกใหม่

    หลักเกณฑ์การให้ทุน

    1. มี 2 ประเภททุนคือ

    1.1) ทุน 100% ค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียม โดยนักศึกษาจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วยตนเอง

    1.2) ทุน 50% ค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียม โดยนักศึกษาจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วยตนเอง

    สาขาวิชาที่ให้ทุน

    ทุกหลักสูตร

    หลักฐานการสมัคร
    1.สำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.1) 5 ภาคเรียน หรือสำเนา GED ตามเกณฑ์คุณสมบัติผู้สมัคร

    2.หนังสือรับรองความประพฤติ

    3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

    4.สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล (ถ้ามี)

    5.ผลงานโดดเด่นของตัวเองที่เกี่ยวข้อง เช่น Social Media, ผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ

    6.แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

    ข้อมูลที่ต้องระบุใน Portfolio เพื่ออัปโหลดในระบบ (ไฟล์ PDF ไม่เกิน 10 หน้า)
    1. ข้อมูลประวัติส่วนตัว

    2. ผลงานสุดสร้างสรรค์ ของตัวเอง

    3. เหตุผลที่สนใจเรียนในหลักสูตรนี้

    กำหนดการ

    • เปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น 

    1 พฤศจิกายน 2567 – 14 มีนาคม 2568

    • ประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ 

    21 มีนาคม 2568

    • สอบสัมภาษณ์ 

    26 -28 มีนาคม 2568

    • ประกาศผลสอบสัมภาษณ์ 

    25 เมษายน 2568

    • ลงทะเบียน 

    2 พฤษภาคม 2568

  • โรงพยาบาลวิภาวดี จัดกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ชู “วิว” กุลวุฒิ ชวนฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้เลือดออก

    โรงพยาบาลวิภาวดี จัดกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ชู “วิว” กุลวุฒิ ชวนฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้เลือดออก

     

    “วิว” กุลวุฒิ ชวนฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก หลังคว้าแชมป์แบดมินตัน ชายเดี่ยว Indonesia Masters 2025 ที่อินโดฯ ลั่นไล่ล่าฝัน “ออล อิงแลนด์” ช่วงมีนาคมนี้

    เมื่อวันที่ 28 ม.ค.68 ณ โรงพยาบาลวิภาวดี ได้จัดแถลงข่าวกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” โดยมี นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด มหาชน ร่วมด้วย นางญาดา​ พัฑฒฆายน​ กรรมการบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด มหาชน , นายแพทย์​ชัยสิทธิ์​ คุปต์วิวัฒน์​ ผู้อำนวยการ​โรงพยาบาล​วิภาวดี​, นายแพทย์ธณัติ อุ่นสินมั่น อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลวิภาวดี, นายเกี้ยแซ่บบ ณธกฤต กาญจนมัณฑนา YouTuber สายอาหาร และ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตันเจ้าของเหรียญเงิน โอลิมปิกเกมส์ และประเดิมคว้าแชมป์ชายเดี่ยว Indonesia Masters 2025 ที่ประเทศอินโดนีเซีย มาหมาด ๆ เข้าร่วมกิจกรรมเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนไข้เลือดออกชนิดใหม่กับทางโรงพยาบาลวิภาวดี
    โรงพยาบาลวิภาวดี จัดกิจกรรม “Dengue Zero” ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” โดยมีวัตถุประสงค์ชวนประชาชนสร้างความตระหนักรู้ในโรคไข้เลือดออกและ อันตรายของโรคไข้เลือดออก “ต่อให้คุณดูแลตัวเองจนแข็งแรง แค่ไหนก็เสี่ยงที่จะติดไข้เลือดออก และมีอาการรุนแรงได้” ทำให้โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ช่วยลดภาระทางด้านสาธารณสุข พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทย สามารถเข้าถึงหรือรับทราบความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้เลือดออก อันตรายของโรคไข้เลือดออกรวมถึงวิธีป้องกัน 5ป 1ข พร้อมให้บริการประชาชน ให้เข้าถึงรับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เพื่อป้องกันตนเองและครอบครัว ให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออก

     

    นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด มหาชน กล่าวว่า ด้วยภาวะโลกร้อน สภาวะอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี ซึ่งยุงลายจะอาศัยและแพร่พันธุ์ได้ดี ในประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น จึงทำให้มีการกระจายพื้นที่ของยุงลายเพิ่มขึ้น ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออก เพิ่มสูงขึ้นมากโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่มีความรุนแรง หากวินิจฉัยหรือได้รับการรักษาที่ไม่ทันท่วงที จะเกิดการสูญเสียได้ ดังนั้น ความร่วมมือกันทั้ง จากภาครัฐและเอกชนในการสร้างความตระหนักรู้ ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก รวมถึงแนวทางการป้องกันต่างๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

     

    โรงพยาบาลวิภาวดีมีพันธกิจมุ่งมั่นและพร้อมยกระดับการบริการ ด้านสุขภาพให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ จึงเล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างความตระหนักรู้ในไข้เลือดออก ให้กับประชาชนทั่วไปได้รับทราบทั่วกัน ผ่าน กิจกรรม“Dengue Zero”ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน “ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การป้องกันดีกว่าการรักษา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการกำจัดยุงลาย การป้องกันยุงลายกัด จนถึงการรับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่ง ในแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพ

     

         “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์    เผยว่า ตนรู้สึกดีใจและขอบคุณทุกกำลังใจที่ช่วยเชียร์ให้ตนสามารถคว้าแชมป์แรกของปีนี้ จากรายการ อินโดนีเซีย มาสเตอร์ส เวิลด์ทัวร์ 500 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ตอนนี้อาการบาดเจ็บที่หลังยังคงต้องพักฟื้นฟูร่างกาย จึงได้ถอนตัวจากรายการปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2025 เพื่อพักฟื้นสภาพร่างกาย ภายหลังจากกรำศึกหนักติดต่อกันถึง 3 รายการ และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเป้าหมายสำคัญในการแข่งขันแบดมินตันรายการเก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างศึกออล อิงแลนด์ ที่ประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือนมีนาคมนี้

     

    นพ.ธณัติ อุ่นสินมั่น อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวถึงวิธีสังเกตุอาการของไวรัสเด็งกี ดังนี้

    1. ระยะไข้สูง
    ผู้ป่วยจะมีไข้สูงประมาณ 2 – 7 วัน ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน
    บางรายอาจมีอาการของ ระบบทางเดินหายใจ เช่น นํ้ามูก ไอมีเสมหะได้ ซึ่งหากพบผู้ป่วยที่มีอาการใกล้เคียงกับข้างต้น ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเอง แต่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรคและเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

    2. ระยะวิกฤติ
    ในระยะนี้จะไม่มีไข้ มีอาการอ่อนเพลีย ไม่อยากรับประทานอาหาร บางรายมีอาการซึม ไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติ บางรายมีปวดท้องรุนแรง ซึ่งอาการเข้าสู่ภาวะช๊อก (IMPENDING SHOCK)คือ มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ตัวเย็น ตัวลาย สีผิวคล้ำลง ปัสสาวะน้อยลง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะมีสติดี พูดจารู้เรื่อง ภาวะช๊อกส่วนใหญ่เกิดจากมีการรั่วของพลาสมา ออกนอกหลอดเลือดทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความดันโลหิตที่ต่ำลง ในบางรายภาวะช๊อกอาจจะเกิดจากการที่เลือดออกในอวัยวะที่สำคัญ อาจจะส่งผลรุนแรงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

    3.ระยะพักฟื้น
    กรณีผู้ป่วยรับการรักษาแล้ว แพทย์ให้กลับบ้านได้ควรดูแล และปฏิบัติตนต่อไปคือไม่ควรให้ถูกยุงกัดภายใน 5 วันแรกของโรค เพราะผู้ป่วย ยังมีไวรัสเด็งกีอยู่ในเลือด ทําให้แพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้ หากมีคนในบ้านมีไข้สูง ให้พามาตรวจและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และผู้ป่วยต้องระมัดระวังภาวะเลือดออกต่อไปอีก 1 สัปดาห์
    การรักษาในปัจจุบัน

    ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกยังไม่มียาต้านไวรัส เป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น ภายใต้ Concept “ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน” ต่อให้คุณดูแลตัวเองจนแข็งแรง แต่ก็เสี่ยงที่จะติดโรคไข้เลือดออกได้ และรุนแรงได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวจะยิ่งรุนแรง นอกจากมีวิธี 5 ป 1 ข แล้ว ปัจจุบันยังมีวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งป้องกันได้ 80 – 90% ประสิทธิภาพสูง กันรุนแรง กันนอนโรงพยาบาล วัคซีนมีความปลอดภัย ฉีดได้ตั้งแต่เด็ก อายุ 4 ขวบปี ขึ้นไป ฉีดแค่ 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน

    สำหรับวิธีการป้องกันครอบครัวให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกสามารถเริ่มได้ด้วย ตัวเองง่ายๆ ได้แก่การป้องกันไม่ให้ยุงกัด การลดประชากรยุงในบริเวณที่อยู่อาศัยโดยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง อาทิ ลดแหล่งนํ้า ที่จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง ใช้มุ้งหรือติดตั้งมุ้งลวดกันยุงในบ้าน การสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดขณะทำกิจกรรมนอกบ้าน เป็นต้น ขณะเดียวกันในวงการการแพทย์ก็ได้มีการพัฒนา นวัตกรรมในการป้องกันโรคอย่างวัคซีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ โดยวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกชนิดใหม่นี้ สามารถฉีดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป โดยวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 80 ป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้ประมาณร้อยละ 90 และสามารถฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยเป็น และไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด ซึ่งผลข้างเคียงที่พบ เป็นเพียงผลข้างเคียงทั่วไป ได้แก่ มีไข้ ปวดหัว อาการปวดตรงตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน ปวดกล้ามเนื้อ โดยส่วนมากมักหายได้เอง ภายในเวลา 1-3 วัน

     

    สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้เลือดออกชนิดใหม่ ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน
    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ทางหน้า Website ของโรงพยาบาลวิภาวดี https://www.vibhavadi.com ติดต่อ Call Center โทร 02 561 1111 ต่อ 2222 – 2224 หรือ Add Line : @vibhavadihospital

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “สวนสุนันทา” แชมป์ราชภัฏ 21สมัย “มทร.อีสาน” ที่ 1 ราชมงคล “ม.รังสิต” ที่ 1 ม.เอกชน “จุฬาฯ” ยืน 1 ประเทศ จากอันดับ Webometrics Ranking January 2025

    “สวนสุนันทา” แชมป์ราชภัฏ 21สมัย “มทร.อีสาน” ที่ 1 ราชมงคล “ม.รังสิต” ที่ 1 ม.เอกชน “จุฬาฯ” ยืน 1 ประเทศ จากอันดับ Webometrics Ranking January 2025

    “จุฬาฯ” ยังครองที่ 1 ประเทศ ส่วน  “สวนสุนันทา”  ยังยืนตำแหน่งแชมป์ราชภัฏยาวนาน 21 สมัย “มทร.อีสาน” ครองที่ 1 ราชมงคล ด้าน ม.รังสิต ยังที่ 1 ม.เอกชนอีกครั้งจากอันดับ Webometrics Ranking Universities: January 2025

    …………………

    Cybermetrics Lab แห่งสภาวิจัย (CSIC) ประเทศสเปน ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกประจำเดือนมกราคม 2025 แล้ว ทั้งนี้ข้อมูลอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

    …………………

    จุฬาฯยังยืนที่ 1 ประเทศไทย 

    อันดับรวมมหาวิทยาลัยของประเทศไทย จุฬาฯยังยืนที่ 1 ไว้ได้อีกครั้ง อยู่ในอันดับที่ 405ของโลก (เดิม 423 ของโลก ) โดยมี มหาวิทยาลัยมหิดล มาเป็นอันดับ 2 อยู่อันดับ 515  ของโลก (เดิม 544 ของโลก) ส่วนที่ 3 ม.เชียงใหม่อยู่อันดับ 562 ของโลก (เดิม 552 ของโลก) โดยมี 30 อันดับของประเทศไทยดังนี้

    1 Chulalongkorn University อันดับโลก 405
    2 Mahidol University อันดับโลก 515
    3 Chiang Mai University อันดับโลก 562
    4 Khon Kaen University อันดับโลก 768
    5 Kasetsart University อันดับโลก 784
    6 Prince of Songkla University อันดับโลก 841
    7 Thammasat University อันดับโลก 958
    8 King Mongkut’s University of Technology Thonburi อันดับโลก 959
    9 King Mongkut’s University of Technology North Bangkok อันดับโลก 1168
    10 King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang อันดับโลก 1325
    11 Asian Institute of Technology Thailand อันดับโลก 1372
    12 Suranaree University of Technology อันดับโลก 1536
    13 Naresuan University อันดับโลก  1866
    14 Walailak University อันดับโลก 1910
    15 Srinakharinwirot University อันดับโลก 2093
    16 Burapha University อันดับโลก 2209
    17 Suan Sunandha Rajabhat University อันดับโลก 2251
    18 Silpakorn University อันดับโลก 2315
    19 Mae Fah Luang University อันดับโลก 2316
    20 Maejo University อันดับโลก 2630
    21 National Institute of Development Administration อันดับโลก 2590
    22 University of Phayao อันดับโลก 2645
    23 Ubon Ratchathani University อันดับโลก 2734
    24 Rangsit University อันดับโลก 2749
    25 Assumption University of Thailand อันดับโลก 2811
    26 Ramkhamhaeng University อันดับโลก 3026
    27 Rajamangala University of Technology Isan อันดับโลก  3035
    28 Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology VISTEC อันดับโลก  3576
    29 Mahasarakham University อันดับโลก 3579
    30 Bangkok University อันดับโลก 3830

    …………………

    สวนสุนันทาแชมป์กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ 21 สมัย 

    กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา”ยังครองความเป็นอันดับ 1 ไว้ได้เป็นครั้งที่ 21 อยู่ในอันดับที่ 17 ของประเทศ

    1 Suan Sunandha Rajabhat University อันดับโลก 2251
    2 Nakhon Pathom Rajabhat University อันดับโลก 3630
    3 Udon Thani Rajabhat University อันดับโลก 4657
    4 Buriram Rajabhat University อันดับโลก 5641
    5 Nakhon Ratchasima Rajabhat University อันดับโลก 5738
    6 Ubon Ratchathani Rajabhat University อันดับโลก 5744
    7 Yala Rajabhat University อันดับโลก 5828
    8 Suratthani Rajabhat University อันดับโลก 6486
    9 Chiang Mai Rajabhat University อันดับโลก 6501
    10 Suratthani Rajabhat University อันดับโลก 6486

    ……………………

    มทร.อีสานแชมป์กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 
    ในกลุ่มนี้อันดับ 1 คือ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน” ครองอันดับ 1

    1 Rajamangala University of Technology Isan อันดับโลก 3035
    2 Rajamangala University of Technology Suvarnabhumi อันดับโลก 6110
    3 Rajamangala University of Technology Thanyaburi อันดับโลก 6129
    4 Rajamangala University of Technology Krungtheb อันดับโลก 6557
    5 Rajamangala University of Technology Phra Nakhon อันดับโลก 6817
    6 Rajamangala University of Technology Tawan-Ok อันดับโลก 6949
    7 Rajamangala University of Technology Lanna อันดับโลก 7084
    8 Rajamangala University of Technology Rattanakosin อันดับโลก 7257
    9 Rajamangala University of Technology Srivijaya อันดับโลก 7682

    ……………………

    ม.รังสิต ที่ 1 กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน
    อันดับ 1 คือ “มหาวิทยาลัยรังสิต” ครองแชมป์ไว้ได้อีกสมัย

    1 Rangsit University อันดับโลก 2749
    21 Assumption University of Thailand อันดับโลก 2811
    3 Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology VISTEC อันดับโลก 3576
    4 Bangkok University อันดับโลก 3830
    5 Stamford International University Thailand อันดับโลก 4508
    6 University of the Thai Chamber of Commerce อันดับโลก 4721
    7 Mahanakorn University of Technology อันดับโลก 4808
    8 Siam University อันดับโลก 5230
    9 Krirk University อันดับโลก 5812
    10 Sripatum University อันดับโลก 6698

    ……………………

    20 อันดับโลก

    หลักการจัดอันดับ 
    การจัดอันดับ “Webometrics Ranking of World Universities” จัดทำโดย Cybermetrics Lab หรือ Internet Lab ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยของสภาวิจัยแห่งชาติ ประเทศสเปน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2004 จะมีการประกาศผลการจัดอันดับเว็บไซต์ 2 ครั้งต่อปี คือช่วงเดือนมกราคมและช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี ผ่านทางเว็บไซต์ www.webometrics.info

    ทั้งนี้ การจัดอันดับมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดผลงานทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตนอกเหนือจากผลงานที่มีการตีพิมพ์ลงในวารสาร หรืออื่น ๆ โดยมุ่งวัดความสามารถในการเป็น “มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (E-university)”

    เกณฑ์การจัดอันดับของ Webometrics ประกอบด้วย

    ด้านที่ 1  VISIBILITY (impact) คือจำนวนการเชื่อมโยงจากลิงค์ภายนอก (subnet) ที่เข้าสู่เว็บเพจมหาวิทยาลัย 50%

    ด้านที่ 2 TRANSPARENCY (or OPENNESS) คือ จำนวนการ citations ผลงานวิจัย ของผู้วิจัยที่มีข้อมูลอยู่ในฐาน Google Scholar 10%

    ด้านที่ 3 EXCELLENCE (or SCHOLAR) คือ จำนวน papers และการ cited papers ที่อยู่ในฐานข้อมูล scimago  40%

    ที่มา –http://www.webometrics.info/en/Asia/Thailand

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จับมือ SkillLane ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ พัฒนาการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จับมือ SkillLane ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ พัฒนาการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล

    เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 3411 สำนักวิชาการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจทางวิชาการ (MOU) กับ บริษัท สกิลเลน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย

    พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยมอบหมายให้ ผศ.ดร.ณัฐภัทร แก้วรัตนภัทร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และมี ดร.มาธุสร แข็งขัน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยร่วมในงาน

    ทางด้าน คุณเอกฉัตร อัศวรุจิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกิลเลน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ในการพัฒนาการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล พร้อมเน้นย้ำถึงการสนับสนุนเทคโนโลยีการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทันสมัย เช่น SkillLane.com และแอปพลิเคชันที่บริษัทได้พัฒนา

    วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือ
    พัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป
    ออกแบบหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
    ยกระดับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
    ความร่วมมือครั้งนี้ยังเน้นการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลา พร้อมพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์โลกการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน

    ยกระดับการศึกษาไทยสู่อนาคต
    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและ SkillLane มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาอนาคตการศึกษาไทย โดยเฉพาะการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและยกระดับศักยภาพของผู้เรียนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่

    ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคเอกชนที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระบบการศึกษาของประเทศ