Category: ทุนดีดี

  • “ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” นำผู้บริหาร คณาจารย์ มกธ.- สถาบันการศึกษาในเครือ ร่วมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568

    “ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” นำผู้บริหาร คณาจารย์ มกธ.- สถาบันการศึกษาในเครือ ร่วมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568

     

    วันที่ 28 มกราคม 2568 ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอาจารย์ ดร.ณัชชา ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี นำผู้บริหาร คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และสถาบันการศึกษาในเครือร่วมพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพศรัทธาในพื้นที่สำคัญ ๆ ภายในมหาวิทยาลัยฯ และสถาบันการศึกษาในเครือ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาทุกคน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ณ ลานลูกโลกหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ตอบโจทย์อาชีพใหม่ยุคดิจิทัลที่มีความสร้างสรรค์ ม.กรุงเทพ มอบทุนให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับภูมิภาค

    ตอบโจทย์อาชีพใหม่ยุคดิจิทัลที่มีความสร้างสรรค์ ม.กรุงเทพ มอบทุนให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับภูมิภาค

    ทุนใหม่ล่าสุด เพื่อคนรุ่นใหม่ไฟแรง ตัวแทนความปังประจำภูมิภาค แรงบันดาลใจของคน Gen Z ม.กรุงเทพ พร้อมสนับสนุนอินฟลูเอนเซอร์ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดและภูมิภาค 1. สายหน้ากล้อง อินฟลูเอนเซอร์ที่โดดเด่นระดับจังหวัดหรือภูมิภาค เช่น TikToker, YouTuber, Game Caster หรือ Creator ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป พร้อมคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองและถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคได้อย่างสร้างสรรค์2. สายครีเอทีฟ สร้างผลงานที่ไม่ธรรมดา เช่น นักตัดต่อ ช่างภาพ หรือ Content Creator ที่ดึงเอาความเป็น “ตัวแทนภูมิภาค” ออกมาเล่าเรื่องได้สร้างสรรค์ พร้อมสร้างรายได้ตั้งแต่ยังเรียน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่ได้

    คุณสมบัติ

    1.    กําลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญ, สายอาชีพ (ปวช.), และนักศึกษาปัจจุบัน

    2.    เกรดเฉลี่ยรวม 2.00 ขึ้นไป

    3.    มีความกล้า พร้อมที่จะเผชิญหน้าทุกความท้าทาย

    4.    ให้ความร่วมมือในทุก ๆ กิจกรรมด้วยความตั้งใจ สร้างสรรค์ และแปลกใหม่

    หลักเกณฑ์การให้ทุน

    1. มี 2 ประเภททุนคือ

    1.1) ทุน 100% ค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียม โดยนักศึกษาจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วยตนเอง

    1.2) ทุน 50% ค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียม โดยนักศึกษาจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วยตนเอง

    สาขาวิชาที่ให้ทุน

    ทุกหลักสูตร

    หลักฐานการสมัคร
    1.สำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปพ.1) 5 ภาคเรียน หรือสำเนา GED ตามเกณฑ์คุณสมบัติผู้สมัคร

    2.หนังสือรับรองความประพฤติ

    3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

    4.สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล (ถ้ามี)

    5.ผลงานโดดเด่นของตัวเองที่เกี่ยวข้อง เช่น Social Media, ผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ

    6.แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

    ข้อมูลที่ต้องระบุใน Portfolio เพื่ออัปโหลดในระบบ (ไฟล์ PDF ไม่เกิน 10 หน้า)
    1. ข้อมูลประวัติส่วนตัว

    2. ผลงานสุดสร้างสรรค์ ของตัวเอง

    3. เหตุผลที่สนใจเรียนในหลักสูตรนี้

    กำหนดการ

    • เปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น 

    1 พฤศจิกายน 2567 – 14 มีนาคม 2568

    • ประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ 

    21 มีนาคม 2568

    • สอบสัมภาษณ์ 

    26 -28 มีนาคม 2568

    • ประกาศผลสอบสัมภาษณ์ 

    25 เมษายน 2568

    • ลงทะเบียน 

    2 พฤษภาคม 2568

  • โลกดิจิทัลและเทคโนโลยีในปี 2568 และอนาคต  ความเชื่อมั่นคือตัวเร่งสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจ

    โลกดิจิทัลและเทคโนโลยีในปี 2568 และอนาคต ความเชื่อมั่นคือตัวเร่งสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจ

     

    แนวโน้มในปี 2568 และอนาคต

    ภูมิทัศน์ของดิจิทัลและเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นได้กำลังถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ

    โดยมีความเชื่อมั่นเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก Artificial Intelligence (AI) มีแนวโน้มมุ่งเน้นไปที่ความเฉพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นภายใต้ความโปร่งใสและความมีจริยธรรม ด้านการใช้งาน Cloud Computing มีแนวโน้มในการปรับขยายปริมาณการใช้งานเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ในขณะที่ 5G เพิ่มประสิทธิภาพด้านความรวดเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลและการเชื่อมต่อ Enterprise Resource Planning (ERP) systems มีแนวโน้มจะเชื่อมโยงกันมากขึ้นจนกลายเป็นแกนหลักของการ transform ดิจิทัลในองค์กร และ Cloud-based ERP จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องมาจากความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับขยาย และความคุ้มค่า อีกทั้ง ระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities

    Solutions) มีแนวโน้มจะเติบโต โดยใช้ประโยชน์จาก AI, ML และ IoT เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมของเมืองให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    · ขนาดตลาดในระดับโลกของ AI คาดว่าจะเติบโตในช่วงปี 2567 ถึง 2573 ในอัตราเฉลี่ย28.46% ต่อปี ส่งผลให้มูลค่าตลาดแตะ 826.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ตามรายงานของ Statista

    · การใช้จ่ายของผู้ใช้ Public Cloud Services ทั่วโลก คาดว่าจะแตะถึง 723.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ซึ่งแสดงถึงอัตราการเติบโต 21.5% ในปี 2568 ตามรายงานของ Gartner

    · จำนวนการเชื่อมต่อ 5G คาดว่าจะถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 ตามรายงานของ GSMA Intelligence

    · ภาพรวมของขนาดตลาด ERP จะมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยในช่วงปี 2567 ถึง 2568 ประมาณ 11.7% โดยมีการใช้จ่ายรวมถึง 147.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ตามรายงานของ HG Insights

    · ขนาดตลาดเมืองอัจฉริยะทั่วโลกนั้นมีมูลค่า 748.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตในช่วงปี 2566 ถึง 2573 ในอัตราเฉลี่ย 25.8% ตามรายงานของ GrandView Research

    แนวโน้มการเติบโตข้างต้นนี้ ตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการพัฒนาใน

    นวัตกรรมภายใต้ความโปร่งใส เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีประโยชน์ต่อสังคม และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2568 ดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางธุรกิจนั้นจะมีการผสมผสานกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมีบทบาทที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกอุตสาหกรรม ความเชื่อมั่นจึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ โดยความเชื่อมั่นในบริบทนี้หมายถึงการขยายขอบเขตจากเดิมที่เน้นเพียงความสัมพันธ์กับลูกค้าและความภักดีต่อแบรนด์ สู่การมุ่งเน้นความเชื่อมั่นที่ช่วยเสริมสร้างนวัตกรรมในทั้ง 3 ด้าน ประกอบไปด้วย ความเชื่อมั่นในคนและเทคโนโลยี ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของข้อมูล และความเชื่อมั่นในพันธมิตร

    1. ความเชื่อมั่นในคนและเทคโนโลยี

    กรณีตัวอย่างของ TCC Technology (TCCtech) บริษัทชั้นนำด้าน IT ในกลุ่ม TCC ที่มีกลยุทธ์ทางธุรกิจมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นเป็นหลักในการส่งเสริมนวัตกรรมต่างๆ โดย TCCtech เชื่อมั่นว่าบริษัทมีโซลูชั่นที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ยังสามารถต่อยอดขึ้นไปได้ในอีกหลากหลายมิติ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีคุณภาพมีความโปร่งใสต่อลูกค้าให้อยู่

    เคียงคู่กันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการยึดมั่นในการให้ความสำคัญต่อความเชื่อมั่นนี้ ช่วยให้ TCCtech สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ส่งผลให้ TCCtech ก้าวสู่การเป็น Trusted Technology Solutions Partner ในยุคที่ภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

    2. ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของข้อมูล

    ปัจจุบัน TCCtech กำลังมุ่งเน้นไปที่หลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการผลิตและภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งการผสมผสานร่วมกันของเครื่องมืออัจฉริยะและระบบที่ล้ำสมัยนั้นจะเข้ามามีผลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ในทิศทางของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การลดต้นทุน และการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ในการให้บริการลูกค้านั้นย่อมขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้วย โดยลูกค้าจะต้องมั่นใจได้ว่าข้อมูลของพวกเขาปลอดภัย มีการดำเนินงานที่เหมาะสม และสามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจของลูกค้า

    3. ความเชื่อมั่นในพันธมิตร

    การร่วมมือกันระหว่างธุรกิจ สถาบันการศึกษา และพันธมิตรทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ โดยการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สามารถจัดทำโครงการด้านนวัตกรรมร่วมกันได้นั้น ส่งผลให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และความเชี่ยวชาญเพื่อนำไปใช้วางแผนแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ ซึ่งความเชื่อมั่นในพันธมิตรเหล่านี้เข้ามามีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถก้าวผ่านยุคดิจิทัลอย่างมั่นใจและคล่องตัว

    “สำหรับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ความเชื่อมั่นถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด ด้วยรากฐาน 3S (SMART, SYNERGY, และ SUSTAINABILITY) ของเรานั้นจะเสริมแกร่งขึ้นด้วย TRUST ที่ครอบคลุมความเชื่อมั่นในคนและเทคโนโลยี กระบวนการ และพันธมิตร ซึ่ง TCCtech เรามุ่งมั่นในการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าของเรา โดยการมอบโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการเติบโต และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเรานั้น TCCtech จะพาธุรกิจของลูกค้าให้ก้าวผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่ท้าทายไปได้ด้วยความมั่นใจ” คุณธีรพันธุ์ เหลืองนฤมิตชัย Managing Director (TCC Technology) กล่าว

     

    “เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทางธุรกิจนั้น TCCtech ได้มุ่งเน้นสร้าง Community ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิเช่น ManuTech, PropTech, EduTech โดยตั้งใจเชื่อมช่องว่างระหว่างธุรกิจ/อุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีในคนรุ่นใหม่ โดยแนวทางการทำงานร่วมกันนี้จะช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เสริมสร้าง TRUST และต่อยอดวัฒนธรรมการเรียนรู้ การพัฒนา โดยCommunity Centric Initiative จะช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี และสร้างผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนต่อสังคมอีกด้วย” คุณวลีพร สายะสิต Assistant Managing Director – Corporate Communications (TCC Technology) กล่าว

    เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2568 และอนาคต ความเชื่อมั่นถือเป็นสิ่งกระตุ้นที่สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโต การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ‘ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์’ ยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย

    ‘ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์’ ยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย

     

    จากการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนผู้จดทะเบียนสมรสสำหรับทุกความรักทั่วประเทศ ตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลใช้บังคับวันนี้เป็นวันแรก ด้วยบริการด้านการทะเบียนบนหลักความเสมอภาคและเท่าเทียม เปิดประตูสู่การยอมรับเพศที่หลากหลายอย่างแท้จริงของประเทศไทยนั้น

    ล่าสุด วันนี้ (23 ม.ค.68) รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า “ขอแสดงความยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยอมรับและสนับสนุนสิทธิที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศแบบใดก็ตาม

    ผมได้มีส่วนร่วมกับกฎหมายฉบับนี้ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยร่วมกันช่วยผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้บังคับใช้กับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศทุกคน เพื่อให้สามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย

    ครั้งนี้คือ ชัยชนะของความรัก ความเข้าใจ และความเท่าเทียมในสังคมไทย ขอให้ทุกคู่รักได้เติมเต็มความฝันและสร้างครอบครัวในแบบที่ต้องการ เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ความรัก” คือสิ่งที่ควรได้รับการเคารพและยอมรับในทุกรูปแบบ”

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • คณบดี ศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร พร้อม 6 นศ.ทุน LYCE 2025 ร่วมเปิดค่ายแลกเปลี่ยน

    คณบดี ศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร พร้อม 6 นศ.ทุน LYCE 2025 ร่วมเปิดค่ายแลกเปลี่ยน

     

    เมื่อวันพุธที่ 22 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนีตา โฆษิตชัยวัฒน์ และรองศาสตราจารย์ ดร.อนิรุทธ์ สติมั่น เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการค่ายแลกเปลี่ยนเยาวชนไลออนส์สากลระหว่างประเทศไทย เดนมาร์กและยุโรป ประจำปี 2568 (Lions International Youth Camp and Exchange between TH and Denmark and EU (LYCE 2025)  โดยมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยศิลปากร และไลออนส์สากล ภาค310E ดร.นราญา สิรภาณุวัต (ผู้ประสานงานโครงการ LYCE2025)

    โดยในโครงการนี้ นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับทุน จำนวน 6 คน ใน 3 ประเทศ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม กับเพื่อนนักศึกษานานาประเทศ การเป็นยุวทูตเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และเป็นการประชาสัมพันธมหาวิทยาลัยสู่ระดับสากล โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ห้องประชุมคเชนทร์ ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

     

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ว.การท่องเที่ยวฯ ม.รังสิต ร่วมกับ ททท. ชวนน้องม.ปลาย แข่งตอบคำถามระดับชาติ ครั้งที่ 2 “Soft Power กับการท่องเที่ยวไทย”

    ว.การท่องเที่ยวฯ ม.รังสิต ร่วมกับ ททท. ชวนน้องม.ปลาย แข่งตอบคำถามระดับชาติ ครั้งที่ 2 “Soft Power กับการท่องเที่ยวไทย”

     

    สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เชิญชวนนักเรียนระดับชั้น ม.4-6 ปวช. หรือเทียบเท่า เข้าร่วมการแข่งขันตอบคำถามระดับชาติด้านการท่องเที่ยวและการบริการ ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “Soft Power กับการท่องเที่ยวไทย” ชิงเงินรางวัลสูงสุดถึง 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและใบประกาศนียบัตร ในวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.00–16.30 น. ณ ห้องประชุม 1–301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

    โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    1. กำลังศึกษาในระดับชั้น ม.4-6 ปวช. หรือเทียบเท่า

    2. การแข่งขันเป็นทีม ทีมละ 2 คน จำกัดจำนวน 5 ทีม/สถาบัน

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารการสมัครออนไลน์ได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1GvJRDYvwspOIn1-yJ6V9qcOP8U0cxONF โดยนำส่งเอกสารการสมัครทาง E-Mail: suvimol.k@rsu.ac.th หรือ Line ID: suvimol.boua ภายในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์สุวิมล คนไว วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต โทร. 08-1838-4349

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ศึกใหญ่แห่งปี! บอสใหญ่ชาตรี นำทัพนักกีฬาแถลงข่าว ONE 170 “ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน” จากสังเวียนสู่ภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์

    ศึกใหญ่แห่งปี! บอสใหญ่ชาตรี นำทัพนักกีฬาแถลงข่าว ONE 170 “ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน” จากสังเวียนสู่ภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์

    วัน แชมเปียนชิพ แถลงข่าวศึก ONE 170 ศึกใหญ่ศึกแรกของปี ประเดิมจัดที่ไทย อัดแน่นซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาระดับแม่เหล็กรวม 12 คู่ ครบทุกกติกา มีการชิงเข็มขัดแชมป์โลก 3 เส้น หนึ่งในนั้นคือการรีแมตช์ครั้งสำคัญ ชิงบัลลังก์มวยไทยระหว่าง “ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน” ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ในวันศุกร์ที่ 24 ม.ค.นี้ เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น. โดยจะมีนักแสดง-ทีมงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “The Beast In Me” ซึ่งนำแสดงโดยนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ “รัสเซล โครว์”และ “แดเนียล แม็คเฟอร์สัน” มาถ่ายทำฉากสำคัญ และบันทึกภาพการเก็บตัวตลอดทั้งสัปดาห์ จนถึงฉากแอ็กชันบนเวทีแข่งขันด้วย
                       21 มกราคม 2568 โรงแรม แมริออท สุขุมวิท กรุงเทพ: วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แถลงข่าวจัดการแข่งขันศึก ONE 170 โดยมีทัพนักนักกีฬาและสื่อมวลชนหลายร้อยสำนัก รวมถึงแฟน ๆ เข้าร่วมงานมากมาย ภายในงานได้มีการเปิดเผยถึงโปรแกรมการจัดการแข่งขันของ วัน แชมเปียนชิพตลอดปี 2025 ว่าจะมีการจัดการแข่งขันไฟต์ใหญ่ในทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศกาตาร์, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกาและประเทศไทย
                      นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ ONE Championship เปิดเผยว่า ONE เตรียมจัดการแข่งขัน ONE170 ศึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่มีแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้จากทั่วโลกเฝ้ารอชม เพราะมีการต่อสู้ชิงเข็มขัดแชมป์โลกมากถึง 3 เส้น ทุกคู่จะดุเดือดที่สุด ยกทัพซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาระดับแม่เหล็กรวม 12 คู่ ซึ่งบัตรเข้าชมการแข่งขันที่อิมแพ็ค อารีนา จำหน่ายหมดทุกที่นั่ง หลายสัปดาห์ก่อนจัดการแข่งขัน ผู้ชมจากทั่วโลกต่างตื่นตาตื่นใจและเฝ้ารอชม “คู่เอก ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ของไทยพบกับ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต หนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยเช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองคนนี้ ถ้าวัดกันแบบปอนด์ต่อปอนด์ ก็ถือเป็นนักชกที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งการพบกันครั้งนี้มีความหมายมาก ใครที่เอาชนะในไฟต์นี้ได้จะได้รับการขนานนามว่า ราชาเหนือราชา หรือ king of the kings ”
                         อีกทั้ง”รัสเซล โครว์” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ จะมาพร้อมกับทีมถ่ายหนังระดับฮอลลีวู้ด เพื่อถ่ายทำฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่อง “The Beast In Me” นำแสดงโดย “แดเนียล แม็คเฟอร์สัน” ซึ่งเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) แนวแอ็กชัน-ดรามา โดยทีมงานจะบันทึกภาพการเก็บตัวตลอดทั้งสัปดาห์ และจะนำแอ็กชันจากการแข่งขันบนเวที รวมทั้งมีนักแสดงชื่อดัง ร่วมถ่ายทำบนเวทีในวันแข่งขัน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็น Soft Power ผลักดันอุตสาหกรรมกีฬาการต่อสู้ การท่องเที่ยว ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต รวมถึงขยายฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่ ๆ ให้กับ ONE
    สำหรับศึก ONE 170 จะจัดการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี เริ่มคู่แรก 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป และยังถ่ายทอดสดผู้ชมมากกว่า 195 ประเทศทั่วโลกผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ ONE และช่องพันธมิตร
                        โปรแกรมการแข่งขันศึก ONE 170
    คู่เอก ไฟต์หยุดโลกแชมป์ชนแชมป์ เป็นการรีแมตช์ ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์ เวต (145-155 ป.) ระหว่าง “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” วัย 25 เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกคนปัจจุบัน หวนพบผู้ท้าชิงดีกรีแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต “ซุปเปอร์บอนซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” วัย 34 ปี
    คู่รอง “ฟาบริซิโอ อานดราเด” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากบราซิล ป้องกันเข็มขัดครั้งแรก โดยพบคู่ปรับเก่า “ควอน วอน อิล” จากเกาหลีใต้
    อีกคู่ที่แฟนทั่วโลกต่างจับตามอง ศึกชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) เฉพาะกาล ระหว่างผู้ท้าชิงอันดับ 2 “นิโค คาร์ริลโล” จากสกอตแลนด์ พบกับ “นาบิล อานาน” ผู้ท้าชิงอันดับ 5 เชื้อสายแอลจีเรีย/ไทย โดยผู้ชนะจะได้ไปเจอกับ “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” (ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บ) โดยมีแผนว่าจะจัดการแข่งขันรวบเข็มขัดในศึก ONE172 วันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค.68 ที่สนามไซตามะ ซูเปอร์ อารีนา ประเทศญี่ปุ่น
                       นอกจากนั้นยังมีอีก 4 นักชกสายเลือดไทยร่วมโชว์ฝีมือ ได้แก่ เสกสรร อ.ขวัญเมือง, โจ ณัฐวุฒิ, สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง และ สินสมุทร กลิ่นมี
    “เสกสรร อ.ขวัญเมือง” ยอดกำปั้นจาก จ.นครศรีธรรมราช พบกับบุรุษเหล็ก “ซอ ลิน อู” จากเมียนมา ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 142 ป.
    ศึกชิงแรงกิง ระหว่าง “โจ ณัฐวุฒิ” ผู้ท้าชิงอันดับ 2 จอมบู๊จากเมืองย่าโมโคราช พบกับ “บัมปารา คูยาเต” จากฝรั่งเศส ผู้ท้าชิงอันดับ 4 ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต
    “สินสมุทร กลิ่นมี” นักชกพ่อลูกอ่อนจากชลบุรี กลับมากู้ศรัทธามหาชน พบกับกำปั้นกระทิงดุ “นาวเซต ทรูจิลโล” จากสเปน ในกติกามวยไทย รุ่นไลต์เวต (155-175 ป.)
    ขณะที่ “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” จอมบู๊หมัดโหดจากมหาสารคาม พบกับ “ธานท์ ซิน” จากเมียนมา ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 134 ป.
    นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคู่ร่วมเสิร์ฟความมันในศึกนี้ ได้แก่
    ■ โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย/สหรัฐอเมริกา) vs โยฮัน เอสตูปินาน (โคลอมเบีย) กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)
    ■ มาวริส อาเบวี (สวิตเซอร์แลนด์) vs ซามัต มาเมดอฟ (คาซัคสถาน) กติกา MMA รุ่นไลต์เวต (155-175 ป.)
    ■ มาร์เซโล การ์เซีย (บราซิล) vs มาซากาซึ อิมารานิ (ญี่ปุ่น) กติกาปล้ำจับล็อก ไม่จำกัดน้ำหนัก
    ■ ชากีร์ แอล เตครีติ (อิรัก) vs มาซาอากิ โนอิริ (ญี่ปุ่น) กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.)
    ■ เฟรดดี แฮ็กเกอร์ตี (สหราชอาณาจักร) vs จอร์แดน เอสตูปินาน (โคลอมเบีย) กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)
                         ติดตามรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE 170 ผ่านทาง Watch.ONEFC.com (บางประเทศ), Facebook & YouTube ONE (บางประเทศ) เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น. และทางช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) รับสัญญาณถ่ายทอดสดเวลา 20.30 น.

    #https://test.learninfinity.net/

  • “นิเทศ(มกธ.) จับมือมูลนิธิทรัพย์ปัญญา กองทัพเรือ และ GPSC มอบรางวัลการประกวดเรียงความ ‘ฉันรักเมืองไทย’ เชิดชูความรักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์”

    “นิเทศ(มกธ.) จับมือมูลนิธิทรัพย์ปัญญา กองทัพเรือ และ GPSC มอบรางวัลการประกวดเรียงความ ‘ฉันรักเมืองไทย’ เชิดชูความรักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์”

     

    คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ได้จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดเรียงความใน หัวข้อ “ฉันรักเมืองไทย” เพื่อส่งเสริมความรักชาติและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในการสนับสนุนให้ทุกคณะให้องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม สืบสาน ต่อยอดความเป็นไทยให้กับเยาวชนไทยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นประโยขน์ต่อสังคม ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมูลนิธิทรัพย์ปัญญา ร่วมกับกองทัพเรือ บริษัท โกบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
    การประกวดครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากนักเรียน นิสิต และนักศึกษาทั่วประเทศ โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วม ๔๖๖ ชิ้นงาน จากทั่วทุกภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๒๑ คน ภาคใต้ ๗๔ คน ภาคเหนือ ๓๙ คน ภาคตะวันออก ๓๙ คน ภาคตะวันตก ๒๑ คน และภาคกลาง ๑๗๑ คน และจากประเทศอินโดนีเซีย 1 คน คณะกรรมการตัดสินได้คัดเลือกผลงานที่โดดเด่นที่สุด ๙ ผลงาน เพื่อรับรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่า ๘๔,๐๐๐ บาท ทั้งนี้มีผู้ส่งผลงานประกวดได้แบ่งเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา จํานวน ๔๘ คน ระดับมัธยมศึกษา จํานวน ๒๙๔ คน และระดับอุดมศึกษา จํานวน ๑๒๔ คน รวม ๔๖๖ผลงาน

    ทั้งนี้ นายณัฐภัทร สุขแดง ประธานมูลนิธิทรัพย์ปัญญา ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นขมผู้เข้าร่วมประกวดทุกคน พร้อมเน้นย้ำวัตถุประสงค์การประกวด “นักศึกษาจากทั่วประเทศ ได้มีโอกาสแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และความรักใน แผ่นดินเกิด และเป็นการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อสังคมและประเทศชาติ ในนามของมูลนิธิทรัพย์ปัญญา และผู้ร่วมโครงการ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน ซึ่งการที่ทุกท่านสามารถนำเสนอ เรียงความที่สะท้อนถึงความรักในเมืองไทยได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นการพิสูจน์ถึงความคิดและความตั้งใจที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงานเขียนให้ทุกคนได้เข้าถึงความรักที่มีต่อประเทศไทย และขอขอบคุณผู้ที่ได้ส่งผลงานมามากถึง ๔๖๖ ผลงาน ขอให้ท่านผู้เข้าร่วมทุกคนจงมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองและขอให้พัฒนาต่อไป

    คุณปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร ผู้แทนจาก บริษัท โกบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวในพิธีว่า “การประกวดเรียงความในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติในยุคปัจจุบัน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นเยาวชนไทยมีความสนใจและแสดงออกถึงความรักชาติผ่านผลงานที่สร้างสรรค์และเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ” นอกจากนี้ ได้รับเกียรติจากนายวิจิตร แตงน้อย กรรมการและเลขานุการมูลนิธิทรัพย์ปัญญาร่วมมอบรางวัล

    งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มาเป็นกรรมการตัดสิน ได้แก่ ผศ.ดร.พนม วรรณศิริ ประธานคณะกรรมการตัดสิน ร่วมด้วย ดร.กฤติญา กวีจารุกรณ์ ดร.ธารินี กิตติกาญจนโสภณ อาจารย์ดาราวรรณ เกตวัลห์ และอาจารย์เพชรลดา เฟื่องอักษร

    ภายในงานผู้ได้รับรางวัลก็ได้มีโอกาสเปิดใจพูดคุยกับพิธีกรบนเวทีถึงแรงบันดาลใจในการส่งเรียงความเข้าประกวด ซึ่งการตัดสินผู้ที่ได้รับรางวัลนั้น ได้มีผู้ชนะการประกวดจำนวน ๙ ท่าน ได้แก่

    ระดับประถมศึกษา
    รางวัลชนะเลิศ เด็กหญิง พรทิวา ทับทิมเพชร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนศรีแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ เด็กชาย กุญชร พงษ์พสินธร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านท่าเสา จังหวัดระยอง
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เด็กหญิง พิมพ์ภัสกร วัฒนกุลวิวัฒน์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอนุบาลเดิมบางนางบวช (วัดท่าช้าง) จังหวัดสุพรรณบุรี

    ระดับมัธยมศึกษา
    รางวัลชนะเลิศ นางสาว ภัทราพร บุตรสิงห์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านนาแพง จังหวัดร้อยเอ็ด
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ นางสาว พิชญธิดา ผงศิริ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านหมอ”พัฒนานุกูล จังหวัดสระบุรี
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ นาย ปภังกร พรสุวรรณ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา จังหวัดพิษณุโลก

    ระดับอุดมศึกษา

    รางวัลชนะเลิศ นาย สิรภพ เก่าเงิน นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ นาย อัศวุธ อุปติ นิสิตชั้นปีที่ ๔ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ นางสาว ดาริน แก่นสาร์ นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    ซึ่งรางวัลต่างๆ แบ่งเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และ อุดมศึกษา โดยรางวัลมีดังนี้ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๑ มูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท (จำนวน ๓ รางวัล) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ มูลค่า ๗,๐๐๐ บาท (จำนวน ๓ รางวัล) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ มูลค่า ๕,๐๐๐ บาท (จำนวน ๓ รางวัล) และทางมูลนิธิฯ ได้มอบค่าเดินทางให้กับผู้เดินทางมารับรางวัลท่านละ ๒,๐๐๐ บาท(จำนวน ๙ ท่าน) รวมมูลค่าทั้งสิ้น ๘๔,๐๐๐ บาท

    บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการแสดงความยินดีจากผู้ปกครองและคณาจารย์ที่มาร่วมงาน ผู้เข้าร่วมพิธีได้มีโอกาสชมการแสดงพิเศษจากนักศึกษาชมรม cover dance คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความงดงามของเมืองไทย และผลงานของผู้ชนะเลิศจะได้รับการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะจะได้เผยแพร่ในวารสาร ตาสว่างของมูลนิธิทรัพย์ปัญญา เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนรุ่นใหม่ต่อไป

    การประกวดเรียงความหัวข้อ “ฉันรักเมืองไทย” ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในชาติของเยาวชนไทย พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือส่งเสริมพลังบวกให้กับประเทศชาติ ซึ่งพิธีนี้จัดขึ้น ณ สตูดิโอ ๑ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

    #https://test.learninfinity.net/