Category: ทุนดีดี

  • สัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์กับ English Summer Camp ณ โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s เขาใหญ่

    สัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์กับ English Summer Camp ณ โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s เขาใหญ่

     

    เปิดประตูสู่โลกแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน กับ English Adventure & Leadership Camp 2025 ค่ายภาษาอังกฤษที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะภาษาและความเป็นผู้นำในรูปแบบที่เด็ก ๆ จะไม่มีวันลืม! พบกับกิจกรรมสร้างเสริมความรู้และจินตนาการภายใต้ธีม “โลกแห่งเวทมนตร์” ที่จะเติมเต็มปิดเทอมนี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น

     

    ไฮไลต์สำคัญของ English and Adventure Camp 2025

    1. เสริมทักษะภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น • มีครูชาวต่างชาติดูแลการสอนตลอด 3 สัปดาห์

    • เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมสนุกสนานในห้องเรียน • ฝึกไวยากรณ์ผ่านการสื่อสารจริงในสถานการณ์ต่าง ๆ

    2. พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ • เรียนรู้การทำงานเป็นทีมและแก้ไขปัญหา

    • เสริมสร้างความมั่นใจผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การแก้ปริศนาและการสร้างสัตว์ในจินตนาการ

    3. สัมผัสโลกจินตนาการสุดพิเศษ • เด็ก ๆ จะได้ร่วมไขความลับในดินแดนเวทมนตร์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการค้นพบ

    ทีมคุณครูและผู้ช่วยสอนที่มีความเชี่ยวชาญของเราพร้อมให้การดูแลและสนับสนุนเด็ก ๆ ในบรรยากาศที่ปลอดภัยและอบอุ่น เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตทั้งในด้านการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง

    ทำไมต้องเลือก Summer Camp ที่โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s ?

    ● ฝึกภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการใช้งานจริงในกิจกรรมหลากหลายกับเจ้าของภาษา

    ● สร้างความรับผิดชอบและการพึ่งพาตัวเอง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การจัดการตัวเองในแต่ละวัน

    ● ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม พบเพื่อนใหม่จากหลากหลายโรงเรียน

    ● ปลอดภัยและดูแลใกล้ชิด ด้วยทีมงานมืออาชีพที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

    ลงทะเบียนก่อนปิดรับสมัคร : https://sis-form.org/campAB-002

    รายละเอียด Camp ภาษาอังกฤษ โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s

    – ค่าย A: 16 มีนาคม – 5 เมษายน 2568

    ● ค้างคืน 21 วัน

    ● ราคา: 42,500 บาท

    -ค่าย B: 16 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2568

    ● ค้างคืน 18 วัน

    ● ราคา: 36,500 บาท

    สถานที่: โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s (เขาใหญ่) รับสมัครเด็กอายุ: 6-15 ปี

    สมัครด่วนก่อนเต็ม! กรอกใบสมัครออนไลน์: https://sis-form.org/campAB-002 โทร: 02-5130270-1 ต่อ 244 หรือ 245 อีเมล: gee.t@sis.edu

    LINE: @st.stephen-camp Facebook: https://www.facebook.com/khaoyaicamp.sis

    เตรียมตัวให้พร้อมและมาร่วมผจญภัยในโลกแห่งเวทมนตร์ไปด้วยกันใน Summer Camp ภาษาอังกฤษครั้งนี้!

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • 20 ทุน MOE รัฐบาลไต้หวัน ปี 2568 ให้คนไทยไปเรียนต่อปริญญาตรี โท หรือปริญญาเอก

    20 ทุน MOE รัฐบาลไต้หวัน ปี 2568 ให้คนไทยไปเรียนต่อปริญญาตรี โท หรือปริญญาเอก

    🌟 ทุน MOE ปี 2568 (ทุนเรียนต่อปริญญาตรี โท หรือเอก ณ ไต้หวัน) 🌟

    — 2025 Taiwan Scholarship for Thai Students —

    🟣หน่วยงานผู้มอบทุน: Ministry of Education of Taiwan

    🔴เปิดรับสมัคร: 1 กุมภาพันธ์ 2568 – 31 มีนาคม 2568

    🟠จํานวนทุน: 20 ทุน


    🟡รายละเอียดทุน:

    – ค่าเล่าเรียน: เทอมละ 40,000 NTD
    * หมายเหตุ
    หากสมัครเรียนนอกเหนือจากรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ประกาศไว้ ผู้ได้รับทุนต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างของค่าเล่าเรียนเอง

    – เงินสนับสนุนรายเดือน:
    * 15,000 NTD/ เดือน (ระดับปริญญาตรี)
    * 20,000 NTD/ เดือน (ระดับปริญญาโทหรือเอก)

    🟢เกรดเฉลี่ย: 3.0 จากคะแนนเต็ม 4.0 (ยื่นระดับปริญญาตรี โท หรือเอก)

    🔵คะแนนภาษา:

    – TOCFL Level 3 ขึ้นไป หลักสูตรที่ใช้ภาษาจีน (ไม่พิจารณาผลสอบ HSK)

    – TOEFL ITP 550 (CBT 213 หรือ IBT 79), IELTS 6.0 หรือ TOEIC 750 ขึ้นไป สําหรับหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน

    ✅ระเบียบทุน แบบฟอร์มการสมัคร หลักสูตรอินเตอร์และรายชื่อมหาวิทยาลัย
    https://roc-taiwan.org/th_en/post/7505.html

    ✅ตารางการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (TOCFL/ CCCC) ประจำปีพ.ศ. 2568 ในประเทศไทย
    https://www.roc-taiwan.org/th_th/post/5384.html

    🟣ที่อยู่สําหรับจัดส่งเอกสาร:
    สํานักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจําประเทศไทย (ฝ่ายการศึกษา)
    40/64 ซอยวิภาวดีรังสิต 66 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
    *วงเล็บมุมซอง (สมัครทุน MOE)

    ☎️ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
    📍ฝ่ายการศึกษา สํานักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจําประเทศไทย
    โทร: 02-119-3555 หรือ 02-119-3599 ต่อ 202 หรือ 203
    อีเมล: tecthailand168@gmail.com

    📍ศูนย์แนะแนวการศึกษาไต้หวัน ประจำประเทศไทย
    Facebook: https://www.facebook.com/taiwaneducation.th/
    Line: @TTedu
    Google Meet (นัดหมายสอบถามผ่านระบบออนไลน์):
    https://shorturl.at/XKvAO

    📌สำนักงานภาคกลาง กรุงเทพมหานคร
    โทร: 02-579-1068, 063-437-4188
    อีเมล: tecthailand1@gmail.com, tecthailand2@gmail.com

    📌สำนักงานเหนือ จ. เชียงใหม่
    โทร: 053-875-614, 080-114-9041
    อีเมล: tecthailand4@gmail.com

    📌สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ. นครราชสีมา
    โทร: 044-233-000 ext. 2470, 094-271-5335
    อีเมล: tecthailand3@gmail.com

    📌สำนักงานภาคใต้ จ. ภูเก็ต
    โทร: 096-903-7278
    อีเมล: tecthailand6@gmail.com

  • “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. ต้อนรับ “Ms.Wang Huan” เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025”

    “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. ต้อนรับ “Ms.Wang Huan” เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025”

     

    “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. ต้อนรับ “Ms.Wang Huan” เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025”

                         ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ ดร.ณัชชา ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ให้การต้อนรับ Ms.Wang Huan เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025” พร้อมกล่าวอวยพรตรุษจีนให้กับนักศึกษาจีน ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดย ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้ร่วมกล่าวอวยพรตรุษจีนให้กับนักศึกษาจีนในโอกาสนี้ด้วย

    การจัดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025” ดังกล่าว มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีจัดขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสวันตรุษจีน ประจำปี 2568 ให้กับนักศึกษาจีนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและเสริมสร้างความรักสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษาจีน และนักศึกษาไทย รวมทั้งกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตภายในรั้วมหาวิทยาลัยร่วมกันของนักศึกษาไทย และนักศึกษาชาวต่างชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตทั้งด้านการศึกษา และด้านสังคมได้อย่างมีความสุข

    ในการนี้ ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาจีนทุกคนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้เข้าร่วมงานดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง ณ BANGKOKTHONBURI HALL มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • คณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต วางหมุดหมายผลิตบัณฑิต ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคม

    คณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต วางหมุดหมายผลิตบัณฑิต ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคม

     

    คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เดินหน้ามุ่งผลิตบัณฑิตเพื่อนำองค์ความรู้ช่วยแก้ไขปัญหาอาชากรรมในสังคมไทย

    รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดีฝ่ายความปลอดภัย และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เดิมสาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ได้เปิดหลักสูตรในระดับปริญญาโทขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2552 ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากสถานการณ์การเกิดขึ้นของปัญหาอาชญากรรมของประเทศไทยในขณะนั้นมีแนวโน้มที่จะรุนแรงและสลับซับซ้อนมากขึ้น และหลากหลายปัญหามีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมหรือประชาชนทั่วไปอาจจะยังรู้ไม่เท่าทันคนร้าย หรือปรับตัวไม่เท่าทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น การให้องค์ความรู้แก่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม และการให้ความรู้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการก่อตั้งหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม (ในขณะนั้น) โดยมองว่าการเรียนทฤษฎีทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในการปรับเปลี่ยนองค์กรต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม และภายหลังประมาณ 7 ปีต่อมา จึงได้เปิดหลักสูตรปริญญาเอกสาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรมขึ้นในปี พ.ศ. 2559

    “ด้วยสภาพปัญหาอาชญากรรมที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้คนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น คดีล้นมือตำรวจ รวมทั้งคดีที่เข้าสู่ศาลมีปริมาณมากขึ้นจนเป็นปัญหาของประเทศ มหาวิทยาลัยจึงมีแนวคิดในการต้องให้ความรู้ประชาชนควบคู่ไปด้วยโดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งในปีการศึกษา 2561 ได้เปิดหลักสูตรในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ และยกระดับขึ้นเป็นคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ด้วยหมุดหมายในการมุ่งผลิตบัณฑิตให้สามารถนำองค์ความรู้มาบูรณาการเพื่อการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ทวีความรุนแรงและสลับซับซ้อนมากขึ้น และผลักดันให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชญากรรมรูปแบบ ต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดทิศทาง วิธีการและมาตรการของการแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการยุติธรรม เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยในปัจจุบัน”

    รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ กล่าวเกี่ยวกับจุดเด่นในการเรียนการสอนของคณะอาชญาวิทยาฯ ว่า ประการที่หนึ่ง เป็นคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี (สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ และสาขาวิชาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม) ปริญญาโทและปริญญาเอก (สาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนการสอนในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กัน ประการที่สอง นอกเหนือจากคณาจารย์ประจำซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยเชิญผู้มีประสบการณ์ตรงในหน่วยงานราชการ เช่น ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ศาล อัยการ กรมราชทัณฑ์ มาร่วมสัมมนาและให้ความรู้นักศึกษา ประการที่สาม เนื่องด้วยจุดเริ่มต้นในการตั้งหลักสูตรนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้ปัญญาแก่สังคม ต้องการชี้แสงสว่างให้กับสังคม จะเห็นว่าที่ผ่านมาเมื่อเกิดคดีอาชญากรรมร้ายแรงจะมีการจัดเสวนาในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ อาทิเช่น การปฏิรูปตำรวจ การเสนอร่างกฎหมาย พรบ. ตำรวจแห่งชาติเข้าสภาฯ คดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังหรือบอส กระทิงแดง ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระบวนการยุติธรรม คดีคุณแตงโม ฯลฯ เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ ทำและให้ประชาชนหรือบุคคลที่สนใจติดตามคดีต่าง ๆ หรือหน่วยงานภาครัฐได้กลับมาทบทวนรูปแบบการทำงานของตนเอง ประการที่สี่ มีความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เช่น กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม บริษัท บีทามส์ โซลูชั่น จำกัด เป็นต้น ทำให้นักศึกษาที่เข้ามาเรียนได้รับองค์ความรู้มุมมองที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานภายนอกองค์กรระหว่างประเทศเช่น สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้ติดต่อมายังคณะเพื่อร่วมจัดอบรมเสวนาให้แก่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม จัดอบรมให้ความรู้กับอาสาสมัครในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอาชญากรรมหรือการเข้าไปสถานที่เกิดเหตุก่อน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าหน่วยงานองค์กรระดับโลกอยากมาร่วมมือกับเรา แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเรียนการสอนของคณะอาชญาวิทยาฯ ที่เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีหลักสูตรเทียบเท่ามาตรฐานในอังกฤษ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา และ ประการที่ห้า เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมต่าง ๆ ขึ้นในประเทศไทย อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะมักจะได้รับเชิญจากสื่อมวลชนแขนง ต่าง ๆ ในการร่วมให้ความเห็น ทั้งในแง่การให้ความรู้แก่ประชาชน และการชี้นำให้ทางออกแก่หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการองค์ความรู้กับชุมชน โดยต่อยอดไปสู่การจัดตั้งตำรวจมหาวิทยาลัย (ตร.ม.) แห่งแรกและเเห่งเดียวในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดว่ามหาวิทยาลัยควรมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลสังคม ซึ่งได้มีการจัดอบรมบุคลากรเพื่อทำงานดูแลมหาวิทยาลัยและชุมชน โดยทำงานร่วมกับตำรวจ มีการฝึกอบรมบุคลากรที่ทำหน้าที่ทั้งสายตรวจ ดูแลอำนวยความสะดวกจราจร ซึ่งจากสถิติการเกิดอาชญากรรมในชุมชนรอบรั้วมหาวิทยาลัยภายหลังจากมีการจัดตั้งตำรวจมหาวิทยาลัยพบว่าจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้จึงเปรียบเสมือนแหล่งเรียนรู้และเป็นโครงการนำร่องของประเทศ และจากความสำเร็จนี้ทำให้หลายหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมาศึกษาดูงานของตำรวจมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน

    “สำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับการเรียนการสอนในอนาคต ทางคณะฯ ได้มีการกำหนดแผนโดยดูทิศทางการพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อให้สอดรับนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมทั้งดูเรื่องการผลิตบัณฑิตเพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมทั้งดูแนวโน้มทิศทางสถิติการเกิดอาชญากรรมว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อให้การผลิตบัณฑิตสอดรับกับการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นด้วยในแง่ของการพัฒนาองค์ความรู้ การคิด การเรียนการสอน ขณะเดียวกันก็สอดรับกับนโยบายของมหาวิทยาลัยรังสิตคือ พัฒนาความเป็นนานาชาติและพัฒนาบัณฑิตให้ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาสังคม” ประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต กล่าวเพิ่มเติม

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และวิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ ผนึกกำลังพันธมิตรเอกชน เปิดศูนย์ซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรแห่งแรกในไทย

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และวิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ ผนึกกำลังพันธมิตรเอกชน เปิดศูนย์ซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรแห่งแรกในไทย

     

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ วิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ ร่วมมือกับภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท วีรสยาม ฮาร์ดแวร์ จำกัด และ บริษัท เซินเจิ้น สมาร์ทเซฟ เทค จำกัด จัดตั้งต้นแบบศูนย์ซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อยกระดับทักษะช่างซ่อมและรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

    ความร่วมมือนี้เกิดจากการเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพช่างยนต์ให้มีความรู้ความสามารถในการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีมาตรฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถ บริษัทประกันภัย และผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่หมดประกันจากศูนย์บริการ

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งสำคัญนี้ มีผู้แทนจากทั้ง 4 หน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ อาจารย์สมมาตร ทองคำ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, ดร.วิฑูรย์ อริยะพงษ์ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ, คุณวุฒิ เลิศรัตน์โกสุมภ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีรสยาม ฮาร์ดแวร์ จำกัด และ Mr. Bruce Lee ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก บริษัท เซินเจิ้น สมาร์ทเซฟ เทค จำกัด

    ศูนย์ซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรแห่งนี้ จะตั้งอยู่ ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น เพื่อ Up-skill ช่างยนต์ให้มีความเชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นการสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูง รองรับความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

    #https://test.learninfinity.net/

  • ม.รังสิต มอบทุนการศึกษาในโอกาสครบรอบ 40 ปี  “Future Change Agent” 

    ม.รังสิต มอบทุนการศึกษาในโอกาสครบรอบ 40 ปี  “Future Change Agent” 

    มหาวิทยาลัยรังสิต มอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี จำนวน 40 ทุน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน ม.ปลาย ที่จะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและอยากเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต “Future Change Agent” 

    ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยรังสิตมีความภูมิใจในการผลิตบัณฑิตที่มีความคิดสร้างสรรค์ ยึดมั่นในคุณธรรม และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคมมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี มหาวิทยาลัยรังสิต จึงมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร (100%) ให้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่กำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2568 โดยทุนการศึกษานี้มุ่งหวังที่จะมอบโอกาสให้ผู้ที่มีความตั้งใจในการใช้ความรู้ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสังคมและโลกในอนาคต ด้วยการเสริมสร้างคุณธรรมและค่านิยมที่ดี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต่อสังคมในทุกมิติ เป็นการยกระดับการศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นใหม่ในการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ดีและมีคุณค่าต่อสังคม ซึ่งเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างผู้นำที่มีคุณธรรมและมีความสามารถในการนำการเปลี่ยน แปลงที่สำคัญในอนาคต โดยทุนการศึกษาดังกล่าวแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1. พลังงานและสิ่งแวดล้อม 2. คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม และ 3. ศิลปะสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และซอฟต์พาวเวอร์ หรือด้านอื่นๆ ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในระดับจังหวัด ระดับชาติ ระดับนานาชาติ หรือผลงานเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

    นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วม workshop เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และเลือกเฟ้นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การพิจารณาจะครอบคลุมถึงผลงานที่ผ่านมาของผู้สมัครในกลุ่มที่เลือกสมัครมา ผลงานที่ส่งเข้ามาต้องแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำและศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลง การคัดเลือกในรอบสุดท้าย ผู้สมัครจะต้องแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะหลัก ดังนี้ 1. มีพลังเชิงบวกและสามารถสร้างความร่วมมือกับผู้อื่นได้  2. มีวิสัยทัศน์เชิงสร้างสรรค์  3. มีความเป็นผู้นำ นักวางแผนเชิงกลยุทธ์  4. มีความสามารในการเป็นผู้ประกอบการ และ 5. สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้รับทุนการศึกษา 40 ปี มหาวิทยาลัยรังสิตนี้ จะสามารถสมัครเข้าเรียนและใช้สิทธิทุนการศึกษา 100% ในสาขาวิชาใดในมหาวิทยาลัยรังสิตก็ได้ ยกเว้น แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ ทุนการศึกษานี้จะครอบคลุมเฉพาะการเรียนที่จัดสอนโดยมหาวิทยาลัยรังสิตเท่านั้น กรณีเป็นหลักสูตรในลักษณะที่ต้องมีการจัดการสอนโดยสถาบันอื่นทั้งในและต่างประเทศ ทุนการศึกษาจะไม่ครอบคลุมส่วนภายนอกนี้

    กำหนดการรับสมัคร ดังนี้

    เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม -14 กุมภาพันธ์ 2568 

    ประกาศผลรอบคัดเลือก วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก 120 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Work shop วันที่ 21-22 มีนาคม 2568 

    ประกาศผลผู้ได้รับทุนการศึกษา วันที่ 22 มีนาคม 2568 (จำนวน 40 ทุน)

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://lin.ee/haFncxO

    Line : ทุน 40 ปี ม.รังสิต

     

  • โอกาสพิเศษสำหรับคนพิการ! เรียนฟรี ป.ตรี การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (ระบบการศึกษาทางไกล) เรียนผ่านแอปพลิเคชัน  ตลอด 24 ชั่วโมง

    โอกาสพิเศษสำหรับคนพิการ! เรียนฟรี ป.ตรี การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (ระบบการศึกษาทางไกล) เรียนผ่านแอปพลิเคชัน ตลอด 24 ชั่วโมง

    โอกาสพิเศษสำหรับคนพิการ!
    สมัครเรียนฟรี ปริญญาตรีบริหารธุรกิจบัณฑิต
    สาขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (ระบบการศึกษาทางไกล)
    📚 เรียนสะดวก ผ่านแอปพลิเคชัน ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
    💸 ฟรีค่าใช้จ่าย ตลอดหลักสูตร 3 ปี (9 ภาคเรียน)

    สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568
    กดลิงก์สมัครที่นี่:
    👉 https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScPqUMg5cAk1qZQI6gFKJY8WA82vaXeTsR8qv23jv8a7_knlQ/viewform

    คุณสมบัติผู้สมัคร:
    จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6, ปวช., ปวส., กศน. หรือเทียบเท่า (จากสถาบันที่ กพ. รับรอง)
    ต้องไม่เคยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
    ได้รับทุนอุดหนุนการศึกษาสำหรับคนพิการจากสถาบันการศึกษาใดๆ มาก่อน

    ประเภทความพิการที่รับ:
    บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ

    เอกสารประกอบการสมัคร:
    สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ
    สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ
    สำเนา Transcript จำนวน 1 ชุด
    รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป (เสื้อเชิ้ตสีขาวไม่ต้องสวมแว่นตาดำ)
    สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการหรือสมุดประจำตัวคนพิการ
    เอกสารอื่นๆ ถ้ามี เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ สกุล เป็นต้น
    **รับรองสำเนาถูกต้องเอกสารทุกฉบับ**

    ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
    อ.ชลิตา: 084-6969173
    คุณวันทนีย์: 094-3379466

  • จุฬาฯ ร่วม World Economic Forum ประกาศ The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะแห่งอนาคต พร้อมแนะกลยุทธ์สร้างมนุษย์แห่งอนาคต

    จุฬาฯ ร่วม World Economic Forum ประกาศ The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะแห่งอนาคต พร้อมแนะกลยุทธ์สร้างมนุษย์แห่งอนาคต

     

    จุฬาฯ ร่วม World Economic Forum ประกาศ The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะแห่งอนาคต พร้อมแนะกลยุทธ์สร้างมนุษย์แห่งอนาคต (Future Human) สำหรับประเทศไทย

    ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข้อมูลรายงาน “Future of Jobs 2025” ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ในการเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี พ.ศ. 2568–2573

    รายงานนี้อ้างอิงจากการสำรวจ 1,000 บริษัท ครอบคลุมพนักงาน 14 ล้านคน ใน 22 อุตสาหกรรม จาก 55 ประเทศทั่วโลก โดยมีผลการวิเคราะห์ที่สำคัญดังนี้

    · ตำแหน่งงานใหม่ 170 ล้านตำแหน่ง จะเกิดขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม

    · 92 ล้านตำแหน่งงาน จะหายไป เนื่องจากระบบอัตโนมัติและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

    · การเติบโตสุทธิของการจ้างงานคิดเป็น 7% หรือเท่ากับ 78 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก

     

    ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานในปี 2573 โดยเรียงลำดับความสำคัญ ดังนี้

    1. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ และนวัตกรรมด้านพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลงบทบาทงานและทักษะ

    2. การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกระตุ้นความต้องการวิศวกรสิ่งแวดล้อมและพลังงานหมุนเวียน

    3. ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นความท้าทายสำคัญ

    4. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ประชากรสูงอายุในประเทศรายได้สูงและแรงงานขยายตัวในประเทศรายได้ต่ำปรับเปลี่ยนตลาดแรงงาน

    5. การแบ่งแยกทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ข้อจำกัดทางการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจ

    ทักษะในอนาคตของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

    ภายในปี พ.ศ. 2573 สองในห้าของทักษะที่มีอยู่จะถูกเปลี่ยนแปลง ทักษะที่สำคัญของไทย คือ ทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล ในขณะที่ระดับโลกเน้นทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล ความฉลาดในการใช้งานเทคโนโลยี และทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์

    กลยุทธ์สำคัญ 5 ประการสำหรับประเทศไทย

    1. สร้างการเปลี่ยนแปลงแบบ Holistic Skill Change: ยกเครื่องการ Upskill ของบุคลากรในมิติ ไม่ใช่ทักษะใดทักษะหนึ่งเท่านั้น

    2. สร้างองค์กรให้เป็น Future-Ready Organization ที่ต้องมีระบบการพัฒนาทักษะอนาคตของบุคลากร

    3. Human Replacement งานที่ซ้ำซากให้เลิกใช้คน และทดแทนด้วยระบบ Automation

    4. Enhancing Dynamic Work Role มีการส่งเสริมให้ไม่ยึดติดกับบทบาทการทำงานในแบบเดิม ๆ แต่มีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

    5. ผสานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้เข้ากับการทำงาน: เชื่อมโยงเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขัน

    ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ยังกล่าวด้วยว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็น ’The University of AI‘ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มุ่งสร้าง “คนพันธุ์ใหม่” หรือ “Future Human” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญในการใช้งาน AI (Artificial Intelligence) แต่ยังเปี่ยมด้วยทักษะที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง II (Instinctual Intelligence) หรือ “ปัญญาสัญชาตญาณ” ซึ่งสร้างสรรค์ปัญญาที่ไม่อาจประดิษฐ์ขึ้นได้ ที่สำคัญ ‘คนพันธุ์ใหม่’ จะต้องไม่ได้มีเพียงสมองที่ชาญฉลาด แต่ต้องมีหัวใจที่ดีงาม ที่จะเปลี่ยนความสามารถทางเทคโนโลยีให้เป็นพลังที่สร้างคุณค่าแก่ทั้งตนเองและสังคม”

     

    #https://test.learninfinity.net/