Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • ครูน้อง-จิราภรณ์ ภูอุดม รับรางวัลกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น ของโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) สมุทรสาคร

    ครูน้อง-จิราภรณ์ ภูอุดม รับรางวัลกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น ของโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) สมุทรสาคร

     

    โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร แสดงความยินดีกับ นางสาวจิราภรณ์ ภูอุดม ข้าราชการบำนาญ อดีตครูชำนาญการพิเศษ, รักษาการ ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) ในโอกาสที่ทุ่มเทและเสียสละสนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนฯ มาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจเข้ารับรางวัลกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น ประจำปี 2567 ของโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) จากสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย โดยงานนี้ทางผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) ขอแสดงความยินดีกับรางวัลที่สมเกียรติและขอขอบคุณที่คอยช่วยเหลือ และเป็นแรงสนับสนุนทั้งแรงกาย แรงใจให้กับโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มาโดยตลอด ณ ที่นี้

    ครูน้อง-จิราภรณ์ ภูอุดม ข้าราชการบำนาญ อดีตครูชำนาญการพิเศษ, รักษาการ ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์)กล่าวว่า “ผลงานที่น่ายินดีนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีบุคคลสำคัญ ที่ต้องขอบคุณ ผอ.มณีรัตน์ สัจจวิโส ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองสองห้อง ผู้พยายามทั้งผลักทั้งดัน ให้เกิดการส่งผลงาน, ครูประสิทธิ์ สอนทรง น้องที่น่ารักทุ่มเทเก็บรวบรวมข้อมูล จัดทำรูปเล่ม,  คุณครู พิกุลทอง วันวงษ์ พี่สาวที่น่ารัก ต้นแบบคนสำคัญ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ขอบคุณคำแสดงความยินดี จากทุกท่านค่ะ”

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • วช. เปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ต้นแบบการยกระดับประสิทธิภาพภาคการเกษตรของจังหวัดกาฬสินธุ์ ณ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์

    วช. เปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ต้นแบบการยกระดับประสิทธิภาพภาคการเกษตรของจังหวัดกาฬสินธุ์ ณ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์

                     สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตร ต้นแบบ ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ นายประดิษฐ์ ญาณประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และคณะผู้บริหารในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ คณาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ เกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้การต้อนรับ ณ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์
                    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว.มีนโยบายมุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีโดรนมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ซึ่งในครั้งนี้ วช.สนับสนุนให้สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้นำเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรช่วยในการตรวจสอบสภาพแปลงเกษตร ลดเวลาในการทำงาน และเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดศูนย์การเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเกษตร พร้อมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างทักษะในการใช้งานโดรนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในการนำนวัตกรรมที่เกิดจากการวิจัยไปใช้ประโยชน์เพื่อเกิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงเทคโนโลยีทันสมัย
                   นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรในพื้นที่ และสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการเกษตรของจังหวัดศูนย์บริการโดรนเพื่อการเกษตรแห่งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับแปลงเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืนในการทำการเกษตรในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
                   นายประดิษฐ์ ญาณประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ได้จัดกิจกรรมประกวดโครงงานวิชาชีพ และพิธีเปิดศูนย์บริการโดรนเพื่อการเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้นำกระบวนการวิจัยมาบูรณาการกับการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ ๆ นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้นำเสนอผลงานของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งดำเนินการประเมินผลรายวิชาโครงการ ซึ่งจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวสู่ครัวเรือนและภาคเกษตรกรรมของผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษา อันจะเป็นต้นแบบในการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ได้รับมอบนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร จำนวน 3 ลำ สำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนการสอนและการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรในอนาคต
                    อาจารย์พิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการเกษตรเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยศูนย์บริการฯ จะมีการอบรมเกี่ยวกับการฝึกบินโดรนในพื้นที่รวมถึงการลงพื้นที่จริงเพื่อฝึกให้สามารถบินโดรนในพื้นที่จริง โดยใช้โดรนขนาดใหญ่ที่มีเรดาร์ป้องกันการชน เพิ่มฟังก์ชันใส่ถังในการหว่านเมล็ดและยาฆ่าแมลงต่าง ๆ และการบริการให้กับเกษตรกรในการพ่นสารเคมียาฆ่าแมลงโดยใช้โดรน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและแรงงานในกระบวนการผลิต อีกทั้งยังช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมนับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืนในอนาคต
                    ถัดมา ได้มีประชุมเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตรร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อีกทั้งยังได้มีการลงพื้นที่เพื่อติดตามและสังเกตการณ์การสาธิตการใช้งานโดรนทางการเกษตร โดยนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์เป็นผู้สาธิต ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว
                   ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โดรนเพื่อการเกษตรต้นแบบแรกของจังหวัดกาฬสินธุ์ในครั้งนี้ ถือเป็น ก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาผสานกับภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
    #https://test.learninfinity.net/
  • “มกธ.” จับมือ “ด็อกเตอร์ ที” ลงนามความร่วมมือทางวิชาการสนับสนุนทุนการวิจัยแก่คณาจารย์ มุ่งพัฒนางานวิจัยตอบโจทย์ความต้องการของสังคม

    “มกธ.” จับมือ “ด็อกเตอร์ ที” ลงนามความร่วมมือทางวิชาการสนับสนุนทุนการวิจัยแก่คณาจารย์ มุ่งพัฒนางานวิจัยตอบโจทย์ความต้องการของสังคม

    เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ได้วางนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางด้านวิชาการในมิติต่างๆ ระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน โดยมุ่งเสริมสร้างการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการที่หลากหลายร่วมกับเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพเฉพาะทางที่สูงขึ้น อีกทั้งยังเสริมความเข้มแข็งด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมประสบการณ์ และทักษะวิชาการและวิชาชีพที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
    จากความสำคัญเชิงนโยบายดังกล่าว มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และบริษัท ด็อกเตอร์ ที จำกัด จึงได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในด้านการให้ทุนการวิจัย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยจากความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อหน่วยงาน สังคม ตลอดจนเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของสังคมในบริบทต่างๆ
    ทั้งนี้ ความร่วมมือทางวิชาการในการให้ทุนการวิจัยจากภาคเอกชนดังกล่าวมี ผศ.ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และนายธิติ จิรวัชรากร กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท บริษัท ด็อกเตอร์ ที จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวด้วย
    นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันพัฒนางานวิจัยทั้งในเชิงวิชาการ และเชิงการบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อีกทั้ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรียังจะได้รับการสนับสนุนทุนการเผยแพร่ผลงานวิจัยของคณาจารย์อีกด้วย
    ในการนี้ ผู้บริหาร คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และผู้บริหารของบริษัท ด็อกเตอร์ ที จำกัด เข้าร่วมแสดงความยินดี และเป็นสักขีพยานในโอกาสนี้ด้วย ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ศิลปศาสตร์ ม.รังสิต จัดโครงการประกวดทักษะภาษาและวัฒนธรรมไทย

    ศิลปศาสตร์ ม.รังสิต จัดโครงการประกวดทักษะภาษาและวัฒนธรรมไทย

    สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดโครงการประกวดทักษะภาษาและวัฒนธรรมไทย ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำปีการศึกษา และในปีนี้ได้รับความสนใจจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมกว่าหกร้อยคน และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 450 คน มีคุณครูผู้ดูแลนักเรียนเข้าประกวดกว่า 200 คน จากโรงเรียน 135 โรง ทั่วประเทศ ณ ห้องประชุม 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

     โดยมีการประกวดทั้งสิ้น 4 ประเภท ได้แก่
    1. คัดลายมือ ม.ต้น และ ม.ปลาย
    2. อ่านออกเสียง ม.ปลาย
    3. ขับร้องเพลงจากวรรณคดีไทย ม.ปลาย
    4. รำวงย้อนยุค
    #https://test.learninfinity.net/
  • “Check PD” แอปพลิเคชันตรวจหาความเสี่ยงเป็นพาร์กินสัน แม่นยำถึง 90%  เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้!

    “Check PD” แอปพลิเคชันตรวจหาความเสี่ยงเป็นพาร์กินสัน แม่นยำถึง 90% เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้!

    โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมมือกับสภากาชาดไทย เปิดตัวแอป “Check PD” เพื่อใช้ตรวจหาความเสี่ยงการเป็นพาร์กินสัน เหตุพบสถิติคนไทยเป็นโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นและยังพบในคนอายุต่ำกว่า 60 ปี ชี้ความแม่นยำของการตรวจประเมินมีสูงถึง 90% พร้อมเชิญชวนคนไทยโดยเฉพาะคนอายุ 40 ปีขึ้นไปโหลดแอปประเมินความเสี่ยงเพื่อหาทางป้องกันหรือรักษาได้ทันท่วงที

    การแถลงข่าวในครั้งนี้จัดเมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2568  ณ โถงชั้น M อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  โดยมีคุณเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเปิดงานแถลงข่าว  จากนั้นมีการเสวนาโดย ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คุณศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร นักดนตรีชื่อดัง และ ผศ.(พิเศษ) ดร.พญ.จิรดา ศรีเงิน อาจารย์ประจำหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ปิดท้ายด้วยการสาธิตการเข้าใช้งานแอป “Check PD”

     

    คุณเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เปิดเผยว่า พาร์กินสันเป็นหนึ่งในโรคความเสื่อมทางระบบประสาทที่พบมากในผู้สูงอายุ และยังเป็นโรคที่มีอัตราการเกิดเพิ่มสูงที่สุดในกลุ่มโรคความเสื่อมทางระบบประสาทด้วยกัน คาดกันว่าในปี 2583 จำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสันในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว สำหรับประเทศไทยที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ จากปัจจัยเสี่ยงเรื่องอายุที่มากขึ้น และปัจจัยทางพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมมีผลทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสันในประเทศไทยเพิ่มสูงมากขึ้นตามสถานการณ์ปัจจุบัน และจากการที่การวินิจฉัยโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้นยังคงทำได้ยาก เพราะอาจจะมีอาการที่แสดงออกมายังไม่มาก อีกทั้งการขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระบบประสาททำให้ผู้ป่วยในบางพื้นที่เข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการรักษาได้ยาก ส่งผลให้ผู้ป่วยที่เข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยโรคมีอาการที่ค่อนข้างมาก หรืออยู่ในระยะการดำเนินโรคระยะกลาง ทำให้การรักษาค่อนข้างยากและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง อีกทั้งตัวผู้ป่วยเองยังอาจเกิดความทุพพลภาพ และส่งผลต่อคุณภาพในการดำเนินชีวิต ซึ่งโรคนี้แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก ก็สามารถวางแผนการรักษาและป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    รศ. นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า แอปพลิเคชัน Check PD เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการวินิจฉัยกลุ่มอาการโรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยการตรวจพบโรคพาร์กินสันตั้งแต่ระยะแรกของการดำเนินโรค มีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษา และการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่มุ่งเน้นสร้างนวัตกรรมในการดูแลสุขภาพ การพัฒนาระบบบริการที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งการพัฒนาแอปพลิเคชัน Check PD นี้ถือเป็นความสำเร็จในความร่วมมือที่สำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาระบบสุขภาพ ที่สามารถช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสัน สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพ การป้องกัน และการรักษาได้อย่างเหมาะสม

    ศ. นพ. รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่ไม่ได้แสดงอาการทันที แต่มีระยะเวลาของการเตือนและระยะเวลาของการดำเนินโรคที่ค่อนข้างนาน เฉลี่ยนานถึง 10-20 ปี โดยอาการที่ชัดเจนคืออาการสั่น ส่วนอาการเตือนอื่นๆ เช่น อาการท้องผูกเรื้อรัง อาการนอนละเมอ ออกท่าทางหรือออกเสียงที่สัมพันธ์กับเนื้อหาความฝัน ฯลฯ มักถูกมองว่าไม่ใช่อาการผิดปกติ ทำให้ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวไม่คิดว่าตนเองเป็น จึงไม่ได้พบแพทย์และเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที จากการที่อาการของโรคพาร์กินสัน ส่งผลให้การใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะพาร์กินสันเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติในการทรงตัว ผู้ที่มีอาการมาก จะเคลื่อนไหวด้วยตัวเองลำบาก มีความจำเป็นต้องมีผู้ดูแล ดังนั้นหากสามารถตรวจเช็กได้ล่วงหน้าถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคดังกล่าว เพื่อหาทางป้องกันหรือลดความรุนแรงของอาการได้ ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ป่วย เพราะพาร์กินสันเป็นโรคที่ป้องกันและรักษาได้หากตรวจพบได้เร็ว

    นอกจากผู้สูงอายุที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงหลักแล้ว ในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ก็ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน จากสถิติที่พบว่าปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยโรคพาร์กินสันพบในผู้ป่วยอายุน้อยลง และพาร์กินสันเป็นโรคที่มีระยะเวลาในการดำเนินโรคค่อนข้างนาน ดังนั้นการที่สามารถตรวจเช็กได้ล่วงหน้าถึงความเสี่ยงของการเป็นโรคพาร์กินสัน จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อที่จะหาทางป้องกัน หรือเข้าสู่กระบวนการรักษาเพื่อลดอาการรุนแรงของโรค” ศ. นพ. รุ่งโรจน์กล่าว

    ทั้งนี้เพื่อให้แอปพลิเคชัน Check PD เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในการคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสัน อีกทั้งยังเป็นการร่วมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมลงพื้นที่คัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงโรคพาร์กินสันทั่วประเทศ และส่งต่อระบบสาธารณสุขเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

    สภากาชาดไทยขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกันบริจาคในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เพื่อสำรวจประชาชนที่มีความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน หรือร่วมบริจาคเงิน 76 บาท ภายใต้แคมเปญ “พาร์พบแพทย์” เพื่อร่วมค้นหา คัดกรอง ช่วยเหลือผู้ป่วยพาร์กินสันกว่า 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งการบริจาคสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

    ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนโครงการได้โดยบริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย สำนักงานจัดหารายได้ เลขที่บัญชี 045-2-62588-8 ภายหลังโอนเงินบริจาคแล้วสามารถส่งหลักฐานการโอนเงิน แจ้งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และหมายเลขบัตรประชาชน (เพื่อใช้ในการยื่นลดหย่อนภาษี) ระบุว่า “ค้นหาพาร์กินสัน พาผู้ป่วยพบแพทย์” แล้วส่งเอกสารมาที่ Email: donation@redcross.or.th เพื่อทางสภากาชาดไทยจะได้ดำเนินการจัดส่งใบเสร็จรับเงินสำหรับการยื่นลดหย่อนภาษีต่อไป

    ส่วนในกรณีที่บริจาคผ่าน QR CODE e-Donation สามารถลดหย่อนภาษี 2 เท่า เฉพาะเจ้าของบัญชีเท่านั้น โดยไม่ต้องนำหลักฐานเพื่อออกใบเสร็จรับเงิน ข้อมูลการบริจาคส่งตรงไปยังสรรพากรโดยอัตโนมัติ

    รับชมคลิปเปิดตัว CHECKPD เช็คพาร์กินสันง่าย ๆ ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=SRM-Ia0XA30

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ETDA ลุยโปรเจกต์ ‘EDC Trainer Season 4’ ปั้นเทรนเนอร์ดิจิทัล สุดเข้มข้น  พร้อมโอกาสไปต่อเวที EDC Pitching รีบสมัครก่อน 12 มี.ค. นี้!

    ETDA ลุยโปรเจกต์ ‘EDC Trainer Season 4’ ปั้นเทรนเนอร์ดิจิทัล สุดเข้มข้น พร้อมโอกาสไปต่อเวที EDC Pitching รีบสมัครก่อน 12 มี.ค. นี้!

     

    สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ Dek-D สานต่อ “ETDA Digital Citizen Trainer” (EDC Trainer Season 4) ภายใต้แนวคิด “ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล” ติวเข้มสู่การเป็น EDC Trainer มืออาชีพ อัปสกิลเทรนด์ดิจิทัล ผ่านการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมเทคนิค Pitching อย่างมือโปร! พร้อมต่อยอดสู่การแข่งขัน EDC Pitching Season 3 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ตั้งเป้าผลิตเทรนเนอร์ดิจิทัลกว่า 2,000 คน ภายในปี 2568 เพื่อนำองค์ความรู้ไปส่งต่อให้ประชาชนทั่วประเทศ เปิดรับสมัคร EDC Trainer Season 4 แล้ววันนี้ ถึง 12 มีนาคม 2568

     

     

    นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนไทยต้องก้าวทัน และ EDC Trainer Season 4 ที่มาในแนวคิด “ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล” ที่เกิดจากความร่วมมือของ ETDA และพาร์ทเนอร์ อย่าง Dek-D คือ ก้าวสำคัญในการยกระดับทักษะคนไทยสู่การพัฒนาเป็น

    “เทรนเนอร์ดิจิทัล” มืออาชีพ เพื่อเข้ามาเป็นเครือข่ายที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการส่งต่อความรู้สู่สังคม ถือเป็นหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ภายใต้โครงการ EDC หรือชื่อเต็ม คือ ETDA Digital Citizen โครงการนี้มุ่งสร้างความตระหนักรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ตย่างสร้างสรรค์และรู้เท่าทันภัยออนไลน์ เตรียมพร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับองค์ความรู้ของหลักสูตร ETDA Digital Citizen Plus หรือ EDC Plus เปรียบเสมือนหลักสูตรกลางของโครงการ EDC ที่ยึดเป็นกรอบแนวปฏิบัติในการถ่ายทอดความรู้ผ่านช่องทางทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งปัจจุบันสามารถเข้าถึงคนไทยแล้วกว่าแสนคนทั่วประเทศ ถือเป็นการวางรากฐานของการสร้าง Digital Workforce & Literacy ที่แข็งแกร่ง สอดรับกับเป้าหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มุ่งพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนไม่น้อยกว่า 300,000 คน ภายในปีนี้

    “ETDA เราเชื่อว่า เมื่อประชาชนมีความรู้ มีทักษะดิจิทัลที่เข้มแข็ง ก็จะสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายมิติ ทั้งการยกระดับธุรกิจดิจิทัล การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมและบริการ สู่การเพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข็งขันทางดิจิทัลของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้เร็วขึ้น”

    โดย EDC Trainer Season 4 ปีนี้ น่าสนใจไม่แพ้ปีที่ผ่านมา เรียกว่า คนรุ่นใหม่ ตลอดจนประชาชนที่สนใจ อยากยกระดับความรู้และทักษะด้านดิจิทัล พร้อมสู่การเป็นเทรนเนอร์ดิจิทัลมืออาชีพ จะต้องไม่พลาดกับการสมัครร่วมกิจกรรม EDC Trainer ของ ETDA อย่างแน่นอน เพราะปีนี้เราจัดหนัก จัดเต็ม! อัดแน่นองค์ความรู้เฉพาะแบบฉบับของ EDC ไม่ว่าจะเป็น

    · การอบรมสุดเข้มข้น สนุก เข้าใจง่ายขึ้น ไปกับ หลักสูตรใหม่ EDC Plus – หลักสูตรใหม่ล่าสุดจากโครงการ EDC ที่อัปเลเวลต่อยอดจากหลักสูตร EDC ที่ไม่เพียงยึดหลักการยกระดับความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence Quotient – DQ) แต่ยังพัฒนาเนื้อหาให้ทันสมัย โดยเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมทักษะดิจิทัลที่จำเป็น 5 ด้าน ได้แก่ (1) Digital Identity – เข้าใจการพิสูจน์และยืนยันตัวตน รวมถึงการปกป้องข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์ (2) Digital Use – มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ (3) Digital Security – ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยไซเบอร์ รู้ทันกลโกงออนไลน์ (4) Digital Literacy – พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร แยกแยะข่าวปลอม พร้อมใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ และ (5) Digital Communication – เสริมสร้างพัฒนาทักษะการสื่อสาร สร้างโอกาสใหม่ด้วย Future Skills

    · การพัฒนาทักษะสู่เทรนเนอร์ดิจิทัลมืออาชีพ พร้อมต่อยอดสู่การทำงานจริง – เพราะการอบรมนี้ จะเน้นการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริงผ่าน Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้เทคนิคการเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพ ฝึกฝนการถ่ายทอดความรู้ พัฒนาทักษะการสอนและการนำเสนอที่ทันสมัย สนุก พร้อมประยุกต์ใช้ได้จริง ที่สำคัญ ผู้เข้าอบรมทุกคน ยังจะได้รับคู่มือในการจัดกิจกรรมและการถ่ายทอดความรู้ครอบคลุมในทุกด้าน รวมถึงโอกาสในการร่วมออกแบบหลักสูตรให้

    เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในแบบฉบับของตัวเอง เรียกว่า งานนี้ได้ทั้ง Functional & Technical กันเลยทีเดียว

    · อบรมเสร็จ รับ certificate เสริมความแข็งแกร่งโปรไฟล์ของคุณ – เมื่อผ่านการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้รับใบประกาศนียบัตร (certificate) จาก ETDA ซึ่งสามารถนำไปใช้เพิ่มโอกาสในการทำงานด้าน

    ดิจิทัลต่อไป

    · โอกาสร่วมเป็นสมาชิก Online Community เครือข่าย EDC Trainer กว่า 2,000 คนกับ ETDA – ทุกคนที่ผ่านการอบรมเทรนด์เนอร์ดิจิทัล จะมีโอกาสเข้าร่วมกลุ่ม Community ไปกับ EDC Trainer เครือข่ายของ ETDA ที่ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 2,000 คน เพื่อให้ว่าที่ EDC Trainer น้องใหม่ ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ข้อมูลและความรู้ร่วมกัน เพื่อสร้างโอกาสการทำงานในฐานะเทรนเนอร์ดิจิทัลในอนาคตด้วย

    · พิเศษสุด! ต่อยอดสู่เวทีใหญ่ EDC Pitching Season 3 – ผู้ผ่านหลักสูตร EDC Trainer Season 4 ยังได้รับสิทธิพิเศษ เข้าร่วม EDC Pitching Season 3 ทันที เวทีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นเวทีสำหรับนำเสนอไอเดียและแคมเปญสร้างสรรค์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสังคมดิจิทัล เพื่อพิชิตรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท

    นับถอยหลัง เปิด Timeline เส้นทางความสำเร็จของ ‘EDC Trainer Season 4’ · รับสมัคร: วันนี้ – 12 มีนาคม 2568 ทาง https://bit.ly/EDCTrainerSS4

    · ประกาศผล: 17 มีนาคม 2568 (ทาง Facebook: ETDA Thailand)

    · อบรม: วันที่ 25 มีนาคม 2568 (9.00-16.00 น.) ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1. Onsite รับจำกัดเพียง 100 คน ที่ โรงแรม TK. Palace Hotel & Convention กรุงเทพฯ และ 2. Online ผ่านระบบ ZOOM

    · ลงพื้นที่ทำภารกิจขยายผล: เมษายน – มิถุนายน 2568

    · พิธีมอบประกาศนียบัตร: สิงหาคม 2568 (ในเวทีการแข่งขัน ‘EDC Pitching’)

    คุณสมบัติผู้สมัคร

    · อายุไม่เกิน 55 ปี

    · มีใจรักการสอนและการถ่ายทอดความรู้

    · สนใจพัฒนาทักษะดิจิทัลระดับมืออาชีพ

    · พร้อมเข้าร่วมอบรมและขยายผลความรู้สู่ชุมชน

    ผู้ที่สนใจสามารถสมัครร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dek-d.com/activity/66052/ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการ “EDC Trainer” LINE: @edctrainer หรือ E-mail: event@dek-d.com ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวกดติดตามเลยที่เพจ Facebook: ETDA Thailand

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • วิทยาลัยอาชีวศึกษากรุงเทพธนบุรี จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ ประจำปีการศึกษา 2567 เตรียมความพร้อมนักศึกษาสู่อนาคต พร้อมสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ

    วิทยาลัยอาชีวศึกษากรุงเทพธนบุรี จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ ประจำปีการศึกษา 2567 เตรียมความพร้อมนักศึกษาสู่อนาคต พร้อมสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ

    วิทยาลัยอาชีวศึกษากรุงเทพธนบุรี ได้จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ระหว่างวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมเอเชียพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีนักศึกษาผู้สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 350 คน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และคณาจารย์ รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นประธานในพิธีปิดการอบรม พร้อมมอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพ

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานและการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยมีการบรรยายแนะแนวทางอาชีพและการศึกษาต่อจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะทางสังคมผ่านกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์และ Ice Breaking เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา

    ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การบรรยายพิเศษหัวข้อ “เส้นทางสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล” โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม , การแนะแนวด้านการศึกษาต่อ โดยผู้แทนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ , กิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคี “Ice Breaking” , กิจกรรมไนท์ปาร์ตี้ในธีม Y2K สร้างสีสันและความสนุกสนาน

    การแสดงความสามารถของนักศึกษาจากหลากหลายแผนก ประกอบด้วย แผนกบริหารธุรกิจ-บัญชี , แผนกไฟฟ้ากำลัง , แผนกช่างยนต์ , แผนกการตลาด , แผนกเทคนิคคอมพิวเตอร์

    กิจกรรมปัจฉิมนิเทศครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษากรุงเทพธนบุรี ที่ได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความทรงจำที่ดี ก่อนออกไปสู่เส้นทางแห่งอนาคตต่อไป

     

    #https://test.learninfinity.net/

     

  • มกธ.จัดเวทีระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน การเสวนา “ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ การศึกษาที่ตอบโจทย์”

    มกธ.จัดเวทีระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน การเสวนา “ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ การศึกษาที่ตอบโจทย์”

    เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์ปฏิบัติการการโรงแรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) ได้จัดการเสวนาเรื่อง “ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ การศึกษาที่ตอบโจทย์” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำโดย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและรองประธานกรรมาธิการการศึกษา ได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิรูประบบการศึกษาให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของประเทศ

    ภาคเอกชนนำโดย คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้เน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่ผู้ประกอบการต้องการจากบุคลากร ทั้งในมุมมองของ SME และบริษัทมหาชน พร้อมให้มุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ และ ผอ.ณัฐิกา นิตยาพร ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สภาการศึกษา ได้วิเคราะห์ภาพรวมของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่ ว่าสามารถตอบสนองความต้องการของประเทศได้อย่างไร

    ด้านการศึกษา อาจารย์ ดร.รัชชัย ศรสุวรรณ อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และนายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร และ ดร.ณัฐวรินธร บวรภัควุฒิสิริ ที่ปรึกษากรรมาธิการศึกษา พร้อมครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพผู้เรียนที่ไม่กระทบโครงสร้างหลัก และนายเตชทัต หล้าหิบ หัวหน้าโครงการพิเศษ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี ได้สะท้อนมุมมองจากห้องเรียนสู่การร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งครูและผู้เรียน

    ปิดท้ายด้วย รศ.ดร.กมลมาลย์ ไชยศิริธัญญา คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาในการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบัน ได้นำเสนอแนวทางการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา เพื่อรองรับทิศทางการศึกษาในกระบวนทัศน์ใหม่

    การเสวนาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษาไทย โดยมุ่งหวังให้ร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ

     

    #https://test.learninfinity.net/