Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • ‘ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์’ ยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย

    ‘ดร๊าฟ ดวงฤทธิ์’ ยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย

     

    จากการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนผู้จดทะเบียนสมรสสำหรับทุกความรักทั่วประเทศ ตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลใช้บังคับวันนี้เป็นวันแรก ด้วยบริการด้านการทะเบียนบนหลักความเสมอภาคและเท่าเทียม เปิดประตูสู่การยอมรับเพศที่หลากหลายอย่างแท้จริงของประเทศไทยนั้น

    ล่าสุด วันนี้ (23 ม.ค.68) รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า “ขอแสดงความยินดีกับการประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยอมรับและสนับสนุนสิทธิที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศแบบใดก็ตาม

    ผมได้มีส่วนร่วมกับกฎหมายฉบับนี้ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยร่วมกันช่วยผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้บังคับใช้กับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศทุกคน เพื่อให้สามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย

    ครั้งนี้คือ ชัยชนะของความรัก ความเข้าใจ และความเท่าเทียมในสังคมไทย ขอให้ทุกคู่รักได้เติมเต็มความฝันและสร้างครอบครัวในแบบที่ต้องการ เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ความรัก” คือสิ่งที่ควรได้รับการเคารพและยอมรับในทุกรูปแบบ”

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • คณบดี ศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร พร้อม 6 นศ.ทุน LYCE 2025 ร่วมเปิดค่ายแลกเปลี่ยน

    คณบดี ศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร พร้อม 6 นศ.ทุน LYCE 2025 ร่วมเปิดค่ายแลกเปลี่ยน

     

    เมื่อวันพุธที่ 22 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุนีตา โฆษิตชัยวัฒน์ และรองศาสตราจารย์ ดร.อนิรุทธ์ สติมั่น เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการค่ายแลกเปลี่ยนเยาวชนไลออนส์สากลระหว่างประเทศไทย เดนมาร์กและยุโรป ประจำปี 2568 (Lions International Youth Camp and Exchange between TH and Denmark and EU (LYCE 2025)  โดยมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยศิลปากร และไลออนส์สากล ภาค310E ดร.นราญา สิรภาณุวัต (ผู้ประสานงานโครงการ LYCE2025)

    โดยในโครงการนี้ นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับทุน จำนวน 6 คน ใน 3 ประเทศ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม กับเพื่อนนักศึกษานานาประเทศ การเป็นยุวทูตเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และเป็นการประชาสัมพันธมหาวิทยาลัยสู่ระดับสากล โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ห้องประชุมคเชนทร์ ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

     

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ว.การท่องเที่ยวฯ ม.รังสิต ร่วมกับ ททท. ชวนน้องม.ปลาย แข่งตอบคำถามระดับชาติ ครั้งที่ 2 “Soft Power กับการท่องเที่ยวไทย”

    ว.การท่องเที่ยวฯ ม.รังสิต ร่วมกับ ททท. ชวนน้องม.ปลาย แข่งตอบคำถามระดับชาติ ครั้งที่ 2 “Soft Power กับการท่องเที่ยวไทย”

     

    สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เชิญชวนนักเรียนระดับชั้น ม.4-6 ปวช. หรือเทียบเท่า เข้าร่วมการแข่งขันตอบคำถามระดับชาติด้านการท่องเที่ยวและการบริการ ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “Soft Power กับการท่องเที่ยวไทย” ชิงเงินรางวัลสูงสุดถึง 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและใบประกาศนียบัตร ในวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.00–16.30 น. ณ ห้องประชุม 1–301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

    โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    1. กำลังศึกษาในระดับชั้น ม.4-6 ปวช. หรือเทียบเท่า

    2. การแข่งขันเป็นทีม ทีมละ 2 คน จำกัดจำนวน 5 ทีม/สถาบัน

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารการสมัครออนไลน์ได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1GvJRDYvwspOIn1-yJ6V9qcOP8U0cxONF โดยนำส่งเอกสารการสมัครทาง E-Mail: suvimol.k@rsu.ac.th หรือ Line ID: suvimol.boua ภายในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์สุวิมล คนไว วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต โทร. 08-1838-4349

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • ศึกใหญ่แห่งปี! บอสใหญ่ชาตรี นำทัพนักกีฬาแถลงข่าว ONE 170 “ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน” จากสังเวียนสู่ภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์

    ศึกใหญ่แห่งปี! บอสใหญ่ชาตรี นำทัพนักกีฬาแถลงข่าว ONE 170 “ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน” จากสังเวียนสู่ภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์

    วัน แชมเปียนชิพ แถลงข่าวศึก ONE 170 ศึกใหญ่ศึกแรกของปี ประเดิมจัดที่ไทย อัดแน่นซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาระดับแม่เหล็กรวม 12 คู่ ครบทุกกติกา มีการชิงเข็มขัดแชมป์โลก 3 เส้น หนึ่งในนั้นคือการรีแมตช์ครั้งสำคัญ ชิงบัลลังก์มวยไทยระหว่าง “ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน” ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ในวันศุกร์ที่ 24 ม.ค.นี้ เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น. โดยจะมีนักแสดง-ทีมงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “The Beast In Me” ซึ่งนำแสดงโดยนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ “รัสเซล โครว์”และ “แดเนียล แม็คเฟอร์สัน” มาถ่ายทำฉากสำคัญ และบันทึกภาพการเก็บตัวตลอดทั้งสัปดาห์ จนถึงฉากแอ็กชันบนเวทีแข่งขันด้วย
                       21 มกราคม 2568 โรงแรม แมริออท สุขุมวิท กรุงเทพ: วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แถลงข่าวจัดการแข่งขันศึก ONE 170 โดยมีทัพนักนักกีฬาและสื่อมวลชนหลายร้อยสำนัก รวมถึงแฟน ๆ เข้าร่วมงานมากมาย ภายในงานได้มีการเปิดเผยถึงโปรแกรมการจัดการแข่งขันของ วัน แชมเปียนชิพตลอดปี 2025 ว่าจะมีการจัดการแข่งขันไฟต์ใหญ่ในทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศกาตาร์, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกาและประเทศไทย
                      นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ ONE Championship เปิดเผยว่า ONE เตรียมจัดการแข่งขัน ONE170 ศึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่มีแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้จากทั่วโลกเฝ้ารอชม เพราะมีการต่อสู้ชิงเข็มขัดแชมป์โลกมากถึง 3 เส้น ทุกคู่จะดุเดือดที่สุด ยกทัพซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาระดับแม่เหล็กรวม 12 คู่ ซึ่งบัตรเข้าชมการแข่งขันที่อิมแพ็ค อารีนา จำหน่ายหมดทุกที่นั่ง หลายสัปดาห์ก่อนจัดการแข่งขัน ผู้ชมจากทั่วโลกต่างตื่นตาตื่นใจและเฝ้ารอชม “คู่เอก ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ของไทยพบกับ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต หนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยเช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองคนนี้ ถ้าวัดกันแบบปอนด์ต่อปอนด์ ก็ถือเป็นนักชกที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งการพบกันครั้งนี้มีความหมายมาก ใครที่เอาชนะในไฟต์นี้ได้จะได้รับการขนานนามว่า ราชาเหนือราชา หรือ king of the kings ”
                         อีกทั้ง”รัสเซล โครว์” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ จะมาพร้อมกับทีมถ่ายหนังระดับฮอลลีวู้ด เพื่อถ่ายทำฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่อง “The Beast In Me” นำแสดงโดย “แดเนียล แม็คเฟอร์สัน” ซึ่งเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) แนวแอ็กชัน-ดรามา โดยทีมงานจะบันทึกภาพการเก็บตัวตลอดทั้งสัปดาห์ และจะนำแอ็กชันจากการแข่งขันบนเวที รวมทั้งมีนักแสดงชื่อดัง ร่วมถ่ายทำบนเวทีในวันแข่งขัน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็น Soft Power ผลักดันอุตสาหกรรมกีฬาการต่อสู้ การท่องเที่ยว ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต รวมถึงขยายฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่ ๆ ให้กับ ONE
    สำหรับศึก ONE 170 จะจัดการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี เริ่มคู่แรก 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป และยังถ่ายทอดสดผู้ชมมากกว่า 195 ประเทศทั่วโลกผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ ONE และช่องพันธมิตร
                        โปรแกรมการแข่งขันศึก ONE 170
    คู่เอก ไฟต์หยุดโลกแชมป์ชนแชมป์ เป็นการรีแมตช์ ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์ เวต (145-155 ป.) ระหว่าง “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” วัย 25 เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกคนปัจจุบัน หวนพบผู้ท้าชิงดีกรีแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต “ซุปเปอร์บอนซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” วัย 34 ปี
    คู่รอง “ฟาบริซิโอ อานดราเด” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากบราซิล ป้องกันเข็มขัดครั้งแรก โดยพบคู่ปรับเก่า “ควอน วอน อิล” จากเกาหลีใต้
    อีกคู่ที่แฟนทั่วโลกต่างจับตามอง ศึกชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) เฉพาะกาล ระหว่างผู้ท้าชิงอันดับ 2 “นิโค คาร์ริลโล” จากสกอตแลนด์ พบกับ “นาบิล อานาน” ผู้ท้าชิงอันดับ 5 เชื้อสายแอลจีเรีย/ไทย โดยผู้ชนะจะได้ไปเจอกับ “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” (ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บ) โดยมีแผนว่าจะจัดการแข่งขันรวบเข็มขัดในศึก ONE172 วันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค.68 ที่สนามไซตามะ ซูเปอร์ อารีนา ประเทศญี่ปุ่น
                       นอกจากนั้นยังมีอีก 4 นักชกสายเลือดไทยร่วมโชว์ฝีมือ ได้แก่ เสกสรร อ.ขวัญเมือง, โจ ณัฐวุฒิ, สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง และ สินสมุทร กลิ่นมี
    “เสกสรร อ.ขวัญเมือง” ยอดกำปั้นจาก จ.นครศรีธรรมราช พบกับบุรุษเหล็ก “ซอ ลิน อู” จากเมียนมา ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 142 ป.
    ศึกชิงแรงกิง ระหว่าง “โจ ณัฐวุฒิ” ผู้ท้าชิงอันดับ 2 จอมบู๊จากเมืองย่าโมโคราช พบกับ “บัมปารา คูยาเต” จากฝรั่งเศส ผู้ท้าชิงอันดับ 4 ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต
    “สินสมุทร กลิ่นมี” นักชกพ่อลูกอ่อนจากชลบุรี กลับมากู้ศรัทธามหาชน พบกับกำปั้นกระทิงดุ “นาวเซต ทรูจิลโล” จากสเปน ในกติกามวยไทย รุ่นไลต์เวต (155-175 ป.)
    ขณะที่ “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” จอมบู๊หมัดโหดจากมหาสารคาม พบกับ “ธานท์ ซิน” จากเมียนมา ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 134 ป.
    นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคู่ร่วมเสิร์ฟความมันในศึกนี้ ได้แก่
    ■ โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย/สหรัฐอเมริกา) vs โยฮัน เอสตูปินาน (โคลอมเบีย) กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)
    ■ มาวริส อาเบวี (สวิตเซอร์แลนด์) vs ซามัต มาเมดอฟ (คาซัคสถาน) กติกา MMA รุ่นไลต์เวต (155-175 ป.)
    ■ มาร์เซโล การ์เซีย (บราซิล) vs มาซากาซึ อิมารานิ (ญี่ปุ่น) กติกาปล้ำจับล็อก ไม่จำกัดน้ำหนัก
    ■ ชากีร์ แอล เตครีติ (อิรัก) vs มาซาอากิ โนอิริ (ญี่ปุ่น) กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.)
    ■ เฟรดดี แฮ็กเกอร์ตี (สหราชอาณาจักร) vs จอร์แดน เอสตูปินาน (โคลอมเบีย) กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)
                         ติดตามรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE 170 ผ่านทาง Watch.ONEFC.com (บางประเทศ), Facebook & YouTube ONE (บางประเทศ) เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น. และทางช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) รับสัญญาณถ่ายทอดสดเวลา 20.30 น.

    #https://test.learninfinity.net/

  • “นิเทศ(มกธ.) จับมือมูลนิธิทรัพย์ปัญญา กองทัพเรือ และ GPSC มอบรางวัลการประกวดเรียงความ ‘ฉันรักเมืองไทย’ เชิดชูความรักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์”

    “นิเทศ(มกธ.) จับมือมูลนิธิทรัพย์ปัญญา กองทัพเรือ และ GPSC มอบรางวัลการประกวดเรียงความ ‘ฉันรักเมืองไทย’ เชิดชูความรักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์”

     

    คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ได้จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดเรียงความใน หัวข้อ “ฉันรักเมืองไทย” เพื่อส่งเสริมความรักชาติและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตามนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในการสนับสนุนให้ทุกคณะให้องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม สืบสาน ต่อยอดความเป็นไทยให้กับเยาวชนไทยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นประโยขน์ต่อสังคม ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมูลนิธิทรัพย์ปัญญา ร่วมกับกองทัพเรือ บริษัท โกบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
    การประกวดครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากนักเรียน นิสิต และนักศึกษาทั่วประเทศ โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วม ๔๖๖ ชิ้นงาน จากทั่วทุกภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๒๑ คน ภาคใต้ ๗๔ คน ภาคเหนือ ๓๙ คน ภาคตะวันออก ๓๙ คน ภาคตะวันตก ๒๑ คน และภาคกลาง ๑๗๑ คน และจากประเทศอินโดนีเซีย 1 คน คณะกรรมการตัดสินได้คัดเลือกผลงานที่โดดเด่นที่สุด ๙ ผลงาน เพื่อรับรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่า ๘๔,๐๐๐ บาท ทั้งนี้มีผู้ส่งผลงานประกวดได้แบ่งเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา จํานวน ๔๘ คน ระดับมัธยมศึกษา จํานวน ๒๙๔ คน และระดับอุดมศึกษา จํานวน ๑๒๔ คน รวม ๔๖๖ผลงาน

    ทั้งนี้ นายณัฐภัทร สุขแดง ประธานมูลนิธิทรัพย์ปัญญา ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นขมผู้เข้าร่วมประกวดทุกคน พร้อมเน้นย้ำวัตถุประสงค์การประกวด “นักศึกษาจากทั่วประเทศ ได้มีโอกาสแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และความรักใน แผ่นดินเกิด และเป็นการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อสังคมและประเทศชาติ ในนามของมูลนิธิทรัพย์ปัญญา และผู้ร่วมโครงการ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน ซึ่งการที่ทุกท่านสามารถนำเสนอ เรียงความที่สะท้อนถึงความรักในเมืองไทยได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นการพิสูจน์ถึงความคิดและความตั้งใจที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงานเขียนให้ทุกคนได้เข้าถึงความรักที่มีต่อประเทศไทย และขอขอบคุณผู้ที่ได้ส่งผลงานมามากถึง ๔๖๖ ผลงาน ขอให้ท่านผู้เข้าร่วมทุกคนจงมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองและขอให้พัฒนาต่อไป

    คุณปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร ผู้แทนจาก บริษัท โกบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวในพิธีว่า “การประกวดเรียงความในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติในยุคปัจจุบัน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นเยาวชนไทยมีความสนใจและแสดงออกถึงความรักชาติผ่านผลงานที่สร้างสรรค์และเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ” นอกจากนี้ ได้รับเกียรติจากนายวิจิตร แตงน้อย กรรมการและเลขานุการมูลนิธิทรัพย์ปัญญาร่วมมอบรางวัล

    งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มาเป็นกรรมการตัดสิน ได้แก่ ผศ.ดร.พนม วรรณศิริ ประธานคณะกรรมการตัดสิน ร่วมด้วย ดร.กฤติญา กวีจารุกรณ์ ดร.ธารินี กิตติกาญจนโสภณ อาจารย์ดาราวรรณ เกตวัลห์ และอาจารย์เพชรลดา เฟื่องอักษร

    ภายในงานผู้ได้รับรางวัลก็ได้มีโอกาสเปิดใจพูดคุยกับพิธีกรบนเวทีถึงแรงบันดาลใจในการส่งเรียงความเข้าประกวด ซึ่งการตัดสินผู้ที่ได้รับรางวัลนั้น ได้มีผู้ชนะการประกวดจำนวน ๙ ท่าน ได้แก่

    ระดับประถมศึกษา
    รางวัลชนะเลิศ เด็กหญิง พรทิวา ทับทิมเพชร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนศรีแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ เด็กชาย กุญชร พงษ์พสินธร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านท่าเสา จังหวัดระยอง
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เด็กหญิง พิมพ์ภัสกร วัฒนกุลวิวัฒน์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนอนุบาลเดิมบางนางบวช (วัดท่าช้าง) จังหวัดสุพรรณบุรี

    ระดับมัธยมศึกษา
    รางวัลชนะเลิศ นางสาว ภัทราพร บุตรสิงห์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านนาแพง จังหวัดร้อยเอ็ด
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ นางสาว พิชญธิดา ผงศิริ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านหมอ”พัฒนานุกูล จังหวัดสระบุรี
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ นาย ปภังกร พรสุวรรณ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา จังหวัดพิษณุโลก

    ระดับอุดมศึกษา

    รางวัลชนะเลิศ นาย สิรภพ เก่าเงิน นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ นาย อัศวุธ อุปติ นิสิตชั้นปีที่ ๔ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ นางสาว ดาริน แก่นสาร์ นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    ซึ่งรางวัลต่างๆ แบ่งเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และ อุดมศึกษา โดยรางวัลมีดังนี้ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๑ มูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท (จำนวน ๓ รางวัล) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ มูลค่า ๗,๐๐๐ บาท (จำนวน ๓ รางวัล) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ มูลค่า ๕,๐๐๐ บาท (จำนวน ๓ รางวัล) และทางมูลนิธิฯ ได้มอบค่าเดินทางให้กับผู้เดินทางมารับรางวัลท่านละ ๒,๐๐๐ บาท(จำนวน ๙ ท่าน) รวมมูลค่าทั้งสิ้น ๘๔,๐๐๐ บาท

    บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการแสดงความยินดีจากผู้ปกครองและคณาจารย์ที่มาร่วมงาน ผู้เข้าร่วมพิธีได้มีโอกาสชมการแสดงพิเศษจากนักศึกษาชมรม cover dance คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความงดงามของเมืองไทย และผลงานของผู้ชนะเลิศจะได้รับการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะจะได้เผยแพร่ในวารสาร ตาสว่างของมูลนิธิทรัพย์ปัญญา เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนรุ่นใหม่ต่อไป

    การประกวดเรียงความหัวข้อ “ฉันรักเมืองไทย” ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในชาติของเยาวชนไทย พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือส่งเสริมพลังบวกให้กับประเทศชาติ ซึ่งพิธีนี้จัดขึ้น ณ สตูดิโอ ๑ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • สัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์กับ English Summer Camp ณ โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s เขาใหญ่

    สัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์กับ English Summer Camp ณ โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s เขาใหญ่

     

    เปิดประตูสู่โลกแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน กับ English Adventure & Leadership Camp 2025 ค่ายภาษาอังกฤษที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะภาษาและความเป็นผู้นำในรูปแบบที่เด็ก ๆ จะไม่มีวันลืม! พบกับกิจกรรมสร้างเสริมความรู้และจินตนาการภายใต้ธีม “โลกแห่งเวทมนตร์” ที่จะเติมเต็มปิดเทอมนี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น

     

    ไฮไลต์สำคัญของ English and Adventure Camp 2025

    1. เสริมทักษะภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น • มีครูชาวต่างชาติดูแลการสอนตลอด 3 สัปดาห์

    • เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมสนุกสนานในห้องเรียน • ฝึกไวยากรณ์ผ่านการสื่อสารจริงในสถานการณ์ต่าง ๆ

    2. พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ • เรียนรู้การทำงานเป็นทีมและแก้ไขปัญหา

    • เสริมสร้างความมั่นใจผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การแก้ปริศนาและการสร้างสัตว์ในจินตนาการ

    3. สัมผัสโลกจินตนาการสุดพิเศษ • เด็ก ๆ จะได้ร่วมไขความลับในดินแดนเวทมนตร์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการค้นพบ

    ทีมคุณครูและผู้ช่วยสอนที่มีความเชี่ยวชาญของเราพร้อมให้การดูแลและสนับสนุนเด็ก ๆ ในบรรยากาศที่ปลอดภัยและอบอุ่น เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตทั้งในด้านการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง

    ทำไมต้องเลือก Summer Camp ที่โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s ?

    ● ฝึกภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการใช้งานจริงในกิจกรรมหลากหลายกับเจ้าของภาษา

    ● สร้างความรับผิดชอบและการพึ่งพาตัวเอง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การจัดการตัวเองในแต่ละวัน

    ● ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม พบเพื่อนใหม่จากหลากหลายโรงเรียน

    ● ปลอดภัยและดูแลใกล้ชิด ด้วยทีมงานมืออาชีพที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

    ลงทะเบียนก่อนปิดรับสมัคร : https://sis-form.org/campAB-002

    รายละเอียด Camp ภาษาอังกฤษ โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s

    – ค่าย A: 16 มีนาคม – 5 เมษายน 2568

    ● ค้างคืน 21 วัน

    ● ราคา: 42,500 บาท

    -ค่าย B: 16 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2568

    ● ค้างคืน 18 วัน

    ● ราคา: 36,500 บาท

    สถานที่: โรงเรียนนานาชาติ St. Stephen’s (เขาใหญ่) รับสมัครเด็กอายุ: 6-15 ปี

    สมัครด่วนก่อนเต็ม! กรอกใบสมัครออนไลน์: https://sis-form.org/campAB-002 โทร: 02-5130270-1 ต่อ 244 หรือ 245 อีเมล: gee.t@sis.edu

    LINE: @st.stephen-camp Facebook: https://www.facebook.com/khaoyaicamp.sis

    เตรียมตัวให้พร้อมและมาร่วมผจญภัยในโลกแห่งเวทมนตร์ไปด้วยกันใน Summer Camp ภาษาอังกฤษครั้งนี้!

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. ต้อนรับ “Ms.Wang Huan” เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025”

    “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. ต้อนรับ “Ms.Wang Huan” เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025”

     

    “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. ต้อนรับ “Ms.Wang Huan” เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025”

                         ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ ดร.ณัชชา ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ให้การต้อนรับ Ms.Wang Huan เลขานุการเอก ผู้แทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในโอกาสมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025” พร้อมกล่าวอวยพรตรุษจีนให้กับนักศึกษาจีน ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดย ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้ร่วมกล่าวอวยพรตรุษจีนให้กับนักศึกษาจีนในโอกาสนี้ด้วย

    การจัดงาน “BTU CHINESE NEW YEAR 2025” ดังกล่าว มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีจัดขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสวันตรุษจีน ประจำปี 2568 ให้กับนักศึกษาจีนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและเสริมสร้างความรักสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษาจีน และนักศึกษาไทย รวมทั้งกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตภายในรั้วมหาวิทยาลัยร่วมกันของนักศึกษาไทย และนักศึกษาชาวต่างชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตทั้งด้านการศึกษา และด้านสังคมได้อย่างมีความสุข

    ในการนี้ ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาจีนทุกคนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้เข้าร่วมงานดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง ณ BANGKOKTHONBURI HALL มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • คณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต วางหมุดหมายผลิตบัณฑิต ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคม

    คณะอาชญาวิทยาฯ ม.รังสิต วางหมุดหมายผลิตบัณฑิต ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคม

     

    คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เดินหน้ามุ่งผลิตบัณฑิตเพื่อนำองค์ความรู้ช่วยแก้ไขปัญหาอาชากรรมในสังคมไทย

    รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล รองอธิการบดีฝ่ายความปลอดภัย และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เดิมสาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ได้เปิดหลักสูตรในระดับปริญญาโทขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2552 ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากสถานการณ์การเกิดขึ้นของปัญหาอาชญากรรมของประเทศไทยในขณะนั้นมีแนวโน้มที่จะรุนแรงและสลับซับซ้อนมากขึ้น และหลากหลายปัญหามีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมหรือประชาชนทั่วไปอาจจะยังรู้ไม่เท่าทันคนร้าย หรือปรับตัวไม่เท่าทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น การให้องค์ความรู้แก่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม และการให้ความรู้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการก่อตั้งหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม (ในขณะนั้น) โดยมองว่าการเรียนทฤษฎีทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในการปรับเปลี่ยนองค์กรต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม และภายหลังประมาณ 7 ปีต่อมา จึงได้เปิดหลักสูตรปริญญาเอกสาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรมขึ้นในปี พ.ศ. 2559

    “ด้วยสภาพปัญหาอาชญากรรมที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้คนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น คดีล้นมือตำรวจ รวมทั้งคดีที่เข้าสู่ศาลมีปริมาณมากขึ้นจนเป็นปัญหาของประเทศ มหาวิทยาลัยจึงมีแนวคิดในการต้องให้ความรู้ประชาชนควบคู่ไปด้วยโดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งในปีการศึกษา 2561 ได้เปิดหลักสูตรในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ และยกระดับขึ้นเป็นคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ด้วยหมุดหมายในการมุ่งผลิตบัณฑิตให้สามารถนำองค์ความรู้มาบูรณาการเพื่อการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ทวีความรุนแรงและสลับซับซ้อนมากขึ้น และผลักดันให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชญากรรมรูปแบบ ต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดทิศทาง วิธีการและมาตรการของการแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการยุติธรรม เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยในปัจจุบัน”

    รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ กล่าวเกี่ยวกับจุดเด่นในการเรียนการสอนของคณะอาชญาวิทยาฯ ว่า ประการที่หนึ่ง เป็นคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี (สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ และสาขาวิชาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม) ปริญญาโทและปริญญาเอก (สาขาวิชาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนการสอนในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กัน ประการที่สอง นอกเหนือจากคณาจารย์ประจำซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยเชิญผู้มีประสบการณ์ตรงในหน่วยงานราชการ เช่น ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ศาล อัยการ กรมราชทัณฑ์ มาร่วมสัมมนาและให้ความรู้นักศึกษา ประการที่สาม เนื่องด้วยจุดเริ่มต้นในการตั้งหลักสูตรนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้ปัญญาแก่สังคม ต้องการชี้แสงสว่างให้กับสังคม จะเห็นว่าที่ผ่านมาเมื่อเกิดคดีอาชญากรรมร้ายแรงจะมีการจัดเสวนาในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ อาทิเช่น การปฏิรูปตำรวจ การเสนอร่างกฎหมาย พรบ. ตำรวจแห่งชาติเข้าสภาฯ คดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังหรือบอส กระทิงแดง ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระบวนการยุติธรรม คดีคุณแตงโม ฯลฯ เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ ทำและให้ประชาชนหรือบุคคลที่สนใจติดตามคดีต่าง ๆ หรือหน่วยงานภาครัฐได้กลับมาทบทวนรูปแบบการทำงานของตนเอง ประการที่สี่ มีความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เช่น กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม บริษัท บีทามส์ โซลูชั่น จำกัด เป็นต้น ทำให้นักศึกษาที่เข้ามาเรียนได้รับองค์ความรู้มุมมองที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานภายนอกองค์กรระหว่างประเทศเช่น สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้ติดต่อมายังคณะเพื่อร่วมจัดอบรมเสวนาให้แก่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม จัดอบรมให้ความรู้กับอาสาสมัครในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอาชญากรรมหรือการเข้าไปสถานที่เกิดเหตุก่อน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าหน่วยงานองค์กรระดับโลกอยากมาร่วมมือกับเรา แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเรียนการสอนของคณะอาชญาวิทยาฯ ที่เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีหลักสูตรเทียบเท่ามาตรฐานในอังกฤษ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา และ ประการที่ห้า เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมต่าง ๆ ขึ้นในประเทศไทย อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะมักจะได้รับเชิญจากสื่อมวลชนแขนง ต่าง ๆ ในการร่วมให้ความเห็น ทั้งในแง่การให้ความรู้แก่ประชาชน และการชี้นำให้ทางออกแก่หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการองค์ความรู้กับชุมชน โดยต่อยอดไปสู่การจัดตั้งตำรวจมหาวิทยาลัย (ตร.ม.) แห่งแรกและเเห่งเดียวในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดว่ามหาวิทยาลัยควรมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลสังคม ซึ่งได้มีการจัดอบรมบุคลากรเพื่อทำงานดูแลมหาวิทยาลัยและชุมชน โดยทำงานร่วมกับตำรวจ มีการฝึกอบรมบุคลากรที่ทำหน้าที่ทั้งสายตรวจ ดูแลอำนวยความสะดวกจราจร ซึ่งจากสถิติการเกิดอาชญากรรมในชุมชนรอบรั้วมหาวิทยาลัยภายหลังจากมีการจัดตั้งตำรวจมหาวิทยาลัยพบว่าจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้จึงเปรียบเสมือนแหล่งเรียนรู้และเป็นโครงการนำร่องของประเทศ และจากความสำเร็จนี้ทำให้หลายหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมาศึกษาดูงานของตำรวจมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน

    “สำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับการเรียนการสอนในอนาคต ทางคณะฯ ได้มีการกำหนดแผนโดยดูทิศทางการพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อให้สอดรับนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมทั้งดูเรื่องการผลิตบัณฑิตเพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมทั้งดูแนวโน้มทิศทางสถิติการเกิดอาชญากรรมว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อให้การผลิตบัณฑิตสอดรับกับการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นด้วยในแง่ของการพัฒนาองค์ความรู้ การคิด การเรียนการสอน ขณะเดียวกันก็สอดรับกับนโยบายของมหาวิทยาลัยรังสิตคือ พัฒนาความเป็นนานาชาติและพัฒนาบัณฑิตให้ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาสังคม” ประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต กล่าวเพิ่มเติม

     

     

    #https://test.learninfinity.net/