Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • ธนาคารออมสิน เปิดหน่วยบริการใหม่ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี อำนวยความสะดวกทางการเงินครบวงจร

    ธนาคารออมสิน เปิดหน่วยบริการใหม่ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี อำนวยความสะดวกทางการเงินครบวงจร

     

    เมื่อวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และคุณสมจิตร์ ทองจุ้น ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานกิจการสาชา1 ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด “ธนาคารออมสิน หน่วยให้บริการมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” อย่างเป็นทางการ ณ อาคาร CC ASEAN ชั้น 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จากทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    การเปิดหน่วยบริการครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการให้บริการทางการเงินภายในมหาวิทยาลัย เพื่อตอบสนองความต้องการของนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป โดยธนาคารออมสิน สาขาสี่แยกทศกัณฐ์ ได้ขยายบริการเข้ามาสู่พื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ การฝาก–ถอนเงิน การโอนเงิน การชำระค่าเล่าเรียนและค่าบริการต่าง ๆ การสมัครสินเชื่อเพื่อการศึกษา รวมถึงการเปิดบัญชีออมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึงเวลา15.30 น.

    ความโดดเด่นของหน่วยบริการแห่งนี้คือความสะดวกสบายในการเข้าถึง ผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมได้ภายในมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาด้านการเงินอย่างใกล้ชิด

    นอกจากการให้บริการทางการเงินแล้ว หน่วยบริการออมสินในมหาวิทยาลัยยังมีบทบาทในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน สร้างวินัยทางการออม และพัฒนาทักษะการบริหารจัดการเงินแก่นักศึกษา ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในอนาคต อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน เข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • พลังใจจากแชมป์โลก สู่แรงขับเคลื่อนเกษตรกรโคนมราชบุรี “โอปอ – ธภัทรวัฒน์” กับบทบาทใหม่ที่ไม่เคยหยุดท้าทาย

    พลังใจจากแชมป์โลก สู่แรงขับเคลื่อนเกษตรกรโคนมราชบุรี “โอปอ – ธภัทรวัฒน์” กับบทบาทใหม่ที่ไม่เคยหยุดท้าทาย

     

    ในทุกเส้นทางชีวิต เราต่างมีเป้าหมายและแรงบันดาลใจเป็นของตัวเอง สำหรับ “โอปอ–ธภัทรวัฒน์ โจสรรค์นุสนธิ์” ศิษย์เก่าสาขาการเงินและการลงทุน วิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เรื่องราวชีวิตของเขาเปรียบเสมือนการเดินทางที่หลอมรวมความฝัน ความรับผิดชอบ และความรักที่มีต่อครอบครัวไว้ในเส้นเดียวกัน จากอดีตนักกีฬาเจ็ตสกี ผู้คว้าแชมป์โลก สู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์รับน้ำนมดิบที่ดำเนินสะดวกและจอมบึง จังหวัดราชบุรี นับเป็นก้าวสำคัญของการเติบโต ที่สะท้อนพลังของการเลือกเดินตามฝันและหน้าที่ในเวลาเดียวกัน

    จุดเริ่มต้นของการเลือกเรียนบริหารธุรกิจ

    โอปอย้อนเล่าถึงการตัดสินใจเลือกเรียนที่วิทยาลัยบริหารธุรกิจ ให้ฟังว่า หลักสูตรการบริหารธุรกิจเป็นศาสตร์ที่ยืดหยุ่นและสามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกบริบทของชีวิต ช่วงวัยเรียนของโอปอไม่ธรรมดา เพราะนอกจากเรียนแล้ว เขายังเป็นนักกีฬาเจ็ตสกีควบคู่กับการช่วยคุณแม่ทำงาน เพื่อน ๆ เรียกเขาว่า ‘โอปอคิวทอง’ เขาต้องจัดตารางชีวิตชัดเจน แพลนไว้ล่วงหน้าทุกอาทิตย์ว่าช่วงไหนเรียน ช่วงไหนซ้อมกีฬา หรือทำงานความมีวินัยและการบริหารเวลาอย่างเป็นระบบ เป็นทักษะสำคัญที่ติดตัวเขามาจนถึงทุกวันนี้

    “การเรียนหลักสูตรนี้ เหมือนเป็นการวางรากฐานให้ตัวเองสามารถประยุกต์ใช้กับการทำงาน และยังตอบโจทย์กับธุรกิจของที่บ้านอีกด้วย”

    จากสนามแข่ง สู่เส้นทางธุรกิจครอบครัว

    แม้จะรักกีฬาเจ็ตสกี แต่หลังเรียนจบโอปอเลือกกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัวเป็นหลัก แต่ทว่าในพาร์ทของการเป็นนักกีฬา ยังคงเป็นฝันที่เขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงทุ่มเทให้การซ้อมอย่างเต็มที่ในฐานะนักกีฬาทีมชาติชุดซีเกมส์ด้วยเช่นกัน

    โอปอเล่าต่อว่า ในบทบาทผู้ช่วยผู้จัดการ เขารับไม้ต่อจากคุณแม่ ดูแลทั้งงานบัญชี ประสานงานกับเกษตรกร และเจรจากับโรงงานผู้รับซื้อ เขายอมรับว่าจากทฤษฎีในห้องเรียนสู่การทำงานจริงนั้นแตกต่างราวกับ “หนังคนละม้วน” สิ่งที่ต้องเรียนรู้มากที่สุดคือการปรับความคิด จากความไฟแรงที่อยากเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ไปสู่การรับฟังคนอื่นให้มากขึ้น เห็นเหตุผล และหาทางสายกลางให้ได้ ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนที่เรียนมา ช่วยให้เขาสามารถอ่านแนวโน้มเศรษฐกิจ และวางแผนอนาคตของธุรกิจได้ดีขึ้น

    “ปัญหาสำคัญในตอนนั้น คือ ‘ราคาที่ไม่เป็นธรรม’ เพราะสหกรณ์รับซื้อนมในราคาต่ำกว่าที่ควร คุณพ่อจึงตัดสินใจเปิดศูนย์รับน้ำนมดิบของตัวเอง และให้ราคาที่สูงกว่าสหกรณ์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้เกษตรกรรอบข้าง จากจุดเล็ก ๆ ที่ดำเนินสะดวก ศูนย์ก็ขยายมายังจอมบึง เพราะเกษตรกรต้องเสียเวลา

    และค่าใช้จ่ายในการขับรถไปส่งนมไกลวันละหลายชั่วโมง การเปิดศูนย์ที่นี่ไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดค่าเดินทาง แต่ยังทำให้น้ำนมมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น เพราะส่งได้เร็ว ไม่สูญเสียความสดใหม่ระหว่างการเดินทาง” โอปอเล่าด้วยความตื้นตันใจ

    เกณฑ์ที่มากกว่ามาตรฐาน คือความใส่ใจต่อเกษตรกร

    แม้ศูนย์จะรับซื้อน้ำนมในราคาดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรับทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะโอปอให้ความสำคัญสูงสุดกับ “คุณภาพและความสะอาด” เกษตรกรที่นำน้ำนมมาส่งต้องผ่านการตรวจค่าเชื้อจุลินทรีย์และค่าเชื้อเต้าอักเสบ ซึ่งสองอย่างนี้เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานหลักของน้ำนม แต่สิ่งที่ทำให้ศูนย์นี้แตกต่างจากที่อื่นคือ วิธีการจัดการเมื่อเจอนมไม่ได้คุณภาพ แทนที่จะ “ตีทิ้ง” ซึ่งทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ ศูนย์เลือกใช้วิธี “ปรับลดราคา” แทน เช่น จาก 20 บาท อาจเหลือ 19 หรือ 18 บาท วิธีนี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเสียหาย แต่ยังสะท้อนถึงความเข้าใจและเมตตาที่มีต่อเกษตรกร

    หลักการที่พ่อสอน : ใจเขาใจเรา

    ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำนมและนโยบายต่าง ๆ โอปอมีหลักคิดที่ยึดไว้เสมอ นั่นคือคำสอนของคุณพ่อ “ใจเขาใจเราลูก เราหย่อนลงมาครึ่งหนึ่ง เกษตรกรหย่อนลงมาครึ่งหนึ่ง แล้วมาเจอกันตรงกลาง” สำหรับโอปอ เกษตรกรไม่ใช่ “ลูกค้า” แต่คือ “คู่ค้า” การเติบโตจึงต้องวินวินทั้งสองฝ่าย “ถ้าเกษตรกรอยู่ได้ เราก็อยู่ได้” ความคิดนี้สะท้อนความรับผิดชอบที่ลึกซึ้งต่อชุมชนและผู้คนรอบข้าง

    แม้วันนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่เขาพึ่งเริ่มทำงานได้อย่างเต็มตัว แต่โอปอวางแพลนในอนาคตไว้ว่า อยากต่อยอดธุรกิจของครอบครัวไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นนมกล่อง ไอศกรีม หรือสินค้าอื่น ๆ ที่มาจากน้ำนมดิบคุณภาพของเกษตรกรไทย แต่เหนือสิ่งอื่นใด “เป้าหมายในชีวิต” ของโอปอ คือการได้ดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุด

    เรื่องราวของโอปอสะท้อนว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการไล่ตามความฝันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการ “สานต่อ” และ “ส่งต่อ” ความรักและความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัวและชุมชน ศูนย์รับน้ำนมดิบแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการทำธุรกิจ แต่คือการสร้าง “พื้นที่แห่งความหวัง” ให้เกษตรกรไทยได้ลืมตาอ้าปาก ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยและความไม่มั่นคงของตลาด โอปอไม่เพียงมองเห็นคุณค่าของหยดนม แต่ยังมองเห็นคุณค่าของ “คน” ที่อยู่เบื้องหลัง และแม้อุปสรรคจากนโยบายใหม่จะหนักหน่วงเพียงใด ความร่วมมือและความใส่ใจแบบนี้ก็ยังเป็นแสงสว่างที่ทำให้เกษตรกรไทยเชื่อมั่นได้ว่า เส้นทางนี้ยังมีอนาคต

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. นำทีม BTU Engineering ดูงานยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ณ BYD ประเทศจีน

    ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. นำทีม BTU Engineering ดูงานยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ณ BYD ประเทศจีน

     

    ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหัวหน้าคณะนำทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) นำโดย อาจารย์สมมาตร ทองคำ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมคณะ ไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ณ สำนักงานใหญ่บริษัท BYD เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าระดับแนวหน้าของโลก 🌏⚡

    การศึกษาดูงานครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้ร่วมทำโครงการพัฒนากำลังคนทักษะสูงเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ready+) บนแพลตฟอร์ม MHESI Skill ของกระทรวง อว. โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาและปรับปรุง หลักสูตร EV Ready+ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สามารถผลิตบุคลากรที่มีทักษะขั้นสูง รองรับ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย 🌱🚗⚡

    การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ – มหาวิทยาลัย – ภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้าง Ecosystem ด้าน EV ที่ยั่งยืน และเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของบริษัทชั้นนำอย่าง BYD ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรและบุคลากรของไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล

    BTU มุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และผลิตกำลังคนคุณภาพสูงด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โดยจะต่อยอดความร่วมมือจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ไปสู่การจัดทำหลักสูตรที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

    การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่ง หมุดหมายสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม EV ของไทย โดยมุ่งสร้างบุคลากรที่พร้อมสำหรับอนาคต และผลักดันให้ประเทศไทยมีศักยภาพแข่งขันได้ในเวทีโลก 🌍

     

     

    #BTUEngineering #EVReady #BYD #MHESISkill #BangkokthonburiUniversity #EVThailand
    #คณะวิศวกรรมศาสตร์
    #มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • RCSA จับมือ วช. อบรมเชิงปฏิบัติการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

    RCSA จับมือ วช. อบรมเชิงปฏิบัติการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ (RCSA) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านวิศวกรรมและการเขียนโปรแกรมให้แก่นักเรียนผู้เข้าร่วมอบรม เมื่อวันที่ 27–28 กันยายน 2568 ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

                    การอบรมประกอบด้วยการสอนพื้นฐานเกี่ยวกับชิ้นส่วนและการประกอบโดรน การทดลองบินจริงทั้งแบบแมนนวลและการใช้รีโมทควบคุม ตลอดจนการเรียนรู้การเขียนโค้ดสั่งการโดรนให้สามารถบินอัตโนมัติ โดยมีโจทย์ฝึกปฏิบัติให้โดรนบินตรงไปข้างหน้า หลบเสาธง และทิ้งสัมภาระในจุดที่กำหนด นักเรียนได้ลงมือฝึกซ้อมและนำความรู้ไปแข่งขันกัน โดยมี ดร.วันชัย อยู่ตรง ผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก และทีมหนูน้อยจ้าวเวหา จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ (RCSA) ร่วมมอบรางวัล ดังนี้ ชนะเลิศ ได้แก่ Putta_kingdom รับทุนการศึกษา 3,000 บาท, รองชนะเลิศ ได้แก่ เฮียเก๊ะสั่งลุย รับทุนการศึกษา 2,000 บาท และอันดับที่ 3 ได้แก่ Ballon d’or รับทุนการศึกษา 1,000 บาท
                  กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างพื้นฐานความรู้และทักษะให้แก่นักเรียน ก่อนที่จะก้าวสู่การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนอย่างเป็นทางการในจังหวัดพิษณุโลก
    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • ม.กรุงเทพธนบุรี สานต่อความร่วมมือ 3 ฝ่าย BTU Engineering – SmartSafe – Veerasiam พัฒนากำลังคน EV มาตรฐานสากล 

    ม.กรุงเทพธนบุรี สานต่อความร่วมมือ 3 ฝ่าย BTU Engineering – SmartSafe – Veerasiam พัฒนากำลังคน EV มาตรฐานสากล 

     

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี BTU พร้อมพันธมิตร Veerasiam 🇹🇭 เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ SmartSafe 🇨🇳 เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อต่อยอดความร่วมมือ หลังจากการเซ็น MOU 3 ฝ่ายที่ประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

    ✨🤝 ไฮไลท์การเยี่ยมชมและหารือในครั้งนี้
    ✅นวัตกรรม EV ระดับโลก
    เครื่องมือตรวจสอบ และซ่อมแบตเตอรี่รถ EV, เครื่องมือสอบเทียบระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance Systems), อุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับการบำรุงรักษารถ EV ผลิตภัณฑ์ของ SmartSafe ขายไปยังกว่า 80 ประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก

    ✅พัฒนาหลักสูตร EV Technician
    ร่วมกันออกแบบหลักสูตรครอบคลุมทั้ง ทฤษฎี – ปฏิบัติ-มาตรฐานสากล เพื่อสร้างแรงงานทักษะสูง รองรับ อุตสาหกรรม EV ไทยอย่างยั่งยืน

    ✅SmartSafe EV Training Center @ BTU
    BTU จะเป็นที่ตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อม EV โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีระดับโลกของ SmartSafe เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีแก่บุคลากรและภาคอุตสาหกรรมไทยครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเยี่ยมชม แต่คือก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV ไทย ด้วยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย – อุตสาหกรรม – เทคโนโลยีระดับโลก ผลักดันประเทศไทยสู่ EV Hub ของภูมิภาค 🌏⚡

    #BTUEngineering #SmartSafe #Veerasiam #EVTraining #ThailandChinaCollaboration #GlobalPartnership #EVThailand #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • โคเวสโตร และ มจธ. ร่วมผนึกกำลังปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่ สู่อนาคตแห่งความยั่งยืน

    โคเวสโตร และ มจธ. ร่วมผนึกกำลังปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่ สู่อนาคตแห่งความยั่งยืน

     

    โคเวสโตร ประเทศไทย ร่วมมือกับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (SoA+D) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สร้างสรรค์โครงการ Creative Solutions for Circularity Awareness เพื่อผลักดันการเรียนรู้ด้านการออกแบบเพื่อความยั่งยืน และแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เป็นรูปธรรมให้กับนักศึกษา มจธ. ที่เข้าร่วมโครงการ

     

    โครงการนี้ผสมผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรมและการออกแบบ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ การบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ และเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติ โดยมีโคเวสโตรร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร เช่น การให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากโคเวสโตร และการนำน้องๆ ไปทัศนศึกษาที่ศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด และชุมชนใน จ.ระยอง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพผ่านการประกวด “Creative Design for Sustainability Contest 2025” โดยมีโจทย์หลักคือการออกแบบภายใต้คอนเซปท์ Circularity ซึ่งโคเวสโตรได้สนับสนุนรางวัลเป็นทุนการศึกษารวม 60,000 บาท มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 50 ชิ้น ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากคณาจารย์และจากโคเวสโตร ได้ร่วมกันคัดเลือก 3 ผลงานที่โดดเด่นที่สุด โดยพิจารณาจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง และการออกแบบที่สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืน รวมถึงการนำเสนอและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม

     

    ผลงานที่โดดเด่นและคว้ารางวัลชนะเลิศ Best Design Award ได้แก่ “Coral Wave” จากนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะพลาสติก ผลงานนี้ออกแบบเป็นพื้นที่เชิงประสบการณ์ที่มี “สิ่งกีดขวาง” เพื่อจำลองความยากลำบากของสัตว์ทะเลในการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษพร้อมกระตุ้นให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกและการฟอกขาวของปะการัง โดยใช้ขวดพลาสติก รีไซเคิลเป็นวัสดุหลัก เป็นการหมุนเวียนการใช้ประโยชน์และลดขยะพลาสติกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยรางวัลรองชนะเลิศ Design Excellence Award เป็นผลงาน “Reform – Plastic Waste into Wearable Art” จากนักศึกษาหลักสูตรการออกแบบนิเทศศิลป์ (Communication Design) ที่นำขยะพลาสติกมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับเชิงศิลปะ สะท้อนแนวคิดการเปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลายเป็นงานออกแบบที่มีคุณค่าและสามารถสวมใส่ได้ และรางวัลที่สาม Distinction Award ได้แก่ผลงาน “Second Nature” จากนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยออกแบบเป็นโครงสร้างลักษณะ modular สามารถพับเก็บและเคลื่อนย้ายได้ง่าย พร้อมนำถุงพลาสติกใช้แล้วนำมาตัด ถัก และดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์ และใช้เป็นร่มบังแดดได้ สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและผลกระทบที่เกิดจากมนุษย์ โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมดนี้ ได้รับ

    ทุนการศึกษาจากโคเวสโตร เป็นจำนวน 20,000, 15,000 และ 10,000 บาท ตามลำดับ และนอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยพร้อมทุนกันศึกษารางวัลละ 5,000 บาท

     

    ผศ. วราลักษณ์ แผ่นสุวรรณ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. กล่าวว่า “การออกแบบอย่างยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนของคณะเรา ความร่วมมือกับโคเวสโตรในครั้งนี้ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้เรื่องการออกแบบเชิงหมุนเวียน การเลือกใช้วัสดุ และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเป็นนักออกแบบที่มีความรับผิดชอบ”

     

    “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่เป็นเวทีในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน การทำงานร่วมกับ มจธ. ช่วยให้นักศึกษาเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับผลกระทบในโลกจริง และเตรียมความพร้อมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและอุตสาหกรรมในอนาคตได้” คุณกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติม

     

    ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงพันธกิจระดับโลกของโคเวสโตรในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านนวัตกรรมและความร่วมมือ พร้อมส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีบทบาทในการสร้างโลกที่แข็งแกร่งและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราเชื่อว่า การออกแบบที่ดีไม่เพียงเปลี่ยนพื้นที่ แต่สามารถเปลี่ยนอนาคตได้

     

     

    เกี่ยวกับโคเวสโตร

     

    โคเวสโตร คือหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุพอลิเมอร์และส่วนประกอบพอลิเมอร์คุณภาพสูงชั้นนำของโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และวิธีการที่เป็นนวัตกรรม บริษัทฯ มีส่วนช่วยยกระดับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน โคเวสโตรจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั่วโลกในอุตสาหกรรมหลัก เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและการอยู่อาศัย รวมถึงภาคไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ พอลิเมอร์จากโคเวสโตรยังถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น กีฬาและสันทนาการ โทรคมนาคม และสุขภาพ รวมถึงในอุตสาหกรรมเคมีเองด้วย

     

    บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ โคเวสโตรตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2578 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โคเวสโตรสร้างยอดขายได้ 14.2 พันล้านยูโรในปีงบประมาณ พ.ศ.

    2567 ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 บริษัทฯ มีฐานการผลิต 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 17,500 คน (คำนวณเป็นจำนวนเทียบเท่าเต็มเวลา)

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • BTU จับมือพันธมิตรจีน เปิดตัว “Luban-Mozi College, Thailand” อย่างเป็นทางการ

    BTU จับมือพันธมิตรจีน เปิดตัว “Luban-Mozi College, Thailand” อย่างเป็นทางการ

     

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) นำโดย อาจารย์สมมาตร ทองคำ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ ลงนาม MOU ความร่วมมือครั้งสำคัญ และร่วมพิธีเปิดป้ายสถาบัน “Luban-Mozi College, Thailand” ที่เมือง Yantai มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน

    🤝 พันธมิตรหลักและผู้เข้าร่วมสำคัญ
    ✨Thai Shandong General Chamber of Commerce
    • Jiao Hui – หัวหน้าสำนักงานประสานงานเมือง Yantai
    ✨Yantai EDDIE Precision Machinery Co., Ltd.
    • Yang Shuiqing – ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (CHO)
    ✨Yantai Engineering & Technology College (YETC)
    • Wang Zuopeng – เลขาธิการพรรค และประธานวิทยาลัย

    พิธีนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งวิทยาลัย และบริษัทพันธมิตร เข้าร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ไทย–จีน อย่างแน่นแฟ้น ✨

    สถาบัน “Luban-Mozi College, Thailand” จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกอบรมด้าน Intelligent Manufacturing พร้อมพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง รองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ และพัฒนากำลังคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการให้ EDDIE Precision (Thailand) Co., Ltd.

    นี่คือก้าวสำคัญของ BTU ในการยกระดับ การศึกษา นวัตกรรม และอุตสาหกรรม 🚀

     

     

    #BTU #BangkokThonburiUniversity
    #LubanMoziCollegeThailand #ThailandChinaCollaboration
    #BTUEngineering #Innovation #GlobalPartnership
    #คณะวิศวกรรมศาสตร์
    #มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

  • สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ วช. ถ่ายทอดการบินโดรนเพื่อการเกษตร ให้กับ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จ.นครราชสีมา

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ วช. ถ่ายทอดการบินโดรนเพื่อการเกษตร ให้กับ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จ.นครราชสีมา

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ (RCSA) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการเกษตร เมื่อวันที่ 25–26 กันยายน 2568 ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมไม่เพียงได้รับความรู้เชิงทฤษฎีเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรน แต่ยังได้ ทดลองฝึกบินจริงในพื้นที่นา เพื่อเรียนรู้การใช้งานโดรนในการพ่นสารและจัดการแปลงเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
    การอบรมครั้งนี้ช่วยสร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้เข้าร่วม นำไปต่อยอดใช้จริงในภาคการเกษตร พัฒนาทักษะ เพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพ และเสริมศักยภาพเกษตรกรไทยให้ก้าวทันยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยก่อนหน้านี้ทาง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร เมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และ วช. ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและชุมชนในระยะยาวต่อไป

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ผ่านศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อภาคการเกษตรของไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ตลอดจนประยุกต์ใช้ในงานด้านภัยพิบัติ โดยขับเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง หลังจากที่ทางสมาคมฯ ได้นำอุปกรณ์มาสนับสนุนและประกอบการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร , แบตเตอรี่ พร้อมเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ , เครื่องปั่นไฟ , ระบบฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) และหลักสูตรการเรียนการสอนด้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ กพท. ครั้งนี้จึงถือเป็นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรแห่งนี้ เป็นต้นแบบของการบูรณาการเทคโนโลยีกับภาคการศึกษา รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

     

    ที่มา : สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ