Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • มกธ.ลงนาม MOU ทางวิชาการกับ สจบ., ศจย. ,สปสส. และเครือข่ายนักสาธารณสุข ร่วมพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุข ควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า

    มกธ.ลงนาม MOU ทางวิชาการกับ สจบ., ศจย. ,สปสส. และเครือข่ายนักสาธารณสุข ร่วมพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุข ควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า

     

    ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) มุ่งส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ และการศึกษา ในการส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม และได้องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในเชิงวิชาการวิชาชีพระหว่างมหาวิทยาลัยฯ กับสถาบันการศึกษาในประเทศและองค์กรเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถานประกอบการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้รับการการพัฒนาศักยภาพเฉพาะทางที่สูงขึ้น อีกทั้งยังเสริมความเข้มแข็งด้านเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมประสบการณ์ และทักษะวิชาการและวิชาชีพด้วย

    จากความสำคัญของนโยบายดังกล่าว คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จึงร่วมมือกับสมาพันธ์เครือข่ายจังหวัดบูรณาการ (สจบ.) ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) หน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (สปสส.) และเครือข่ายนักสาธารณสุข 14 พื้นที่เขตสุขภาพ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า โดย ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มอบหมายให้ ผศ.ดร.เสงี่ยม บุษบาบาน รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.รณชัย คงสกนธ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายจังหวัดบูรณาการ และรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อ.ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร หน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ และ อ.อเนก ทิมทับ อดีตเลขาธิการสภาการสาธารณสุขชุมชน ผู้แทนเครือข่ายนักสาธารณสุขในพื้นที่ 14 เขตสุขภาพ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ณ หอประชุมใหญ่ อาคารสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 2

    ทั้งนี้ ข้อตกลงความร่วมมือโครงการดังกล่าว เพื่อพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและนักสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย อีกทั้งยังมุ่งส่งเสริมการสร้างนักวิจัยหน้าใหม่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ และการจัดการความรู้ เพื่อการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมไทยอีกด้วย

    นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าว ยังส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย และนักสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่ นักวิจัย คณาจารย์ นักสาธารณสุขทั้งในภาควิชาการและภาควิชาชีพ บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนนักศึกษาที่มีความสนใจด้านการวิจัย และทำโครงการด้านการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อีกด้วย

     

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

    RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

     

    มหาวิทยาลัยรังสิต นำโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตระหนักถึงศักยภาพและความสำคัญของภาคการเกษตรไทย แม้เกษตรกรจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ อาทิ ปัญหาความยากจน และราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน ท่านอธิการบดี จึงได้ริเริ่ม “โครงการบุญตะวัน” ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ถือเป็นต้นแบบใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงในอาชีพ โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือจาก คณะเทคโนโลยีอาหาร ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การวางกลยุทธ์ทางการตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์ตรง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

    จากปัญหา “ลำไยล้นตลาด” สู่ “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม”

    ผศ.ดร.วราพร ลักษณลม้าย คณบดีคณะเทคโนโลยีอาหาร ม.รังสิต กล่าวว่า การเลือกผลผลิตลำไย สะท้อนถึงความเข้าใจสถานการณ์จริงของภาคการเกษตร และความตั้งใจของโครงการบุญตะวัน ในการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างตรงจุด โดยมีเหตุผลสำคัญคือ ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาที่ตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวของหลายจังหวัดในภาคเหนือ ความต้องการของตลาดไม่เพียงพอที่จะรองรับผลผลิตทั้งหมด ทำให้ราคาลำไยตกลงอย่างมาก มหาวิทยาลัยรังสิตจึงก้าวเข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ รับซื้อลำไยเกรดพรีเมียมจากวิสาหกิจชุมชน จ.ลำพูน โดยแบ่งเป็น จำหน่ายสด และแปรรูป เพื่อนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและตลาดสมัยใหม่ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต

     

    คณบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยโครงสร้างของคณะเทคโนโลยีอาหารที่ประกอบด้วย 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีอาหาร และ สาขาธุรกิจอาหาร จึงสามารถบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านการจัดการ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลำไย พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรอย่างครบวงจร ดังนี้

    1. สาขาเทคโนโลยีอาหาร: มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำลำไยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น

    · ลำไยลอยแก้ว สูตรหวานน้อย + Rice Peptide: ลดความหวาน เพิ่มคุณค่าด้านการดูแลผิวพรรณและสมอง เหมาะกับวัยรุ่นและคนรักสุขภาพ

    · ลำไย Freeze Dry สูตรลดหวาน: ใช้เทคโนโลยี Freeze Dry คงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เก็บได้นาน พกพาง่าย ใช้ได้ทั้งเป็นขนมและวัตถุดิบสำหรับอาหาร/เครื่องดื่ม

    · ลำไยอบแห้ง: ใช้เทคนิคถนอมอาหารที่สะดวก แต่ยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน เหมาะสำหรับการบริโภคโดยตรง การทำเบเกอรี่ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอื่น ๆ

    2. สาขาธุรกิจอาหาร: ทำหน้าที่ต่อยอดจากงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้ โดยมุ่งเน้นการวางกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ลำไยสดและแปรรูปเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น รวมถึงการขยายตลาดใหม่ ๆ ในระดับภูมิภาคและสากล

    การบูรณาการระหว่างสองสาขาวิชา ช่วยให้เกิดการสนับสนุนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้ทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาจริงในพื้นที่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน ทั้งนี้จะใช้ศักยภาพของเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในโรงงานต้นแบบของคณะฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและมีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยกระดับคุณภาพและอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ลำไยต่อไป

    พลังการศึกษาเพื่อความยั่งยืน

    โครงการบุญตะวันไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเกษตรกร แต่คือ “ห้องเรียนจริง” ที่นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกการบริหารจัดการ และเรียนรู้การสร้างคุณค่าจากงานวิจัย ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งคืนความรู้สู่สังคม เพื่อพลิกวิกฤตการเกษตรให้กลายเป็นโอกาส

    นี่คือตัวอย่างชัดเจนของการที่ มหาวิทยาลัยรังสิต ใช้พลังวิชาการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ เกษตรกร และชุมชน สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ดังนั้นแล้วทุกการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น ลำไยสดพรีเมียม หรือ ลำไยแปรรูปสูตรพิเศษ จึงไม่ใช่เพียงการอุดหนุนสินค้า แต่คือการส่งต่อโอกาสแก่เกษตรกรไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคม

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. จัดอบรม “โดรน” ด้านท่องเที่ยวและการเกษตร วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย พร้อมต่อยอด

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. จัดอบรม “โดรน” ด้านท่องเที่ยวและการเกษตร วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย พร้อมต่อยอด

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย จัดการอบรมการเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรและเสริมศักยภาพของพื้นที่โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร”  โดยผู้อำนวยการสมใจ รอดคง ให้การต้อนรับติดตามและให้กำลังใจทีมงานอบรมฯ พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาช่างไฟฟ้า และแผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์  ในการเข้าร่วมอบรม ซึ่งการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์อุเทน จันทาทอง ผู้เชียวชาญด้านการบินโดรนถ่ายภาพสมาคมกีฬาเครื่องบินจําลองและวิทยุบังคับ เป็นวิทยากรที่มาถ่ายทอดความรู้ ณ ห้องโสตทัศนศึกษา วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัยการอบรมดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและเยาวชนให้มีทักษะ ความรู้ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีโดรนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลงานเชิงนวัตกรรม

    ภายในงานมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการใช้โดรนในหลากหลายมิติ เช่น การทำความรู้จักอากาศยานไร้คนขับและส่วนประกอบต่าง ๆ ของโดรน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบิน การเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพทางอากาศและมุมกล้อง การบินโดรนเพื่อผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตลอดจนการตัดต่อวิดีโอประชาสัมพันธ์และการนำเสนอผลงานของผู้เข้าร่วมอบรม การแสดงเทคนิคเบื้องต้นและขั้นสูง จากผู้เชี่ยวชาญในภาคสนาม ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม และการประกาศรางวัลคลิปวิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ที่สุด

    โดยกลุ่มเยาวชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้เปิดเผยว่า “พวกเรารู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน และจะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในการเรียนต่อและประกอบอาชีพในอนาคต”

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • จุฬาฯ จับมือ The Ocean Cleanup ใช้กล้องและ AI วิเคราะห์ปริมาณและเส้นทางขยะในแม่น้ำ หวังวางแนวทางการจัดการขยะก่อนออกทะเล

    จุฬาฯ จับมือ The Ocean Cleanup ใช้กล้องและ AI วิเคราะห์ปริมาณและเส้นทางขยะในแม่น้ำ หวังวางแนวทางการจัดการขยะก่อนออกทะเล

     

    จุฬาฯ ร่วมมือ The Ocean Cleanup และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนำร่องใช้เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพและ AI วิเคราะห์ปริมาณขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลักดันนโยบายการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในภาคพื้นดินและในแหล่งน้ำ

    หากคุณคิดว่าขยะที่คุณทิ้งในวันนี้ จะหายไปจากชีวิตตลอดกาล คุณอาจต้องคิดใหม่

    จากการตรวจสอบฉลากของขยะพลาสติกที่พบบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา เราพบขยะที่มีอายุย้อนไปถึง 10 ปี!” ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ เผยข้อค้นพบจากโครงการวิจัยกำจัดขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ ที่นักวิจัยจุฬาฯ ใช้กล้องและเทคโนโลยี AI ดักและติดตามขยะในแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่ปี 2564 ถึง 2567

    ปัจจุบัน ประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ของโลก ด้านการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดมลพิษทางทะเลในระดับสูง” ศ. ดร.สุชนากล่าว

    image.png

    ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์

    ที่ผ่านมา หลายองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ ได้พยายามรณรงค์สร้างจิตสำนึก ออกแนวนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดและกำจัดขยะทั้งในภาคพื้นดินและในน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อลดขยะในทะเล โครงการนำร่องล่าสุดก็เช่นกัน โครงการวิจัยกำจัดขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ” ป็นความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ สถานทูตประเทศเนเธอร์แลนด์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน ภายใต้การดำเนินงานของ The Ocean Cleanup องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีเป้าหมายในการสำรวจปริมาณขยะในมหาสมุทรทั้ง แห่งของโลก โดยทีมงานในโครงการฯ ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักออกแบบ และอาสาสมัคร ที่ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อจัดการปัญหาขยะในทะเล

    ปัญหาขยะในแม่น้ำและทะเลไทย

    กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งคาดการณ์ปริมาณขยะทะเล โดยรวบรวมข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนและสัดส่วนของการจัดการขยะรายจังหวัดในพื้นที่่ติดชายฝั่่งทะเลจำนวน 23 จังหวัด ผลการประเมินในปี 2565 พบว่ามีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นรวม 11.60 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็น “ขยะพลาสติก” ราว 302,389 ตัน (หรือ 0.30 ล้านตัน) ซึ่งร้อยละ 10 -15 ของขยะพลาสติกเหล่านี้้มีโอกาสตกค้างบริเวณชายหาดและถูกพัดพาลงทะเล กลายเป็น “ขยะทะเล” ราว 30,239-45,358 ตัน หรือประมาณ 0.03-0.45 ล้านตัน

    กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการจัดโครงการบริหารจัดการขยะทะเลต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 โดยมีเป้าหมายในการสร้างจิตสำนึก ช่วยลดปริมาณขยะในทะเลและชายฝั่ง รวมถึงป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของขยะทะเล โดยจัดเก็บขยะตกค้างในระบบนิเวศที่สำคัญ ระบบนิเวศชายหาด ปะการัง และป่าชายเลน 21 จังหวัดชายฝั่ง แบบมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน และอื่น ๆ แต่ขยะมูลฝอยและขยะพลาสติกก็ยังคง ลอยนวล” อยู่ในแหล่งน้ำและท้องทะเล ซึ่งหากไม่จัดการปัญหาขยะในแหล่งน้ำ จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ เสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทั้งการประมงและท่องเที่ยว และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

    กล้องและ AI ส่องปริมาณและเส้นทางขยะในแม่น้ำ

    ศ. ดร.สุชนากล่าวว่าในโครงการวิจัยกำจัดขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ ทีมนักวิจัยจากจุฬาฯ รับหน้าที่ศึกษาและเก็บข้อมูลปริมาณขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ปี 2564 จนถึง 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ปริมาณขยะที่ไหลลงสู่ทะเล และศึกษาประสิทธิภาพของเรือเก็บขยะระบบอัตโนมัติแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Interceptor) ในการลดขยะก่อนที่จะออกสู่มหาสมุทร

    ทีมนักวิจัยจุฬาฯ ติดตั้งกล้องตรวจจับขยะบริเวณสะพานสำคัญ แห่ง ได้แก่ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานอรุณอมรินทร์ และสะพานภูมิพล ซึ่งเป็นจุดที่ขยะจากต้นน้ำจะไหลผ่าน กล้องเหล่านี้จะบันทึกภาพทุก 15 นาที เพื่อให้สามารถติดตามปริมาณขยะได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการสังเกตด้วยตาเปล่า” ศ. ดร.สุชนาอธิบายการเก็บภาพและวิเคราะห์ข้อมูลขยะ

    image.pngimage.pngimage.png

    จากนั้น AI ของ The Ocean Cleanup จะช่วยประมวลผลภาพถ่าย วิเคราะห์ปริมาณและประเภทของขยะที่ลอยผ่านใต้สะพาน พร้อมทั้งติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่ของขยะ และประเมินประสิทธิภาพของเครื่องดักขยะว่าดักขยะได้มากน้อยเพียงใด”

    image.png

    ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องตรวจจับขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา

    ผลการศึกษาและแนวทางในอนาคต

    ศ. ดร.สุชนาเผยผลการศึกษาเบื้องต้นว่า ขยะพลาสติก” ยังคงเป็นขยะหลักที่พบในแม่น้ำเจ้าพระยา และการใช้เครื่องดักขยะพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยลดปริมาณขยะที่ไหลลงทะเลได้อย่างมีนัยสำคัญ

    เรือดักขยะสามารถเก็บขยะได้สูงถึง 6-7 ตัน โดยมีข้อจำกัดที่ปริมาตรของขยะมากกว่าน้ำหนัก ปกติแล้วเรือจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการเก็บจนเต็ม ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตก หลังจากนั้น ขยะที่รวบรวมได้จะถูกนำไปคัดแยกและกำจัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอน

    ในเบื้องต้นข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ด้วย AI จะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งมีเป้าหมายที่จะดำเนินโครงการต่อเนื่องไปอีก ปี ศ. ดร.สุชนาหวังและเชื่อมั่นว่าหากผลการวิเคราะห์การติดตามขยะเสร็จสมบูรณ์ น่าจะได้แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดขยะได้เพิ่มขึ้น

    ผลการศึกษานี้จะเป็น “ฐานข้อมูลสำคัญ” ที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาแผนจัดการขยะในแม่น้ำเชิงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยให้เราสามารถวางนโยบายการจัดการขยะที่แม่นยำและยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เช่น ระบุจุดที่มีการทิ้งขยะมากเพื่อนำไปวางแผนป้องกัน พัฒนานโยบายหรือมาตรการลดการทิ้งขยะลงน้ำ หรือส่งเสริมการจัดการขยะต้นทางในชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว” ศ. ดร.สุชนากล่าวและเสริมว่า “การใช้เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพและ AI จะช่วยให้เราระบุจุดที่ยังต้องการการจัดการขยะ ไม่ว่าจะมีเครื่องดักขยะหรือไม่ และยังช่วยประเมินประสิทธิภาพของโครงการจัดการขยะที่มีอยู่ของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย”

    สุดท้ายแล้ว “ปัญหาขยะ” ไม่มีพรมแดน ทุกภาคส่วนจึงต้องตระหนักและร่วมกันแก้ไข

    การแก้ปัญหาขยะเป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน ความร่วมมือจากต่างชาติที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นภาพว่าขยะที่เราคิดว่าอยู่เพียงในประเทศ อาจถูกพัดพาออกสู่ทะเลและกระทบต่อประเทศอื่น ดังนั้น การจัดการขยะจึงไม่ใช่เพียงปัญหาระดับชาติ แต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน” ศ. ดร.สุชนา กล่าวทิ้งท้าย 

    อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/highlight/239352/

  • ม.รังสิต จัดกิจกรรมการแข่งขันภาษาฝรั่งเศส Vive le français สุดยิ่งใหญ่

    ม.รังสิต จัดกิจกรรมการแข่งขันภาษาฝรั่งเศส Vive le français สุดยิ่งใหญ่

    สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต รังสิต ร่วมกับ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยฯ โดยการสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย องค์กรความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศสมาชิกผู้พูดภาษาฝรั่งเศส (AUF) องค์กรความร่วมมือนานาชาติของกลุ่มประเทศผู้พูดภาษาฝรั่งเศส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (CREFAP-OIF) จัดกิจกรรมการแข่งขันภาษาฝรั่งเศส Vive le français ประจําปี 2568 ภายในงานพบกับกิจกรรมการแข่งขันจำนวน 5 ประเภท ได้แก่ การแข่งขัน La France en défilé การแข่งขันวาดภาพ การแข่งขันพูดสุนทรพจน์ภาษาฝรั่งเศส การแข่งขัน Savoir communiquer en français และการแข่งขันตอบปัญหาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านฝรั่งเศส บอร์ดนิทรรศการ และเกมความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสอื่นๆ อีกมากมาย ณ ห้องประชุม 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • นักเรียน ร.ร.นานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ทำลายสถิติด้วยผลสอบ A Level และ IGCSE ยอดเยี่ยมเป็นประวัติการณ์ พิสูจน์คุณภาพการศึกษาระดับโลก

    นักเรียน ร.ร.นานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ทำลายสถิติด้วยผลสอบ A Level และ IGCSE ยอดเยี่ยมเป็นประวัติการณ์ พิสูจน์คุณภาพการศึกษาระดับโลก

     

    โรงเรียนนาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ประกาศผลสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจในการสอบ A Level และ IGCSE ประจำปีนี้ ด้วยผลคะแนนที่ทำลายสถิติในประวัติการณ์ของสถาบันสะท้อนถึงมาตรฐานการศึกษาระดับโลกและการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน

    ความสำเร็จที่โดดเด่นระดับ A Level

    ในการสอบ A Level ปีนี้ นักเรียนที่จบการศึกษาของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ มีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์โดยนักเรียนจำนวนมากได้รับเกรดสูงสุดและข้อเสนอเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกในจำนวนที่ไม่เคยมีมาก่อน

    นักเรียนในกลุ่มวิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ขั้นสูง ฟิสิกส์ และบริหารธุรกิจ ทำผลงานได้โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยนักเรียนมากกว่าสองในสามได้รับเกรด A* และ A

    Nick Gallop ครูใหญ่ กล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนที่ยอดเยี่ยมกลุ่มนี้ ไม่ใช่แค่เพราะผลงานทางวิชาการที่ทำลายสถิติ แต่พวกเขายังมีความมุ่งมั่นที่แสดงให้เห็นถึงความเมตตาตลอดเวลา ที่อยู่ที่โรงเรียน นี่คือกลุ่มนักเรียนที่เป็นผู้นำการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเชียงใหม่ และทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยร่วมกับ Bangkok Community Help เพื่อสนับสนุนชุมชนเปราะบางทั่วเมือง”

    เรื่องราวความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ

    Kotaro นักเรียนที่ได้เกรด A* ครบทั้ง 4 วิชา จะเดินทางไปศึกษาวิชา Computer Science ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ Kotaro กล่าวว่า “ความเข้มงวดทางวิชาการและการสอนแบบเฉพาะบุคคลที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ สร้างความแตกต่างอย่างมาก ผมได้รับการท้าทายให้ก้าวไปไกลกว่าหลักสูตรอยู่เสมอ และการสนับสนุนในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยจากไบรท์ตันนั้นยอดเยี่ยมมาก”

    นักเรียนจำนวนมากได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วโลก รวมถึง University College London, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ King’s College London

    Sophie Peat หัวหน้าแผนก Sixth Form กล่าวว่า “ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนถึงความขยันและความมุ่งมั่นของนักเรียน พวกเขาได้รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยหลายร้อยแห่ง เช่น Cambridge, UCL, Northeastern และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครอบคลุมสาขาวิชาที่หลากหลายตั้งแต่ธุรกิจ การออกแบบตกแต่งภายใน จิตวิทยา จนถึงภูมิศาสตร์”

     

    ความเป็นเลิศระดับ IGCSE

    การสอบ IGCSE ในปีนี้ยังคงสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ เมื่อนักเรียนชั้น Year 11 ทำลายสถิติคะแนนสูงสุดของโรงเรียน โดย Proud นักเรียนดีเด่น ได้เกรด A*9 ครบทั้ง 10 วิชาที่สอบ

    Proud เปิดเผยว่า “ความเข้มงวดทางวิชาการและการสอนแบบเฉพาะบุคคลที่ฉันได้รับ ทำให้ฉันได้รับการท้าทายให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ การสนับสนุนในการเรียนรู้นั้นยอดเยี่ยมมาก”

    Matt Gilberthorpe ครูหัวหน้าฝ่ายมัธยมศึกษาตอนปลายคนใหม่ กล่าวแสดงความยินดีว่า “ผมตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาร่วมงานกับไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ในช่วงเวลาพิเศษนี้ ผลสอบ A Level ที่โดดเด่นเหล่านี้สะท้อนถึงความทุ่มเทของนักเรียนและการสนับสนุนอันยิ่งใหญ่จากครูและครอบครัว”

    มากกว่าผลสอบ คือการพัฒนาบุคลิกภาพ

    Nick Gallop เน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของนักเรียน “กลุ่มนักเรียน Year 11 ได้แสดงให้เห็นความเป็นเลิศในหลากหลายมิติ พวกเขาไม่เพียงเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจที่มีพรสวรรค์ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี งานอาสาสมัคร หรือการสอน พวกเขาเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมในด้านภาวะผู้นำและการมีน้ำใจ”

    Justine Bell รองครูใหญ่ฝ่ายวิชาการ กล่าวสรุป “เราดีใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จที่ครอบคลุมของนักเรียนทุกคน ผลลัพธ์เหล่านี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับความสำเร็จในการศึกษาระดับ A Level และเส้นทางสู่มหาวิทยาลัย”

     

    ก้าวสู่อนาคตที่สดใส

    ด้วยผลสอบที่ทำลายสถิติทั้งใน A Level และ IGCSE ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ยืนยันตำแหน่งผู้นำด้านการศึกษานานาชาติในภูมิภาค การผสมผสานระหว่างความท้าทายทางวิชาการ มุมมองสากล และการพัฒนาบุคลิกภาพ ทำให้นักเรียนไม่เพียงประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา แต่ยังสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

     

    โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ขอเรียนเชิญผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมงาน Open House สำหรับปีการศึกษาใหม่ เพื่อเข้าเยี่ยมชมอาคาร Sixth Form Centre แห่งใหม่ และเข้าชมความคืบหน้าของอาคาร Senior School ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา วันที่ 25 กันยายน 2025 เวลา 08:45 น.

    ลงทะเบียนที่นี่: https://form.jotform.com/251618120972455

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: +66 2 136 7898 หรือ admissions@brightoncollege.ac.th

     

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ของโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับรางวัลโรงเรียนนานาชาติอังกฤษยอดเยี่ยมแห่งปี พบกับคณาจารย์คุณภาพเยี่ยม และเข้าเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เราพร้อมดูแลและพัฒนานักเรียนทุกคน ด้วยความมั่นใจ ใฝ่รู้ และความเมตตาในทุกๆ ด้าน!

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • Robot by Brain Step โชว์ฟอร์มคว้าตั๋วลุยต่อหุ่นยนต์นานาชาติ WRO Robomission 2025 ที่สิงคโปร์

    Robot by Brain Step โชว์ฟอร์มคว้าตั๋วลุยต่อหุ่นยนต์นานาชาติ WRO Robomission 2025 ที่สิงคโปร์

     

     

    ครูปอนด์ – ชวกร ปรีชาติวงศ์ และ ครูทราย – วราลักษณ์ ปรีชาติวงศ์ สองผู้ก่อตั้ง Robot by Brain Step ที่มีรากฐานมาจาก “ความรัก” ในการถ่ายทอดความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ มาจนถึงการต่อยอดการออกแบบและเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ และได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ทาง บริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จัด “โอลิมปิกหุ่นยนต์ รอบชิงแชมป์ประเทศไทย 2568” เวทีปั้นนักคิดรุ่นเยาว์สู่ระดับโลก ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ระหว่างวันที่แข่งขัน 12 – 14 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา

    สำหรับ WRO Robomission 2025 – รอบชิงแชมป์ประเทศไทย น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมเก่งมาก คะเเนนดุเดือดมากเลยในปีนี้ ทีม Brain Step ก็เช่นกัน สู้และพยายามสุด ๆ (ปีนี้ Brain Step ส่ง 2 ทีม )

    🟢 รุ่น Elementary ในนามทีม Dek Brain Step
    ได้รางวัล 4th Place 🎖️

    🟢 รุ่น Junior ในนามทีม Brain Step
    ได้รองแชมป์ 2th Place 🥈 และเป็นตัวแทนไปแข่งขันต่อในระดับนานาชาติ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2568

    ครูปอนด์ – ชวกร ปรีชาติวงศ์ กล่าวหลังจากลูกศิษย์พิชิตรางวัลมาได้ในปีนี้ว่า “ผมรู้สึกมีหลายอารมณ์มากครับ อย่างแรกคือดีใจแทนเด็ก ๆ ด้วยครับ ผลของความพยายามขอน้อง ๆ ตลอด 5 เดือน ของความทุ่มเท WRO ROBO MISSION คือรายการแรกที่ทำให้พวกเรา Brain Step ได้เข้ามาสู่วงการ ROBOT กับ LEGO และตัวเราก็พิสูจน์แล้วว่า ทั้งสถาบันกับลูกศิษย์ ได้เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องขอขอบคุณลูกศิษย์ทุกคนที่ทุ่มเท ขอขอบคุณผู้ปกครองที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ และกำลังใจจากกองเชียร์ทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้เราเดินมาถึงจุดนี้ได้ ต้องขอบอกว่ามันไม่ง่ายเลยครับ เด็ก ๆ ต้องเข้าไปอยู่ในบริเวณแข่งขันตั้งแต่ 08.00-17.00 น. เพื่อรับโจทย์หน้างาน และต้องตัดสินใจหน้างานกันเดี๋ยวนั้นด้วยทีมของเขาเอง เรียกว่าต้องรู้จักแบ่งเวลา วางแผน ทำงานร่วมกัน แต่อีกความรู้สึกก็คือ ได้เห็นเด็กคนอื่น  ๆ ได้เห็นกันมาหลายรอบ ไม่ต่างกับลูกศิษย์ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน ก็เลยรู้สึกเสียใจกับพวกเขา เข้าใจว่าเขาทำกันเต็มที่แล้ว บางคนเดินออกมาร้องไห้หนักมากครับ อย่างไรก็ตามพวกเราจะตั้งใจและพยายามสร้างชื่อเสียงกลับมาประเทศไทยให้ได้ ในการเป็นตัวแทนของปีนี้ครับ ขอบคุณครับ”

    ด้าน ครูทราย – วราลักษณ์ ปรีชาติวงศ์ โค้ชและผู้ควบคุมทีม Brain Step ในรุ่น Junior เผยว่า “ตนลุ้นและดีใจไปกับลูกศิษย์ทุกคนจริง ๆ เราสู้กันมาตั้งแต่รอบคัดเลือกภูมิภาค จนมาถึงรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ต้องถือว่าหนักมาก เมื่อถึงเวลาซ้อม พวกเขาก็ตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เมื่อลงสนามจริง ก็ช่วยกันแก้ไขข้อผิดพลาดและนำประสบการณ์ในรอบคัดเลือกมาปรับใช้ตรงนั้นได้ ครูทรายถือว่าเขาทำสำเร็จแล้วค่ะ ขอเป็นกำลังใจและจะยืนเคียงข้างเขาตลอดไปจนถึงรอบสุดท้ายที่ประเทศสิงคโปร์เลยค่ะ”

    ต้องถือว่าเป็นการแจ้งเกิด Robot by Brain Step ของสองคุณครูผู้ทุ่มเทอย่างแท้จริง เพราะเขาใช้เวลาไม่ถึงสองปี สามารถผงาดขึ้นมายืนแถวหน้าของประเทศไทยได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ ต้องได้รับความรักและความเอ็นดูจากหลายฝ่าย ทั้ง สุดยอดคุณพ่อชูชาติ และสุดยอดคุณแม่จันทร์เพ็ญ ปรีชาติวงศ์ ที่สั่งสอนเขามาให้ใช้กระบวนการคิดจากสถาบันสอนคณิตศาสตร์เล็ก ๆ จนมาถึงวันนี้ได้ ขอติดตามและเป็นกำลังใจให้ทั้งสองคน ช่วยกันสร้างบุคลากรทางด้าน ROBOT ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตของผู้ปกครองและน้อง ๆ ที่อยากจะให้บุตรหลานออกแบบและเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์เป็น ที่สำคัญ…การไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2568

     

    Cr. Robot by Brain Step 

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • แรงบันดาลใจและแรงผลักดันของ Miss. Srijanar กับการเลือกเรียนหลักสูตรนานาชาติ ที่ ม.รังสิต

    แรงบันดาลใจและแรงผลักดันของ Miss. Srijanar กับการเลือกเรียนหลักสูตรนานาชาติ ที่ ม.รังสิต

     

    ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปิดรับประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับนานาชาติ นักศึกษาต่างชาติหลายคนได้เลือกเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อศึกษาต่อในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติที่มีคุณภาพ และเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่สอดรับกับโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาในการเข้าสู่ตลาดแรงงานระดับโลกอย่างมั่นใจ

    Miss. Srijanar นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียน VEC Private High School เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ด้วยพื้นเพที่เติบโตมาในเขตชนบทเล็ก ๆ ของเมียนมา เธอได้รับแรงบันดาลใจจากคนที่เคยมีโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศ และนั่นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ ที่สามารถเปิดมุมมองความเข้าใจต่อตลาดโลกและการดำเนินธุรกิจในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครอบครัวของเธอประกอบธุรกิจอยู่แล้ว เธอจึงต้องการเรียนรู้สิ่งที่สามารถนำกลับไปพัฒนาและขยายธุรกิจของครอบครัวได้จริง

    “จริงๆ แล้ว การได้เรียนในต่างประเทศจะกลายเป็นมาเป็นจุดแข็งของตัวเราเองอย่างหนึ่ง ฉันได้เรียนทั้งในประเทศของตนเอง และมาเรียนมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะเข้าโครงการเดินทางไปเรียนต่อในโครงการ Double Degree ที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย เรียกว่าเป็นความท้าทายตัวเองอย่างมาก ที่จะต้องเรียนรู้ รับมือ ปรับตัว ตรงนี้จะกลายเป็นจุดเด่นของฉันเรื่องการทำงานสำหรับอนาคต สำหรับแผนที่วางเอาไว้หลังจบโครงการ หรือมองไปยาว ๆ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันตั้งใจว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือประเทศอื่น ๆ โดยยังเปิดใจต่อความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ปิดกั้นตัวเอง และพร้อมจะลงมือทำสิ่งที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมด้วยความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากทั้งสองประเทศ อยากฝากบอกทุกคนว่า อย่ารอให้ถึงเวลาที่สมบูรณ์แบบ เพราะไม่มีวันนั้นจริง ๆ ถ้าคุณสนใจ ก็แค่เริ่มเลย มันอาจเป็นก้าวที่ใหญ่ แต่มันจะทำให้คุณเติบโตอย่างมาก เปิดใจเรียนรู้และเผชิญความท้าทาย เพราะการเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่แค่เรื่องของวิชาการ แต่มันคือการได้รู้จักตัวเองในอีกมุมหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน”

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย