Author: ผู้ดูแลระบบ

  • Doha Institute ประเทศกาตาร์ เปิดรับสมัครทุนปริญญาโท–เอก Fully Funded รอบปีการศึกษา 2026–2027

    Doha Institute ประเทศกาตาร์ เปิดรับสมัครทุนปริญญาโท–เอก Fully Funded รอบปีการศึกษา 2026–2027

    สถาบัน Doha Institute for Graduate Studies (DI) ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักศึกษาไทย เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก รอบปีการศึกษา 2026–2027 พร้อมมอบทุน แบบเต็มจำนวน (Fully Funded Scholarships) โดยกำหนดรับสมัครระหว่าง 1 กันยายน 2025 – 15 มกราคม 2026

    สิทธิประโยชน์ทุน (โดยรวม):

    • ฟรีค่าเล่าเรียน 100%

    • ฟรีที่พักในหอพักนักศึกษา

    • เงินเดือนรายเดือนสำหรับค่าครองชีพ

    • ประกันสุขภาพตลอดการศึกษา

    • ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ประเทศต้นทาง (เข้าเรียน/สำเร็จการศึกษา)

    คุณสมบัติผู้สมัคร:

    • เปิดรับทุกสัญชาติ (รวมไทย)

    • สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี หรือกำลังเรียนปีสุดท้าย

    • ไม่จำกัดอายุ (ตรวจสอบเกณฑ์เพิ่มเติมตามสาขา)

    สาขาที่เปิดสอน: มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การบริหารรัฐกิจ เศรษฐศาสตร์การพัฒนา ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา ภาษาศาสตร์ และอีกหลายสาขา

    กำหนดการ:

    • เปิดรับสมัคร: 1 ก.ย. 2025

    • ปิดรับสมัคร: 15 ม.ค. 2026

    • เปิดเรียน: ส.ค. 2026

    📌 ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ Doha Institute Apply Page

     

    Doha Institute for Graduate Studies (Qatar) Opens Applications for Fully Funded Master’s & PhD Scholarships 2026–2027

    The Doha Institute for Graduate Studies (DI), based in Doha, Qatar, is now accepting international applicants – including Thai students – for its Master’s and PhD programs with fully funded scholarships for the academic year 2026–2027. Applications are open from September 1, 2025, to January 15, 2026.

    Scholarship Benefits (overall package):

    • 100% tuition fee waiver

    • Free accommodation in DI dormitories

    • Monthly stipend for living expenses

    • Comprehensive health insurance

    • Round-trip airfare (entry and upon graduation)

    Eligibility:

    • Open to all nationalities

    • Bachelor’s degree (or final-year students)

    • No age restrictions (requirements vary by program)

    Fields of Study: Humanities, Social Sciences, Politics & IR, Public Administration, Development Economics, History, Sociology, Linguistics, Media Studies, and more.

    📌 Apply & more info: Doha Institute Admissions

  • RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

    RSU FoodTech: พลังการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและความยั่งยืน

     

    มหาวิทยาลัยรังสิต นำโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตระหนักถึงศักยภาพและความสำคัญของภาคการเกษตรไทย แม้เกษตรกรจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ อาทิ ปัญหาความยากจน และราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน ท่านอธิการบดี จึงได้ริเริ่ม “โครงการบุญตะวัน” ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ถือเป็นต้นแบบใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงในอาชีพ โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือจาก คณะเทคโนโลยีอาหาร ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การวางกลยุทธ์ทางการตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์ตรง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

    จากปัญหา “ลำไยล้นตลาด” สู่ “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม”

    ผศ.ดร.วราพร ลักษณลม้าย คณบดีคณะเทคโนโลยีอาหาร ม.รังสิต กล่าวว่า การเลือกผลผลิตลำไย สะท้อนถึงความเข้าใจสถานการณ์จริงของภาคการเกษตร และความตั้งใจของโครงการบุญตะวัน ในการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างตรงจุด โดยมีเหตุผลสำคัญคือ ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาที่ตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวของหลายจังหวัดในภาคเหนือ ความต้องการของตลาดไม่เพียงพอที่จะรองรับผลผลิตทั้งหมด ทำให้ราคาลำไยตกลงอย่างมาก มหาวิทยาลัยรังสิตจึงก้าวเข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ รับซื้อลำไยเกรดพรีเมียมจากวิสาหกิจชุมชน จ.ลำพูน โดยแบ่งเป็น จำหน่ายสด และแปรรูป เพื่อนำไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและตลาดสมัยใหม่ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต

     

    คณบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยโครงสร้างของคณะเทคโนโลยีอาหารที่ประกอบด้วย 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีอาหาร และ สาขาธุรกิจอาหาร จึงสามารถบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านการจัดการ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลำไย พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรกรอย่างครบวงจร ดังนี้

    1. สาขาเทคโนโลยีอาหาร: มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำลำไยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น

    · ลำไยลอยแก้ว สูตรหวานน้อย + Rice Peptide: ลดความหวาน เพิ่มคุณค่าด้านการดูแลผิวพรรณและสมอง เหมาะกับวัยรุ่นและคนรักสุขภาพ

    · ลำไย Freeze Dry สูตรลดหวาน: ใช้เทคโนโลยี Freeze Dry คงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เก็บได้นาน พกพาง่าย ใช้ได้ทั้งเป็นขนมและวัตถุดิบสำหรับอาหาร/เครื่องดื่ม

    · ลำไยอบแห้ง: ใช้เทคนิคถนอมอาหารที่สะดวก แต่ยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนาน เหมาะสำหรับการบริโภคโดยตรง การทำเบเกอรี่ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอื่น ๆ

    2. สาขาธุรกิจอาหาร: ทำหน้าที่ต่อยอดจากงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้ โดยมุ่งเน้นการวางกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ลำไยสดและแปรรูปเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น รวมถึงการขยายตลาดใหม่ ๆ ในระดับภูมิภาคและสากล

    การบูรณาการระหว่างสองสาขาวิชา ช่วยให้เกิดการสนับสนุนเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้ทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาจริงในพื้นที่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน ทั้งนี้จะใช้ศักยภาพของเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในโรงงานต้นแบบของคณะฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและมีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยกระดับคุณภาพและอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ลำไยต่อไป

    พลังการศึกษาเพื่อความยั่งยืน

    โครงการบุญตะวันไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเกษตรกร แต่คือ “ห้องเรียนจริง” ที่นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกการบริหารจัดการ และเรียนรู้การสร้างคุณค่าจากงานวิจัย ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งคืนความรู้สู่สังคม เพื่อพลิกวิกฤตการเกษตรให้กลายเป็นโอกาส

    นี่คือตัวอย่างชัดเจนของการที่ มหาวิทยาลัยรังสิต ใช้พลังวิชาการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ เกษตรกร และชุมชน สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ดังนั้นแล้วทุกการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น ลำไยสดพรีเมียม หรือ ลำไยแปรรูปสูตรพิเศษ จึงไม่ใช่เพียงการอุดหนุนสินค้า แต่คือการส่งต่อโอกาสแก่เกษตรกรไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคม

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • ObesityConnects แพลตฟอร์มสู้โรคอ้วน เชื่อมผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา ลดพุง ลดโรค สุขภาพดีอย่างยั่งยืน

    ObesityConnects แพลตฟอร์มสู้โรคอ้วน เชื่อมผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา ลดพุง ลดโรค สุขภาพดีอย่างยั่งยืน

     

    ศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดตัว ObesityConnects แพลตฟอร์มไลน์ออฟฟิศเชียล เชื่อมผู้ป่วยโรคอ้วนเข้าถึงบริการการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง พร้อมความรู้เชิงป้องกันและฟังก์ชันเช็คสุขภาพประจำวันสำหรับประชาชนทั่วไปที่อยากห่างไกลโรคอ้วน

    โรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่กำลังคุกคามคุณภาพชีวิตของคนไทย ข้อมูลจากศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เผยสถิติที่น่าตกใจว่าปัจจุบันประชากรในประเทศไทย 3 คน จะมี 1 คนที่มีภาวะโรคอ้วน! แนวโน้มนี้ดูจะสูงขึ้นทุกปี

    ผู้ที่เป็นโรคอ้วนมักมีอีกหลายโรครุมเร้า เช่น ไขมันเกาะตับ ความดันสูง เบาหวาน โรคเส้นเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคปอด ตับแข็ง นิ่ว มะเร็ง ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นโรคที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต ใช้ระยะเวลาในการรักษานานค่าใช้จ่ายสูง และเป็นเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

    การไม่เป็นโรคอ้วนหรือหายขาดจากโรคอ้วนจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด อย่างไรก็ดี การลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมนั้น พูดง่ายแต่ทำยาก เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการทานยาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งการรับประทาน การทำกิจกรรมประจำวัน และการออกกำลังกาย ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับความรู้ในการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง กำลังใจและแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงริเริ่มสร้าง “ObesityConnects” แพลตฟอร์มไลน์ออฟฟิศเซียล (Line Official Account) รวบรวมข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคอ้วนและการดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งผู้ป่วยโรคอ้วนและประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเรียนรู้และดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคอ้วนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ศัลยแพทย์โรคอ้วน และผู้อำนวยการศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงจุดประสงค์ของการสร้างแพลตฟอร์ม ObesityConnects ว่า “ความยั่งยืนเป็นคำตอบสุดท้ายของการรักษาโรคทุกโรค เมื่อคนไข้น้ำหนักตัวลดลงแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการมีสุขภาพดีและมีน้ำหนักที่เหมาะสมอย่างนั้นตลอดไป ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราให้คนไข้ติดต่อกับเราไปตลอด คนไข้มีการติดตามผล มีเครื่องมือช่วยให้คนไข้สามารถรับรู้แจ้งเตือนได้ว่าถึงเวลาต้องดูแลสุขภาพ รีบกลับเข้ามาดูแลตัวเองก่อนที่จะเป็นปัญหาและแก้ไขยากขึ้น”

    “แพลตฟอร์มนี้จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ เชื่อมหมอ สหสาขาวิชา คนไข้ผู้ที่เคยมีประสบการณ์โรคอ้วนโดยตรง ให้เข้ามาร่วมแชร์ความรู้ สุดท้ายคือเชื่อมคนในสังคมเข้าด้วยกันเพื่อให้ตระหนักรู้เรื่องการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคอ้วน”

    ปัจจุบัน ObesityConnects นำไปใช้กับคนไข้ที่คลินิกรักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และในกลุ่มโรงพยาบาลที่มีการดูแลคนไข้ที่มีภาวะโรคอ้วนร่วมกัน เช่น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลศรีนครินทร์

    “เราคุยกันในทีมชมรมศัลยศาสตร์โรคอ้วนแห่งประเทศไทยว่าควรจะสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้ได้กับคนไข้ทุกคน ไม่ว่าจะรักษาอยู่ที่ศูนย์ใดก็ตาม ซึ่งตอนนี้แพลตฟอร์มอยู่ในขั้นตอนการปรับให้เหมาะสมเพื่อให้ศูนย์อื่น ๆ สามารถใช้ร่วมกันได้ แพลตฟอร์มสามารถแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของคนไข้เป็นข้อมูลที่รักษาเป็นความลับ และพื้นที่ส่วนกลางเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องโรคอ้วน” ศ. นพ.สุเทพกล่าว

    Connect เชื่อมผู้ป่วยเข้าถึงบริการรักษาต่อเนื่อง

    ศ. นพ.สุเทพกล่าวว่าคนไข้ที่มารักษาที่ศูนย์รักษ์พุง ทั้งคนไข้เก่าและคนไข้ใหม่ จะได้รับการเชิญให้เข้าแพลตฟอร์ม ObesityConnects ทั้งหมด โดยแอดไลน์เ แล้วลงทะเบียน กรอกประวัติส่วนตัว น้ำหนัก ส่วนสูง หมายเลขประจำตัวโรงพยาบาลและชื่อโรงพยาบาล หลังจากนั้นข้อมูลจะเชื่อมกับประวัติผู้ป่วยในฐานข้อมูลโรงพยาบาล

    ObesityConnects Line OA เปิดให้บริการแก่ผู้ป่วยโรคอ้วนและประชาชนผู้สนใจสุขภาพ

    “ฟังก์ชันที่เปิดให้บริการแล้วคือการติดตามดูแลผู้ป่วยโรคอ้วนว่าเมื่อได้รับการผ่าตัดแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เราต้องการให้คนไข้สื่อสารกับทีมรักษาตลอดเวลา คนไข้สามารถกรอกข้อมูลในแต่ละวัน เช่น ผลเลือดและโรคต่าง ๆ พูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในศูนย์ฯ ได้ คนไข้จะมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะมีคนติดตามดูแลและให้คำแนะนำเบื้องต้น”

    “ในฝั่งของผู้เชี่ยวชาญก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลของคนไข้ได้และเพิ่มเติมข้อมูลเมื่อคนไข้มาตรวจที่ศูนย์ฯ เพื่อให้ฐานข้อมูลสมบูรณ์แบบที่สุด” ตั้งแต่เปิดตัว ObesityConnects เมื่อต้นเดือนเมษายนปีนี้จนปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการประมาณ 600 – 700 คน

    “ผู้ใช้งานประทับใจว่าได้ข้อมูลที่ถูกต้องและมั่นใจว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับเขาจะมีผู้เชี่ยวชาญโดยตรงสามารถตอบคำถามให้ได้ เขาดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ และสามารถนัดหมายให้เจอกับผู้เชี่ยวชาญได้ ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ได้รับการดูแลและติดตามใกล้ชิด ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของเรา”

    ขั้นต่อไป ศ. นพ.สุเทพเผยว่าทีม ObesityConnects จะปรับระดับฐานข้อมูลให้เป็นระดับประเทศเรียกว่า National Registry เพื่อเก็บข้อมูลว่ามีผู้ผ่าตัดการรักษาโรคอ้วนไปแล้วกี่ราย และผลการรักษาเป็นอย่างไร เพื่อติดตามการรักษาและคุณภาพของการรักษาโรคอ้วน ศ. นพ.สุเทพมั่นใจว่าแพลตฟอร์ม ObesityConnects จะช่วยให้คนไข้ที่เข้าสู่กระบวนการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรักษา และได้รับการรักษาโรคอ้วนอย่างยั่งยืน

    Connect เพื่อประชาชนห่างไกลโรคอ้วน ไม่เฉพาะผู้ป่วยโรคอ้วน ประชาชนทั่วไปสามารถใช้งาน ObesityConnects Line OA ได้ โดยการแอดไลน์และลงทะเบียน กรอกข้อมูลส่วนตัว แล้วใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม ซึ่งนอกจากฟังก์ชันมอนิเตอร์สุขภาพแล้ว ObesityConnects ยังมีข้อมูลข่าวสารสุขภาพที่มีประโยชน์มากมาย ดังนี้

    1. บันทึกสุขภาพประจำวัน กรอกข้อมูลประจำวัน เช่น น้ำหนัก อาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ ปริมาณการดื่มน้ำในแต่ละวัน การออกกำลังกาย และอาการอื่นที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

    2. เช็คแคลอรีอาหารประจำวันว่าให้ปริมาณกี่กิโลแคลอรี เช่น ข้าวผัดหมู 100 กรัมให้พลังงาน 181 กิโลแคลอรี ข้าวคลุกกะปิ 100 กรัมให้พลังงาน 191 กิโลแคลอรี และปลาทูน่าในน้ำสลัด 100 กรัมให้พลังงาน 86 กิโลแคลอรี

    3. ตรวจสอบพลังงานที่เผาผลาญเมื่อออกกำลังกาย เช่น เดิน 1 ชั่วโมงเผาผลาญ 183 กิโลแคลอรี วิ่ง 1 ชั่วโมงเผาผลาญ 588 กิโลแคลอรี และว่ายน้ำ 1 ชั่วโมงเผาผลาญ 514 กิโลแคลอรี

    4. Truth About Weight เว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วน เช่น โรคอ้วนในสตรี โรคอ้วนในวัยรุ่น และโรคอ้วนมีผลต่อสุขภาพระยะยาว

    5. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาโรคอ้วน เช่น ขั้นตอนการรักษาที่คลินิกรักษ์พุง หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัดต้องทำอย่างไร รพ. จุฬาลงกรณ์เจาะเลือดวันเวลาและสถานที่ใดบ้าง

    การเข้ามาใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ทุกคนมีไดอารีสุขภาพของตัวเอง ศ. นพ.สุเทพกล่าว

    “ประชาชนต้องตระหนักรู้และติดตามสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ ทั้งเรื่องของน้ำหนัก ผลเลือด ค่าไขมัน ค่าน้ำตาล ไปตรวจเช็คอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นตัวสำคัญที่จะเตือนว่าเราอาจจะเข้าสู่โซนที่เริ่มมีความบั่นทอนต่อความยั่งยืนของสุขภาพแล้ว น้ำหนักเพิ่มขึ้นต้องลด ควบคุมอาหารให้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ”

    ปัจจุบัน ทีม ObesityConnects ได้คุยกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และพันธมิตรทางด้านสุขภาพในการขยายผลนำแพลตฟอร์มนี้มาเป็นเครื่องมือป้องกันภาวะโรคอ้วนสำหรับประชาชนต่อไป

    “เราคาดหวังว่าแพลตฟอร์ม ObesityConnects จะเป็นเครื่องมือของแต่ละคนในการติดตามดูแลสุขภาพของตัวเอง รวมทั้งเป็นข้อมูลที่จะช่วยแนะนำว่าการออกกำลังกายแบบไหน ปริมาณเท่าไร อาหารประเภทใดในปริมาณไหน ที่จะสามารถควบคุมน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักจากที่มีความเสี่ยงให้ไปสู่ระดับปกติ ทำให้สุขภาพของประชาชนมีความมั่นคงและยั่งยืน”

    ObesityConnects เป็นเครื่องมือติดตามดูแลสุขภาพของตัวเอง มุ่งกิจกรรมป้องกันโรคอ้วน

    นอกจากจะดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะโรคอ้วนแล้ว แนวทางเชิงการป้องกันโรคอ้วนก็เป็นเรื่องสำคัญ ศูนย์รักษ์พุงริเริ่มกิจกรรม อาทิ แคมเปญกระตุ้นการออกกำลังกายที่ชื่อว่า “125 วัน คณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน สุขภาพดี” โดยรณรงค์ให้บุคลากรในคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ร่วมกันออกกำลังกายและบันทึกการออกกำลังกายใน Line OA

    “แต่ละกลุ่มจะต้องลงข้อมูลสุขภาพการออกกำลังกาย ซึ่งจะมีคะแนนและรางวัลให้ในระยะเวลาที่กำหนด” ศ. นพ.สุเทพ กล่าว “ช่วงนี้เป็นระยะที่เรากำลังทดลองกิจกรรมเพื่อดูว่ามีอะไรบ้างที่ต้องปรับปรุง นำมาใช้แล้วผลเป็นอย่างไร ผู้ใช้งานสามารถลงข้อมูลได้ง่ายและรู้ว่าวันนี้ออกกำลังกายสุขภาพอยู่ขั้นไหนแล้ว”

    กิจกรรม “125 วัน คณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน สุขภาพดี” จะสิ้นสุดราวเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่ง ศ. นพ.สุเทพหวังว่าจะสามารถนำเอากิจกรรมนี้มาปรับใช้ใน ObesityConnects เพื่อเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้เรื่องการดูแลสุขภาพต่อไป

    “การรักษาโรคอ้วนและการป้องกันเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไป ผมบอกทุกกองทุนด้านสุขภาพที่จ่ายค่ารักษาโรคอ้วนให้คนไทยว่า เราต้องป้องกันโรคอ้วนด้วย ทุกกองทุนก็ให้ความสำคัญและสนับสนุนให้เราเป็นศูนย์กลางกระตุ้นให้สังคมดูแลสุขภาพ ป้องกันไม่ให้ผู้มีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้น”

    “เข้าใจและห่วงใย” สิ่งที่ผู้ป่วยโรคอ้วนต้องการ

    ไม่มีใครอยากอ้วนและภาวะอ้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ศ. นพ.สุเทพกล่าว “เราต้องเข้าใจก่อนว่าบุคคลที่อยู่ในภาวะอ้วนไม่ได้อยากอ้วน เพียงแต่ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่มากไปกว่าอาหารและการออกกำลังกาย เช่น สิ่งแวดล้อม ฮอร์โมนทำให้ไม่สามารถเผาผลาญในจุดที่ควรจะเป็น น้ำหนักตัวเลยเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราเข้าใจจะรู้ว่าเขาก็ไม่ได้อยากเป็นโรคอ้วน”

    นอกจากความเข้าใจแล้ว ความห่วงใยก็สำคัญ

    “การห่วงใยคือการชักชวนให้ออกจากภาวะอ้วนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นชักชวนให้กลับดูแลสุขภาพ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็เข้าสู่กระบวนการในการรักษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาหรือการผ่าตัด ท้ายสุดเขาก็จะกลับมาอยู่ในสังคมต่อไปได้เหมือนกับคนอื่น” ถ้าคุณเป็น 1 ใน 3 ของประชากรที่เป็นโรคอ้วนก็สามารถเข้า ObesityConnects เพื่อรักษาโรคอ้วนกับทีมบุคลากรทางการแพทย์ของคลินิกรักษ์พุง หรือถ้าคุณเป็นประชากร 2 ใน 3 ที่ยังไม่ได้เป็นโรคอ้วนก็สามารถเข้า ObesityConnects ได้เช่นกันเพื่อป้องกันโรคอ้วนและรักษาสุขภาพให้ยั่งยืน แอดไลน์ ObesityConnects ได้แล้ววันนี้ที่ไลน์ไอดี @obesityconnects

    อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/highlight/246274/

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. จัดอบรม “โดรน” ด้านท่องเที่ยวและการเกษตร วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย พร้อมต่อยอด

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. จัดอบรม “โดรน” ด้านท่องเที่ยวและการเกษตร วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย พร้อมต่อยอด

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย จัดการอบรมการเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรและเสริมศักยภาพของพื้นที่โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร”  โดยผู้อำนวยการสมใจ รอดคง ให้การต้อนรับติดตามและให้กำลังใจทีมงานอบรมฯ พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนกวิชาช่างไฟฟ้า และแผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์  ในการเข้าร่วมอบรม ซึ่งการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์อุเทน จันทาทอง ผู้เชียวชาญด้านการบินโดรนถ่ายภาพสมาคมกีฬาเครื่องบินจําลองและวิทยุบังคับ เป็นวิทยากรที่มาถ่ายทอดความรู้ ณ ห้องโสตทัศนศึกษา วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัยการอบรมดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและเยาวชนให้มีทักษะ ความรู้ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีโดรนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลงานเชิงนวัตกรรม

    ภายในงานมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการใช้โดรนในหลากหลายมิติ เช่น การทำความรู้จักอากาศยานไร้คนขับและส่วนประกอบต่าง ๆ ของโดรน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบิน การเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพทางอากาศและมุมกล้อง การบินโดรนเพื่อผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตลอดจนการตัดต่อวิดีโอประชาสัมพันธ์และการนำเสนอผลงานของผู้เข้าร่วมอบรม การแสดงเทคนิคเบื้องต้นและขั้นสูง จากผู้เชี่ยวชาญในภาคสนาม ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม และการประกาศรางวัลคลิปวิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ที่สุด

    โดยกลุ่มเยาวชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้เปิดเผยว่า “พวกเรารู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน และจะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในการเรียนต่อและประกอบอาชีพในอนาคต”

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • เปิดประตูสู่เคมบริดจ์! ทุน Gates Cambridge 2026 มอบโอกาสเรียนฟรี ป.โท-เอก พร้อมเงินสนับสนุนปีละล้านบาท นักศึกษาไทยมีสิทธิ์สมัครเต็มที่

    เปิดประตูสู่เคมบริดจ์! ทุน Gates Cambridge 2026 มอบโอกาสเรียนฟรี ป.โท-เอก พร้อมเงินสนับสนุนปีละล้านบาท นักศึกษาไทยมีสิทธิ์สมัครเต็มที่

    มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation) ได้ประกาศเปิดรับสมัครทุนการศึกษา Gates Cambridge Scholarship ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในทุนการศึกษาที่ทรงเกียรติและครอบคลุมที่สุดในโลก เพื่อศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโทและปริญญาเอก) ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับต้นๆ ของโลก ทุนการศึกษานี้เปิดโอกาสอย่างเต็มที่สำหรับผู้สมัครจากทั่วโลก รวมถึงนักศึกษาและบัณฑิตชาวไทยผู้มีศักยภาพสูงและมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม

    กำหนดการรับสมัครสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (International Students) สำหรับปีการศึกษา 2026 จะมีสองรอบหลัก ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือกสมัคร ได้แก่ วันที่ 3 ธันวาคม 2025 หรือ วันที่ 7 มกราคม 2026 ผู้สมัครจำเป็นต้องตรวจสอบกำหนดการที่แน่ชัดของสาขาวิชาที่ตนสนใจโดยตรงจาก Course Directory ของมหาวิทยาลัย

    ทุนการศึกษานี้มอบสิทธิประโยชน์ทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขจัดอุปสรรคทางการเงินทั้งหมดให้แก่นักศึกษา ผู้ได้รับทุนจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน (University Composition Fee) ตลอดหลักสูตร พร้อมรับค่าครองชีพรายปีสูงถึง 21,000 ปอนด์ (ประมาณ 970,000 บาท) นอกจากนี้ ทุนยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำคัญอื่นๆ เช่น ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด, ค่าวีซ่า และค่าธรรมเนียมประกันสุขภาพ (Immigration Health Surcharge) ซึ่งเป็นการสร้างหลักประกันว่าผู้รับทุนจะสามารถทุ่มเทให้กับการศึกษาและงานวิจัยได้อย่างเต็มศักยภาพ

    คุณสมบัติหลักของผู้สมัครคือต้องเป็นพลเมืองของประเทศนอกสหราชอาณาจักร (ซึ่งรวมถึงประเทศไทย) ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาหลักสูตรเต็มเวลาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และต้องแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติ 4 ประการที่คณะกรรมการให้ความสำคัญ ได้แก่ ความเป็นเลิศทางวิชาการ, ศักยภาพความเป็นผู้นำ, ความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อื่น และเหตุผลที่ชัดเจนในการเลือกศึกษาต่อที่เคมบริดจ์

    ขั้นตอนการสมัครนั้นถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการสมัครเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์โดยตรงผ่านระบบ Graduate Application Portal ผู้สมัครจะต้องกรอกใบสมัครสำหรับหลักสูตรที่ต้องการ และเลือกสมัครทุน Gates Cambridge ในส่วนของ Funding Section พร้อมแนบเอกสารสำคัญต่างๆ รวมถึง Gates Cambridge Statement ซึ่งเป็นเรียงความขนาด 500 คำ ที่อธิบายว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ทั้ง 4 ข้ออย่างไร ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นกระบวนการสมัครได้ที่ นี่จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับนักศึกษาไทยที่จะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้นำระดับโลก และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

    เจาะลึกคุณค่าของทุน: การลงทุนในผู้นำแห่งอนาคต

    ทุน Gates Cambridge เป็นมากกว่าแค่การสนับสนุนทางการเงิน แต่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในตัวบุคคลที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำและสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับโลก คุณค่าของทุนนี้สามารถวิเคราะห์ได้จากสองมิติหลัก คือรากฐานทางการเงินที่มั่นคง และระบบนิเวศทางปัญญาและเครือข่ายที่ประเมินค่าไม่ได้

    รากฐานทางการเงินที่มั่นคง: การวิเคราะห์การลงทุนมูลค่าหลายล้านบาท

    สิทธิประโยชน์ทางการเงินของทุน Gates Cambridge ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อสร้างระบบสนับสนุนที่สมบูรณ์แบบ (Holistic Support System) ซึ่งช่วยให้ผู้รับทุนปราศจากความกังวลทางการเงินทุกรูปแบบและสามารถมุ่งเน้นไปที่การศึกษาและงานวิจัยได้อย่างเต็มที่

    • ค่าเล่าเรียน (University Composition Fee): ทุนครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนตลอดระยะเวลาของหลักสูตร
    • ค่าครองชีพ (Stipend): มอบเงินสนับสนุนรายปีจำนวน 21,000 ปอนด์ (สำหรับปี 2024-25) สำหรับนักศึกษาที่ไม่มีผู้ติดตาม
    • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและตั้งถิ่นฐาน: ครอบคลุมตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด 1 ใบ, ค่าวีซ่า และค่าธรรมเนียมประกันสุขภาพ (Immigration Health Surcharge)
    • เงินทุนเพื่อการพัฒนาทางวิชาการ (Academic Development Funding): สนับสนุนเงินทุนระหว่าง 500 – 2,000 ปอนด์ สำหรับการเข้าร่วมประชุมวิชาการหรือการฝึกอบรมเพิ่มเติม
    • เงินช่วยเหลือสำหรับบุตร (Dependent Children Allowance): สำหรับผู้ที่มีบุตรติดตาม จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 11,604 ปอนด์ต่อปีสำหรับบุตร 1 คน และ 16,548 ปอนด์ต่อปีสำหรับบุตร 2 คนขึ้นไป
    • การสนับสนุนเพิ่มเติม:
      • การทำวิจัยภาคสนาม (Fieldwork): ผู้รับทุนระดับปริญญาเอกจะยังคงได้รับค่าครองชีพตามปกติในระหว่างการทำวิจัยภาคสนาม
      • การลาคลอด/ลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร (Maternity/Paternity Funding): สามารถหยุดพักการเรียนได้สูงสุด 6 เดือน โดยยังคงได้รับค่าครองชีพ
      • เงินทุนฉุกเฉิน (Hardship Funding): จัดสรรไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

    การจัดสรรเงินทุนที่ครอบคลุมไปถึงครอบครัว (บุตร), การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร และสถานการณ์ฉุกเฉิน สะท้อนให้เห็นว่ามูลนิธิฯ ไม่ได้มองผู้รับทุนเป็นเพียง “นักศึกษา” แต่เป็น “บุคคล” ที่มีชีวิตและภาระความรับผิดชอบรอบด้าน การสร้างเครือข่ายความปลอดภัย (Safety Net) นี้เป็นการลดความเสี่ยงในเส้นทางของผู้รับทุน เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดได้โดยไม่มีอุปสรรคจากปัจจัยภายนอก สำหรับผู้สมัครชาวไทย นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขาสามารถพิจารณาโอกาสนี้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าภาระผูกพันทางครอบครัวหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

    ระบบนิเวศของเคมบริดจ์และเครือข่ายระดับโลกของเกตส์

    คุณค่าที่แท้จริงและยั่งยืนที่สุดของทุน Gates Cambridge อาจไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็น “การเข้าถึง” สองเครือข่ายที่ทรงพลังที่สุดในโลก

    1. มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์: การได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี และได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 3 ของโลกอย่างสม่ำเสมอ หมายถึงการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ล้ำสมัย, คณาจารย์ระดับโลก และทรัพยากรการวิจัยที่ยอดเยี่ยมที่สุด
    2. เครือข่ายศิษย์เก่าเกตส์ เคมบริดจ์ (Gates Cambridge Alumni Network): ผู้รับทุนจะได้เข้าร่วมเครือข่ายศิษย์เก่าที่มีชีวิตชีวาและทรงพลัง ซึ่งประกอบด้วยผู้นำ, นักวิชาการ, ผู้ประกอบการ และผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงจากทั่วทุกมุมโลก

    ในขณะที่เงินทุนจะสิ้นสุดลงเมื่อสำเร็จการศึกษา แต่การเป็นสมาชิกของสองเครือข่ายนี้จะคงอยู่ตลอดไป สิ่งนี้คือ “ผลกระทบจากเครือข่าย” (Network Effect) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่แท้จริงในระยะยาว มันมอบการเข้าถึงทุนทางปัญญา, โอกาสในการร่วมมือ, และการติดต่อกับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในทุกวงการ สำหรับนักวิชาการไทย นี่คือประตูสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ “ครอบครัว” ผู้นำระดับโลก เป็นเวทีสำหรับริเริ่มโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ, ค้นหาที่ปรึกษาจากบุคคลต้นแบบ และขยายผลกระทบจากงานของตนเองในระดับโลกไปอีกยาวนานหลังสำเร็จการศึกษา นี่จึงไม่ใช่แค่ทุนเพื่อการศึกษา แต่เป็น “ตัวเร่ง” ทั้งในด้านอาชีพและชีวิต

    ถอดรหัสคุณสมบัติของผู้สมัครในอุดมคติ: สี่เสาหลักของนักวิชาการเกตส์ เคมบริดจ์

    คณะกรรมการคัดเลือกทุน Gates Cambridge มองหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติโดดเด่นครบถ้วนใน 4 มิติสำคัญ ซึ่งเป็นเสมือนเสาหลักที่ค้ำจุนวิสัยทัศน์ของทุนการศึกษานี้

    เสาหลักที่ 1: ความเป็นเลิศทางวิชาการ (Outstanding Academic Excellence)

    นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานและเป็นด่านแรกที่ผู้สมัครทุกคนต้องผ่าน ไม่ใช่เพียงแค่การมีผลการเรียนในระดับสูง (High GPA) แต่สำหรับเคมบริดจ์ ความเป็นเลิศทางวิชาการหมายถึงการแสดงให้เห็นถึงความใฝ่รู้ทางปัญญา, ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสาขาวิชาของตน และศักยภาพที่จะสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับแวดวงวิชาการ หลักฐานที่ใช้สนับสนุนคุณสมบัตินี้ ได้แก่ ผลการเรียนระดับเกียรตินิยม, ประสบการณ์การทำวิจัยที่สำคัญ (เช่น วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรีหรืองานในห้องปฏิบัติการ), ผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการ, การนำเสนอผลงานในที่ประชุมวิชาการ และรางวัลทางวิชาการต่างๆ

    เสาหลักที่ 2: เหตุผลที่หนักแน่นในการเลือกเคมบริดจ์ (A Compelling Rationale for Choosing Cambridge)

    คณะกรรมการต้องการเห็นมากกว่าความปรารถนาที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ผู้สมัครต้องสามารถอธิบายเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงและมีหลักฐานสนับสนุนว่าเหตุใดหลักสูตรนั้นๆ ภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาหรือกลุ่มวิจัยนั้นๆ ที่เคมบริดจ์ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเส้นทางวิชาการของตนเอง

    เหตุผลนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความสำเร็จในอดีตและเป้าหมายในอนาคตของผู้สมัคร มันต้องตอบคำถามสำคัญที่ว่า “เหตุใดโปรแกรมการศึกษานี้ที่เคมบริดจ์จึงเป็นเพียงแห่งเดียวในโลกที่สามารถปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของข้าพเจ้าได้” การแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครได้ทำการศึกษาข้อมูลมาอย่างดีและมีแผนการที่ชัดเจน เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ตัวอย่างของเหตุผลที่ทรงพลังคือ “ข้าพเจ้าจำเป็นต้องทำงานวิจัยร่วมกับศาสตราจารย์ X ในภาควิชา Y ที่เคมบริดจ์ เพราะงานวิจัยที่เป็นเอกลักษณ์ของท่านในเรื่อง Z คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ขาดหายไป ซึ่งข้าพเจ้าต้องการเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับแก้ไขปัญหา [ระบุปัญหาที่เฉพาะเจาะจงในประเทศไทย/โลก]”

    เสาหลักที่ 3: ความมุ่งมั่นที่พิสูจน์ได้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อื่น (A Demonstrated Commitment to Improving the Lives of Others)

    นี่คือ “จิตวิญญาณ” ของทุนการศึกษานี้ คณะกรรมการต้องการหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้างในอุดมคติ ผู้สมัครควรแสดงให้เห็นถึงประวัติการมีส่วนร่วมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นงานอาสาสมัคร, โครงการพัฒนาชุมชน, การเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Entrepreneurship) หรือการทำงานที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างชัดเจน สิ่งสำคัญคือการแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการกระทำที่สม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

    เสาหลักที่ 4: ศักยภาพความเป็นผู้นำ (Leadership Potential)

    คำจำกัดความของ “ผู้นำ” ในที่นี้มีความหมายกว้าง อาจเป็นบทบาทที่เป็นทางการ (เช่น ประธานชมรม) หรืออาจแสดงออกผ่านการเป็นผู้ริเริ่ม (การเริ่มต้นโครงการใหม่), การเป็นผู้นำทางความคิด (การบุกเบิกแนวคิดใหม่ในสาขาของตน) หรือการสร้างอิทธิพลและแรงจูงใจให้ผู้อื่นมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกันโดยไม่มีตำแหน่งที่เป็นทางการ ผู้สมัครต้องยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมว่าตนเองได้ชี้นำ, สร้างแรงบันดาลใจ หรือบริหารจัดการผู้อื่นอย่างไร

    คู่มือเชิงกลยุทธ์สู่การสมัครที่ประสบความสำเร็จ

    การเตรียมใบสมัครที่สมบูรณ์แบบต้องอาศัยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่เอกสารหลักไปจนถึงการเลือกผู้รับรอง

    หัวใจของใบสมัคร: การเขียน Gates Cambridge Statement 500 คำให้สมบูรณ์แบบ

    เอกสารชิ้นนี้ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาคัดเลือกทุน มันไม่ใช่เรียงความแนะนำตัวทั่วไป แต่ต้องเป็นบทความที่เข้มข้นและทรงพลัง ซึ่งสามารถตอบโจทย์คุณสมบัติทั้ง 4 ประการได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพภายในจำนวนคำที่จำกัด โครงสร้างที่แนะนำมีดังนี้:

    • บทนำ (ประมาณ 100 คำ): เริ่มต้นด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ ปัญหาที่คุณอุทิศตนเพื่อแก้ไขคืออะไร และแนวทางการแก้ไขที่คุณนำเสนอคืออะไร?
    • เนื้อหา (ประมาณ 300 คำ): ผสมผสานเรื่องราวของเสาหลักทั้งสี่เข้าด้วยกัน อธิบายว่าความเป็นเลิศทางวิชาการและศักยภาพความเป็นผู้นำของคุณได้เตรียมความพร้อมให้คุณรับมือกับปัญหานั้นอย่างไร ระบุให้ชัดเจนว่าเหตุใดหลักสูตรที่คุณเลือกที่เคมบริดจ์จึงเป็นก้าวต่อไปที่จำเป็น ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของคุณในการช่วยเหลือผู้อื่น
    • บทสรุป (ประมาณ 100 คำ): ตอกย้ำวิสัยทัศน์ระยะยาวของคุณอีกครั้ง การได้เป็นนักวิชาการเกตส์ เคมบริดจ์ จะช่วยขยายขีดความสามารถของคุณในการสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนได้อย่างไร?

    การรวบรวมเอกสาร: CV, ข้อเสนอโครงการวิจัย และเอกสารประกอบ

    • ประวัติส่วนตัว (CV/Resume): ควรปรับแก้ CV ให้สอดคล้องกับคุณสมบัติ 4 ประการ โดยเน้นย้ำถึงรางวัลทางวิชาการ, โครงการวิจัย, บทบาทความเป็นผู้นำ และกิจกรรมเพื่อสังคม
    • ข้อเสนอโครงการวิจัย (Research Proposal) (สำหรับผู้สมัครระดับปริญญาเอก): เอกสารนี้ต้องมีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเอกสารหลักที่ภาควิชาใช้ในการพิจารณารับเข้าศึกษา ต้องแสดงให้เห็นถึงคำถามวิจัยที่ชัดเจน, มีความเป็นไปได้ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

    การเลือกผู้รับรองที่ทรงพลัง: ศิลปะแห่งจดหมายแนะนำ

    ทุน Gates Cambridge กำหนดให้มีจดหมายรับรอง 2 ประเภทอย่างชัดเจน: จดหมายรับรองด้านวิชาการ 2 ฉบับ และจดหมายรับรองสำหรับทุนเกตส์ 1 ฉบับ การแยกประเภทจดหมายรับรองนี้เป็นโครงสร้างที่คณะกรรมการออกแบบขึ้นโดยเจตนา เพื่อบังคับให้ผู้สมัครต้องคิดอย่างมีกลยุทธ์ว่าจะเลือกใครเป็นผู้รับรองในแต่ละด้าน โครงสร้างนี้ช่วยให้คณะกรรมการได้เห็นภาพของผู้สมัครแบบ 360 องศา และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าคุณสมบัตินอกเหนือจากด้านวิชาการนั้นมีความสำคัญทัดเทียมกันในการประเมิน

    • ผู้รับรองด้านวิชาการ (Academic References) 2 ท่าน: ควรเป็นอาจารย์ที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสามารถทางวิชาการที่ยอดเยี่ยม, ศักยภาพในการทำวิจัย และความเหมาะสมของผู้สมัครต่อหลักสูตรที่เคมบริดจ์
    • ผู้รับรองสำหรับทุนเกตส์ (Gates Reference) 1 ท่าน: ควรเป็นบุคคลที่เคยเห็นศักยภาพความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นต่อสังคมของผู้สมัครโดยตรง เช่น หัวหน้างานจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, พี่เลี้ยงจากโครงการเพื่อชุมชน หรือนายจ้างจากองค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบทางสังคม ผู้สมัครต้องแจ้งให้ผู้รับรองท่านนี้ทราบถึงเกณฑ์การคัดเลือกทั้ง 4 ข้อของทุน และขอให้ท่านเขียนโดยอ้างอิงถึงเกณฑ์เหล่านั้นพร้อมยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

    ด่านสุดท้าย: กำหนดการและรอบสัมภาษณ์

    การทำความเข้าใจขั้นตอนและกำหนดการทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการสมัครให้ราบรื่น

    การบริหารจัดการเวลา: ปฏิทินเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้สมัครชาวไทย

    กำหนดการรับสมัครที่แตกต่างกันไปในแต่ละหลักสูตร (3 ธันวาคม 2025 หรือ 7 มกราคม 2026) ไม่ใช่เพียงรายละเอียดเล็กน้อย แต่เป็นบททดสอบความใส่ใจของผู้สมัครโดยปริยาย มันสามารถคัดกรองผู้สมัครที่ไม่ได้ทำการบ้านเบื้องต้นในการค้นหาข้อมูลหลักสูตรและข้อกำหนดเฉพาะของตนเองออกไปได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้น ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดของผู้สมัครทุกคนคือการเข้าไปตรวจสอบกำหนดการที่แน่ชัดใน Course Directory ของมหาวิทยาลัย

    ตารางสรุป: กำหนดการรับสมัครและคัดเลือก (รอบปี 2025-2026)

    ช่วงที่ กิจกรรมสำคัญ กรอบเวลาที่แนะนำ
    ช่วงที่ 1: ค้นคว้าและเตรียมการ ค้นหาหลักสูตรและอาจารย์ที่ปรึกษาที่เคมบริดจ์ ตรวจสอบกำหนดการรับสมัครเฉพาะของหลักสูตร เลือกและพูดคุยกับผู้รับรอง มิถุนายน – สิงหาคม 2025
    ช่วงที่ 2: ร่างใบสมัคร ร่าง Gates Statement, CV และข้อเสนอโครงการวิจัย กรอกใบสมัครออนไลน์ กันยายน – พฤศจิกายน 2025
    ช่วงที่ 3: การส่งใบสมัคร ตรวจทานและส่งใบสมัครทั้งหมดก่อนถึงกำหนดของหลักสูตร ภายใน 3 ธ.ค. 2025 หรือ 7 ม.ค. 2026
    ช่วงที่ 4: การพิจารณาโดยภาควิชา ภาควิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยพิจารณาใบสมัครเพื่อรับเข้าศึกษา ธันวาคม 2025 – กุมภาพันธ์ 2026
    ช่วงที่ 5: การคัดเลือกรอบแรกโดยทุน คณะกรรมการทุน Gates Cambridge พิจารณาใบสมัครที่ผ่านเกณฑ์จากภาควิชา กุมภาพันธ์ 2026
    ช่วงที่ 6: การสัมภาษณ์ ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบจะได้รับเชิญให้เข้ารับการสัมภาษณ์ มีนาคม 2026
    ช่วงที่ 7: การประกาศผล มีการส่งจดหมายเสนอให้ทุนการศึกษา ปลายเดือนมีนาคม 2026

    การเตรียมตัวสำหรับรอบสัมภาษณ์: การนำเสนอวิสัยทัศน์ของคุณ

    รอบสัมภาษณ์คือบททดสอบสุดท้ายของความจริงใจและวิสัยทัศน์ ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมที่จะ:

    • เล่าเรื่องราวที่ลึกซึ้งกว่าที่เขียนไว้ในใบสมัคร โดยยกตัวอย่างและสะท้อนมุมมองเพิ่มเติม
    • อธิบาย “เส้นเรื่องหลัก” (Golden Thread) ที่เชื่อมโยงประสบการณ์ในอดีต, แผนการศึกษาที่เคมบริดจ์ และวิสัยทัศน์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคตได้อย่างชัดเจนและน่าหลงใหล
    • มีส่วนร่วมในการสนทนาเชิงปัญญาในระดับสูงเกี่ยวกับสาขาวิชาและผลกระทบที่ตนเองต้องการสร้างขึ้น

    หัวใจสำคัญคือการแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ใช่เพียง “ผู้รับ” ทุนการศึกษา แต่เป็น “พันธมิตรในอนาคต” ที่จะร่วมขับเคลื่อนภารกิจของ Gates Cambridge ต่อไป

     

  • มรภ.สวนสุนันทา ลงนาม MOU กับบริษัทเคเอฟยู จำกัด เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา

    มรภ.สวนสุนันทา ลงนาม MOU กับบริษัทเคเอฟยู จำกัด เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา

    เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 13.00 น. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เคเอฟยู จำกัด ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย อาคาร 31 ชั้น 5 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัย และ คุณเพรียวพันธ์ คชพลายุกต์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นผู้แทนของบริษัท

    ภายในพิธีมี อาจารย์ ดร.นภาศรี สุวรรณโชติ คณบดี พร้อมด้วยรองคณบดี คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ ได้แก่

    พัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งการออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับการฝึกปฏิบัติ การทำวิจัย และการให้บริการวิชาการแก่สังคม

    ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ให้มีโอกาสได้รับประสบการณ์การทำงานจริง ผ่านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพหรือสหกิจศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสำเร็จการศึกษา

    การลงนาม MOU ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันบัณฑิตให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

  • “ทุนเต็มจำนวนสวีเดน เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยสมัครเรียนปริญญาโทฟรี ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด”

    “ทุนเต็มจำนวนสวีเดน เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยสมัครเรียนปริญญาโทฟรี ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด”

    Swedish Institute (SI) ประกาศเปิดรับสมัคร ทุนการศึกษาเต็มจำนวน (SI Scholarship for Global Professionals) สำหรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึง นักศึกษาไทย ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับ ปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยชั้นนำในสวีเดน โดยทุนนี้ครอบคลุม ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าใช้จ่ายรายเดือน และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไป-กลับ

    ทุน SI มีเป้าหมายมอบโอกาสให้นักศึกษาที่มีศักยภาพด้านภาวะผู้นำและประสบการณ์ทำงาน ได้เข้ามาเรียนรู้และสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติในประเทศสวีเดน ผู้ได้รับทุนจะได้รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือนประมาณ 12,000 โครนสวีเดน พร้อมเข้าร่วมเครือข่าย SI Network for Global Professionals (NFGP) และเครือข่ายศิษย์เก่า (Alumni) ที่แข็งแกร่งทั่วโลก

    สำหรับคุณสมบัติ นักศึกษาไทยที่มีประสบการณ์ทำงานและสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับปริญญาโทในสวีเดน สามารถยื่นขอทุนได้ โดยกระบวนการสมัครจะเริ่มจากการสมัครหลักสูตรผ่าน University Admissions (ตุลาคม – มกราคม) จากนั้นจึงสมัครขอทุน SI ในรอบ เดือนกุมภาพันธ์ โดยจะประกาศผลในช่วง เมษายน

    ทุนนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการเรียนต่อยุโรปโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากทุนครอบคลุมทุกด้านอย่างแท้จริง

    👉 สมัครได้ตั้งแต่ ต.ค.2025 – ก.พ.2026

    📅 กำหนดการล่าสุด (SI Scholarship for Global Professionals 2025/2026)
    เหตุการณ์ วันที่
    สมัครหลักสูตรปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยในสวีเดนผ่าน University Admissions ตุลาคม 2025 – มกราคม 2026 Svenska institutet
    ประกาศโปรแกรมที่มีสิทธิ์รับทุน (eligible master’s programmes) พฤศจิกายน 2025 Svenska institutet
    เปิดระบบสมัครทุน SI (SI Scholarship Application Portal) กุมภาพันธ์ 2026 (ระยะเวลา 2 สัปดาห์) Svenska institutet
    ประกาศผลการรับสมัครของมหาวิทยาลัย (University Admissions) มีนาคม 2026 Svenska institutet
    ประกาศผลผู้ได้รับทุนจาก SI เมษายน 2026
    🔗 ลิงก์สำคัญสำหรับสมัคร / ติดตามข่าว

    หน้าเว็บหลักของทุน SI Scholarship for Global Professionals:
    Swedish Institute – SI Scholarships for Global Professionals Svenska institutet

    พอร์ทัลสมัครทุน SISGP:
    SI Scholarships Application Portal

    #ทุนการศึกษา #เรียนต่อต่างประเทศ #Sweden #SIScholarship #นักศึกษาไทย

    “Sweden Offers Fully Funded Master’s Scholarships – Thai Students Eligible to Apply”

    [Stockholm] – The Swedish Institute (SI) has officially opened applications for the prestigious SI Scholarships for Global Professionals, a fully funded program designed for international students – including those from Thailand – who wish to pursue a Master’s degree in Sweden.

    The scholarship covers full tuition fees, a monthly living allowance of approximately SEK 12,000, and travel grants, making it one of the most comprehensive funding opportunities in Europe. Recipients will also gain access to the SI Network for Global Professionals (NFGP) and the Alumni Network, which provides long-term connections for career and leadership development worldwide.

    To be eligible, Thai students must have relevant work experience and leadership potential, and must be admitted to an English-taught Master’s program at a Swedish university. The application process begins with applying for Master’s programs via University Admissions (October – January), followed by the SI scholarship application in February. Final results are usually announced in April.

    For Thai students aspiring to study abroad, this is a golden opportunity to experience world-class education in Sweden without financial concerns, as the scholarship is truly all-inclusive.

  • เปิดรับนักวิชาการไทยเข้าร่วม SPEAR 2025 – โครงการเสริมศักยภาพด้าน EU–ASEAN Relations

    เปิดรับนักวิชาการไทยเข้าร่วม SPEAR 2025 – โครงการเสริมศักยภาพด้าน EU–ASEAN Relations

    เปิดรับสมัคร SPEAR 2025 – นักวิชาการไทยมีสิทธิ์สมัครร่วมโครงการเสริมศักยภาพด้าน EU–ASEAN Relations

    สำนักงานผู้แทนสหภาพยุโรปประจำอาเซียน (EU Delegation to ASEAN) ประกาศเปิดรับสมัคร Scholars Programme on EU–ASEAN Relations (SPEAR) 2025 รุ่นที่ 2 โดยมุ่งสร้างเครือข่ายนักวิชาการ นักวิจัย และอาจารย์มหาวิทยาลัยจากประเทศอาเซียนและติมอร์-เลสเต รวมถึง ประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเชิงลึกด้านความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับอาเซียน

    โปรแกรมรุ่นที่ 2 นี้จะจัดขึ้นแบบ พบกันจริง (in-person) ระหว่างวันที่ 11–12 พฤศจิกายน 2025 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยจะคัดเลือกผู้เข้าร่วมจำนวน 20 คน จากผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

    คุณสมบัติผู้สมัคร ได้แก่ เป็นนักวิชาการ นักวิจัย หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยในสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การศึกษาด้านอาเซียน หรือนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป และมีทักษะภาษาอังกฤษที่เพียงพอสำหรับการอภิปรายเชิงวิชาการ

    กำหนดการรับสมัคร เปิดตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน – 3 ตุลาคม 2025 และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 20 ตุลาคม 2025

    ผู้สมัครจำเป็นต้องส่งประวัติย่อ (CV) จดหมายแสดงเจตจำนง (Statement of Purpose) เอกสารยืนยันตัวตน วุฒิการศึกษา และจดหมายรับรองอย่างน้อยหนึ่งฉบับ ผ่านทางเว็บไซต์หลัก www.eu-spear.org

    โครงการนี้ถือเป็น โอกาสสำคัญสำหรับนักวิชาการไทย ที่ต้องการเสริมสร้างองค์ความรู้เชิงลึกด้านความสัมพันธ์ EU–ASEAN พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายทางวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัย การสอน และบทบาทเชิงนโยบายในอนาคต