Author: ผู้ดูแลระบบ

  • เด็กอีสปอร์ตสวนสุนันทา คว้าสิทธิ์ตัวแทนประเทศไทย ในเกม Street Fighter 6 เตรียมสู้ศึกระดับนานาชาติ ที่สิงคโปร์

    เด็กอีสปอร์ตสวนสุนันทา คว้าสิทธิ์ตัวแทนประเทศไทย ในเกม Street Fighter 6 เตรียมสู้ศึกระดับนานาชาติ ที่สิงคโปร์

    “นายกฤษณะ” ผงาดคว้าแชมป์! ขึ้นแท่นตัวแทนประเทศไทย ลุยศึกสิงคโปร์ 🇸🇬🔥

    🎉 ขอแสดงความยินดีกับ นายกฤษณะ เจริญพงศ์ภักดี
    นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการจัดการอีสปอร์ตและธุรกิจเกม
    วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    🏆 คว้าอันดับ 1 ตัวแทนมหาวิทยาลัยในรายการ CAMPUS LEGENDS THAILAND QUALIFIER 2025
    🎮 ได้สิทธิ์เป็น ทีมชาติไทย ในเกม Street Fighter 6
    เตรียมเดินทางสู่เวที Main Event ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อพิชิตชัยระดับนานาชาติ!

  • แรงบันดาลใจและแรงผลักดันของ Miss. Srijanar กับการเลือกเรียนหลักสูตรนานาชาติ ที่ ม.รังสิต

    แรงบันดาลใจและแรงผลักดันของ Miss. Srijanar กับการเลือกเรียนหลักสูตรนานาชาติ ที่ ม.รังสิต

     

    ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปิดรับประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับนานาชาติ นักศึกษาต่างชาติหลายคนได้เลือกเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อศึกษาต่อในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติที่มีคุณภาพ และเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่สอดรับกับโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาในการเข้าสู่ตลาดแรงงานระดับโลกอย่างมั่นใจ

    Miss. Srijanar นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียน VEC Private High School เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ด้วยพื้นเพที่เติบโตมาในเขตชนบทเล็ก ๆ ของเมียนมา เธอได้รับแรงบันดาลใจจากคนที่เคยมีโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศ และนั่นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ ที่สามารถเปิดมุมมองความเข้าใจต่อตลาดโลกและการดำเนินธุรกิจในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครอบครัวของเธอประกอบธุรกิจอยู่แล้ว เธอจึงต้องการเรียนรู้สิ่งที่สามารถนำกลับไปพัฒนาและขยายธุรกิจของครอบครัวได้จริง

    “จริงๆ แล้ว การได้เรียนในต่างประเทศจะกลายเป็นมาเป็นจุดแข็งของตัวเราเองอย่างหนึ่ง ฉันได้เรียนทั้งในประเทศของตนเอง และมาเรียนมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะเข้าโครงการเดินทางไปเรียนต่อในโครงการ Double Degree ที่ประเทศอังกฤษอีกด้วย เรียกว่าเป็นความท้าทายตัวเองอย่างมาก ที่จะต้องเรียนรู้ รับมือ ปรับตัว ตรงนี้จะกลายเป็นจุดเด่นของฉันเรื่องการทำงานสำหรับอนาคต สำหรับแผนที่วางเอาไว้หลังจบโครงการ หรือมองไปยาว ๆ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันตั้งใจว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือประเทศอื่น ๆ โดยยังเปิดใจต่อความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ปิดกั้นตัวเอง และพร้อมจะลงมือทำสิ่งที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมด้วยความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากทั้งสองประเทศ อยากฝากบอกทุกคนว่า อย่ารอให้ถึงเวลาที่สมบูรณ์แบบ เพราะไม่มีวันนั้นจริง ๆ ถ้าคุณสนใจ ก็แค่เริ่มเลย มันอาจเป็นก้าวที่ใหญ่ แต่มันจะทำให้คุณเติบโตอย่างมาก เปิดใจเรียนรู้และเผชิญความท้าทาย เพราะการเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่แค่เรื่องของวิชาการ แต่มันคือการได้รู้จักตัวเองในอีกมุมหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน”

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • ป.เอก ศิลปากร RTSM GOLF TRIP จัดทริปตีกอล์ฟเมืองมรดกโลกนิญบิญ 1-3 ตุลาคม ที่เวียดนาม

    ป.เอก ศิลปากร RTSM GOLF TRIP จัดทริปตีกอล์ฟเมืองมรดกโลกนิญบิญ 1-3 ตุลาคม ที่เวียดนาม

    นักศึกษาปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนันทนาการ การท่องเที่ยวและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รุ่น 5 นำสิ่งถนัดจัดโปรแกรมตีกอล์ฟพร้อมออนทัวร์ ในโครงการนำร่องการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟและวัฒนธรรม ณ เมืองมรดกโลกนิญบิญ (Ninh Binh) และการออกรอบที่สนามกอล์ฟ Trang An Golf and Resort) ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 1 – 3 ตุลาคม 2568
                           นางพวงเพชร์ เพ็ชรเกตุ พร้อมด้วย นายกรธัช อ่อนศรี และ นายปรัชญา จันทนทัศน์ นักศึกษาปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนันทนาการ การท่องเที่ยวและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รุ่น 5 ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการนำร่องการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟและวัฒนธรรม ณ เมืองมรดกโลกนิญบิญ (Ninh Binh) และการออกรอบที่สนามกอล์ฟ Trang An Golf and Resort) ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 1 – 3 ตุลาคม 2568 กล่าวขอบคุณ ศาสตราจารย์ ดร. คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ดร.วิชิต อิ่มอารมย์ ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ นันทนาการ การท่องเที่ยวและกีฬา ม.ศิลปากร ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ
                          “จากวิชาที่เราต้องฝึกงาน รุ่น 5 พวกเราจะเล่นกอล์ฟกัน ก็เลยชวนกันไปตีกอล์ฟที่เวียดนาม ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ สำหรับผู้เล่นกอล์ฟและผู้ติดตาม มีทั้งโปรแกรมตีกอล์ฟสองวัน วันสุดท้ายจะพามาเที่ยวกลางเมืองฮานอย ทะเลสาบคืนดาบ (ฮหว่านเกี๊ยม) และสะพานแสงอาทิตย์ พร้อมช็อปปิ้ง ซึ่งเรามองว่าระยะทางไม่ไกล และราคาไม่สูง มีนักกอล์ฟ 18 ท่านเข้าร่วมการแข่งขัน มีมอบถ้วยรางวัล ส่วนผู้ติดตามที่เป็นเด็ก 6 คน และผู้ใหญ่ 9 คน รวม 33 ท่าน จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถเลือกได้มากมายที่สนามกอล์ฟ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การตอบรับทำให้โครงการนี้เต็มแล้ว และเราจะนำภาพประทับใจมาฝากทุกท่านในโอกาสต่อไปค่ะ” นางพวงเพชร์ เพ็ชรเกตุ หัวหน้าโครงการกล่าวเปิดเผย
    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • สถาปัตย์ ม.รังสิต จับมือ LPN ปั้นสถาปนิกยุคใหม่ พัฒนาทักษะนักศึกษา ต่อยอดงานวิจัยจากห้องเรียนสู่ห้องทำงานจริง

    สถาปัตย์ ม.รังสิต จับมือ LPN ปั้นสถาปนิกยุคใหม่ พัฒนาทักษะนักศึกษา ต่อยอดงานวิจัยจากห้องเรียนสู่ห้องทำงานจริง

     

    คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงผสานองค์ความรู้และนวัตกรรมระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้เชิงวิชาการและทักษะปฏิบัติ ตลอดจนสนับสนุนการออกแบบและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการสร้างที่อยู่อาศัยและชุมชนคุณภาพ ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดโครงการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพสำหรับนักศึกษา และกิจกรรมเพื่อสังคมที่สร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว อาทิ การจัดทำหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้ความรู้ด้านวิชาการที่สำคัญต่อการประกอบวิชาชีพในอนาคตแก่นักศึกษา ร่วมพัฒนางานวิจัยโดยสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยแก่นักศึกษา พร้อมส่งเสริมทักษะและประสบการณ์ในการทำงานเชิงปฏิบัติ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์การทำงานจริงแก่นักศึกษา โดยมี ผศ.ดร.อวิรุทธ์ เจริญทรัพย์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และนางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณาจารย์ และผู้บริหาร ร่วมลงนามความร่วมมือ เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุม 1 – 801 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • เปิดรับวันนี้ ! ก้าวสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม “การออกแบบดุษฎีบัณฑิต” สาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรู้ใหม่ พลิกโฉมวงการออกแบบ

    เปิดรับวันนี้ ! ก้าวสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม “การออกแบบดุษฎีบัณฑิต” สาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรู้ใหม่ พลิกโฉมวงการออกแบบ

    🎓 เปิดรับนักศึกษาใหม่ ระดับบัณฑิตศึกษา
    📅 ปีการศึกษา 2569

    🏛️ การออกแบบดุษฎีบัณฑิต
    📌 สาขาวิชาเทคโนโลยีการออกแบบสร้างสรรค์

    💡 สร้างองค์ความรู้ใหม่ พลิกโฉมวงการออกแบบ สู่เวทีโลกในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

    📘 หลักสูตรมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านการวิจัยขั้นสูง การบูรณาการศาสตร์สหวิทยาการ และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับโลก

    📝 สมัครได้ที่ 👉 [https://forms.gle/ryHkBGCZypQ6sptF8](https://forms.gle/ryHkBGCZypQ6sptF8)

    💰 ค่าเทอม: 89,000 บาท ต่อภาคการศึกษา
    ⏳ ระยะเวลาเรียน: 3 ปี (6 ภาคการศึกษา)

    📖 รูปแบบการเรียนแบบผสมผสาน
    • Project-Based Learning
    • Hybrid Learning
    • Online Studio

    🗂️ แผนการเรียน
    • แผน 1.1 (เน้นวิจัยเต็มรูปแบบ) สำหรับผู้สำเร็จปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต ผลงานต้องก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ระดับสากล
    • แผน 2.1 (วิจัย + รายวิชา) สำหรับผู้สำเร็จปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต + ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งการเรียนรายวิชาและการทำวิจัย

    ✅ วุฒิที่สามารถสมัครได้
    • สำเร็จ ปริญญาโททุกสาขา (เน้นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยี)
    • เปิดรับทั้ง นักศึกษาไทยและต่างชาติ
    • แผน 1.1 เน้นผู้มีประสบการณ์ในสายวิชาชีพ
    • ต้องมีความสามารถด้าน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย

    🏫 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    📞 ติดต่อสอบถาม
    • 062-939-4546 (ดร.ภานุ พัฒนปณิธิพงศ์)
    • 080-364-5419 (ผศ.ดร.ปรีชญา ครุเกษตร)

    📍 สถานที่ติดต่อ
    • 02-160-1438
    • คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    🌐 ข้อมูลเพิ่มเติม: [https://eit.ssru.ac.th/th](https://eit.ssru.ac.th/th)

  • ม.กรุงเทพ มอบปืนแอนตี้โดรนจากการต่อยอดงานวิจัยให้กองทัพใช้งานจริง

    ม.กรุงเทพ มอบปืนแอนตี้โดรนจากการต่อยอดงานวิจัยให้กองทัพใช้งานจริง

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประสบความสำเร็จในการคิดค้นพัฒนาปืนแอนตี้โดรนหรือที่เรียกว่า Anti-Drone Gun ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีการป้องกันที่ตอบสนองความต้องการเร่งด่วนในการรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศ ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลจากการทุ่มเทของทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Center of Specialty Innovation (CoSI) ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีปืนแอนตี้โดรนได้สำเร็จและมีประสิทธิภาพในระดับสากล

    เทคโนโลยีเบื้องหลังปืนแอนตี้โดรนนี้ มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงด้วยการใช้หลักการการรบกวนสัญญาณในช่วงคลื่นความถี่ 2.4 และ 5.8 GHz ซึ่งเป็นย่านความถี่หลักที่โดรนทั่วไปใช้ในการสื่อสารกับระบบควบคุมทางไกล เมื่อปืนแอนตี้โดรนปล่อยสัญญาณไปยังโดรนเป้าหมาย จะเกิดสัญญาณการรบกวนซึ่งจะตัดขาดการเชื่อมโยงระหว่างโดรนเป้าหมายกับผู้ปฏิบัติการที่บังคับผ่านรีโมทคอนโทรล ส่งผลให้โดรนสูญเสียการควบคุมทันที และจะดำเนินการตามโปรแกรมที่ถูกตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการลงจอดในจุดที่อยู่ปัจจุบันหรือบินกลับสู่จุดควบคุมโดยอัตโนมัติ

    ความโดดเด่นของปืนแอนตี้โดรนที่พัฒนาขึ้นนี้ยังรวมถึงระยะการทำงานที่สามารถยิงได้ไกลสูงสุดถึง 1 กิโลเมตร ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นปืนแอนตี้โดรนนี้ได้ผ่านการทดสอบการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมปฏิบัติการที่จังหวัดสุรินทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ปืนแอนตี้โดรนที่ทีมนักวิจัยจากศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทางฯ ได้พัฒนาขึ้นยังมีความคุ้มค่าในด้านต้นทุนการผลิต เพราะปัจจุบันปืนแอนตี้โดรนที่มีจำหน่ายในท้องตลาดนั้นมีราคาสูงและมีขนาดที่ใหญ่ไม่สะดวกต่อการใช้งาน แต่ปืนตัวนี้สามารถผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ประหยัดและมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล พร้อมทั้งมีความสะดวกในการใช้งานและการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ปฏิบัติการจริง

    ดร.ปณพงศ์ ส่งสุขถวัลย์ อาจารย์ประจำสายวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา กล่าวว่า “ปืนแอนตี้โดรนที่พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างม.กรุงเทพและหน่วยงานทหาร ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะพกพาสะดวก มีน้ำหนักเบา และเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ชายแดน ความโดดเด่นของอุปกรณ์นี้คือความสามารถในการรบกวนสัญญาณได้ 2 ความถี่หลัก พร้อมด้วยระบบแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และสามารถเชื่อมต่อกับสถานีชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งตามแนวชายแดน ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์มีระบบล็อกการใช้งานเพื่อป้องกันการใช้งานโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยในอนาคตวางแผนที่จะปรับปรุงให้สามารถติดตั้งร่วมกับอาวุธประจำกายของทหารชายแดน โดยสามารถถอด-ประกอบได้ง่าย

    ในฐานะนักวิจัยรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้ามาร่วมงานกับทางทหาร การผนึกกำลังความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายส่งผลให้เกิดนวัตกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้ต่างรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้สร้างผลงานที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และมีส่วนร่วมในการปกป้องความมั่นคงของชาติ”

    เมื่อผ่านการทดสอบและการใช้งานจริงเสร็จสิ้นแล้ว มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ส่งมอบปืนแอนตี้โดรนจำนวน 3 กระบอก พร้อมด้วยโดรนชี้เป้า 1 ตัว ให้แก่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) โดยมี ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล รองอธิการบดีอาวุโสด้านกิจการภายนอก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นตัวแทนในการส่งมอบให้กับ พันเอก กำธร เกิดท่าไม้ รองผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศโดยทันที

    พันเอก กำธร เกิดท่าไม้ รอง ผบ.พล.ปตอ. แสดงความยินดีต่อความร่วมมือระหว่างกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและมหาวิทยาลัยกรุงเทพในโครงการพัฒนาอุปกรณ์ปืนแอนตี้โดรน “สำหรับความร่วมมือที่กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ปืนแอนตี้โดรนและเทคโนโลยีโดรน ซึ่ง 2 สิ่งนี้ถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับภัยคุกคามทางความมั่นคงในปัจจุบัน ต้องขอขอบคุณทางคณาจารย์และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ได้นำความรู้และความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถต่อยอดความร่วมมือนี้ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อการป้องกันประเทศในอนาคต”

    ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือวิจัยระหว่างศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (CoSI) และหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) ซึ่งได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ปืนแอนตี้โดรนที่ส่งมอบในครั้งนี้ถือเป็นรุ่นแรกของการพัฒนาซึ่งในอนาคตทั้งสองหน่วยงานมีแผนในการหาทุนสนับสนุนการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยกระดับและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความก้าวหน้าและทันสมัยยิ่งขึ้น

    นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถที่โดดเด่นของนักวิจัยศูนย์นวัตกรรมเฉพาะทาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศด้านความมั่นคงแห่งชาติ ลดการพึ่งพิงและการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยมาแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของสังคมและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

  • HIDA5 เปิดเวทีความรู้ใหม่! ชูนวัตกรรมแถบตรวจโรคไต-ศาสตร์โฮมีโอพาธี ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับการแพทย์ไทย

    HIDA5 เปิดเวทีความรู้ใหม่! ชูนวัตกรรมแถบตรวจโรคไต-ศาสตร์โฮมีโอพาธี ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับการแพทย์ไทย

    กรุงเทพฯ – หลักสูตร HIDA รุ่นที่ 5 สร้างความฮือฮา เปิดเวทีบรรยายพิเศษยกระดับการแพทย์ไทยสู่ยุคดิจิทัล ชูไฮไลท์ “นวัตกรรมแถบตรวจคัดกรองโรคไตในระยะเริ่มต้น” ที่ประชาชนสามารถตรวจได้เองที่บ้าน มีความแม่นยำสูง พร้อมเจาะลึก “ศาสตร์โฮมีโอพาธี” การแพทย์ทางเลือกที่ทั่วโลกยอมรับ หวังเสริมองค์ความรู้รอบด้านให้ผู้บริหารยุคใหม่

    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพและความงาม (HIDA) รุ่นที่ 5 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดบรรยายพิเศษภายใต้แนวคิด “เพิ่มศักยภาพทางการแพทย์ไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมแบ่งปันความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่น่าจับตามอง

    ไฮไลท์สำคัญของงานคือการบรรยายโดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งได้แนะนำ “นวัตกรรมแถบตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มต้น” ที่พัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพฯ จุฬาฯ แถบตรวจดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อตรวจหา “ไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ” ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดของภาวะไตเสื่อม มีจุดเด่นคือใช้งานง่ายเหมือนแถบตรวจการตั้งครรภ์ ประชาชนสามารถตรวจได้เองที่บ้าน รอผลเพียง 15 นาที และมีความแม่นยำสูงถึง 87% โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้การคัดกรองโรคไตเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้สำหรับทุกคน และนำไปสู่การ “กระจายอำนาจทางการแพทย์สู่ประชาชน” อย่างแท้จริง

    อีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งคือการบรรยายเรื่อง “แนะนำศาสตร์ Homeopathy” โดย ดร. เภสัชกรหญิงมณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้เชี่ยวชาญจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการแพทย์ทางเลือกที่มีอายุกว่า 200 ปี โดยยึดหลักการ “รักษาโดยสิ่งที่ก่ออาการคล้ายกัน” (Like cures like) ผ่านการใช้ยาจากธรรมชาติที่เจือจางอย่างยิ่งยวดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรักษาตัวเองแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งปัจจุบันศาสตร์นี้ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก มีผู้ใช้กว่า 450 ล้านคน และถูกบรรจุในระบบประกันสุขภาพของหลายชาติในยุโรป

    นอกจากนี้ กิจกรรมยังเริ่มต้นด้วยช่วง Happy Life โดย ดร.สมทบ แก้วเชื้อ จากวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่มาแนะนำการใช้ “TIKTOK จรรโลงใจ” เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพกาย-ใจ และยังสามารถสร้างรายได้เสริม ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับไลฟ์สไตล์สุขภาพในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

    ในช่วงค่ำ ได้มีกิจกรรมผ่อนคลายร่วมกันระหว่างรุ่น ซึ่งได้สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพอันดียิ่ง

    สำหรับ หลักสูตร HIDA รุ่นที่ 5 มี ดร.สมชาย อัศวเศรณี เป็นประธานหลักสูตร และ พล.อ.ต.(ญ) ผศ.ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร โดยบูรณาการศาสตร์การแพทย์ 6 มิติ ได้แก่ แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ดุลยภาพบำบัด โฮมีโอพาธีย์ และศาสตร์แห่งความสุข เพื่อสร้างผู้บริหารที่พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้พัฒนาระบบสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน

    ผู้สนใจหลักสูตร HIDA สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line: hida official โทร. 083-015-3333 หรืออีเมล hidassru@ssru.ac.th

  • วช. ร่วมกับ สมาคมเยาวชนนักประดิษฐ์ (ประเทศไทย) จัดอบรม “การเขียนโปรแกรมควบคุมโดรนด้วย Python และ Image Processing”

    วช. ร่วมกับ สมาคมเยาวชนนักประดิษฐ์ (ประเทศไทย) จัดอบรม “การเขียนโปรแกรมควบคุมโดรนด้วย Python และ Image Processing”

                 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสมาคมเยาวชนนักประดิษฐ์ (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การเขียนโปรแกรมควบคุมโดรนด้วย Python และ Image Processing” ระหว่างวันที่ 9 – 10 กันยายน 2568 ณ ศูนย์พัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่ออนาคตและความยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 30 คน อาทิ จากโรงเรียนศรีบุณยานนท์ โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย และโรงเรียนทวีธาภิเศก เป็นต้น ณ ศูนย์พัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่ออนาคตและความยั่งยืน อาคาร วช. 7
                 การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้มอบใบประกาศฯ ร่วมกับ นางสาววันทนีย์ เหลืองวิสุทธิศิริ นายกสมาคมเยาวชนนักประดิษฐ์ (ประเทศไทย) ซึ่งกิจกรรมการอบรมมี คุณธีรวัติ ศรีประโชติ จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ โดยผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานการทำงานของโดรน การติดตั้ง Tello SDK, Python และ OpenCV เพื่อเชื่อมต่อกับโดรน รวมถึงการเขียนโปรแกรมควบคุมการบินเบื้องต้น อาทิ คำสั่ง takeoff, land, move และ flip พร้อมทั้งทดลองแสดงผลวิดีโอแบบ real-time จากกล้องของโดรน ทั้งยังได้ศึกษาเชิงลึกด้าน Image Processing เช่น การตรวจจับใบหน้า (Face Detection), การติดตามสี (Color Tracking) และการอ่าน QR code ก่อนลงมือทำ Workshop ภาคปฏิบัติ ทั้งการสร้างภารกิจ “บินตามวัตถุ” และ “ลงจอดบน QR code” ซึ่งช่วยส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม การคิดเชิงวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์
    นางสาววันทนีย์ เหลืองวิสุทธิศิริ นายกสมาคมเยาวชนนักประดิษฐ์ (ประเทศไทย)  กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่พื้นฐานการเขียนโค้ดด้วย Python การประยุกต์ใช้ OpenCV สำหรับ Image Processing ไปจนถึงการทดลองควบคุมการบินของโดรนจริงในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าอบรมได้เห็นภาพการเชื่อมโยงระหว่าง การเขียนโปรแกรม – การวิเคราะห์ข้อมูลภาพ – การควบคุมฮาร์ดแวร์จริง ได้อย่างเป็นระบบ บรรยากาศการอบรมเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เยาวชนได้ทดลองสร้างโค้ดเพื่อควบคุมทิศทางการบิน ตรวจจับวัตถุ และประมวลผลสัญญาณภาพแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต กิจกรรมในครั้งนี้ยังถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคสังคม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนรุ่นใหม่ในการเป็น นักประดิษฐ์และนักพัฒนาเทคโนโลยีไทย
                 กิจกรรมการอบรม “การเขียนโปรแกรมควบคุมโดรนด้วย Python และ Image Processing” ครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการเขียนโปรแกรมและการประมวลผลภาพให้กับเยาวชนแล้ว ยังเป็นการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และวางรากฐานในการต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ด้าน AI, IoT และระบบอัตโนมัติในอนาคต
    #สำนักข่าวการศึกษาไทย