Author: ผู้ดูแลระบบ

  • จุฬาฯ จับมือ The Ocean Cleanup ใช้กล้องและ AI วิเคราะห์ปริมาณและเส้นทางขยะในแม่น้ำ หวังวางแนวทางการจัดการขยะก่อนออกทะเล

    จุฬาฯ จับมือ The Ocean Cleanup ใช้กล้องและ AI วิเคราะห์ปริมาณและเส้นทางขยะในแม่น้ำ หวังวางแนวทางการจัดการขยะก่อนออกทะเล

     

    จุฬาฯ ร่วมมือ The Ocean Cleanup และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนำร่องใช้เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพและ AI วิเคราะห์ปริมาณขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลักดันนโยบายการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในภาคพื้นดินและในแหล่งน้ำ

    หากคุณคิดว่าขยะที่คุณทิ้งในวันนี้ จะหายไปจากชีวิตตลอดกาล คุณอาจต้องคิดใหม่

    จากการตรวจสอบฉลากของขยะพลาสติกที่พบบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา เราพบขยะที่มีอายุย้อนไปถึง 10 ปี!” ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ เผยข้อค้นพบจากโครงการวิจัยกำจัดขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ ที่นักวิจัยจุฬาฯ ใช้กล้องและเทคโนโลยี AI ดักและติดตามขยะในแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่ปี 2564 ถึง 2567

    ปัจจุบัน ประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ของโลก ด้านการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดมลพิษทางทะเลในระดับสูง” ศ. ดร.สุชนากล่าว

    image.png

    ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์

    ที่ผ่านมา หลายองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ ได้พยายามรณรงค์สร้างจิตสำนึก ออกแนวนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดและกำจัดขยะทั้งในภาคพื้นดินและในน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อลดขยะในทะเล โครงการนำร่องล่าสุดก็เช่นกัน โครงการวิจัยกำจัดขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ” ป็นความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ สถานทูตประเทศเนเธอร์แลนด์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน ภายใต้การดำเนินงานของ The Ocean Cleanup องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีเป้าหมายในการสำรวจปริมาณขยะในมหาสมุทรทั้ง แห่งของโลก โดยทีมงานในโครงการฯ ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักออกแบบ และอาสาสมัคร ที่ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อจัดการปัญหาขยะในทะเล

    ปัญหาขยะในแม่น้ำและทะเลไทย

    กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งคาดการณ์ปริมาณขยะทะเล โดยรวบรวมข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนและสัดส่วนของการจัดการขยะรายจังหวัดในพื้นที่่ติดชายฝั่่งทะเลจำนวน 23 จังหวัด ผลการประเมินในปี 2565 พบว่ามีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นรวม 11.60 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็น “ขยะพลาสติก” ราว 302,389 ตัน (หรือ 0.30 ล้านตัน) ซึ่งร้อยละ 10 -15 ของขยะพลาสติกเหล่านี้้มีโอกาสตกค้างบริเวณชายหาดและถูกพัดพาลงทะเล กลายเป็น “ขยะทะเล” ราว 30,239-45,358 ตัน หรือประมาณ 0.03-0.45 ล้านตัน

    กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการจัดโครงการบริหารจัดการขยะทะเลต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 โดยมีเป้าหมายในการสร้างจิตสำนึก ช่วยลดปริมาณขยะในทะเลและชายฝั่ง รวมถึงป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของขยะทะเล โดยจัดเก็บขยะตกค้างในระบบนิเวศที่สำคัญ ระบบนิเวศชายหาด ปะการัง และป่าชายเลน 21 จังหวัดชายฝั่ง แบบมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน และอื่น ๆ แต่ขยะมูลฝอยและขยะพลาสติกก็ยังคง ลอยนวล” อยู่ในแหล่งน้ำและท้องทะเล ซึ่งหากไม่จัดการปัญหาขยะในแหล่งน้ำ จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ เสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทั้งการประมงและท่องเที่ยว และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

    กล้องและ AI ส่องปริมาณและเส้นทางขยะในแม่น้ำ

    ศ. ดร.สุชนากล่าวว่าในโครงการวิจัยกำจัดขยะพลาสติกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ ทีมนักวิจัยจากจุฬาฯ รับหน้าที่ศึกษาและเก็บข้อมูลปริมาณขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ปี 2564 จนถึง 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ปริมาณขยะที่ไหลลงสู่ทะเล และศึกษาประสิทธิภาพของเรือเก็บขยะระบบอัตโนมัติแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Interceptor) ในการลดขยะก่อนที่จะออกสู่มหาสมุทร

    ทีมนักวิจัยจุฬาฯ ติดตั้งกล้องตรวจจับขยะบริเวณสะพานสำคัญ แห่ง ได้แก่ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานอรุณอมรินทร์ และสะพานภูมิพล ซึ่งเป็นจุดที่ขยะจากต้นน้ำจะไหลผ่าน กล้องเหล่านี้จะบันทึกภาพทุก 15 นาที เพื่อให้สามารถติดตามปริมาณขยะได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการสังเกตด้วยตาเปล่า” ศ. ดร.สุชนาอธิบายการเก็บภาพและวิเคราะห์ข้อมูลขยะ

    image.pngimage.pngimage.png

    จากนั้น AI ของ The Ocean Cleanup จะช่วยประมวลผลภาพถ่าย วิเคราะห์ปริมาณและประเภทของขยะที่ลอยผ่านใต้สะพาน พร้อมทั้งติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่ของขยะ และประเมินประสิทธิภาพของเครื่องดักขยะว่าดักขยะได้มากน้อยเพียงใด”

    image.png

    ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องตรวจจับขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา

    ผลการศึกษาและแนวทางในอนาคต

    ศ. ดร.สุชนาเผยผลการศึกษาเบื้องต้นว่า ขยะพลาสติก” ยังคงเป็นขยะหลักที่พบในแม่น้ำเจ้าพระยา และการใช้เครื่องดักขยะพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยลดปริมาณขยะที่ไหลลงทะเลได้อย่างมีนัยสำคัญ

    เรือดักขยะสามารถเก็บขยะได้สูงถึง 6-7 ตัน โดยมีข้อจำกัดที่ปริมาตรของขยะมากกว่าน้ำหนัก ปกติแล้วเรือจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการเก็บจนเต็ม ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตก หลังจากนั้น ขยะที่รวบรวมได้จะถูกนำไปคัดแยกและกำจัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอน

    ในเบื้องต้นข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ด้วย AI จะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งมีเป้าหมายที่จะดำเนินโครงการต่อเนื่องไปอีก ปี ศ. ดร.สุชนาหวังและเชื่อมั่นว่าหากผลการวิเคราะห์การติดตามขยะเสร็จสมบูรณ์ น่าจะได้แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดขยะได้เพิ่มขึ้น

    ผลการศึกษานี้จะเป็น “ฐานข้อมูลสำคัญ” ที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาแผนจัดการขยะในแม่น้ำเชิงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยให้เราสามารถวางนโยบายการจัดการขยะที่แม่นยำและยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เช่น ระบุจุดที่มีการทิ้งขยะมากเพื่อนำไปวางแผนป้องกัน พัฒนานโยบายหรือมาตรการลดการทิ้งขยะลงน้ำ หรือส่งเสริมการจัดการขยะต้นทางในชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว” ศ. ดร.สุชนากล่าวและเสริมว่า “การใช้เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพและ AI จะช่วยให้เราระบุจุดที่ยังต้องการการจัดการขยะ ไม่ว่าจะมีเครื่องดักขยะหรือไม่ และยังช่วยประเมินประสิทธิภาพของโครงการจัดการขยะที่มีอยู่ของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย”

    สุดท้ายแล้ว “ปัญหาขยะ” ไม่มีพรมแดน ทุกภาคส่วนจึงต้องตระหนักและร่วมกันแก้ไข

    การแก้ปัญหาขยะเป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน ความร่วมมือจากต่างชาติที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นภาพว่าขยะที่เราคิดว่าอยู่เพียงในประเทศ อาจถูกพัดพาออกสู่ทะเลและกระทบต่อประเทศอื่น ดังนั้น การจัดการขยะจึงไม่ใช่เพียงปัญหาระดับชาติ แต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน” ศ. ดร.สุชนา กล่าวทิ้งท้าย 

    อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/highlight/239352/

  • SSRU เปิดรับสมัครหลักสูตร “การจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” ปั้นผู้นำขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก!

    SSRU เปิดรับสมัครหลักสูตร “การจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” ปั้นผู้นำขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก!

    📣📣เปิดรับสมัครแล้ว🎉🥳

    ✨ “หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง” ✨
    เสริมสร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และทักษะการบริหารเพื่อขับเคลื่อน Soft Power ของไทยสู่เวทีโลก ผ่านการเรียนรู้เชิงลึก และกิจกรรมดูงานเครือข่ายผู้บริหารระดับสูง

    📌 ระยะเวลาอบรม: 13 มกราคม – 26 พฤษภาคม 2569
    📆 วันเรียน: ทุกวันอังคาร เวลา 13.00 – 17.00 น.

    🌐 สมัครได้ที่: www.creamssru.com

    🌏 หลักสูตรเน้น “5F” ตามกรอบของกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่
    🍲 Food | 🎬 Film | 👗 Fashion | 🥊 Fighting | 🎉 Festival
    มุ่งสร้างผู้นำระดับสูงที่พร้อมใช้ Soft Power ของไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ

    📚 โครงสร้างหลักสูตร (18 สัปดาห์ / 104 ชั่วโมง)
    1️⃣ Creative Economy
    2️⃣ Soft Power Management
    3️⃣ เทคนิคขับเคลื่อน Creative Economy & Soft Power
    4️⃣ เทคนิคการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์
    5️⃣ การศึกษาดูงานในประเทศ (4 ครั้ง)
    6️⃣ การทำโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติการ พร้อมการนำเสนอผลงาน

    🏨 สถานที่และเวลาอบรม
    📆 ทุกวันอังคาร ⏰ 13.00 – 17.00 น.
    📍 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ เซ็นเตอร์ ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

    💰 ค่าธรรมเนียม
    💵 ตลอดหลักสูตร: 80,000 บาท (ไม่รวมศึกษาดูงานต่างประเทศ)
    ✈️ ดูงานต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น): ประมาณ 65,000 บาท

    📌 กำหนดการสำคัญ
    📝 เปิดรับสมัคร: ถึง 15 ธันวาคม 2568 (16.30 น.)
    📣 ประกาศรายชื่อ: 22 ธันวาคม 2568
    ✅ ยืนยันเข้าร่วมอบรม: 22–26 ธันวาคม 2568
    🎓 ปฐมนิเทศและลงทะเบียน: ณ สถานที่อบรม (ถ่ายภาพทำเนียบรุ่น)
    📞☎️ผู้ประสานหลักสูตร : คุณพรทิพย์ เรืองปราชญ์ 081-834-5346

    #SSRU #IRDSSRU
    #มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    #สถาบันวิจัยและพัฒนา
    ____________________________________________
    สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    โทร. 0 2160 1344-6
    Line ID : @ird.ssru
    www.ird.ssru.ac.th

  • ม.รังสิต จัดกิจกรรมการแข่งขันภาษาฝรั่งเศส Vive le français สุดยิ่งใหญ่

    ม.รังสิต จัดกิจกรรมการแข่งขันภาษาฝรั่งเศส Vive le français สุดยิ่งใหญ่

    สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต รังสิต ร่วมกับ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยฯ โดยการสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย องค์กรความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศสมาชิกผู้พูดภาษาฝรั่งเศส (AUF) องค์กรความร่วมมือนานาชาติของกลุ่มประเทศผู้พูดภาษาฝรั่งเศส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (CREFAP-OIF) จัดกิจกรรมการแข่งขันภาษาฝรั่งเศส Vive le français ประจําปี 2568 ภายในงานพบกับกิจกรรมการแข่งขันจำนวน 5 ประเภท ได้แก่ การแข่งขัน La France en défilé การแข่งขันวาดภาพ การแข่งขันพูดสุนทรพจน์ภาษาฝรั่งเศส การแข่งขัน Savoir communiquer en français และการแข่งขันตอบปัญหาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านฝรั่งเศส บอร์ดนิทรรศการ และเกมความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสอื่นๆ อีกมากมาย ณ ห้องประชุม 1-301 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • นักเรียน ร.ร.นานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ทำลายสถิติด้วยผลสอบ A Level และ IGCSE ยอดเยี่ยมเป็นประวัติการณ์ พิสูจน์คุณภาพการศึกษาระดับโลก

    นักเรียน ร.ร.นานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ทำลายสถิติด้วยผลสอบ A Level และ IGCSE ยอดเยี่ยมเป็นประวัติการณ์ พิสูจน์คุณภาพการศึกษาระดับโลก

     

    โรงเรียนนาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ประกาศผลสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจในการสอบ A Level และ IGCSE ประจำปีนี้ ด้วยผลคะแนนที่ทำลายสถิติในประวัติการณ์ของสถาบันสะท้อนถึงมาตรฐานการศึกษาระดับโลกและการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน

    ความสำเร็จที่โดดเด่นระดับ A Level

    ในการสอบ A Level ปีนี้ นักเรียนที่จบการศึกษาของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ มีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์โดยนักเรียนจำนวนมากได้รับเกรดสูงสุดและข้อเสนอเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกในจำนวนที่ไม่เคยมีมาก่อน

    นักเรียนในกลุ่มวิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ขั้นสูง ฟิสิกส์ และบริหารธุรกิจ ทำผลงานได้โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยนักเรียนมากกว่าสองในสามได้รับเกรด A* และ A

    Nick Gallop ครูใหญ่ กล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนที่ยอดเยี่ยมกลุ่มนี้ ไม่ใช่แค่เพราะผลงานทางวิชาการที่ทำลายสถิติ แต่พวกเขายังมีความมุ่งมั่นที่แสดงให้เห็นถึงความเมตตาตลอดเวลา ที่อยู่ที่โรงเรียน นี่คือกลุ่มนักเรียนที่เป็นผู้นำการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเชียงใหม่ และทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยร่วมกับ Bangkok Community Help เพื่อสนับสนุนชุมชนเปราะบางทั่วเมือง”

    เรื่องราวความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ

    Kotaro นักเรียนที่ได้เกรด A* ครบทั้ง 4 วิชา จะเดินทางไปศึกษาวิชา Computer Science ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ Kotaro กล่าวว่า “ความเข้มงวดทางวิชาการและการสอนแบบเฉพาะบุคคลที่ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ สร้างความแตกต่างอย่างมาก ผมได้รับการท้าทายให้ก้าวไปไกลกว่าหลักสูตรอยู่เสมอ และการสนับสนุนในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยจากไบรท์ตันนั้นยอดเยี่ยมมาก”

    นักเรียนจำนวนมากได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วโลก รวมถึง University College London, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ King’s College London

    Sophie Peat หัวหน้าแผนก Sixth Form กล่าวว่า “ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนถึงความขยันและความมุ่งมั่นของนักเรียน พวกเขาได้รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยหลายร้อยแห่ง เช่น Cambridge, UCL, Northeastern และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครอบคลุมสาขาวิชาที่หลากหลายตั้งแต่ธุรกิจ การออกแบบตกแต่งภายใน จิตวิทยา จนถึงภูมิศาสตร์”

     

    ความเป็นเลิศระดับ IGCSE

    การสอบ IGCSE ในปีนี้ยังคงสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ เมื่อนักเรียนชั้น Year 11 ทำลายสถิติคะแนนสูงสุดของโรงเรียน โดย Proud นักเรียนดีเด่น ได้เกรด A*9 ครบทั้ง 10 วิชาที่สอบ

    Proud เปิดเผยว่า “ความเข้มงวดทางวิชาการและการสอนแบบเฉพาะบุคคลที่ฉันได้รับ ทำให้ฉันได้รับการท้าทายให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ การสนับสนุนในการเรียนรู้นั้นยอดเยี่ยมมาก”

    Matt Gilberthorpe ครูหัวหน้าฝ่ายมัธยมศึกษาตอนปลายคนใหม่ กล่าวแสดงความยินดีว่า “ผมตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาร่วมงานกับไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ในช่วงเวลาพิเศษนี้ ผลสอบ A Level ที่โดดเด่นเหล่านี้สะท้อนถึงความทุ่มเทของนักเรียนและการสนับสนุนอันยิ่งใหญ่จากครูและครอบครัว”

    มากกว่าผลสอบ คือการพัฒนาบุคลิกภาพ

    Nick Gallop เน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของนักเรียน “กลุ่มนักเรียน Year 11 ได้แสดงให้เห็นความเป็นเลิศในหลากหลายมิติ พวกเขาไม่เพียงเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจที่มีพรสวรรค์ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี งานอาสาสมัคร หรือการสอน พวกเขาเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมในด้านภาวะผู้นำและการมีน้ำใจ”

    Justine Bell รองครูใหญ่ฝ่ายวิชาการ กล่าวสรุป “เราดีใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จที่ครอบคลุมของนักเรียนทุกคน ผลลัพธ์เหล่านี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับความสำเร็จในการศึกษาระดับ A Level และเส้นทางสู่มหาวิทยาลัย”

     

    ก้าวสู่อนาคตที่สดใส

    ด้วยผลสอบที่ทำลายสถิติทั้งใน A Level และ IGCSE ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ยืนยันตำแหน่งผู้นำด้านการศึกษานานาชาติในภูมิภาค การผสมผสานระหว่างความท้าทายทางวิชาการ มุมมองสากล และการพัฒนาบุคลิกภาพ ทำให้นักเรียนไม่เพียงประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา แต่ยังสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

     

    โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ขอเรียนเชิญผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมงาน Open House สำหรับปีการศึกษาใหม่ เพื่อเข้าเยี่ยมชมอาคาร Sixth Form Centre แห่งใหม่ และเข้าชมความคืบหน้าของอาคาร Senior School ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา วันที่ 25 กันยายน 2025 เวลา 08:45 น.

    ลงทะเบียนที่นี่: https://form.jotform.com/251618120972455

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: +66 2 136 7898 หรือ admissions@brightoncollege.ac.th

     

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ของโรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับรางวัลโรงเรียนนานาชาติอังกฤษยอดเยี่ยมแห่งปี พบกับคณาจารย์คุณภาพเยี่ยม และเข้าเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เราพร้อมดูแลและพัฒนานักเรียนทุกคน ด้วยความมั่นใจ ใฝ่รู้ และความเมตตาในทุกๆ ด้าน!

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • นักศึกษา HIDA รุ่น 5 ศึกษาดูงานศิริราชฯ – คณบดีแพทย์ต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมตอกย้ำความสำคัญของผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพยุคดิจิทัล

    นักศึกษา HIDA รุ่น 5 ศึกษาดูงานศิริราชฯ – คณบดีแพทย์ต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมตอกย้ำความสำคัญของผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพยุคดิจิทัล

    เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 นักศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง “นวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล” (Health Innovation Digital Age: HIDA) รุ่นที่ 5 ได้เดินทางเข้าศึกษาดูงาน ณ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ

    ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรม คือการที่นักศึกษาได้ร่วม พิธีวางพวงมาลาและถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก เพื่อสดุดีพระมหากรุณาธิคุณของพระบิดาแห่งการแพทย์และสาธารณสุขไทย ก่อนเข้าสู่การบรรยายสรุป และการเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน อันทรงคุณค่าทางการแพทย์และประวัติศาสตร์

    การศึกษาดูงานครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งสร้างความเข้าใจด้านการบริหารจัดการสุขภาพเชิงนวัตกรรม แต่ยังตอกย้ำบทบาทของหลักสูตร HIDA ในการพัฒนา “ผู้นำด้านสุขภาพยุคใหม่” ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ครอบคลุมทั้งองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยีดิจิทัล และมิติด้านการจัดการสาธารณสุขเชิงระบบ

    ปัจจุบัน หลักสูตร HIDA รุ่นที่ 5 ได้ก้าวเข้าสู่ช่วงการเรียนรู้เชิงลึก โดยมีนักศึกษาเป็นผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เข้าร่วม ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของหลักสูตรในการ ปั้นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพที่พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

  • วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ สวนสุนันทา จับมือ ไมโอ ไซแอม อาร์ท ทิส แมเนจเม้นท์  ปั้นบัณฑิตรุ่นใหม่สู่สายบันเทิงมืออาชีพ

    วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ สวนสุนันทา จับมือ ไมโอ ไซแอม อาร์ท ทิส แมเนจเม้นท์ ปั้นบัณฑิตรุ่นใหม่สู่สายบันเทิงมืออาชีพ


    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคุณกรวัฒน์ ใช้ไหวพริบ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท ไมโอ ไซแอม อาร์ท ทิส แมเนจเม้นท์ จำกัดพร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญภัส อู่ตะเภา คณบดีวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ โดยมี ผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมผู้บริหาร อาคารศูนย์สุขภาพและกีฬาสวนสุนันทา ชั้น 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

    การร่วมมือลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยฯ โดยจะช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงจากผู้เชี่ยวชาญในวงการบันเทิง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงานจริงโดยบริษัทฯ พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการศิลปิน รวมถึงการผลิตละคร เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษานิเทศศาสตร์ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

  • กกท. MOU ม.รังสิต ปฏิวัติวงการกีฬา ดึงพลังวิทย์กีฬา ผสาน AI และ วิศวกรรมชีวการแพทย์  สร้างนักกีฬาที่แกร่ง เตรียมคว้าชัยทุกสนาม

    กกท. MOU ม.รังสิต ปฏิวัติวงการกีฬา ดึงพลังวิทย์กีฬา ผสาน AI และ วิศวกรรมชีวการแพทย์ สร้างนักกีฬาที่แกร่ง เตรียมคว้าชัยทุกสนาม

     

    เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นำคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย รองผู้ว่าการฝ่ายส่งเสริมกีฬา รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์ การกีฬา รองผู้ว่าการฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ และ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมกีฬา มาลงนามในความร่วมมือกับ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วยรองอธิการบดีที่รับผิดชอบได้แก่ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณบดีคณะกายภาพบำบัดและ เวชศาสตร์การกีฬา คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ และผู้อำนวยการสถาบันกีฬา โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน ในการนำวิทยาศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา และกายภาพบำบัด เข้าไปร่วมพัฒนานักกีฬา ทั้งนักกีฬาปกติ และนักกีฬาพิการ เพื่อเตรียมความพร้อมสมบูรณ์ก่อนการแข่งขัน ดูแลเมื่อได้รับการบาดเจ็บจากการแข่งขัน และใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วยให้นักกีฬากลับมาแข็งแกร่ง สมบูรณ์ตามเดิมโดยเร็วที่สุด ใช้ AI ในการวิเคราะห์ เก็บข้อมูลจากการบาดเจ็บ และการหายบาดเจ็บกลับไปอยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอย่างรวดเร็ว เพิ่มความคล่องแคล่ว ความทนทานแข็งแกร่งสำหรับกล้ามเนื้อและร่างกายโดยรวม ให้สอดคล้องกับชนิดกีฬา ดูแล รักษา ซ่อมแซม อุปกรณ์ เครื่องมือออกกำลังกาย และเครื่องมือเครื่องใช้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และเวชศาสตร์การกีฬาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี สนับสนุนการใช้โภชนาการที่เหมาะสม คุณค่าทางอาหารครบถ้วน อร่อยและน่ารับประทานให้กับนักกีฬา รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการและงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ พร้อมวางตำแหน่งการได้เหรียญรางวัลในแต่ละชนิดกีฬาสำหรับการแข่งขันนานาชาติ โดยศึกษา เทียบเคียงข้อบกพร่องในกีฬาที่ผ่านมา เช่น กีฬา Olympic ฤดูร้อน กีฬา Asian Games และกีฬา SEA Games เป็นต้น

     

    ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคม 2568 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคมนี้มหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นสถานที่แข่งขันกีฬา SEA Games ด้วยและจะร่วมสนับสนุนการแข่งขันกีฬาทุกประเภทอย่างเต็มที่

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • Robot by Brain Step โชว์ฟอร์มคว้าตั๋วลุยต่อหุ่นยนต์นานาชาติ WRO Robomission 2025 ที่สิงคโปร์

    Robot by Brain Step โชว์ฟอร์มคว้าตั๋วลุยต่อหุ่นยนต์นานาชาติ WRO Robomission 2025 ที่สิงคโปร์

     

     

    ครูปอนด์ – ชวกร ปรีชาติวงศ์ และ ครูทราย – วราลักษณ์ ปรีชาติวงศ์ สองผู้ก่อตั้ง Robot by Brain Step ที่มีรากฐานมาจาก “ความรัก” ในการถ่ายทอดความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ มาจนถึงการต่อยอดการออกแบบและเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ และได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ทาง บริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จัด “โอลิมปิกหุ่นยนต์ รอบชิงแชมป์ประเทศไทย 2568” เวทีปั้นนักคิดรุ่นเยาว์สู่ระดับโลก ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ระหว่างวันที่แข่งขัน 12 – 14 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา

    สำหรับ WRO Robomission 2025 – รอบชิงแชมป์ประเทศไทย น้อง ๆ ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมเก่งมาก คะเเนนดุเดือดมากเลยในปีนี้ ทีม Brain Step ก็เช่นกัน สู้และพยายามสุด ๆ (ปีนี้ Brain Step ส่ง 2 ทีม )

    🟢 รุ่น Elementary ในนามทีม Dek Brain Step
    ได้รางวัล 4th Place 🎖️

    🟢 รุ่น Junior ในนามทีม Brain Step
    ได้รองแชมป์ 2th Place 🥈 และเป็นตัวแทนไปแข่งขันต่อในระดับนานาชาติ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2568

    ครูปอนด์ – ชวกร ปรีชาติวงศ์ กล่าวหลังจากลูกศิษย์พิชิตรางวัลมาได้ในปีนี้ว่า “ผมรู้สึกมีหลายอารมณ์มากครับ อย่างแรกคือดีใจแทนเด็ก ๆ ด้วยครับ ผลของความพยายามขอน้อง ๆ ตลอด 5 เดือน ของความทุ่มเท WRO ROBO MISSION คือรายการแรกที่ทำให้พวกเรา Brain Step ได้เข้ามาสู่วงการ ROBOT กับ LEGO และตัวเราก็พิสูจน์แล้วว่า ทั้งสถาบันกับลูกศิษย์ ได้เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องขอขอบคุณลูกศิษย์ทุกคนที่ทุ่มเท ขอขอบคุณผู้ปกครองที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ และกำลังใจจากกองเชียร์ทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้เราเดินมาถึงจุดนี้ได้ ต้องขอบอกว่ามันไม่ง่ายเลยครับ เด็ก ๆ ต้องเข้าไปอยู่ในบริเวณแข่งขันตั้งแต่ 08.00-17.00 น. เพื่อรับโจทย์หน้างาน และต้องตัดสินใจหน้างานกันเดี๋ยวนั้นด้วยทีมของเขาเอง เรียกว่าต้องรู้จักแบ่งเวลา วางแผน ทำงานร่วมกัน แต่อีกความรู้สึกก็คือ ได้เห็นเด็กคนอื่น  ๆ ได้เห็นกันมาหลายรอบ ไม่ต่างกับลูกศิษย์ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน ก็เลยรู้สึกเสียใจกับพวกเขา เข้าใจว่าเขาทำกันเต็มที่แล้ว บางคนเดินออกมาร้องไห้หนักมากครับ อย่างไรก็ตามพวกเราจะตั้งใจและพยายามสร้างชื่อเสียงกลับมาประเทศไทยให้ได้ ในการเป็นตัวแทนของปีนี้ครับ ขอบคุณครับ”

    ด้าน ครูทราย – วราลักษณ์ ปรีชาติวงศ์ โค้ชและผู้ควบคุมทีม Brain Step ในรุ่น Junior เผยว่า “ตนลุ้นและดีใจไปกับลูกศิษย์ทุกคนจริง ๆ เราสู้กันมาตั้งแต่รอบคัดเลือกภูมิภาค จนมาถึงรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ต้องถือว่าหนักมาก เมื่อถึงเวลาซ้อม พวกเขาก็ตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เมื่อลงสนามจริง ก็ช่วยกันแก้ไขข้อผิดพลาดและนำประสบการณ์ในรอบคัดเลือกมาปรับใช้ตรงนั้นได้ ครูทรายถือว่าเขาทำสำเร็จแล้วค่ะ ขอเป็นกำลังใจและจะยืนเคียงข้างเขาตลอดไปจนถึงรอบสุดท้ายที่ประเทศสิงคโปร์เลยค่ะ”

    ต้องถือว่าเป็นการแจ้งเกิด Robot by Brain Step ของสองคุณครูผู้ทุ่มเทอย่างแท้จริง เพราะเขาใช้เวลาไม่ถึงสองปี สามารถผงาดขึ้นมายืนแถวหน้าของประเทศไทยได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ ต้องได้รับความรักและความเอ็นดูจากหลายฝ่าย ทั้ง สุดยอดคุณพ่อชูชาติ และสุดยอดคุณแม่จันทร์เพ็ญ ปรีชาติวงศ์ ที่สั่งสอนเขามาให้ใช้กระบวนการคิดจากสถาบันสอนคณิตศาสตร์เล็ก ๆ จนมาถึงวันนี้ได้ ขอติดตามและเป็นกำลังใจให้ทั้งสองคน ช่วยกันสร้างบุคลากรทางด้าน ROBOT ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตของผู้ปกครองและน้อง ๆ ที่อยากจะให้บุตรหลานออกแบบและเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์เป็น ที่สำคัญ…การไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2568

     

    Cr. Robot by Brain Step 

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย