






ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ประจำปีการศึกษา 2567 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยมีดุษฏีบัณฑิต มหาบัณฑิต และบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน 2,595 คน
ในการนี้ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ดร.วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาเฝ้ารับเสด็จ ณ อาคาร Bangkok Thonburi Hall มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
โอกาสนี้มีบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และสาธารณะ สมควรได้รับปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ รวม 7 คน โดยสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีมติเอกฉันท์มอบปริญญาศิลปกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์แก่พระเทพวชิรวิทยานุสิฐ (วราห์ ปุญญวโร) รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะรัฐศาสตร์แก่พระครูยติธรรมานุยุต (สมทรง ธมมทินโน) ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะนิเทศศาสตร์แก่ นายศุภชัย ศรีวิจิตร (เอ) และนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง (อ๊อฟ) บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะบริหารธุรกิจแก่ นายไพศาล เพริศวิวัฒนา มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะรัฐศาสตร์แก่นายจะเด็ด มีหกวงค์ และมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะบริหารธุรกิจแก่ นางหยาง จิ่ง (Mrs.Yang Jing)
เหล่าดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง และสื่อมวลชนที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ได้แก่ น.ส.ดวงพร แน่งน้อย ปริญญาโทศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา น.ส.ทัศนียา รัตน์วงศ์
ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ นายสถาพร ชุ่มจิตร นายณัฐพล นิลดอนหวาย น.ส.กัญกนิษฐ์ มั่งมี และน.ส.สุธิรจน์ ศรีเพ็ชร ปริญญาโทนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คุณปัทมา ปานทอง ปริญญาตรีนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบสื่อและการผลิตสื่อ น.ส.ปิ่นทิพย์ อรชร ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ คุณเพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (หม่ำ
จ๊กม๊ก) ปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ และ นายภาคิน คุณาอนุวิทย์ (มาร์ค) ปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ บุคลากรด้านการกีฬา และนักกีฬาผู้มีชื่อเสียงที่สำเร็จการศึกษาในปีนี้ด้วย เช่น นางกมลา ทองกร (คุณแม่ปุ๊ก ) ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต นายกุลวุฒิ วิทิตศานต์ (น้องวิว) นักกีฬาแบดมินตันชายเดี่ยวมือวางอันดับ 1 ของโลก นายนฤเศรษฐ์ เหล่าเทิดพงษ์ (องศา) นายวรภพ ชื่นค้า (บีม) นายสุรสิทธิ์ อริยะบารนีกุล (จ๊อบ) และนายภรัณยู ขาวสำอาง (ภีม) ปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์

#สำนักข่าวการศึกษาไทย


ในยุคที่ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของสังคม การทำงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ หนึ่งในบุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนภารกิจนี้คือ “ภาวิดา ภัทรวิหค” ศิษย์เก่าคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งปัจจุบันทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เธอคือผู้ที่เชื่อมั่นว่า “ความถูกต้อง ต้องมีหลักฐานรองรับ และความยุติธรรม ต้องมาจากระบบที่มีประสิทธิภาพ”
จากองค์ความรู้ในห้องเรียน สู่ภารกิจในสนามจริง
ภาวิดา กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ เพราะสนใจที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงกับระบบกฎหมาย คิดว่าการนำข้อมูลที่แม่นยำและเป็นกลางมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น และมีความเชื่อมาโดยตลอดว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือได้มากขึ้นหากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมารองรับ ซึ่งสาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งด้านกฎหมาย พฤติกรรมมนุษย์ และเทคโนโลยีในงานสืบสวน เช่น การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอาชญาวิทยา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญมากและตอบโจทย์ความตั้งใจของเราได้ตรงจุดมาก ขณะเดียวกันองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนการสอนในหลักสูตรมีบทบาทสำคัญมาก โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกในด้านอาชญาวิทยาที่ทำให้เราสามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาได้อย่างรอบด้าน ส่วนความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ก็ช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อมูลอย่างถูกต้อง และเมื่อเราเข้าสู่โลกของการปฏิบัติงานจริงองค์ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ให้กับเรามาก
“หลังจบการศึกษาได้ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยรับผิดชอบดูแลงานครอบคลุมตั้งแต่ประสานงาน ติดตาม ตรวจสอบ รวบรวม และรายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด ไปจนถึงการสนับสนุนกิจกรรมสร้างการรับรู้ รณรงค์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งยังลงพื้นที่จัดนิทรรศการและสร้างความร่วมมือกับชุมชนอีกด้วย ซึ่งองค์ความรู้จากห้องเรียนมีบทบาทอย่างมากสำหรับการทำงานในปัจจุบัน โดยด้านอาชญาวิทยาช่วยให้สามารวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกของปัญหา ทั้งมิติบุคคล สังคม และโครงสร้าง ทำให้มาตรการป้องกันตอบโจทย์บริบทจริง ขณะเดียวกัน ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ช่วยให้เข้าใจกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อมูลอย่างถูกต้อง เสริมประสิทธิภาพการบูรณาการงานป้องกันและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างครบวงจร”

ภารกิจเพื่อสังคมและอนาคตที่คาดหวัง…
ภาวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการเรียนอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่การทำความเข้าใจปัญหาอาชญากรรม แต่เป็นการเตรียมพร้อมที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะช่วยลดความผิดพลาดและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสังคมที่ปลอดภัย หากมองในฐานะผู้ปฏิบัติงานจริงเป้าหมายหลักของเราคือการนำความรู้และทักษะที่เรามีมาใช้เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องพัฒนากระบวนการให้มีหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายในสังคม ซึ่งเป้าหมายหลักของเราในการทำงานด้านนี้คือ การนำความรู้และทักษะด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ที่ได้เรียนมาใช้เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องพัฒนากระบวนการให้มีหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายในสังคม
“เมื่อเราได้ทำงานทางด้านนี้ ได้เห็นมุมปัญหาต่างๆ จึงอยากจะพัฒนางานด้านการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและพื้นที่เสี่ยง เพราะเชื่อว่าการเข้าใจรากเหง้าของปัญหาและใช้ข้อมูลเชิงวิชาการมาวางแผน จะทำให้มาตรการต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมกันนั้นก็ตั้งใจผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมมีความเท่าเทียม โปร่งใส และใกล้ชิดกับชุมชน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่า กฎหมายไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยปกป้องและสร้างความยุติธรรมให้กับทุกคนอย่างแท้จริง”
“ภาวิดา ภัทรวิหค” เป็นอีกหนึ่งบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่เพียงแต่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในการทำงานเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมที่มีความปลอดภัยและเป็นธรรมได้อย่างยั่งยืน
#สำนักข่าวการศึกษาไทย


Brighton College Bangkok : เปิดตัว Sixth Form Centre
Open House ครั้งแรกของปีการศึกษาจะจัดขึ้นที่แคมปัสกรุงเทพกรีฑา ในวันที่ 25 กันยายน 2025 ครอบครัวที่เข้าร่วมจะได้เป็นกลุ่มแรกที่เยี่ยมชม Sixth Form Centre แห่งใหม่ พร้อมทั้งอัปเดตความคืบหน้าของอาคาร Senior School
วันที่: 25 กันยายน 2025 Register : https://bit.ly/BCB-OpenHouse_Sept25-data Contact : admissions@brightoncollege.ac.th Website : https://brightoncollege.ac.th/krungthep-kreetha

Brighton College Bangkok Vibhavadi,Open House ครั้งแรกที่แคมปัสใหม่ แคมปัสวิภาวดีแห่งใหม่จะเปิดบ้านต้อนรับครอบครัวเป็นครั้งแรกในวันที่ 9 ตุลาคม 2025 ผู้เข้าร่วมจะได้เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวก พบปะคุณครู และสัมผัสว่าที่นี่สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเติบโตด้วยความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตาได้อย่างไร วันที่: 9 ตุลาคม 2025 Register : https://bit.ly/BCBV-OpenHouse_October25-data Contact : admissions-vibha@brightoncollege.ac.th Website : https://brightoncollege.ac.th/vibhavadi
ทั้งสองงานเป็นโอกาสพิเศษสำหรับครอบครัวที่จะได้สัมผัสรางวัล British International School of the Year พบกับทีมครูผู้เชี่ยวชาญ เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และเรียนรู้ว่าที่ Brighton College Bangkok เราดูแลและพัฒนานักเรียนทุกคนให้เติบโตอย่างมีความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา
#สำนักข่าวการศึกษาไทย


โดยภายในงานยังได้รวบรวม 14 บริษัทชั้นนำจากไต้หวัน ที่เป็นทั้งผู้ผลิตและเจ้าของนวัตกรรม อีกทั้งยังได้รับรางวัลการันตีในสาขาการแพทย์และการดูแลสุขภาพ มาเข้าร่วมนำเสนอเทคโนโลยีที่จะพลิกอนาคตของการดูแลผู้ป่วยในประเทศอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมพาวิลเลียนได้ที่บูธ S01, ฮอลล์ EH99 ซึ่งงาน Medical Fair Thailand 2025 ในครั้งนี้ยังได้รวมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ผู้นำในอุตสาหกรรม และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มองหาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพเข้าร่วมงานจำนวนมาก
ผลิตภัณฑ์ที่จัดแสดงภายในพาวิลเลียนยังครอบคลุมถึง ระบบคลินิกทางการแพทย์อัจฉริยะ (Smart Clinics) ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ (Smart Operating Rooms) และหอผู้ป่วยอัจฉริยะ (Smart Wards) ที่ผสานการวินิจฉัย การผ่าตัด และการดูแลผู้ป่วยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
นอกจากนี้ Taiwan Excellence ยังนำเสนอโซลูชันเทคโนโลยีทางการแพทย์แบบครบวงจรของไต้หวันเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล และการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ ภายใต้แนวคิด “From Taiwan with Care” ที่สะท้อนความมุ่งมั่นของไต้หวันในการดูแลสุขภาพด้วยความเอาใจใส่ พร้อมทั้งสร้างความไว้วางใจในระดับสากลผ่านเทคโนโลยี
อีกทั้งในด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ของไต้หวันที่โดดเด่นในเรื่องความสามารถในการปรับตัว ความเป็นเลิศทางวิศวกรรม และการมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง โดยมีบริษัทชั้นนำที่เข้าร่วมพาวิลเลียนกับ Taiwan Excellence ครั้งนี้ ได้แก่ Taiwan Surgical Corporation, Compal Electronics, INC., EPED Inc., Wiltrom Co., Ltd., Joson-Care Enterprise Co., Ltd., E Ink Holdings Inc., InnoCare Optoelectronics Corp., AmCad BioMed Corporation, tst biomedical electronics Co. Ltd., Acer Medical Inc., Sturdy Industrial Co., Ltd., BIOTEQUE CORPORATION, NUWA Fertility Center และ AVer Information Inc. เป็นต้น การรวมตัวบริษัทชั้นนำในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์และแหล่งรวมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยไว้ในงานเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างความร่วมมือระหว่างนักพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ให้การบริการด้านสุขภาพ และผู้กำหนดนโยบายอีกด้วย
โดยในวันที่ 10 กันยายน เวลา 14.00 น. ทางพาวิลเลียนยังได้จัดงานเสวนา Taiwan Excellence Products Talk ภายใต้ หัวข้อ “Leading Smart Healthcare, Shaping Tomorrow’s Wellness” บรรยายโดย Acer Medical Inc., imedtac Co., Ltd., E Ink Holdings Inc. และ NUWA Fertility Center ซึ่งเซสชันนี้จะเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแพทย์อัจฉริยะในอนาคต และแสดงให้เห็นจุดแข็งของไต้หวันในอุตสาหกรรมการแพทย์
อนึ่ง สัญลักษณ์ Taiwan Excellence ยังเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (International Trade Administration, Ministry of Economic Affairs หรือ TITA) และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) ซึ่งรางวัล Taiwan Excellence นี้จะมอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศในด้านการวิจัยและพัฒนา การออกแบบ คุณภาพ และการตลาด ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีนั้นสะท้อนถึง “คุณค่าในด้านนวัตกรรม” หรือการมอบประโยชน์ที่แท้จริงทั้งในด้านประสิทธิภาพ การใช้งาน และความยั่งยืนแก่ผู้บริโภค ผู้เข้าร่วมงานจึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่จัดแสดงได้ผ่านมาตรฐานระดับสูงของไต้หวัน
พาวิลเลียน Taiwan Excellence ยังนับเป็นจุดเริ่มต้นที่จะพาคุณไปสัมผัสเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยอย่างใกล้ชิด มาร่วมชมการสาธิตและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่จะแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมจากไต้หวันจะเปลี่ยนโฉมหน้าการดูแลผู้ป่วยไปอย่างไร นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้พบกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมสุขภาพจากไต้หวันจำนวนมากที่อยู่ภายในบริเวณพาวิลเลียน ที่จัดแสดงความหลากหลายและความน่าเชื่อถือของซัพพลายเชนทางการแพทย์ของไต้หวัน ทั้งนี้ท่านผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมพาวิลเลียน Taiwan Excellence ที่บูธ S01 ฮอลล์ EH99 ระหว่างวันที่ 10-12 กันยายน 2568 ณ BITEC กรุงเทพมหานคร
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Taiwan Excellence และบริษัทที่เข้าร่วม สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.taiwanexcellence.org/en/press/events/1083


เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ร่วมกับมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาสีฟันนวัตกรรมใหม่ “BTU Dentistry” ภายใต้แนวคิด “เพิ่มความมั่นใจ สู่ความสำเร็จ” ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว ชั้น 2 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยมีผู้ร่วมงานจากหลากหลายวงการเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, คุณวรวุฒิ กุลแก้ว กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ และ รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มาร่วมเสริมสร้างภาพลักษณ์ของการวิจัยและพัฒนาในแวดวงทันตกรรมไทย
“BTU Dentistry” เป็นผลิตผลจากความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กับมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยเชิงวิชาการมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทยในยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ในงานยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “นวัตกรรมในการดูแลช่องปาก” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงทันตกรรม อาทิ รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ และคุณวรวุฒิ กุลแก้ว ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีแขกผู้มีเกียรติ ดารา เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเข้าร่วมงานมากมาย อาทิ คุณบิ๋ง นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, คุณโบว์ ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์, คุณแบงค์ กฤชพล เศวตนันท์, คุณแคท ธีรรัตน์ จงประเสริฐ, คุณโอ ศศิวรรณ เอี่ยมลำเนา, คุณแทม ญาดา ประเสริฐสม, คุณมีมี่ อนงนาฏ อำนวยผล, คุณยุ้ย ชมพุนุช ปูรานิธี, คุณโน้ต ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล, คุณเจี้ยบ ชลดา ธารีรัตนาวิบูลย์, คุณมาย ภรธิดา เข็มทอง, คุณหญิง ปรียามล ธนวิสุทธิ์, คุณปอ ศีกัญญา, คุณแมค – คุณอาท อังสนานนท์, คุณออย สิริลักษณ์ อรุณเนตรทอง, คุณตูน สุภัชชา ปิตินันท์, คุณแสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล และคุณนินิว อนุธิดา สารธนะ
นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลและถ่ายภาพร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก สะท้อนถึงความสำเร็จของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีในการต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทย
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “BTU Dentistry” สามารถติดต่อได้ที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โทร 02-4315383 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีคุณภาพในยุคใหม่.

#สำนักข่าวการศึกษาไทย


![]()
ทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษาภายในประเทศ ปี 69 เรียน ป.ตรี จนถึง ป.เอก จำนวน 14 ทุน
– – – – – – – – – – – – – –
ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ศูนย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
– – – – – – – – – – – – – –
เปิดรับสมัครนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568
นักเรียนที่กำลังศึกษาด้วยทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.)
นักเรียนในโครงการห้องเรียน พสวท. (สู่ความเป็นเลิศ)
นักเรียนที่มีศักยภาพสูงในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ในสถานศึกษาทั่วประเทศ
เพื่อคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ระดับอุดมศึกษาในประเทศ ประจำปีการศึกษา 2569 เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์ พสวท. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (จำนวน 14 ทุน)
TCAS 1.1 (Portfolio)
สนใจสมัครได้ที่ ทาง www.entry.wu.ac.th
เริ่มตั้งแต่ 9 กันยายน 2568 นี้ เป็นต้นไป
คุณสมบัติ:
GPAX 4 ภาคการศึกษา ไม่น้อยกว่า 3.00
GPAX วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์รวมกัน ไม่น้อยกว่า 3.25
มีผลงานเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ และคุณสมบัติอื่นๆตามประกาศ
– – – – – – – – – – – – – –
หลักสูตรวิทยาศาสตร์ 4 วิชาเอก: คณิตศาสตร์และสถิติ เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ จะเปิดรับนักศึกษาใหม่ เริ่ม กันยายน 2568
นี้ สำหรับน้อง ๆ ม.6 ที่ชอบวิทยาศาสตร์และอยากเรียนกับอาจารย์เก่ง ๆ รุ่นพี่เก่ง ๆ ในมหาวิทยาลัยคุณภาพ อย่าพลาดโอกาสนี้! มาสมัครเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรากันนะ
หลักสูตรวิทยาศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ มี 4 เอก (คณิตศาสตร์และสถิติ เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์)
ทุนการศึกษา: พสวท. สควค. ทุนทั่วไป และ กยศ.
FB: https://www.facebook.com/WUSchoolOfScience
IG: https://www.instagram.com/science.walailak/
TikTok: https://www.tiktok.com/@sciwalailak
X: https://x.com/sciwalailak?s=21&t=qh-1guV64fGGcVd3npb_EQ
Website หลักสูตร: https://science.wu.ac.th/?page_id=22439
Website สมัครเรียน: https://entry.wu.ac.th/
ที่มา :ศูนย์ พสวท. – สควค. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
#ScienceWalailak #วิทยาศาสตร์วลัยลักษณ์ #Science #วิทยาศาสตร์ #TCAS69 #dek69 #Mathematics #คณิตศาสตร์ #Chemistry #เคมี #Biology #ชีววิทยา #Physics #ฟิสิกส์ #พสวท #สควค #ทุน #TCAS69


คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ และปาฐกถาพิเศษในการประชุม 2025 Symposium on International Chinese Language Education in South and Southeast Asia
เมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารคณะศึกษาศาสตร์ เดินทางไปร่วมการประชุมสัมมนาการศึกษาภาษาจีนนานาชาติในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. 2568 ณ มหาวิทยาลัยครูยูนนาน (Yunnan Normal University) เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยศิลปากร จากประเทศไทย ในการร่วมพิธีลงนามความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ไทย-จีน พร้อมทั้งร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ กระบวนทัศน์ใหม่ในการจัดการเรียน การสอนภาษาจีน และยังมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายประเทศ ร่วมปาฐกถาในครั้งนี้
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติ ที่สะท้อนบทบาทของจีนในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาภาษาจีน พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้
