Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • จุฬาฯ เปิดตัว ‘ER-VIPE’ นวัตกรรม VR ฝึกทีมสหวิชาชีพในห้องฉุกเฉิน ยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย เปิดเวทีระดมสมอง 9 ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสุขภาพ

    จุฬาฯ เปิดตัว ‘ER-VIPE’ นวัตกรรม VR ฝึกทีมสหวิชาชีพในห้องฉุกเฉิน ยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย เปิดเวทีระดมสมอง 9 ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสุขภาพ

     

    เพราะทุกนาทีในห้องฉุกเฉินคือชีวิตของผู้ป่วย ศูนย์ออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUD4S) ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดตัว ‘ER-VIPE’ (Emergency Room – Virtual Interprofessional Education) นวัตกรรมการศึกษาด้านการแพทย์ เพื่อฝึกอบรมทีมสหวิชาชีพดูแลผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Simulation) เสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม ป้องกันความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) และยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย พร้อมระดมความคิดเห็นผู้แทน 9 องค์กรวิชาชีพสุขภาพ วางแนวทางขับเคลื่อนสู่นโยบายระดับชาติ ผ่านเวทีเสวนาวิชาการ “ER-VIPE : พัฒนาทีมสุขภาพ สู่ความปลอดภัยผู้ป่วยอย่างยั่งยืน” ควบคู่โครงการฝึกอบรม TeamSTEPPS Essential and IPE Virtual Simulation Workshop รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

    การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมด้วยศูนย์ออกแบบการศึกษาเพื่อสังคม CUD4S Academy แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Takeda (Thailand), Ltd.

    รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือหัวใจสำคัญของการดูแลทางการแพทย์ โดย ‘ER-VIPE’ ช่วยให้ทีมสหวิชาชีพสามารถพัฒนาทักษะ Non-Technical Skills ฝึกฝนการทำงานร่วมกันได้ผ่านเทคโนโลยี Virtual Simulation ในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ผลลัพธ์ชัดเจนว่านวัตกรรมการเรียนรู้นี้ช่วยยกระดับทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความสุขของทีมงานให้เกิดขึ้นได้จริง

    การจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นเวทีแรกที่ผู้นำจากองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพทั้ง 9 สาขา ได้แก่ แพทยสภา, สภาการพยาบาล, สภาเภสัชกรรม, สภาเทคนิคการแพทย์ และวิชาชีพรังสีเทคนิค กองสถานพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข, วิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉิน, สมาคมผู้บริหารโรงพยาบาล, สถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุข มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อน ER-VIPE สู่ระบบสุขภาพแห่งชาติ ให้ทุกคนปลอดภัยอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ตามเป้าหมาย Zero Harm 2030 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ต้องการลดอันตรายที่สามารถป้องกันได้ในระบบการดูแลสุขภาพให้เป็นศูนย์ภายในปี 2030

    ER-VIPE นวัตกรรมฝึกทีมสหวิชาชีพ แก้ปัญหาทีมเวิร์คในห้องฉุกเฉิน

    ผศ.พญ.ขวัญศิริ นราจีนรณ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ แผนกเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการ ER-VIPE กล่าวว่า “ER-VIPE เป็นนวัตกรรม“Med-Edutainment Technology” ที่ผสานพลังของ HEART (ภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจ), HEAD (MOOC ความรู้), และ HAND (เกมจำลองสถานการณ์) เพื่อออกแบบการเรียนรู้ทางการแพทย์ฉุกเฉินในรูปแบบที่สนุก เข้าใจง่าย โดยใช้เทคโนโลยีจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินเสมือนจริง (Virtual Simulation) ผสานแนวคิด TeamSTEPPS (Team Strategies and Tools to Enhance Performance and Patient Safety) หรือกลยุทธ์และเครื่องมือของทีมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย ในการฝึกอบรม“ทีมสุขภาพสหสาขาวิชาชีพ” IPC (Inter-Professional Collaboration) ให้สามารถสื่อสาร ทำงานร่วมกัน และตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ซึ่งพบว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้ป่วยทั่วโลก

    จากสถิติพบว่าการรับบริการทางการแพทย์ที่อาจไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นในประเทศไทยสูงถึง 400,000 ครั้ง/ปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 9,600 ล้านบาท/ปี ขณะที่ข้อมูลสถิติต่างประเทศเผยว่า การเสียชีวิตจาก “ข้อผิดพลาดทางการแพทย์” (Medical Error) มากกว่าเครื่องบินตกถึง 10,000 เท่า จึงจำเป็นต้องมีระบบฝึกทีมสุขภาพอย่างจริงจังเพื่อป้องกันความสูญเสียนี้ โดยเริ่มจากทีมที่แข็งแกร่งและทักษะการสื่อสาร

    “การดูแลผู้ป่วยไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ใครเก่งที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าทีมทำงานด้วยกันได้ดีแค่ไหน งานวิจัยจำนวนมากชี้ตรงกันว่าความผิดพลาดทางการแพทย์ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความรู้ไม่พอ แต่เกิดจากปัญหาทีมเวิร์ค” ผศ.พญ.ขวัญศิริ กล่าวย้ำ

    ER-VIPE จึงออกแบบมาเพื่อให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกร รังสีเทคนิค เทคนิคการแพทย์ และบุคลากรสุขภาพสาขาอื่น ๆ ได้ฝึกซ้อมสถานการณ์จริงในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง โดยไม่เสี่ยงต่อชีวิตจริงของผู้ป่วย พร้อมรับคำแนะนำและวิเคราะห์การทำงานเป็นทีมและผลความปลอดภัยของผู้ป่วยและทีมให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านระบบดิจิทัล

    จากงานวิจัยชี้ชัดว่า การฝึกอบรมผ่าน ER-VIPE ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญช่วยลดความผิดพลาดทางการแพทย์เฉลี่ย 3.5 ครั้ง/เดือน, ลดการเสียชีวิตเฉลี่ย 2.3 ราย/เดือน และเพิ่มความพึงพอใจผู้ป่วยเกือบ 1% ต่อเดือน

    “โครงการ ER-VIPE จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ แต่ยังเป็นนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารทำงานเป็นทีม (Non-Technical Skills) ของบุคลากรสุขภาพ ทั้งในห้องเรียนและการปฏิบัติงานจริง เพื่อเตรียมกำลังทรัพยากรมนุษย์ไว้ให้พร้อมรับมือกับวิกฤตและภัยพิบัติโลกอนาคตซึ่งไม่แน่นอน และช่วยให้ทีมสุขภาพทำงานได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน และผู้ป่วยมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลที่ปลอดภัย” ผศ.พญ.ขวัญศิริ หัวหน้าโครงการ ER-VIPE กล่าว

    CUD4S ชูโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม ขยายผลระดับประเทศ

    ด้าน ดร.ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์ออกแบบการศึกษาเพื่อสังคม CUD4S Academy แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนา “ER-VIPE พัฒนาทีมสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของผู้นำสหสาขาวิชาชีพในการพัฒนาทีมสุขภาพ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ตามมาตรฐานสากล

    CUD4S มีความเชื่อว่าการออกแบบไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในรูปแบบสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังสามารถออกแบบ “ระบบ” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง โดยโครงการ ER-VIPE ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ถือเป็นต้นแบบของระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ การศึกษา และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาทักษะทีมสุขภาพ และลดความผิดพลาดในห้องฉุกเฉิน โดยได้เริ่มทดลองใช้ในโรงพยาบาลนำร่อง 5 แห่ง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า โครงการสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารได้ถึง 28% ลดข้อผิดพลาดร้ายแรงในห้องฉุกเฉินได้ 38 ครั้ง และช่วยลดภาวะหมดไฟ (Burnout) ของบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญ

    โครงการ ER-VIPE จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการฝึกอบรมเท่านั้น แต่ยังเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ส่งเสริมความร่วมมือที่เข้าอกเข้าใจระหว่างทีมสุขภาพและครอบครัวผู้ป่วย ทำให้ทีมสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น สะท้อนถึงการเป็น “นวัตกรรมเพื่อสังคม” (Social Innovation) ที่เชื่อมโยงสุขภาพ การศึกษา นวัตกรรม และความเสมอภาคเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    ผู้นำตัวแทนจาก 9 องค์กรวิชาชีพแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนสู่นโยบาย

    การเสวนาวิชาการ “ER-VIPE: พัฒนาทีมสุขภาพ สู่ความปลอดภัยผู้ป่วยอย่างยั่งยืน” ครั้งนี้ ยังนับเป็นเวทีแรกที่ผู้นำจากองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพทั้ง 9 สาขา มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อน ER-VIPE สู่ระบบสุขภาพระดับชาติ ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การอบรมในสถานพยาบาลทุกระดับ 2. การจัดทำ MOU กับหน่วยงานต้นแบบ 3. การรับรองชั่วโมงการศึกษาต่อเนื่อง (CME, CNE, CPE, CMTE, RTCE) 4.การบรรจุหลักสูตรในระบบอุดมศึกษาสายสุขภาพ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้นำจากองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพทั้ง 9 สาขา ร่วมเสวนา ประกอบด้วย

    1. พล.ต.ผศ.นพ.กิฎาพล วัฒนกูล ผู้แทนนายกแพทยสภา

    2. ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ นายกสภาเทคนิคการแพทย์

    3. รศ.ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล

    4. รศ.ภก.ปรีชา มนทกานติกุล กรรมการสภาเภสัชกรรม

    5. รศ.ดร.กิติวัฒน์ คำวัน ประธานหลักสูตรรังสีเทคนิค คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการวิชาชีพรังสีเทคนิค กองสถานพยาบาลฯ กระทรวงสาธารณสุข

    6. อ.นพ.สุขุม กาญจนพิมาย นายกสมาคมผู้บริหารโรงพยาบาลประเทศไทย

    7. รศ.พญ.จิราภรณ์ ศรีอ่อน รองประธานวิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

    8. นพ.กนก พิพัฒน์เวช รองผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข

    9. พญ. ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล

    ในเวทีเสวนานี้ ตัวแทนทั้ง 9 องค์กรวิชาชีพเห็นพ้องร่วมกันว่า การทำงานร่วมกันเป็นทีมแบบสหวิชาชีพ (Interprofessional Collaboration) เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) ปัญหาสำคัญในระบบสุขภาพไทยไม่ได้เกิดจากความรู้ความสามารถของบุคลากรที่ไม่เพียงพอแต่มาจากการทำงานที่แยกส่วนและปัญหาเรื่องการสื่อสาร (Communication Breakdown)

    การพัฒนาหลักสูตรที่เน้นการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องผลักดันให้เป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพการทำงานเป็นทีม เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย พร้อมผลักดัน TeamSTEPPS และ IPC สู่ระดับประเทศ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย Zero Harm 2030 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยบูรณาการในทุกระดับ ตั้งแต่แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) การอบรมวิชาชีพ ไปจนถึงมาตรฐานรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (HA) พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนทรัพยากรและนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาทีมสุขภาพนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • “ม.กรุงเทพธนบุรี” ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก! นทพ.ชัยกวี “คว้าชัยอันดับ 1” การแข่งขันทันตกรรมระดับเอเชียแปซิฟิก

    “ม.กรุงเทพธนบุรี” ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก! นทพ.ชัยกวี “คว้าชัยอันดับ 1” การแข่งขันทันตกรรมระดับเอเชียแปซิฟิก

     

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติอีกครั้ง ด้วยความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของ นทพ. ชัยกวี อำทะวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 6 คณะทันตแพทยศาสตร์ ที่สามารถคว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน Clinical Skill Competition: Wire Bending ในงานประชุมวิชาการ Asia Pacific Dental Students Association (APDSA) Annual Congress 2025 ครั้งที่ 51 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

    การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับเป็นเวทีที่ท้าทายและสะท้อนถึงศักยภาพทางวิชาการและทักษะปฏิบัติของนักศึกษาทันตแพทย์ในระดับสากล ซึ่ง นทพ.ชัยกวี ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่น และความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง จนสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ได้สำเร็จ

    เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ คือการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยท่านศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีผู้บริหารที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้เป็นผู้นำด้านการผลิตบัณฑิตคุณภาพสูง ด้วยแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จนสามารถผลักดันนักศึกษาให้ไปถึงเวทีระดับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

    ท่าน ศ.ดร.บังอร กล่าว “ความสำเร็จของนักศึกษาทันตกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว และยังสะท้อนถึงความมาตรฐานในระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้อย่างแท้จริง”

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์, ผศ.ดร.ธิติยา มีชัย รองคณบดีและผู้บริหาร คณาจารย์ ชื่นชมลูกศิษย์และขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง และชื่นชมในความตั้งใจของ นทพ.ชัยกวี ที่ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนนักศึกษาในมหาลัยและทั่วประเทศ พร้อมย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ BTU ในการพัฒนาเยาวชนไทยให้ “ก้าวไกลสู่เวทีโลก” อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี คว้าแชมป์ตะกร้อหญิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก.

    โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี คว้าแชมป์ตะกร้อหญิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก.

     

    นางสมจิต  บุญคงเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายประวัติวงศ์ หาวะบุตร  รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬา(หัวหน้าผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อหญิง) พร้อมผู้ฝึกสอนและนักกีฬาเซปักตะกร้อ รับถ้วยรางวัลพระราชทานตะกร้อหญิง จากผู้แทนพระองค์รายการ การแข่งขันตะกร้อชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก. ครั้งที่46 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 5-11 สิงหาคม ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอซ์แลนด์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 68 ที่ผ่านมา

    พร้อมกันนี้ นางสมจิต บุญคงเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีได้กล่าวขอขอบคุณและชื่นชมโค้ชและขอบใจ ชื่นชมลูกๆนักกีฬาทุกคน ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุพรรณบุรี

    โดยทีมนักกีฬาโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศแชมป์ตะกร้อหญิงถ้วยพระราชทาน ม.ว.ก. รุ่นอายุ 18 ปีหญิง ไดัแก่ นางสาวฐิติมา กระโจมผล /นางสาวพิมพ์ลภัส ประจงมูล /นางสาวพรรณปพร ไชยยศ /นางสาวรุ่งฟ้า สีอักคะฮาด /นางสาวธนัชชา ถิ่นจอหอ และโค้ช ได้แก่  นายประวัติวงศ์ หาวะบุตร นางสาวสุธิชา วงค์คำจันทร์  และนางสาวอุทัยวรรณ ผึ้งสุข

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • สาวนักกอล์ฟ ทุน ม.ศรีปทุม สร้างชื่อต่างแดน โดนใจสปอนเซอร์ จองคิวร่วมหวดวงสวิงปีหน้า

    สาวนักกอล์ฟ ทุน ม.ศรีปทุม สร้างชื่อต่างแดน โดนใจสปอนเซอร์ จองคิวร่วมหวดวงสวิงปีหน้า

     

    “คำรักษ์” น.ส.อารยา สิงห์ฉลาด นักศึกษาทุนกีฬากอล์ฟ ชั้นปี 3 จากรั้วมหาวิทยาลัยศรีปทุม ทำผลงานอันดับ 4 และคว้ารับรางวัล Best of The Day จากการแข่งขันรายการ 48th RSGC LAO 2025 สนาม Royal Salangor พาร์ 73 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5-7 สิงหาคม 2528 ที่ผ่านมา

    โดยการแข่งขันของอารยา วันแรกค่อนข้างกดดันทำผลงานได้ไม่ค่อยดี +5 สกอร์ 78 อยู่อันดับที่ 14 ก่อนที่จะรวบรวมสมาธิ และได้รับการสร้างกำลังใจจาก อ.จ๊ะเอ๋-เบญจะ นิพิฐกุลทอง โค้ชกอล์ฟทีมหญิง จาก ม.ศรีปทุม ในวันที่ 2 ทำสกอร์ +1 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 9 สกอร์ 74 ซึ่งผ่านการตัดตัว 30 คน จากนักกอล์ฟ 57 คน ในวันสุดท้ายอารยา เร่งทำผลงานออกมาดีเกินคาดหมาย -2 สกอร์ 71 ผลงานรวม 3 วัน 223 ขยับโดดเด่นขึ้นมา คว้าอันดับที่ 4 ในรายการไปครอง พร้อมกับรางวัล Best of The Day มาครอง

    อ.จ๊ะเอ๋-เบญจะ นิพิฐกุลทอง โค้ชที่เดินทางไปดูแลและคอยประสานงาน กล่าวว่า ตนภูมิใจในผลงานจากต่างแดนของนักศึกษาในครั้งนี้มาก ซึ่งในการนี้ต้องขอบคุณ คุณเอกชัย จาก The Social Group ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารไทยหลายแห่งอยู่ในประเทศมาเลเซีย เป็นผู้สนับสนุนออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าสมัครจนถึงค่าทิปแคดดี้ และยังมอบเสื้อทีม หมวก และลูกกอล์ฟ ซึ่งใช้สำหรับการแข่งขันในรายการนี้ด้วย และเมื่อทำผลงานเป็นที่เข้าตาสร้างชื่อเสียงแบบนี้ ทำให้ทางผู้ให้การสนับสนุน ก็ยินดีส่งน้องคำรักษ์-อารยา เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ในปีหน้า (2026) ต่ออีกด้วย และต้องขอขอบคุณกรรมการทั้งสองท่าน ได้แก่  Stella Chau Yoke Lee ตำแหน่ง President RSGC LAO และ Dato Yasmin Yusuff ตำแหน่ง LAO committee members ที่เอ็นดูกับน้องอารยาเป็นอย่างมาก โดยสนับสนุนช่วยหาสปอนเซอร์สนับสนุนให้อารยาพร้อมกับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2026 อีกด้วย ที่สำคัญต้องขอขอบคุณท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ พลเอกเสรี พุกกะมาน ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่เปิดโอกาสให้กับนักกีฬาทุน ได้มาแสดงบทบาทในเวทีระดับนานาชาติด้วยค่ะ”

     

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” นวัตกรรมจากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ คว้าทองแดงและรางวัลพิเศษ ที่เจนีวา

    “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” นวัตกรรมจากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ คว้าทองแดงและรางวัลพิเศษ ที่เจนีวา

     

    “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเคี้ยวกลืนลำบาก” ผลงานของ ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ และคณะ ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Medal) จากงาน “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9-13 เมษายน 2568 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และได้รับรางวัลพิเศษ Prize of Malaysia delegation from Malaysia Delegation จากประเทศมาเลเซีย นับเป็นอีกหนึ่งผลงานนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุที่มักประสบปัญหาการบริโภคอาหารได้น้อยและเคี้ยวกลืนลำบาก

                   ผศ.ดร.วรัญญา เตชะสุขถาวร หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเคี้ยวกลืนลำบาก เปิดเผยถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรมนี้ว่า ในสังคมผู้สูงวัย ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาในการเคี้ยวกลืนอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อลดลง จากการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องในเรื่องอาหารสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบากโดยได้พัฒนา “46 เมนูอาหารฝึกกลืนตามมาตรฐานสากล IDDSI” ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้พัฒนาอาหารสำเร็จรูปในรูปแบบของว่างที่ครบครันสารอาหารสำหรับผู้สูงอายุ มีความปลอดภัยในการกลืน จึงเป็นที่มาของ “เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงดัดแปลงเนื้อสัมผัสสำหรับผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นอาหารเสริมระหว่างวันของผู้สูงอายุ ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทย ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “Elderine” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท บ้านโป่ง โนวิเทท จำกัด

    “งานวิจัยพัฒนาสูตรเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงใช้เวลานานกว่า 1 ปี ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ในห้องปฏิบัติการ มีการวิจัยทดลองดัดแปลงเนื้อสัมผัสและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ปรับสัดส่วนของวัตถุดิบ รสชาติ การตรวจสอบเนื้อสัมผัส ประเมินการยอมรับของผลิตภัณฑ์ในอาสาสมัครที่เป็นผู้สูงอายุ 30 คน จนถึงการปรับใช้เทคโนโลยีของการผลิตที่ตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุด” ผศ.ดร.วรัญญากล่าว

    ผศ.ดร.วรัญญา อธิบายถึงลักษณะพิเศษของเจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงที่พัฒนาขึ้นว่า มีความแตกต่างจากเจลลี่พุดดิ้งทั่วไปที่จำหน่ายในท้องตลาดที่เนื้อสัมผัสที่เป็นแบบ 2 in 1 กล่าวคือ เนื้อเจลลี่พร้อมรับประทาน มีความคงตัวอยู่บนช้อนได้ และสามารถเป็นเนื้อพุดดิ้งที่อ่อนนุ่มเมื่อใช้ช้อนบดเพียงเล็กน้อย ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถบดเคี้ยวอาหารได้แม้จะไม่มีฟันก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการผสมเวย์โปรตีนไอโซเลตชนิดพิเศษสูงถึง 7 กรัมต่อถ้วย โดยไม่ทำให้เนื้อสัมผัสแข็งกระด้าง ไม่มีรสขม มีการผสมแป้งมันสำปะหลังชนิดดัดแปลงโมเลกุลกลูโคสโพลิเมอร์ให้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ รวมทั้งมีการปรับเนื้อสัมผัสด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างคาราจีแนนและสารก่อให้เกิดเจลอื่นๆ มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง สามารถเก็บผลิตภัณฑ์ได้ในอุณหภูมิปกตินานถึง 6 เดือนโดยคุณภาพและเนื้อสัมผัสของเจลลี่พุดดิ้งยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันได้พัฒนาเจลลี่พุดดิ้งเป็นสองรสชาติที่ถูกปากคนไทยคือรสกล้วย และรสสตรอว์เบอร์รี่ เจลลี่พุดดิ้ง 1 ถ้วยมีคุณค่าทางอาหารให้พลังงาน 70 – 80 แคลอรี่ และให้โปรตีนคุณภาพที่ย่อยง่าย 7 – 8 กรัมซึ่งเทียบได้กับไข่ไก่ 1 ฟอง ถือเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ สามารถรับประทานได้ 2 ถ้วยต่อวัน นอกจากผู้สูงอายุแล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้บริโภคหลายกลุ่ม เช่น ผู้ที่เพิ่งถอนฟันหรือผ่าฟันคุดซึ่งประสบปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร เด็กวัยรุ่นที่ต้องการอาหารที่เพิ่มโปรตีน ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการโปรตีนสูง รวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายที่ต้องการเสริมกล้ามเนื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งในด้านการวิเคราะห์ขั้นสูง ได้รับความร่วมมือจาก ดร.ชัยวุฒิ กมลพิลาส ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินการทดสอบเนื้อสัมผัสและความลื่นของอาหาร (oral tribology) เนื้อสัมผัสของเจลลี่พุดดิ้ง

    ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในระหว่างดำเนินการขอจดสิทธิบัตร สำหรับแผนงานในอนาคต ผศ.ดร.วรัญญาเผยว่า จะขึ้นทะเบียนให้เป็นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษ ในรูปแบบอาหารทางการแพทย์ โดยได้รับความร่วมมือจากทีมวิจัย (ผศ.พญ.ภัทรา วัฒนพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ในการศึกษาวิจัยในมนุษย์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เจลลี่พุดดิ้งโปรตีนสูงกับการเพิ่มขึ้นของมวลกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ และกำลังขยายความร่วมมือกับทีมวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นในการผลิตเจลลี่พุดดิ้ง ออกจำหน่ายจริง คาดว่าจะวางจำหน่ายในท้องตลาดได้ราวเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

    ผศ.ดร.วรัญญายังคงมุ่งมั่นศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบากต่อไป โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น เช่น ขนมไทยสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชั่นที่มีการเพิ่มสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ไฟเบอร์หรือใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย เป็นต้น

     

     

    #https://test.learninfinity.net/

  • วช. ร่วม สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการพัฒนาสุขภาวะที่ดีของผู้สูงวัย คณะพยาบาล ม.อ.

    วช. ร่วม สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการพัฒนาสุขภาวะที่ดีของผู้สูงวัย คณะพยาบาล ม.อ.

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ให้การสนับสนุน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ศูนย์วิจัยเพื่อสุขภาพและการดูแลต่อเนื่องคณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ., ศูนย์ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุคณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ. ในการจัดกิจกรรม “การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านสุขภาวะแก่ผู้สูงวัยและเยาวชน”
                      ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลัพณา กิจรุ่งโรจน์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์, รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์, รองคณบดีฝ่ายวิจัยพันธกิจสังคมและกิจการนานาชาติ, รองศาสตราจารย์ ดร.ประณีต ส่งวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสุขภาพและการดูแลต่อเนื่องคณะพยาบาลศาสตร์, ดร.วศินี สมศิริ หัวหน้าหน่วยวิจัยพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัยแบบยั่งยืน, นางสาววันทนีย์ เหลืองวิสุทธิศิริ นายกสมาคมเยาวชนนักประดิษฐ์ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้แทน อ.พิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ   และนางระเบียบ จิตเกื้อ ประธานศูนย์ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุคณะพยาบาลศาสตร์ เข้าร่วมกิจกรรม ณ อาคาร ดวงดี สังโยบล คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
                     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สูงวัยโดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ในรูปแบบ Simulation Program มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้กับผู้สูงอายุในรูปแบบใหม่ เพื่อฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ และส่งเสริมสุขภาพ ผ่านกิจกรรมที่ให้ความเพลิดเพลิน การเรียนรู้พื้นฐาน การประยุกต์ใช้โดรนในกิจกรรมออกกำลังกาย อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม
                     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลัพณา กิจรุ่งโรจน์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ กล่าวว่าโครงการฯนี้ ได้รับโจทย์การขับเคลื่อนด้านการมีสุขภาพที่ดีของผู้สูงวัยในสังคม ดังนั้นจึงได้เกิดเครือข่ายจาก มหาวิทยาลัย และชุมชนรวมถึงภาคเอกชนร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่เป็น ประโยชน์ นวัตกรรมเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เกิดการลดรอยต่อ ในการเรียนรู้ระหว่างวัย ให้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
                      รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมกล่าวขอบคุณ วช. และหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชนที่ให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุ โดยในปัจจุบันพบผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวข้อต่อ มือ นิ้ว มากขึ้นอันเกิดการที่ไม่มีกิจกรรมที่เหมาะสมกระตุ้นให้มีการใช้กล้ามเนื้อ และที่สำคัญคือในด้านจิตใจ การที่ผู้สูงวัยมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกหลานทำให้ลดช่องว่างระหว่างวัยได้ ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
                      ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสการเรียนรู้ สัมผัสเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ทั้งยังส่งเสริมสุขภาวะให้กับผู้สูงอายุในชุมชน ผ่านกิจกรรมร่วมกันทำให้ลดช่องว่างระหว่างวัยได้เป็นอย่างดี
    #https://test.learninfinity.net/
  • สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. ส่งมอบนวัตกรรมโดรนกู้ภัย เสริมภารกิจช่วยเหลือประชาชน จ.น่าน

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วม วช. ส่งมอบนวัตกรรมโดรนกู้ภัย เสริมภารกิจช่วยเหลือประชาชน จ.น่าน

                   สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่งมอบ “นวัตกรรมโดรนกู้ภัยและระบบปฏิบัติการ” แก่ศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเสริมขีดความสามารถในการบริหารจัดการและเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
                   นวัตกรรมโดรนกู้ภัยนี้ถูกออกแบบให้สามารถบินสำรวจพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ช่วยค้นหาผู้ประสบภัย และสนับสนุนการวางแผนการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาภายใต้ความเชี่ยวชาญของสมาคมที่มีบทบาทสำคัญด้านเทคโนโลยีการบินไร้คนขับในประเทศไทย โดยมี นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้ส่งมอบนวัตกรรมดังกล่าวให้แก่ นายอิทธิฤทธิ์ ยะแสง ประธานศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
                   วช. ยังได้ร่วมสนับสนุนการจัดถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที
                   สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้านการบินไร้คนขับเพื่อประโยชน์ของสังคม และพร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือในทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • “ม.กรุงเทพธนบุรี” ศ.ดร.บังอร มอบเงิน 100,000 บาท ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน ไทย–กัมพูชา”

    “ม.กรุงเทพธนบุรี” ศ.ดร.บังอร มอบเงิน 100,000 บาท ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน ไทย–กัมพูชา”

    วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ รัฐสภา คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ร่วมแสดงน้ำใจและความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    ในการนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมทีมงาน ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาอย่างอบอุ่น

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีขอส่งกำลังใจและแรงใจไปยังพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบพร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทต่อการช่วยเหลือสังคม ไม่เพียงด้านการศึกษา แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ แม้ในยามเกิดวิกฤตต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนอีกด้วย

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย