Category: แฟ้มข่าวดีดี

  • ศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร จัดโครงการความร่วมมือกับ Chiba U.จากญี่ปุ่น ชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย เน้นกิจกรรม “นันทนาการ ท่องเที่ยวและกีฬา”

    ศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร จัดโครงการความร่วมมือกับ Chiba U.จากญี่ปุ่น ชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย เน้นกิจกรรม “นันทนาการ ท่องเที่ยวและกีฬา”

     

    คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง Chiba University ประเทศญี่ปุ่น และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2568
    .
    คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับ Chiba University ประเทศญี่ปุ่น ประจำปีการศึกษา 2568 ตามนโยบายพัฒนาความเป็นสากลของมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับนักศึกษาไทย โดยมีคณาจารย์และนักศึกษาจาก Chiba University เข้าร่วมจำนวน 11 คน ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วชิระ จันทราช รองคณบดีฝ่ายพัฒนาองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาอาสาสมัครที่ร่วมดูแลกิจกรรมตลอดโครงการ

    “จากการที่ทางคณะฯ ได้จัดโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับ Chiba University ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราก็ได้ส่งอาจารย์และนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ TWINCLE Program แลกเปลี่ยนความรู้วิทยาศาสตร์การกีฬา ณ มหาวิทยาลัยชิบะ ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อนักศึกษาจาก Chiba University ได้มีโอกาสมาศึกษาในประเทศไทย ทางคณะฯ จึงได้นำจุดเด่นทางด้าน การจัดการนันทนาการ การท่องเที่ยวและกีฬา ที่เราเปิดสอนทั้งระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก มาเสริมให้กับพวกเขา โดยมีการสอดแทรกศิลปวัฒนธรรมไทย ที่เป็นจุดเด่นและฝากให้นักศึกษาเขาได้นำความประทับใจที่เกิดขึ้นไปถ่ายทอดให้กับเพื่อน ๆ ที่ประเทศเขา ดังนั้นจึงอยากจะฝากขอบคุณคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และนักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ทุกคน ที่ช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่แสนดี ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาจากญี่ปุ่นด้วยความอบอุ่น”  ศาสตราจารย์ ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ กล่าวเปิดเผย
    .
    กิจกรรมภายในโครงการครอบคลุมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย ผ่านการศึกษาดูงานแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและกรุงเทพมหานคร รวมถึงการเข้าร่วม กิจกรรมเชิงปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ภาษา และวัฒนธรรมไทย–ญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างสองสถาบัน
    .
    โครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางวิชาการ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาในอนาคต และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากรในระดับนานาชาติ

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • ดงหลวงวิทยา-คำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์-วารินชำราบ คว้าแชมป์แข่งโดรน “หนูน้อยจ้าวเวหา” สนาม 4 จ.อุบลราชธานี

    ดงหลวงวิทยา-คำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์-วารินชำราบ คว้าแชมป์แข่งโดรน “หนูน้อยจ้าวเวหา” สนาม 4 จ.อุบลราชธานี

     

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS จัดการแข่งขันเครื่องบินจำลองวิทยุบังคับ รายการ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2568 รอบคัดเลือกสนามที่ 4 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี และให้การต้อนรับ โดยนายประพนธ์ โชควิวัฒน์วนิช รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี นายพุฒิเมธ พวงจันทึก ผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลมังสาหาร นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

     

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ วช. และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้สนับสนุนให้สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และสมาคมเยาวชนนักประดิษฐ์(ประเทศไทย) ดำเนินการจัดกิจกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถของเยาวชนไทย ในทักษะด้านเทคโนโลยีอากาศยาน รวมถึงส่งเสริมการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเรียนรู้เทคโนโลยียุคดิจิทัล พร้อมกันนี้ กิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นการฝึกคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และเรียนรู้การทำงานเป็นทีม เยาวชนจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์จากการแข่งขัน เพื่อฝึกฝนให้เยาวชนมีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต

     

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ขอขอบคุณ วช. และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ให้การสนับสนุนการสร้างศักยภาพเยาวชนไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์ ส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยให้เข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ การแข่งขันในครั้งนี้ มุ่งหมายความก้าวหน้าในการพัฒนาเยาวชนด้านการควบคุมและออกแบบอากาศยานไร้คนขับ ทั้งในด้านความแม่นยำ ความเร็ว และการวางแผน สมาคมฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างโอกาสทางการเรียนรู้เชิงประยุกต์ให้แก่เยาวชน และหวังว่าองค์ความรู้ที่ได้รับจะสามารถต่อยอด และพัฒนาทักษะสมรรถนะให้กับอนาคตทางการเรียนของเยาวชน

    การแข่งขันเครื่องบินจำลองวิทยุบังคับ “หนูน้อยจ้าวเวหา” ชิงถ้วยพระราชทานฯ รอบคัดเลือกสนามที่ 4 ได้ผู้ชนะเลิศใน 3 ประเภทการแข่งขัน ดังนี้

    ประเภทปีกหมุนประลองปัญญา

    -รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ทีม ดว.โดนเส้น จากโรงเรียนดงหลวงวิทยา จ.มุกดาหาร

    -รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ทีม เกิบคีบ จากโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล จ.มุกดาหาร

    -รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ทีม adamas จากโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล จ.มุกดาหาร

    ประเภทยุทธวิธี

    -รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ทีม gifted KC ทีมนี้พี่ขอ จากโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ จ.ยโสธร

    -รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ทีม เรณูนคร จากโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล จ.นครพนม

    -รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ทีม มุกดาวิทยานุกูล03 จากโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล จ.มุกดาหาร

    ประเภทปีกหมุนประลองทักษะ

    -รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ทีม ป๋อปาเป้า จากโรงเรียนวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

    -รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ทีม sky view จากโรงเรียนอัสสัมชัญนครรราชสีมา จ.นครราชสีมา

    -รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ทีม NongNao จากโรงเรียนบ้านหนองหนาว จ.มุกดาหาร

    ทั้งนี้ การแข่งขันเครื่องบินจำลองวิทยุบังคับ รายการ ‘หนูน้อยจ้าวเวหา’ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาได้แสดงออกถึงศักยภาพและทักษะด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งกระตุ้นการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ผ่านกิจกรรมการแข่งขันที่สนุกสนานและท้าทาย โดยเยาวชนจะได้พัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

    👏 ขอบคุณทุกทีมที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ พร้อมโชว์ศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณนักกีฬาแล้วพบกันอีกครั้งใน รอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 🚀✨

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • คอนเสิร์ต “Concerto of Giving” รวมพลัง Forest Guardians Youth Choir ถ่ายทอดบทเพลงเพื่อระดมทุนร่วมปกป้องป่า และลดปัญหาฝุ่น PM2.5

    คอนเสิร์ต “Concerto of Giving” รวมพลัง Forest Guardians Youth Choir ถ่ายทอดบทเพลงเพื่อระดมทุนร่วมปกป้องป่า และลดปัญหาฝุ่น PM2.5

     

    กรุงเทพฯ, 1 กันยายน 2568 – หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจและพลังแห่งการให้ ในคอนเสิร์ตการกุศล “Concerto of Giving: Virtuoso, Voices and Vision” จัดโดย Piano Academy of Bangkok ร่วมกับ 159 Chamber Orchestra เครือข่าย RoLD Fellows ศูนย์ออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUD4S) และภาคีมากมายที่ร่วมเป็นสปอนเซอร์ อาทิ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน), วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) บนเวทีครั้งนี้ ศิลปินรุ่นเยาว์ 20 คน เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ ร่วมบรรเลงและขับร้องกับ 159 Chamber Orchestra พร้อมเด็กและเยาวชนกว่า 110 คนที่รวมตัวกันเป็น Forest Guardians Youth Choir ถ่ายทอดบทเพลง Heal the World, We Are the World และ โลกสวยด้วยมือเรา เพื่อส่งต่อความหวังและจุดประกายเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่สังคม คอนเสิร์ตครั้งนี้สามารถระดมทุนสนับสนุนโครงการ Forest Guardians – ชุมชนพิทักษ์ป่า ได้เป็นเงินทั้งสิ้น 426,299 บาท ซึ่งโครงการ Forest Guardians ได้ทำงานเคียงข้างชุมชนในป่าบริเวณ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และสระบุรี เพื่อป้องกันไฟป่า ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ “เสียงดนตรีของเยาวชนในวันนี้ คือพลังแห่งความหวังที่ไม่เพียงขับกล่อมผู้ฟัง แต่ยังปลุกสังคมให้ร่วมกันปกป้องป่าและลดปัญหา PM2.5 เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน”— ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ประธานโครงการ Forest Guardians – ชุมชนพิทักษ์ป่า กล่าว นอกจากนี้ คอนเสิร์ตยังตอกย้ำพลังความร่วมมือจากเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา หรือ RoLD Fellows ที่ได้เข้าร่วมโครงการ The Rule of Law and Development Program (RoLD Program) ภายใต้การดำเนินงานของ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จัดงาน Forest

    Guardians Dinner Talk เปิดเวทีระดมพลังผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่น เพื่อผลักดันแนวคิด “ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม” ผ่านกลไก การจ่ายค่าตอบแทนบริการระบบนิเวศ (PES: Payment for Ecosystem Services) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ชุมชนผู้ดูแลผืนป่าได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ปัจจุบัน โครงการ Forest Guardians กำลังสนับสนุนการทำงานของ 35 ชุมชนพิทักษ์ป่า ในการเสริมทักษะ จัดหาอุปกรณ์ และสนับสนุนทรัพยากร เพื่อให้ “คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” โดยมี เอกอัครราชทูตไทย อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษา TIJ , นางสุดา พนมยงค์ และนางเกษร จิตถเวช ร่วมมอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้แสดงและผู้จัดงาน ค่ำคืน “Concerto of Giving” ได้พิสูจน์ว่า ศิลปะ ดนตรี และความยั่งยืน สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างทรงพลัง และเสียงใส ๆ ของเยาวชนไทย กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยฟื้นคืนป่า อากาศ และอนาคตที่สดใสให้กับทุกคน ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน • ร่วมบริจาคและติดตามโครงการได้ที่: https://taejai.com/th/fundraising/2068 • ระยะเวลาระดมทุน: 31 มกราคม – 28 ธันวาคม 2568 • Facebook: Forest Guardians ชุมชนพิทักษ์ป่า • Line Official: @forestguardians

    ———-

    เครือข่ายสนับสนุน ผู้สนับสนุนหลัก: น้ำตาลขอนแก่น | ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) | จึงพัฒนา โฮลดิ้ง | น้ำตาลมิตรผล | สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น | Thailand Investing for Impact (TIFI) | TNP Group | วนชัย กรุ๊ป ภาคีร่วมขับเคลื่อน:

    เทใจดอทคอม | สถาบันธรรมรัฐ (GSEI) | สสส. | ศูนย์ HD | RoLD Fellows | มูลนิธิสภาลมหายใจเชียงใหม่ | มูลนิธิฮักเมืองน่าน | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

     

    ที่มา: RoLD Fellows

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • ม.รังสิต เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท เรียวกังจากญี่ปุ่น

    ม.รังสิต เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท เรียวกังจากญี่ปุ่น

    สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ร่วมด้วย ฝ่ายญี่ปุ่นสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท เรียวกัง จากเมืองฮาโกเน่ จังหวัดคานางาวา ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 10 แห่ง ในการเดินทางมาเยือน มหาวิทยาลัยรังสิต และเจรจาความร่วมมือด้านการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต ไปฝึกงานสหกิจศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เชาว์ เต็มรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายญี่ปุ่นสัมพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปิยสุดา ม้าไว คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์วิทยาลัยศิลปศาสตร์ร่วมต้อนรับ ณ มหาวิทยาลัยรังสิต

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปิยสุดา ม้าไว คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในนามของวิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางคณะผู้ประกอบการจากเมืองฮาโกเนะ จังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น ทั้ง 7 แห่ง ได้กรุณาให้เกียรติเดินทางมา และยังเตรียมการบรรยายพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานโรงแรม รวมถึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาของวิทยาลัยศิลปศาสตร์ ได้พูดคุยและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย

    “วิทยาลัยศิลปศาสตร์ ขอขอบพระคุณ ดร. เชาว์ เต็มรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายญี่ปุ่นสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่กรุณาให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนด้านการฝึกงานประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอด สำหรับพื้นที่กิจกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เอง เรียกว่าเป็นโอกาสอันดี ที่นักศึกษาทั้งเอกภาษาญี่ปุ่น และเอกภาษาอังกฤษจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น การฝึกงานในต่างประเทศ ไม่เพียงแต่นักศึกษาจะได้ประโยชน์ในด้านการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตในสังคมและวัฒนธรรม วิทยาลัยศิลปศาสตร์เล็งเห็นว่าการฝึกงานถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษา เพราะเป็นโอกาสที่นักศึกษาจะได้นำสิ่งต่างๆ ที่เรียนรู้ไปฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง และได้ตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของตนเองเพื่อพัฒนาตนเองให้มีความพร้อมสำหรับโลกของการทำงานจริงในอนาคต จากความสำเร็จในการส่งนักศึกษาสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น วิทยาลัยศิลปศาสตร์ จำนวน 2 คนไปฝึกงานสหกิจฯ ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ณ Fujiya Hotel โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มีประวัติยาวนานกว่า 147 ปี ในปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา ทำให้ในขณะนี้ มีนักศึกษา (รุ่นที่ 3) กำลังฝึกงานกระจายอยู่ตามโรงแรม รีสอร์ท เรียวกังในจังหวัดต่างๆ ที่ญี่ปุ่นทั้งสิ้น 18 คน รวมถึง Fujiya Hotel, Hotel Nanpuso และ FUJITA KANKO Hotel Kowakien ของคณะผู้มาเยือนในครั้งนี้ด้วย การมาเยือนของคณะผู้ประกอบการจากเมืองฮาโกเน่นี้ นับเป็นครั้งที่ 2 นอกจากจะมีการบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรม ลักษณะของงาน เงื่อนไขการฝึกงาน สวัสดิการต่างๆที่มีให้กับพนักงานแล้ว คณะผู้ประกอบการยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น และสาขาวิชาภาษาอังกฤษที่สนใจ สามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลและสัมภาษณ์งานกับผู้บริหารของโรงแรมโดยตรงได้เลย บางโรงแรมได้ยกกรณีที่ นักศึกษาต้องการทำงานที่ญี่ปุ่น เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของการฝึกงานแล้ว ก็ได้รับโอกาสให้เข้าทำงานในฐานะพนักงานประจำอีกด้วย นับเป็นโอกาสพิเศษสุดจริงๆ ที่มอบให้แก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิตในครั้งนี้”

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • วช. หนุน สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรน ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

    วช. หนุน สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรน ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

    สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้เปิดตัว ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนต้นแบบ ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา
                  โดยในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. เป็นประธาน พร้อมด้วย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ผู้ริเริ่มแนวคิดและผลักดันการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ พร้อมด้วย นายพุฒิเมธ พวงจันทึก ผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลมังสาหาร, ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมพิธี ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
    ✨ บทบาทสำคัญของสมาคมฯ คือการทำหน้าที่เป็น กลไกหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drone) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่เยาวชนไทย โดยสมาคมฯ ได้สนับสนุนทั้ง
    * อุปกรณ์การเรียนรู้ครบครัน เช่น โดรนเพื่อการศึกษาและระบบ Flight Simulator
    * หลักสูตรการเรียนการสอนด้าน UAV และ AI ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
    * การสร้างพื้นที่ต้นแบบเพื่อ ขยายผลสู่สถาบันการศึกษาในภูมิภาค
                     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีโดรน ซึ่งได้นำมาใช้ประโยชน์ทั้งด้านเกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา และความมั่นคง โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ต้นแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งหวังการพัฒนาทักษะของเยาวชนในสถาบันการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมการส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนในด้าน STEM และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งทางโรงเรียนพิบูลมังสาหารมีศักยภาพและความสามารถจากการแข่งขันและการได้รับรางวัลในระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบต่อยอดสู่การสร้างถ่ายทอดความรู้ การพัฒนาทักษะ ให้กับพื้นที่
                     นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรนต้นแบบมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในด้านการใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับได้ให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์การเรียนรู้ เช่น โดรนสำหรับถ่ายภาพมุมสูง, ระบบ Flight Simulator และจัดตั้งหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาทักษะของเยาวชน พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรที่มีคุณภาพให้กับประเทศ
                     ทั้งนี้ วช. และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่าย มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนไทยในด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการจัดอบรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันและเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้กับเยาวชนไทย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
    🎯 เป้าหมายของสมาคมฯ คือการ ยกระดับศักยภาพเยาวชนไทย ให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมก้าวสู่การเป็น นวัตกรที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
    การจัดตั้งศูนย์ฯ ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่ง ความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ที่ไม่เพียงสร้างโอกาสการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้กับเยาวชนในจังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบการพัฒนาเยาวชนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศต่อไป
    🎯 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดการแข่งขัน “หนูน้อยจ้าวเวหา” รอบคัดเลือกสนามที่ 4 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สมาคมฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านการบังคับเครื่องบินจำลองวิทยุบังคับ ควบคู่ไปกับการเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
    #สำนักข่าวการศึกษาไทย
  • ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     

    ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ประจำปีการศึกษา 2567 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 โดยมีดุษฏีบัณฑิต มหาบัณฑิต และบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน 2,595 คน

    ในการนี้ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ดร.วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาเฝ้ารับเสด็จ ณ อาคาร Bangkok Thonburi Hall มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    โอกาสนี้มีบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และสาธารณะ สมควรได้รับปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ รวม 7 คน โดยสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีมติเอกฉันท์มอบปริญญาศิลปกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์แก่พระเทพวชิรวิทยานุสิฐ (วราห์ ปุญญวโร) รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะรัฐศาสตร์แก่พระครูยติธรรมานุยุต (สมทรง ธมมทินโน) ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะนิเทศศาสตร์แก่ นายศุภชัย ศรีวิจิตร (เอ) และนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง (อ๊อฟ) บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะบริหารธุรกิจแก่ นายไพศาล เพริศวิวัฒนา มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะรัฐศาสตร์แก่นายจะเด็ด มีหกวงค์ และมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะบริหารธุรกิจแก่ นางหยาง จิ่ง (Mrs.Yang Jing)

    เหล่าดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง และสื่อมวลชนที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ได้แก่ น.ส.ดวงพร แน่งน้อย ปริญญาโทศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา น.ส.ทัศนียา รัตน์วงศ์
    ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ นายสถาพร ชุ่มจิตร นายณัฐพล นิลดอนหวาย น.ส.กัญกนิษฐ์ มั่งมี และน.ส.สุธิรจน์ ศรีเพ็ชร ปริญญาโทนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คุณปัทมา ปานทอง ปริญญาตรีนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบสื่อและการผลิตสื่อ น.ส.ปิ่นทิพย์ อรชร ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ คุณเพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (หม่ำ
    จ๊กม๊ก) ปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ และ นายภาคิน คุณาอนุวิทย์ (มาร์ค) ปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ บุคลากรด้านการกีฬา และนักกีฬาผู้มีชื่อเสียงที่สำเร็จการศึกษาในปีนี้ด้วย เช่น นางกมลา ทองกร (คุณแม่ปุ๊ก ) ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต นายกุลวุฒิ วิทิตศานต์ (น้องวิว) นักกีฬาแบดมินตันชายเดี่ยวมือวางอันดับ 1 ของโลก นายนฤเศรษฐ์ เหล่าเทิดพงษ์ (องศา) นายวรภพ ชื่นค้า (บีม) นายสุรสิทธิ์ อริยะบารนีกุล (จ๊อบ) และนายภรัณยู ขาวสำอาง (ภีม) ปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์

     

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • บทพิสูจน์ “ภาวิดา ภัทรวิหค” : เมื่อความรู้ด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์เป็นพลังขับเคลื่อนสู่สังคมที่เท่าเทียม

    บทพิสูจน์ “ภาวิดา ภัทรวิหค” : เมื่อความรู้ด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์เป็นพลังขับเคลื่อนสู่สังคมที่เท่าเทียม

     

    ในยุคที่ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของสังคม การทำงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ หนึ่งในบุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนภารกิจนี้คือ “ภาวิดา ภัทรวิหค” ศิษย์เก่าคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งปัจจุบันทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เธอคือผู้ที่เชื่อมั่นว่า “ความถูกต้อง ต้องมีหลักฐานรองรับ และความยุติธรรม ต้องมาจากระบบที่มีประสิทธิภาพ”

    จากองค์ความรู้ในห้องเรียน สู่ภารกิจในสนามจริง

    ภาวิดา กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ เพราะสนใจที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงกับระบบกฎหมาย คิดว่าการนำข้อมูลที่แม่นยำและเป็นกลางมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น และมีความเชื่อมาโดยตลอดว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือได้มากขึ้นหากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมารองรับ ซึ่งสาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งด้านกฎหมาย พฤติกรรมมนุษย์ และเทคโนโลยีในงานสืบสวน เช่น การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอาชญาวิทยา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญมากและตอบโจทย์ความตั้งใจของเราได้ตรงจุดมาก ขณะเดียวกันองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนการสอนในหลักสูตรมีบทบาทสำคัญมาก โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกในด้านอาชญาวิทยาที่ทำให้เราสามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาได้อย่างรอบด้าน ส่วนความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ก็ช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อมูลอย่างถูกต้อง และเมื่อเราเข้าสู่โลกของการปฏิบัติงานจริงองค์ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ให้กับเรามาก

    “หลังจบการศึกษาได้ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยรับผิดชอบดูแลงานครอบคลุมตั้งแต่ประสานงาน ติดตาม ตรวจสอบ รวบรวม และรายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด ไปจนถึงการสนับสนุนกิจกรรมสร้างการรับรู้ รณรงค์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งยังลงพื้นที่จัดนิทรรศการและสร้างความร่วมมือกับชุมชนอีกด้วย ซึ่งองค์ความรู้จากห้องเรียนมีบทบาทอย่างมากสำหรับการทำงานในปัจจุบัน โดยด้านอาชญาวิทยาช่วยให้สามารวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกของปัญหา ทั้งมิติบุคคล สังคม และโครงสร้าง ทำให้มาตรการป้องกันตอบโจทย์บริบทจริง ขณะเดียวกัน ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ช่วยให้เข้าใจกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อมูลอย่างถูกต้อง เสริมประสิทธิภาพการบูรณาการงานป้องกันและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างครบวงจร”

     

     

    ภารกิจเพื่อสังคมและอนาคตที่คาดหวัง…

    ภาวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการเรียนอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่การทำความเข้าใจปัญหาอาชญากรรม แต่เป็นการเตรียมพร้อมที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะช่วยลดความผิดพลาดและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสังคมที่ปลอดภัย หากมองในฐานะผู้ปฏิบัติงานจริงเป้าหมายหลักของเราคือการนำความรู้และทักษะที่เรามีมาใช้เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องพัฒนากระบวนการให้มีหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายในสังคม ซึ่งเป้าหมายหลักของเราในการทำงานด้านนี้คือ การนำความรู้และทักษะด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ที่ได้เรียนมาใช้เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องพัฒนากระบวนการให้มีหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายในสังคม

    “เมื่อเราได้ทำงานทางด้านนี้ ได้เห็นมุมปัญหาต่างๆ จึงอยากจะพัฒนางานด้านการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและพื้นที่เสี่ยง เพราะเชื่อว่าการเข้าใจรากเหง้าของปัญหาและใช้ข้อมูลเชิงวิชาการมาวางแผน จะทำให้มาตรการต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมกันนั้นก็ตั้งใจผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมมีความเท่าเทียม โปร่งใส และใกล้ชิดกับชุมชน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่า กฎหมายไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยปกป้องและสร้างความยุติธรรมให้กับทุกคนอย่างแท้จริง”

    “ภาวิดา ภัทรวิหค” เป็นอีกหนึ่งบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่เพียงแต่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในการทำงานเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมที่มีความปลอดภัยและเป็นธรรมได้อย่างยั่งยืน

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย

  • Brighton College Bangkok จัดงาน Open House สุดพิเศษ 2 แคมปัส: กรุงเทพกรีฑาและวิภาวดี

    Brighton College Bangkok จัดงาน Open House สุดพิเศษ 2 แคมปัส: กรุงเทพกรีฑาและวิภาวดี

     

    Brighton College Bangkok : เปิดตัว Sixth Form Centre

    Open House ครั้งแรกของปีการศึกษาจะจัดขึ้นที่แคมปัสกรุงเทพกรีฑา ในวันที่ 25 กันยายน 2025 ครอบครัวที่เข้าร่วมจะได้เป็นกลุ่มแรกที่เยี่ยมชม Sixth Form Centre แห่งใหม่ พร้อมทั้งอัปเดตความคืบหน้าของอาคาร Senior School

    วันที่: 25 กันยายน 2025 Register : https://bit.ly/BCB-OpenHouse_Sept25-data Contact : admissions@brightoncollege.ac.th Website : https://brightoncollege.ac.th/krungthep-kreetha

     

     

    Brighton College Bangkok Vibhavadi,Open House ครั้งแรกที่แคมปัสใหม่ แคมปัสวิภาวดีแห่งใหม่จะเปิดบ้านต้อนรับครอบครัวเป็นครั้งแรกในวันที่ 9 ตุลาคม 2025 ผู้เข้าร่วมจะได้เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวก พบปะคุณครู และสัมผัสว่าที่นี่สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเติบโตด้วยความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตาได้อย่างไร วันที่: 9 ตุลาคม 2025 Register : https://bit.ly/BCBV-OpenHouse_October25-data Contact : admissions-vibha@brightoncollege.ac.th Website : https://brightoncollege.ac.th/vibhavadi

    ทั้งสองงานเป็นโอกาสพิเศษสำหรับครอบครัวที่จะได้สัมผัสรางวัล British International School of the Year พบกับทีมครูผู้เชี่ยวชาญ เยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และเรียนรู้ว่าที่ Brighton College Bangkok เราดูแลและพัฒนานักเรียนทุกคนให้เติบโตอย่างมีความใฝ่รู้ ความมั่นใจ และความเมตตา

     

    #สำนักข่าวการศึกษาไทย